การประชุมสภาล่มเพราะมีการเล่นเกมการเมือง หรือมี ส.ส.หลังยาวที่ไม่ยอมเข้าประชุมตามกำหนดหรือโดดร่มประชุมต่างๆ เหล่านี้ล้วนไม่เป็นผลดี และทำให้ภาพพจน์ นักการเมืองเกิดความเสียหาย เนื่องจากไม่ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น
นี่เป็นปัญหาอย่างหนึ่งของการเมืองไทยที่ไม่พยายามจะใช้สภาเพื่อเป็นทางออก หรือแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งๆที่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นต้องการให้สภาเป็นกลไกสำคัญในการออกกฎหมายและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าจะใช้สภาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของบุคคล พรรค ในการเอาชนะคะคาน ทำลายกันมากกว่า
ทำให้การเมืองเกิดปัญหาจนต้องไปเล่นกันนอกสภา
อย่างไรก็ดี ขณะที่สภาเกิดปัญหา แต่เมื่อเป็นประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่างจากเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นที่พรรคร่วมรัฐบาลยื่นต่อประธานรัฐสภา เห็นได้ชัดว่ามีการบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนเลยทีเดียว
เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เหนืออื่นใดการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เอาด้วย และดูท่าว่าจะไม่ผ่านสภา เนื่องจากพรรคเพื่อไทยก็ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย เมื่อคิดว่าไม่ผ่านสภาทำไมพรรคร่วมรัฐบาลจึงดันทุรังเสนอทำไม
แต่ในที่สุดคำตอบก็ออกมา เมื่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภายืนยันว่าจะนำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวงที่ยื่นเอาไว้แล้ว มาพิจารณาพร้อมๆกันไปเลย โดยอ้างญัตติของหมอเหวงนั้นได้บรรจุเป็นวาระที่ 1 มานานแล้ว
ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวงนั้น ได้นำรัฐธรรมนูญปี 40 มาปรับปรุงแก้ไขแต่เนื้อหาหลักๆ ก็ไม่ต่างกันและมีการคัดค้านกันมาตลอด จนไม่กล้าที่จะนำขึ้นมาพิจารณา จนกระทั่งมีช่องว่างที่มีการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลยถือโอกาสควักออกมาทันที
วาระซ่อนเร้นมันอยู่ตรงนี้แหละ
ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำท่าจะล่มไปแล้วคงทำให้การเมืองเกิดความขัดแย้งขึ้นมาอีกอย่าง ไม่ต้องสงสัยเพราะไม่ใช่แค่ 2 ประเด็นที่ต้องการเท่านั้น แต่มันจะบานปลายออกไปเนื่องจากจะมีการคัดค้านทั้งในสภาและนอกสภา
หากเอาฉบับของหมอเหวงมารวมด้วยพรรคเพื่อไทยต้องยกมือสนับสนุนอย่างแน่นอน เพราะเป็นความต้องการอยู่แล้ว จึงอยู่ที่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ หากเอาด้วยเมื่อรวมเสียงกับพรรคเพื่อไทยและวุฒิสมาชิกบางส่วน
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวงน่าจะผ่านรัฐสภา เพราะมีเสียงสนับสนุนเพียงพอแน่ จะมีคัดค้านก็ประชาธิปัตย์และวุฒิ สมาชิกอีกส่วนเท่านั้น
ที่สำคัญนักการเมืองที่ถูกเว้นวรรคทั้ง 2 รุ่นก็จะได้ประโยชน์ไปด้วย
แต่ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ จะมีเสียงคัดค้านจากนอกสภาแน่ เพราะแค่แก้ 2 ประเด็นยังส่งเสียงกันออกมาแล้ว นี่เล่นกันเต็มใบอย่างนี้ยิ่งไปกันใหญ่
และที่แน่นอนก็คือ ประชาธิปัตย์จะคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้ การพบกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องมีการหยิบยกเรื่องนี้มาถกเถียงกันแน่ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลสามารถพลิกสถานการณ์มาต่อรองกับประชาธิปัตย์ได้เต็มที่ขึ้น
เล่นบท... "ซ่อนดาบในรอยยิ้ม" ได้อีกครั้ง.
"สายล่อฟ้า"





















