คอนเฟิร์มเก้าอี้ ส.ส.ในสภาฯล่าสุด พรรคเพื่อไทย กวาดไปได้ 265 ที่นั่ง พรรค ประชาธิปัตย์ยึดไปได้ 159 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 34 ที่นั่ง
พรรคชาติไทยพัฒนา 19 ที่นั่ง พรรคพลังชล 7 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 ที่นั่ง พรรครักประเทศไทย 4 ที่นั่ง พรรคมาตุภูมิ 2 ที่นั่ง
และพรรครักษ์สันติหลุดเข้าไปได้ 1 ที่นั่ง
“แม่ ลูกจันทร์” แปลกใจที่พรรคกิจสังคมของ “สุวิทย์จ คุณกิตติ” และพรรคความหวังใหม่ของ “ชิงชัย มงคลธรรม” ไม่ได้ ส.ส.เลยแม้แต่เก้าอี้เดียว
แพ้พรรคโนเนมอย่างพรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคมหาชน ที่แหกด่านมะขามเตี้ยเข้าสภาฯได้พรรคละ 1 คน
การเมืองลูกกลมๆมันพลิกได้ กระเด้งได้อย่างนี้แหละโยม
“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าการที่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เกินครึ่งสภาฯทำให้เกมจับขั้วรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยสะดวกโยธิน
โดย 5 พรรคการเมืองได้เซ็นเอ็มโอยูสนับสนุน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย
เป็น รัฐบาลผสมที่มีจำนวน ส.ส.ทั้งสิ้น 299 คน เสียงรัฐบาลเกินกึ่งหนึ่ง 49 คน เสียงรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน 98 เสียง ถือว่ามีเสถียรภาพพอสมควร
แต่จะไปรอดหรือไม่รอดต้องรอดูโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เสียก่อนว่าจะออกมาอย่างไร??
แต่ สำหรับวันนี้ นาทีนี้ “แม่ลูกจันทร์” ขอโฟกัสไปที่พรรคประชาธิปัตย์หลังจากพ่ายแพ้พรรคเพื่อไทยแบบ ทิ้งห่างหนึ่งช่วงตัว
ทำให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ตัดสินใจลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ไม่สามารถนำทัพประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล
เช่นเดียวกับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ผู้จัดการรัฐบาล ก็ขอแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคไปด้วยอีกคน
ตามระเบียบพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อหัวหน้าพรรคยื่นใบลาออก คณะ กก.บริหารพรรค (19 คน) ต้องพ้นตำแหน่งยกพวง
ต้องมีการประชุมใหญ่พรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และ กก.บริหารพรรคชุดใหม่ ภายใน 90 วัน
“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าการเลือกตั้งคือการแข่งขัน ต้องมีแพ้มีชนะเป็นของคู่กัน
อย่างไร ก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่าผลเลือกตั้งครั้งนี้ ชี้ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้ทั้งจำนวน ส.ส. แพ้ทั้ง คะแนนรวม
ในการเลือกตั้ง พ.ศ.2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนพรรค 12.3 ล้านเสียง แต่ครั้งนี้เหลือแค่ 10.1 ล้านเสียงเท่านั้นเอง
การเลือกตั้งครั้งก่อน คะแนนรวมพรรคประชาธิปัตย์แพ้พรรคเพื่อไทย (พลังประชาชน) แค่สองแสนคะแนน
แต่เลือกตั้งครั้งนี้ประชาธิปัตย์แพ้กระจายกว่าสามล้านคะแนน
การที่ “อภิสิทธิ์” แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค ก็ชอบแล้วด้วยประการทั้งปวง
แต่...“แม่ลูกจันทร์” กระชุ่น “อภิสิทธิ์” ทบทวนการตัดสินใจอีกที
ขอ ให้ชั่งน้ำหนัก ระหว่างการลาออกเพื่อรักษาคำพูดของตัวเองกับประโยชน์ของพรรค ประชาธิปัตย์ ประโยชน์ของคนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และประโยชน์ของการเมืองในภาพรวม
เพราะ “อภิสิทธิ์” เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่พรรคประชาธิปัตย์มีอยู่ในปัจจุบัน
เหลียวซ้ายแลขวา เหลียวหน้าแลหลัง ยังไม่มีใครที่เหมาะสมกว่าที่จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และเป็นคู่ชิงเก้าอี้นายกฯในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ถ้า จะดัน “กรณ์ จาติกวณิช” ขึ้นมา (เป็นหัวหน้าพรรค) แทน บารมีความสามารถของ “กรณ์” ยังห่าง “อภิสิทธิ์” กระดูกคนละเบอร์
ส่วน “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ก็ไม่มีจุดขาย นอกจากขายรถดับเพลิง
สรุป ถ้า “อภิสิทธิ์” เห็นแก่ประโยชน์ของพรรคมากกว่ารักษาหน้าตัวเอง โปรดอย่าปฏิเสธที่จะ “คัมแบ็ก” กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคต่อไป
คนเรามันเฮิร์ตกันได้ แต่ไม่ควรเฮิร์ตนาน.
"แม่ลูกจันทร์"




















