จะว่าเป็นภาวะจำยอม หรือเป็นวิถีชีวิตเลยก็ว่าได้ เทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ ผมไม่เคยออกต่างจังหวัด ทั้งยังถือโอกาสที่กรุงเทพฯว่าง ตั้งใจอยากไปไหนก็ไปที่นั่น
ถ้าจะเที่ยวให้สนุกยิ่งกว่า คือต้องหาความรู้ไว้ก่อน
ที่เมืองเก่าสุโขทัย ระหว่างอาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ บรรยาย ผมก็จินตนาการตาม พระพุทธรูปอันราม พระพุทธรูปทอง ผู้คนมากมายใช้เครื่องมือเคลื่อนย้ายจากวิหารมาลงแพริมแม่น้ำล่องมาถึงกรุงเทพฯ
วันนี้ พุทธรูปอันรามอยู่ในวัดสุทัศน์ พระเนื้อทองคำน้ำ 7 สองขา น้ำหนักกว่า 5 พันตัน อยู่ในวิหารใหญ่โตโอฬาร วัดไตรมิตร วิหารยังไม่เสร็จ จะแวะไปไหว้เหมือนที่เคยไปตั้งแต่สมัยอายุ 13
ก็ต้องรอ...อีกสักพัก
บทเรียนจากสุโขทัย สอนว่าจะเที่ยวให้สนุกต้องมีความรู้ อ่านหนังสือ บางบ้านบางเมือง คุณอาณัติ อนันตภาค ค้นคว้ามาเล่าว่า บางกอกเมืองเก่าของเรานี้ เดิมทีเป็นบ้านเรือนของพ่อค้ามลายู
เอกสารเปอร์เซีย เขียนว่า มีบ้าน (เมือง) ของพ่อค้าชาวตุรกี
เข้าบทเรียนนี้แล้ว ต้องหลับตาเปลี่ยนภาพบางกอก...ย้อนอดีตไปก่อนสมัยพระไชยราชา ขุดคลองลัดระหว่างปากคลองบางกอกน้อย ไปถึงปากคลองบางกอกใหญ่ จนทำให้คลองลัดกลายเป็นแม่น้ำใหญ่
ขณะที่ลำแม่น้ำเจ้าพระยาสายเดิม ที่คดเคี้ยวเป็นรูปเกือกม้า... ค่อยๆลดขนาดเล็กลงๆ จนกลายเป็นลำคลองไปในสมัยนี้
บ้านเมืองละแวกริมแม่น้ำเดิม ที่ปรากฏในกำสรวลศรีปราชญ์ ตั้งแต่บางเชือกหนัง (บางฉนัง) บางระมาด บางจาก และบางนางนอง...ถือว่าเป็นบ้านเมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด กว่าบ้านเมืองใด
จะเก่าแค่ไหน...อย่างน้อยก็ก่อนรัชกาลพระไชยราชา กษัตริย์อยุธยา (พ.ศ.2077-2089) ที่ฝรั่งโปรตุเกส เริ่มเข้ามาค้าขายกับไทย...ก็แล้วกัน
ส่วนชื่อเมืองบางกอกนั้น...เดิมเชื่อกันว่า ได้ชื่อมาจากป่ามะกอก บางท่านก็ว่า เมื่อพ่อค้าเดินเรือมาแล่นคดเคี้ยวอยู่ในแม่น้ำรูปเกือกม้า กลิ่นอายทำท่าจะเหมือนเกาะ ก็เรียกว่าบางเกาะ
บาทหลวงฝรั่งก็ว่า พื้นที่ระหว่างแม่น้ำคดเคี้ยวตอนนี้ เดิมทีเป็นบึง น้ำบ่าพาตะกอนบึงตื้นเขินเป็นดิน เรียกกันว่า บึงกอก ซึ่งแปลว่าน้ำกลายเป็นดิน
ข้อสันนิษฐานสุดท้าย ได้จากคำพ่อค้ามลายูว่า benkok ซึ่งแปลว่า คดโค้ง เรียกพื้นที่ที่ต้องเดินเรืออ้อมไปไกล
ข้อสันนิษฐานนี้ ไปเข้ากับชื่อบางลำพู...นักภาษาศาสตร์ บอกว่า มาจากคำมลายู สุไหง-ลำพู สุไหง แปลว่าแม่น้ำ ลำพู แปลว่ากระโจมไฟ หรือตะเกียง หรือแสงสว่างนำทาง
และแสงที่ว่า ก็ไม่ได้มาจากตะเกียงหรือกระโจมไฟ...แต่มาจากตัวหิ่งห้อยที่เกาะอยู่ในป่าลำพู ชุมนุมชนที่ขึ้นชื่อว่า บาง เป็นย่านการค้าท่าเรือมาแต่โบราณ เรือมาถึงย่านที่เห็นแสงหิ่งห้อย ก็เหหัวเรือเข้าหา
เป็นอันพอประมาณการว่า ชื่อลำพู ได้มาจากคำมลายู ที่แปลว่า ตะเกียง
หลายปีมานี่ มีคนไปดูหิ่งห้อยแถวอัมพวากันมาก ผมเพิ่งแวะไปคืนเดือนหงาย ไม่เห็นแสงหิ่งห้อย ต้องใช้จินตนาการช่วย ถ้าไม่มีแรงไปถึงอัมพวา ผมว่าไปนั่งจินตนาการเอาแถวๆบางลำพู ก็คงได้
ดูเค้าจากชื่อภาษามลายูแล้ว บางลำพูคงเป็นบ้านเก่า รุ่นราวคราวเดียว กับบางเชือกหนัง บางระมาด บางจาก บางนางนอง... ทีเดียว
ผมปูพื้นเรื่องบ้านเก่าเมืองบางกอกให้แค่นี้ ที่เหลือไปดู แล้วเรียนรู้แตกหน่อต่อยอดกันเอง.
กิเลน ประลองเชิง





















