หลักสูตร บสส. (ผู้บริหารสื่อระดับสูง) เป็นหลักสูตรเดียว ที่ผมมีบุญมาวาสนาส่งได้เข้าไปเรียน พอสรุปได้ปัญหาน้อยใหญ่ในบ้านเมือง ครูบาอาจารย์หลายท่าน โยนมาที่สื่อ
สื่อรุ่นเก่าอย่างผม ร่ำเรียนมาน้อย อยู่กับงานข่าวมานาน ก็ไม่เคยเผลอนึกว่า มีความรู้อะไรจริงๆสักที
ในช่วงที่การเมืองปะทะ ถึงทางตัน ใกล้เวลาหักหาญ อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มีหนังสือมาถึง ผมเข้าใจว่าท่านชวนไปฟังผู้รู้ระดับกูรู พูดเรื่องทางรอดประเทศไทย
ด้วยความเคารพ ผมก็บอกเพื่อนไปฟัง เผื่อจะมีประเด็นเป็นสกู๊ปหน้า 1
สื่อสารกันอีกครั้ง กลายเป็นอาจารย์ท่านตั้งใจเชิญผมไปพูดด้วย โห! ผมได้รับเกียรติเป็นกูรู ด้วยความตกใจ ผมรีบบอกฝากไปถึงอาจารย์ ตัวผมเองยังเอาไม่รอด พูดทางรอดของประเทศ เห็นจะเข็นไม่ไหว
คราวนี้ที่ศาลปกครอง ก็อีกแล้ว ท่านหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ท่านก็ฟ้องสื่อมวลชนที่ท่านชวนไปสังสรรค์ว่า ให้ช่วยสืบหาให้ที...คนกลุ่มไหน พยายามล้มศาลปกครองอยู่
ท่านว่า ศาลปกครองตั้งมาไม่นาน ก็พยายามตั้งใจทำงาน เพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียมกันในสังคม
ท่านพูดถึงขั้นว่า การดำรงอยู่ของศาลปกครอง ต้องอาศัยสื่อมวลชน สร้างความเชื่อถือและความไว้ใจให้กับประชาชน
ท่านประธานศาลปกครองฯ จริงจังกับเรื่องนี้ถึงขั้น ขึ้นเวทีร้องเพลง ของอ้อม สุนิสา ที่มีเนื้อตอนหนึ่งว่า “ขออย่ายอมแพ้...อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้”
ผมบังเอิญดูทัน ท่วงท่าแววตาและน้ำเสียงท่าน...เศร้าสร้อยไม่น้อยเลย
ท่าทีของท่าน พอจะยืนยันว่า มีความเคลื่อนไหว...ที่จะล้มศาลปกครองจริงๆ
ผมก็เริ่มเป็นห่วงศาลปกครองขึ้นมา ตึกรามที่สร้างปากทางเข้าศาลปกครองก็โอ่อ่างามสง่า มีผู้คนในชายคาที่ผมแอบรักใคร่อยู่หลายคน ถ้าล้มเสียแล้ว
พวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน
ตั้งแต่เริ่มมีข่าวการตั้งศาลปกครอง ผมก็แอบลุ้นอยู่ในใจ กระบวนการสอบสวนที่ฝ่ายศาลหาประจักษ์หลักฐานเอง แล้วก็ตัดสินใจเอง สำหรับเมืองไทยผมว่า น่าจะได้ความยุติธรรมมากกว่า
ผมไม่ค่อยสนิทใจกับกระบวนการของศาลยุติธรรม ศาลท่านนั่งบัลลังก์ ฟังแต่โจทก์ จำเลย เพราะความจริงมีว่า น้ำหนักและขนาดของโจทก์และจำเลยนั้น ส่วนใหญ่ไม่เท่ากัน
ฝ่ายเข้มแข็งกว่า มีพลังอำนาจมากกว่า ก็หาพยานหลักฐานได้มั่นคงกว่า
ยิ่งถ้าคู่ความหนึ่ง เป็นคนไร้การศึกษา ขึ้นต้นยังไง แล้วจบยังไง ก็รู้ได้เลย อย่าว่าแต่คนอื่นจะรู้ ตัวศาลท่านก็รู้
เมื่อมีศาลปกครองที่ใช้การไต่สวน ผมเคยหยอกว่า เหมือนศาลเปาบุ้นจิ้น ความยุติธรรมนั้นดูจะฝากไว้กับตัวเปาบุ้นจิ้น ถ้าเปาบุ้นจิ้น เป็นตัวปลอม ตัดสินเหลว ยี่ห้อเปาบุ้นจิ้น ถ้าเป็นผงซักฟอกก็ซักผ้าไม่สะอาด
ศาลปกครองก็เหมือนกัน ถ้าหาประจักษ์หลักฐานเที่ยงธรรม ตัดสินไปด้วยความเที่ยงธรรม ในทุกคดีความ ประชาชนทั้งแผ่นดิน ก็จะไชโยโห่ร้องแซ่ซ้องสรรเสริญ
คดีความผ่านศาลยิ่งมาก ความยุติธรรมก็ยิ่งมาก ศาลปกครองก็เหมือนเสาหินหลักปักลึกในแผ่นดิน
ตรงกันข้าม ถ้าตัดสินไปตามกระแสอำนาจการเมือง ยิ่งตัดสินไป ความเชื่อถือศรัทธาก็ยิ่งน้อยลง เหมือนไม้หลักปักขี้เลน ผลักเบาๆก็ล้ม
ถึงวันนี้ ผมก็ยังเชื่อว่า ศาลปกครองยังเป็นเสาหลัก แค่ลมปาก...พวกกุ๊ย พวกมหาโจรปล้นเมือง...พัดผ่าน ก็ไม่น่าจะทำอะไรได้
เอ้อ...ว่าแต่ว่า ความกลัวที่ท่านรำพันฝากสื่อ...นั้น ผมเกรงว่าจะเข้าข่าย เป็นหนึ่งในอคติ เป็นที่มาของความลำเอียง และความลำเอียงนั้น เขาก็เชื่อว่า คนเป็นตุลาการไม่ควรจะมี.
กิเลน ประลองเชิง




















