บริการข่าวไทยรัฐ

ส่งเสียงข้ามฝั่งโขง

ขณะที่สื่อทั่วโลกรายงานข่าวการประชุมความร่วมมือเอเชีย-ยุโรป (ASEM) ซึ่งจัดขึ้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 5 พ.ย. โดยมีเหล่าผู้นำรัฐบาลและประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศจากทั้ง 2 ทวีปเข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่เครือข่ายชาวบ้านราว 300 คน ซึ่งอยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมตัวกันที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ตรงข้ามกับเวียงจันทน์ เพื่อทำพิธีบวงสรวงแม่น้ำโขง และเรียกร้องให้ผู้นำนานาชาติที่เข้าร่วมประชุมอาเซมตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว

เหตุผลของเครือข่ายชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลลาวยกเลิกคำสั่งชะลอการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีไปเมื่อเดือน ก.ค. ทั้งที่โครงการนี้ยังไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย สปป.ลาว, ไทย, เวียดนาม และกัมพูชา

เนื่องจากเขื่อนไซยะบุรีถือเป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งแรกที่จะสร้างขึ้นบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง และรายงานของกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ระบุชัดเจนว่า การสร้างเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งอุดมไปด้วยปลาหลากหลายสายพันธุ์อย่างแน่นอน

แม้กลุ่มทุนผู้ได้รับสัมปทานก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีและรัฐบาลลาวจะปรับเปลี่ยนแบบเขื่อนจากระบบกั้นน้ำเป็นระบบน้ำไหลแทน พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่การเดินหน้าก่อสร้างเขื่อนโดยไม่รอมติของคณะกรรมาธิการลุ่มแม่น้ำโขง (MRC) ซึ่งเป็นตัวแทนความร่วมมือระหว่างประเทศซึ่งมีพันธกิจต่อลุ่มแม่น้ำโขงโดยตรง...ส่งผลให้เกิดความสงสัยในความจริงใจของกลุ่มทุนไทยและรัฐบาลลาวว่าใส่ใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแม่น้ำโขงในระยะยาว รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยลุ่มแม่น้ำโขงเป็นแหล่งหาเลี้ยงชีพจริงหรือไม่?

แน่นอนว่า ความเคลื่อนไหวของเครือข่ายชาวบ้านอาจไม่เป็นข่าวใหญ่เท่าความเคลื่อนไหวของเหล่าผู้นำอาเซม แต่หากวัตถุประสงค์ของการประชุมที่มุ่งเน้น “ความร่วมมือ” ระหว่างประเทศ เพิกเฉยต่อเสียงของประชาชนกลุ่มน้อยเสียเอง ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว การคัดค้านของชาวบ้านไม่ได้หมายถึงการต่อต้านการพัฒนาหรือความเจริญ

แต่เป็นการตั้งคำถามถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำของภูมิภาค มิใช่สมบัติของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น.

ตติกานต์ เดชชพงศ