ทำไปทำมาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นมหกรรมการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขถึง 6 ฉบับ ทั้งของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนา เสื้อแดง ภาคประชาชน และภาคประชาชนที่มี ส.ส.เป็นแกนนำ
เรียกว่า “จัดหนัก” กันเลยทีเดียว
ก็คงจะคิดหวังว่า ที่ต้องเล่นกันอย่างนี้คงไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาด คือจะต้องแก้ไขให้ได้...ว่างั้นเถอะ
ทั้งที่เป็นเพียงแค่แก้ไข ม.291 เพื่อเปิดช่องให้มีตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 เท่านั้น จะต่างกันตรงประเด็นจำนวน ส.ส.ร. และที่มาที่ไป รวมถึงเรื่องการทำประชามติก็เท่านั้น ดังนั้นการมีหลายร่างเช่นนี้ก็คงเป็นการแสดงพลังและความต้องการให้เห็นว่าเอาแน่ ใครอย่ามาขวางก็แล้วกัน มิเช่นนั้นยุ่งแน่
ประเทศไทยนั้นถือว่าใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลกก็ว่าได้ เรียกว่าถือเอารัฐธรรมนูญเป็นสรณะที่เน้นย้ำว่าเพื่อให้เกิดความเป็นประชาธิปไตย
หรือจะเรียกว่าประชาธิปไตยภายใต้ตัวอักษร
แต่แม้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญมากถึง 18 ฉบับ และจะก้าวไปสู่ฉบับที่ 19 ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากฉบับที่ 1 จนมาถึงฉบับ ใหม่การเมืองไทยก็ยังไม่มีดีขึ้น วนว่ายตายเกิดกันอย่างนี้มาตลอด วันดีคืนดีก็มีปฏิวัติรัฐประหารสลับดอกเสียบ้าง
วันนี้ก็ยังมีการปูดข่าวเรื่องปฏิวัติกันขึ้นมาอีก ทั้งๆที่ใครต่อใคร หรือแม้ทหารใหญ่ในกองทัพต่างก็ปฏิเสธว่าไม่มี แต่ก็พยายามยั่วยุเหมือนจะให้มีเสียอย่างนั้น มันก็แปลกดีแฮะ...
มีความพยายามที่จะบอกว่าเมืองไทยยังไม่มีประชาธิปไตยและต้องการแสวงหากันเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่คนการเมืองที่เรียกร้องอยู่นั้นมีความพยายามในทางปฏิบัติที่จะให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่ เมื่อได้อำนาจ มีอำนาจการเมือง ก็ลืมสิ่งที่เคยเรียกร้อง
กลับใช้อำนาจที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยกลายร่างเป็น “เผด็จการ” แทรกแซงเข้าไปทุกพื้นที่ ทุจริต คอรัปชัน เพื่อต่อสายอำนาจทาง การเมืองให้ยาวนานที่สุด สร้างขุมเครือข่ายให้กว้างขวางมากที่สุด ครอบงำไปทุกองค์กร
แล้วจะแก้รัฐธรรมนูญกันไปทำไม เรียกหาประชาธิปไตยกันทำไม
นักวิชาการที่เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก็ไม่ได้ทำให้ประชาธิปไตยมันเฟื่องฟูขึ้นมา แต่ก็เพราะต้องการได้อำนาจคนและเสริมอำนาจเพิ่มขึ้นเท่านั้น ประชาธิปไตยเป็นเพียงแค่รูปแบบและกลับกลายเป็นระบบการเมืองที่ถูกครอบงำจากระบบเผด็จการโดยพรรคการเมืองนายทุน ที่เป็นเจ้าของพรรค บงการทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้
ไม่ต่างไปจาก “บริษัทการเมือง”
การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แม้จะอ้างเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยเนื่องจากฉบับปัจจุบันมาจากเผด็จการที่มุ่งหวังกำจัดฝ่ายตรงกันข้ามเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเป็นเช่นนั้นหรือ เพราะพรรคเพื่อไทยที่ชนะการเลือกตั้งก็มาจากผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
หากว่ารัฐธรรมนูญปี 50 เป็นผลไม้พิษจริงๆไม่มีทางหรอกที่จะชนะอย่างถล่มทลายอย่างนี้ แน่นอนว่าอาจจะบอกว่าเพราะประชาชน 15 ล้านคนเลือกเข้ามามันก็ถูก แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
มันเป็นเพราะเป็นความนิยมในตัวบุคคล หัวหน้าพรรค และนโยบายพรรคมากกว่า สาระมันน่าจะอยู่ตรงนี้ เมื่อได้เป็นรัฐบาลก็ควรจะสนองความต้องการด้วยการสร้างผลงาน แก้ไขปัญหาของชาติ ของประชาชน ถ้าทำดีโอกาสที่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอย่างต่อเนื่องก็มีความเป็นไปได้
ไม่ใช่ท่องแต่ “รัฐธรรมนูญ”–“ประชาธิปไตย” อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก.
“สายล่อฟ้า”




















