ข่าว

วิดีโอ

เกาะเสม็ดแห่งความหลัง

ทิศทางของคลื่นลม และความอุดมของปลา...เรืออวนลากจากแม่กลอง มักเบนหัวเรือไปทะเลตะวันออก จุดแรกที่เราแวะพักคือช่องแสมสาร จุดสองก็มักเป็นเกาะเสม็ด

เราก็อาจจะเลยไปถึงทะเลหน้าจันทบุรี ตกค่ำก็แวะเกาะเปริด หน้าแหลมสิงห์ ถ้าเป็นเรือใหญ่ ไต้ก๋งใจกล้า นานๆครั้ง ก็จะไปถึงเกาะกูด และหากแน่ใจว่าปลอดเรือปืนจากเขมร พวกเราหลายลำ เคยแอบเข้าไปหาปลาในน่านน้ำเขมร

แต่จุดที่นายท้ายเรืออวนลาก รุ่นผม (2507–2512)...เร้าใจ ตื่นเต้น อยู่ในน่านน้ำรอบๆเกาะเสม็ด เหตุเพราะบริเวณนั้น มีหินใต้น้ำ...จุดเสี่ยงให้เรือไปเกย...หลายก้อน

เริ่มต้น จากช่องแสมสาร...เบนไปซ้าย เราเรียกว่าทะเลหน้าระยอง ก็ต้องระวัง...เจอหินบูธ หินรีดัง

ตั้งเข็มไปเกาะเสม็ด เส้นทางนี้ก็ต้องวิ่งเรือ ผ่านหินใต้น้ำสองก้อนนี้ ก้อนหนึ่งซ้าย อีกก้อนเยื้องไปทางขวา...เข็มทิศเรือต้องแน่ใจว่าอยู่ในจุดปลายแหลมหญ้า จรดกับหัวเกาะเสม็ดพอดี

หินใต้น้ำจำพวกที่โผล่กลางน้ำ กลางทะเลแบบไม่มีไฟ สัญญาณ...เหล่านี้ เรือทุกลำกลัว...โดยปกติก็มักเลี่ยงไปเส้นทางอื่น หากจำเป็นก็ต้องไปกลางวัน

ยามค่ำมืด ปกติเมื่อออกจากช่องแสมสาร เรามักขีดเข็มเรือมุ่งไปท้ายเกาะเสม็ด วนเวียนหาปลาจะได้มากน้อย ตกค่ำ ก็มุ่งเข้าจอดที่เกาะ สมัยผมมีร้านเล็กๆ ขายเหล้ายาปลาปิ้ง สำหรับชาวเรือสองสามร้าน

ผมวิ่งเรือรอบเสม็ดหลายครั้ง มองเข้าไปทีไร ก็เจอแต่หาดทรายว่างเปล่า ไม่มีเจ้าข้าวเจ้าของเบียดเสียด...ยัดเยียดกันเหมือนในวันนี้

หาปลาไม่ได้...เราก็จะตั้งเข็มทิศไปแหลมสิงห์ จันทบุรี เส้นทางนี้ ต้องขีดเข็มให้ไกลจาก หินเพลิง หินใต้น้ำกองใหญ่

ในแผนที่ทะเล ที่ฝรั่งสำรวจไว้เขียนว่า “หินแอลฮัมบรา” แต่ชาวเรือก็เรียกหินเพลิง เหตุเมื่อเข้าไปใกล้ จะเห็นผิวบนของหินเป็นสีแดงเหมือนแสงไฟที่พุ่งโพลงจากใต้ทะเล

ชื่อก็น่าระแวง เห็นจริงยิ่งน่ากลัวกว่า

สมัยผม น่านน้ำทะเลตะวันออก ดึงดูดใจชาวเรือแม่กลองไว้มาก เรือหลายลำวนเวียนไม่พ้นแถวนั้น เพื่อนรุ่นพี่ผมหลายคน ได้เมียลงหลักปักฐานอยู่แถวนั้น เฮียพร ได้เมียที่บ้านเพ เฮียเอ๊ย ได้เมียที่แสมสาร

อินยิเนียร์เทพ กับไอ้ยา เพื่อนผม ตามเฮียพรไปอยู่บ้านเพ

คนทะเลตำนานในหัวใจผมเหล่านี้ รู้จักปลาปูหอย ใต้ทะเลดี... หากวันนี้ มีคนไปถาม...เรื่องน้ำมันดิบรั่ว...แถวๆเกาะเสม็ด ทำท่าจะถึงบ้านเพรู้ไหม จะมีปลาปูหอย...ตายไปสักเท่าใด

“ไอ้บ้า...ปลามันอยู่ในทะเล กูจะไปตรัสรู้ได้ยังไง” คำตอบจากรุ่นพี่ คงเป็นอย่างนี้จริงๆ

คนทะเล ปากกับใจตรงกัน...เรื่องอะไรที่ไม่รู้ ก็จะไม่โม้ว่ารู้... ไม่เหมือนคนพวกที่ตอหลดตอแหลว่า น้ำมันดิบรั่วในทะเล แค่ 5 หมื่นลิตร จำนวนมันเล็กน้อย ปูปลาหอยจะตายมั่ง ก็คงไม่มาก

แต่เรื่องตัวเลขน้ำมันรั่ว...ที่ไม่มีใครเชื่อว่า...มันแค่นั้น ยังไม่น่าหมั่นไส้ เท่ากับการคุยว่า “สองสามวันเอาอยู่” สุ้มเสียงแสดงความเขื่อง โข...ยกตนข่มคนอื่น

โดยเฉพาะกลุ่มผู้รู้ที่เป็นห่วงระบบนิเวศใต้ทะเล...อาจจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นแรมปี

ท่าทีคนโต ปตท.ทำให้ต้องทบทวนกันใหม่ จุดหมายที่ยึดอำนาจน้ำมัน จากพ่อค้าข้ามชาติ ในชาติ มาไว้ให้องค์กรวิสาหกิจ เดียว...ทำ...ผลวันนี้ เป็นอย่างไร

หากพวกเขากลายเป็นกลุ่มทุน ที่ยโสโอหัง...ไม่ฟังใคร...แทนการทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ประชาชน แต่กลับไปสมคบกับพวกนักการเมืองโกงแผ่นดิน

มวลชนอันไพศาล ก็ไม่ควรนิ่งดูดาย ปล่อยให้พวกเขาลอยหน้าลอยตา...ต่อไป

หินใต้น้ำรอบเกาะเสม็ด ที่ผมเคยกลัว แต่วันนี้ กรณีน้ำมันรั่วน่ากลัวยิ่งกว่า ยังไม่รู้ว่า ปูหอยปลา ฯลฯ จะฟื้นคืนเหมือนเดิมได้เมื่อไร

แต่ที่จะไม่ฟื้นคืนเลย...ก็คือคน...คนพวกที่ทำผิดแล้ว ยังสำนึกผิดไม่เป็น.

กิเลน ประลองเชิง

5 ส.ค. 2556 09:56 5 ส.ค. 2556 09:56 ไทยรัฐ