advertisement

กำเนิดอั้งยี่

โดย กิเลน ประลองเชิง 4 ก.ค. 2555 05:00

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเคยเป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เคยปราบทั้งอั้งยี่่กรุงเทพฯ และอั้งยี่ตามหัวเมือง จึงทรงรู้เรื่องอั้งยี่มาก

ทรงถามผู้ที่เคยเป็นหัวหน้าอั้งยี่ พระอนุวัติราชนิยม หรือที่มักเรียกกันว่า ยี่กอฮง ก็ทรงได้ความรู้เพิ่ม กำเนิดอั้งยี่ เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าคังฮี รัชกาลที่ 2 ราชวงศ์ใต้เช็ง

พ.ศ.2207 พวกฮวนเฮงโน้ว จากทิศตะวันตก ยกกองทัพมาตีหัวเมืองจีน พระเจ้าคังฮีหาตัวแม่ทัพไม่ได้ จึงออกประกาศว่า จะให้รางวัล 1 หมื่นตำลึงทองแก่ผู้อาสา

ครั้งนั้น ที่วัดบนภูเขากุยเล้ง แดนจีนฮกเกี้ยน มีหลวงจีน 128 องค์ ร่ำรู้วิชาอาคมพากันเข้าอาสา พระเจ้ากรุงจีนเป็นห่วงว่า พวกข้าศึกมากนัก ลำพังหลวงจีนคงสู้ไม่ไหว สั่งให้ขุนนางผู้ใหญ่ชื่อเต็งกุนตัดคุมทัพไปช่วย

ผลปรากฏว่า พวกหลวงจีนกับทัพปักกิ่ง มีชัยชนะฆ่าฟันพวกฮวนล้มตาย แตกหนีไปหมด

พระเจ้าคังฮีประทานบำเหน็จรางวัล พร้อมแถมยศศักดิ์ บริวาร พวกหลวงจีนปฏิเสธของแถม ขอเพียงเงินหมื่นตำลึงทองไปใช้บำรุงวัด แล้วก็กลับไปบำเพ็ญศีลภาวนา ส่วนเต็งกุนตัดโปรดให้ไปเป็นแม่ทัพใหญ่ เมืองโอ๊วก๊วง

เวลาผ่านไปไม่นาน แม่ทัพเต็งกุนตัดนิมนต์หลวงจีนไปกินเลี้ยง รำลึกความหลัง แล้วทำสัตย์สาบานเป็นพี่น้องกัน ขุนนางกังฉินสองคน หาเหตุยุยงพระเจ้าคังฮีว่า เต็งกุนตัดกับหลวงจีนหากรวมกำลังกันอาจจะยกทัพมาชิงราชสมบัติ

พระเจ้ากรุงจีนเห็นจริง สั่งสองขุนนางกังฉินวางแผนกำจัด

ข้าหลวงคนหนึ่งทำทีเป็นคุมของบำเหน็จพระราชทาน ไปถึงหน้าเมืองโอ๊วก๊วง เต็งกุนตัดก็ออกมารับ ข้าหลวงก็อ่านท้องตราว่า เต็งกุนตัดคิดกบฏ ต้องโทษถึงประหาร แล้วจับตัวเต็งกุนตัดฆ่าเสีย

ขุนนางอีกคนคุมเครื่องราชพลี ไปถึงวัดบนภูเขากุ้ยเล้ง พวกหลวงจีนตั้งโต๊ะเลี้ยงฉลอง ขุนนางกังฉินเอาสุราพระราชทานยื่นให้ หลวงจีนเจ้าวัดได้กลิ่นผิดสุราสามัญ เอากระบี่กายสิทธิ์จุ่มพิสูจน์

เกิดเปลวไฟพุ่งขึ้น จึงรู้ว่าเป็นสุราเจือยาพิษ หลวงจีนจึงเอากระบี่ฟันข้าหลวงตาย

ถึงเวลานั้น พวกขุนนางกังฉินก็จุดไฟเผาวัด ระหว่างไฟลุกไหม้ สองฝ่ายก็สู้รบกัน เมื่อไฟดับวัดวอดวาย พวกหลวงจีน 128 องค์ มีเพียง 5 องค์ รอดตายหนีไปซ่อนตัวแขวงเมืองโอ๊วก๊วง เมืองที่เต็งกุนตัดเคยเป็นแม่ทัพ

วันหนึ่งหลวงจีนทั้ง 5 ไปที่ริมลำธาร เห็นกระถางธูปสามขาลอยมาในน้ำ มีควันธูปลอยขึ้น จึงหยิบขึ้นมาพบอักษร 4 ตัว หวน เช็ง หก เหม็ง แปลว่า กำจัดเช็ง หกเหม็ง จึงคิดว่า เป็นประกาศิตฟ้าดิน

หลวงจีนจึงเอาหญ้าต่างธูปปักกระถางกระทำสัตย์ จะช่วยกันกำจัดราชวงศ์ใต้เช็ง เอาบ้านเมืองคืนให้ราชวงศ์เหม็ง

วันเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สุสานฝังศพเต็งกุนตัด ระหว่างที่นางกู้ส่วยเอง ภรรยาเต็งกุนตัด พาญาติพี่น้องไปไหว้ศพสามี ก็พบกระบี่เล่มหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากแผ่นดิน มีอักษรจารึกที่กั่นกระบี่ว่า น่อ เล้ง โต๊ว แปลว่า มังกรสองตัวชิงดวงมุกดากัน

ทั้งตัวกระบี่ ก็มีคำจารึก หวน เช็ง หก เหม็ง เช่นเดียวกับที่ 5 หลวงจีนเจอในกระถางธูป

ห้าหลวงจีน และภรรยาเต็งกุนตัด ก็ร่วมมือกันเกลี้ยกล่อมผู้คน ซ่องสุมกำลังตั้งเป็นสมาคม เทียน ตี้ หวย (ฟ้า ดิน มนุษย์) สู้รบกับรัฐบาลพระเจ้าคังฮี แต่ก็รบแพ้ ดูชะตาแล้วเห็นว่าชะตารัฐบาลกล้าแข็ง ก็แยกย้ายกันไปซุ่มซ่อน

รอเวลาฟ้าดินให้สัญญาณ ก็จะรวมตัวกันลุกฮือทำสงคราม ล้มเช็ง กู้เหม็ง ในครั้งต่อไป

ผมอ่านถึงตอนนี้ แล้วจับความได้ หลังจากพระเจ้าคังฮีหลอกคนเก่งคนดีไปใช้ทำสงครามแล้วหักหลังวางแผนฆ่า...อั้งยี่ก็ค่อยๆก่อตัวจนเติบใหญ่ สู้ในเมืองจีนไม่ได้ ก็หนีมาสู้ต่อในบ้านเมืองข้างเคียง สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย

ใครที่กำลังหนักอกกับสงครามปราบอั้งยี่ ไปหาอ่านนิทานโบราณคดี พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อ่านนะครับ อ่านแล้วจะรู้ว่า ต้นเหตุก่ออั้งยี่ เปลี่ยนไป การปราบอั้งยี่ จึงต้องปรับเปลี่ยนตาม

ถ้ารู้จุดอ่อน เช่นรู้ว่า เวลารบติดพัน อั้งยี่จะหยุดกินข้าวต้มกลางวัน หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ท่านแค่แจกผ้าประเจียดบำรุงขวัญ ชาวบ้านธรรมดายังรบชนะอั้งยี่ได้ง่ายๆ ชนิดไม่อยากเชื่อ...ก็ต้องเชื่อ

ปัญหาของชาวบ้านตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะเชียร์ข้างไหน รบกันมานาน จนไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นอั้งยี่ แต่ดูเค้าแล้ว ผมว่าน่าจะเป็นสงครามระหว่างอั้งยี่กับอั้งยี่.


กิเลน ประลองเชิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement