เมื่อไม่กี่วันก่อน "สถาบันวิจัยเพื่อสันติระหว่างประเทศแห่งสตอกโฮล์ม (SIPRI)" ศูนย์วิจัยอิสระในกรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน เผยแพร่รายงานการซื้อขายและส่งมอบ "อาวุธยุทธภัณฑ์" ทั่วโลก ซึ่งก็ทำให้ ทราบได้ว่าชาติไหนเป็นเจ้ายุทธภพด้านการขายอาวุธและชาติไหนซื้ออะไรกันบ้าง
รายงานข้างตนพบว่ายอดการซื้อขาย-ส่งมอบอาวุธทั่วโลกเพิ่มขึ้น 22% ระหว่างปี 2548-52 เทียบกับสถิติเมื่อ 5 ปีก่อน โดยภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นผู้รับรายใหญ่ที่สุดคิดเป็น 41% ของทั้งหมด
โดย สหรัฐฯ ยังครองแชมป์ชาติผู้ค้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าการซื้อขายคิดเป็น 30% ของยอดการส่งออกอาวุธทั่วโลก รัสเซีย รั้งอันดับ 2
จีน กับ อินเดีย 2 ชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่แห่งเอเชีย เป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ ที่สุดในโลก
ขณะที่ สิงคโปร์ และ แอลจีเรีย ติดท็อป 10 โผชาตินำเข้าอาวุธรายใหญ่เป็นครั้งแรก
รายงานของ SIPRI ยังพบด้วยว่า อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และ มาเลเซีย สั่งซื้ออาวุธมาเสริมเขี้ยวเล็บเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสูงผิดหูผิดตา โดยมี เวียดนาม เป็นชาติอาเซียนล่าสุดที่สั่งซื้อเครื่องบินรบและเรือดำน้ำเมื่อปีที่แล้ว
ยอดการส่งออกอาวุธยุทธภัณฑ์ช่วงปี 2548-52 มีเครื่องบินรบอยู่ 27% รวมทั้งเครื่องบินรบที่สหรัฐฯส่งมอบให้ลูกค้าชาติต่างๆ ทั้งรุ่น เอฟ-16 รวม 72 ลำ ให้ยูเออี อิสราเอล 52 ลำ และส่งมอบรุ่น เอฟ-15 จำนวน 40 ลำ ให้เกาหลีใต้
ส่วนรัสเซียส่งมอบเครื่องบินรบรุ่น"ซูคอย" (Sukhoi) ให้อินเดีย 82 ลำ แอลจีเรีย 28 ลำ และมาเลเซีย 18 ลำ ส่วนในปีนี้กำลังยื้อแย่งเค้กคำสั่งซื้อเครื่องบินรบ 126 ลำจากอินเดียกับซัพพลายเออร์ของสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ
สำหรับฐานข้อมูลของ SIPRI รวมเอาเฉพาะการส่งมอบอาวุธยุทธภัณฑ์ขนาดใหญ่ อย่างอากาศยาน ยานยนต์หุ้มเกราะ ปืนใหญ่ เครื่องตรวจจับ (เซ็นเซอร์) ขีปนาวุธ เรือรบ และระบบป้องกันทางอากาศ แต่จะไม่รวมเอารถบรรทุกด้านการทหาร อาวุธขนาดเล็ก ลูกกระสุน และอาวุธเบาส่วนใหญ่
ข้อมูลส่วนนี้แสดงให้เห็นว่าอาวุธยุทธภัณฑ์ยังเป็นสินค้าขายดีที่แต่ละชาติต้องการอยากมีเก็บไว้ ส่วนกลุ่มชาติยักษ์ใหญ่ร่ำรวยก็แข่งกันซื้อแข่งกันสะสม จนมองไม่ออกเลยว่าต้องการความอุ่นใจหรือเสริมบารมีกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือ ชาติผู้ผลิตอาวุธ รวย! พุงปลิ้น.
เกรียงศักดิ์ จุนโนนยาง




















