ดูเหมือนสถานการณ์การเมืองน่าจะมีช่องทางออกที่ดีขึ้น แม้ว่าการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงจะคงดำเนินต่อไปก็ตาม แต่จากสภาพการณ์ที่เป็นจริงมีแนวโน้มว่าจะอ่อนล้าลงไปเรื่อยๆเนื่องจากชุมนุมกันมาหลายวัน
ต้องทนแดด ทนฝน ความตึงเครียด และต้องไปทำมาหากินตามปกติ จึงทยอยกลับบ้านเพื่อใช้ชีวิตตามปกติ
ที่สำคัญก็คือ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแกนนำ ทั้ง นปช. ฮาร์ดคอร์ และแดงสยาม แม้จะเป็นเครือข่ายเดียวกันก็ตาม
นั่นทำให้การขับเคลื่อนของผู้ชุมนุมสะเปะสะปะไร้ทิศทาง หามุกใหม่มาเล่นไม่ได้
แม้ยืนยันจะชุมนุมต่อไปแบบว่าลากยาว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยาวไปได้สักแค่ไหน สุดท้ายก็ทำท่าว่าจะเปิดจรยุทธ์ไปทั่วกรุงเทพฯ
เป้าหมายก็คือสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมาอีก
เรียกว่าทำให้มันยุ่งเข้าไว้...ว่างั้นเถอะ
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ "นายใหญ่" เมื่อเห็นท่าไม่ดีก็พยายามปลุกเร้าขอให้ชุมนุมกันต่อไป ประกาศว่าอีก 7 วันชนะแน่ พูดง่ายๆว่าในสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้นโอกาสชนะยากก็เลยต้องหาทางให้เดินหน้าต่อเหมือนจะยืนยันว่าท่อน้ำเลี้ยงกำลังจะมาอีกลอต
อย่างไรก็ดี ขณะที่ตัวเองก็กำลังเกิดปัญหาเรื่องถิ่นฐานที่อยู่ แม้แต่ที่ดูไบ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่าไม่ให้เข้า ประเทศอีกแล้ว
หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาก็กำลังจะส่งสัญญาณว่าเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจระดับบิน ลาดิน นั่นเพราะคงเห็นว่ามีพฤติกรรมที่ทำให้ประเทศไทยเกิดปัญหา โดยเฉพาะมีการดักฟังทางโทรศัพท์แล้วพบว่ามีการสั่งการในเรื่องก่อวินาศกรรม
แม้จะไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ก็น่าจะเข้าใจกันได้
เมื่อเป็นเช่นนี้คงได้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงนั้นมันคืออะไร ทางที่ดีผู้ชุมนุมที่มาจากต่างจังหวัดน่าจะเข้าใจและควรจะเดินทางกลับบ้านดีกว่า
เหนืออื่นใดอย่างที่บอกตั้งแต่แรกแล้วว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นทั้งหมดดูเหมือนประชาชนส่วนใหญ่เริ่มส่งเสียงกันมากขึ้นเรื่อยๆว่าต้องการให้ทุกอย่างยุติ หยุดการชุมนุมเพราะไม่มีประโยชน์อันใด
มีแต่ประเทศชาติจะเสียหายและบอบช้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชนฯก็ได้มีความเคลื่อนไหวเพื่อให้เหตุการณ์ยุติลงได้ด้วยดี โดยไม่ต้องการให้มีการเสียเลือด
เสียเนื้อ ได้ประสานงานทั้ง 2 ฝ่ายคือ แกนนำ นปช. และนายกฯ เพื่อให้มีการเจรจาซึ่งจะเป็นทางออกและไม่ให้ประเทศเกิดวิกฤติ
ปรากฏว่า แกนนำ นปช.บางส่วนก็พร้อมที่จะเจรจากับรัฐบาล ขณะที่นายกฯก็ยินดีที่จะเปิดให้มีการเจรจาถึงขั้นที่ว่าขณะนี้การเจรจาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนฯเป็นตัวเชื่อมประสาน ก็คงจะต้องดูกันต่อไปว่าจะลงเอยกันอย่างไร
ฝ่ายรัฐบาลเมื่อนายกฯเดินหน้าอย่างนี้แล้วคงไม่มีปัญหาอะไร อยู่ที่ว่าหัวข้อการเจรจาต่างๆจะยอมรับกันได้มากน้อยแค่ไหน
แต่มันก็น่าจะทำให้คนไทยสบายใจกันได้บ้าง
อย่างไรก็ตาม มันน่าจะขึ้นอยู่กับแกนนำ นปช.เองว่าจะยอมกันทุกคนหรือไม่ หรือพวกฮาร์ดคอร์และแดงสยามที่แตกคอกันจะยอมรับผลการเจรจาหรือไม่ ซึ่งนั่นก็คงไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักน่าจะอยู่ที่ผู้ชุมนุมเองที่จะต้องมีเหตุมีผลและเข้าใจสถานการณ์ให้ถ่องแท้
เพื่อยกระดับเปลี่ยนผ่านไปจากคนชื่อ "ทักษิณ" กันเสียที.
"สายล่อฟ้า"




















