ชาวบ้านร้านตลาดวิจารณ์กันตรึมว่าการที่รัฐบาลเจตนาดีให้หยุดยาวติดกัน 5 วัน นอกจากไม่กระตุ้นเศรษฐกิจยังซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ชักกระตุกหนักกว่าเดิม
สาเหตุสำคัญคือคนกลัวติดไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ จึงสมัครใจพักผ่อนอยู่บ้านไม่ ออกไปเที่ยวจับจ่ายใช้เงิน
ยิ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ตายเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ก็ยิ่งทำให้คนไทยขยาดหวาดกลัว ไม่อยากเดินทางไปในที่ชุมชน
ประกอบกับการทำมาหากินฝืดเคือง การเมืองก็มีแต่ความวุ่นวาย ทำให้จิตใจคนไทยไม่แจ่มใสเบิกบาน
แถมการหยุดยาวยังส่งผลกระทบการค้ารายย่อยที่ต้องทำมาค้าขายรายวัน เมื่อไม่มีลูกค้า หรือมีลูกค้าน้อย ก็ประสบภาวะขาดทุน
การหยุดงานยาว 5 วันจึงไม่เป็นผลดี ด้วยประการฉะนี้แล
สรุปว่ารัฐบาลมีความปรารถนาดี แต่ การหยุดยาวครั้งนี้ "จังหวะเวลาและปัจจัยแวดล้อม" ไม่เอื้ออำนวย
"แม่ลูกจันทร์" กราบเรียน นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า "จังหวะเวลา" เป็นเงื่อนไขสำคัญของการเมือง
ถ้าตัดสินใจถูกจังหวะจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้ทันที
เช่น...รัฐบาลควรใช้จังหวะนี้รีบประกาศ ต่ออายุ "โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน" เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนออกไปจนถึงสิ้นปี
ถึงแม้เป็นนโยบายของรัฐบาลเก่า แต่ถ้าเป็นประโยชน์ก็ควรทำต่อไป
เนื่องจากนโยบายนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์ โดยตรง!!
ผลจากการสำรวจของสภาพัฒน์ระบุว่า ประชาชนพอใจนโยบายนี้สูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์
สามารถลดภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยได้ถึง 300-500 บาทต่อเดือน
การขยายอายุโครงการนี้ออกไปอีก 6 เดือน เท่ากับรัฐบาลช่วยลดภาระประชาชนคนละ 1,800 บาท หรือ 3,000 บาทโดยประมาณ
"นโยบาย 5 มาตรการ" เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนมีอะไรบ้าง??
"แม่ลูกจันทร์" ขออนุญาตฉายซํ้า อีกที
1, มาตรการนํ้าประปาฟรี สำหรับครัว เรือนที่ใช้นํ้าประปาไม่เกิน 30 คิวต่อเดือน
2, มาตรการไฟฟ้าฟรี สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 ยูนิตต่อเดือน
3, มาตรการรถไฟฟรี สำหรับผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ให้ใช้บริการรถไฟโดยไม่ต้องจ่ายค่าโดยสาร จำนวน 170 ขบวน
4, มาตรการรถเมล์ฟรี สำหรับประชาชนใน กทม.และปริมณฑล วันละ 800 คัน ใน 73 เส้นทาง
5, มาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม สำหรับภาคครัวเรือน (รัฐบาลขอให้ ปตท.ควักกระเป๋าแบกรับส่วนเกินชั่วคราว)
คิดเป็นงบประมาณที่รัฐบาลต้องจ่ายสนับสนุน 5 มาตรการ เป็นเงินหนึ่ง หมื่นสองพันล้านบาทในระยะเวลา 6 เดือน
หรือเฉลี่ยเดือนละสองพันล้านบาทโดยประมาณ
ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่? ตอบว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มซะอีกนะโยม
อย่างน้อยก็ดีกว่าปล่อยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต้องเผชิญความเดือดร้อนตามยถากรรม
อนึ่ง "แม่ลูกจันทร์" ขอประทานกราบเรียนเสนอรัฐบาลให้พิจารณาเพิ่มจาก 5 มาตรการเป็น 6 มาตรการ
มาตรการที่ 6 ที่ขอให้รัฐบาลเพิ่มเข้า ไปคือ มาตรการลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน จากลิตรละ 7 บาท ให้ลดเหลือลิตรละ 5 บาทเท่าเดิม
เพราะภาษีนํ้ามันลิตรละ 7 บาทมันขูดเลือดชาวบ้านเกินไป
ลิตรละ 5 บาท ก็แพงจะแย่อยู่แล้ว ยังไม่สะใจอีกเรอะพระเดชพระคุณ??
"แม่ลูกจันทร์"




















