ข่าว

วิดีโอ

ไทยทำ FTA กับประเทศอะไรไปแล้วบ้าง?

รศ.จรินทร์ เจริญศรีวัฒนกุล คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รามคำแหง เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “เศรษฐกิจรัสเซียหลังการล่มสลายของคอมมิวนิสต์และโอกาสการค้าและการลงทุน” รับใช้บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ห้องประชุมชั้น 8 อาคารใหม่คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รามคำแหง หัวหมาก กรุงเทพฯ ศุกร์วันนี้ เวลา 10.00-11.00 น.

มีคำถามเรื่องความตกลงการค้าเสรี FTA ของไทย ว่าขณะนี้มีประเทศไหนที่เราลงนามและมีผลบังคับใช้ไปแล้ว เพื่อสังคมไทยจะได้ประโยชน์จากเอฟทีเออย่างเต็มที่

อันแรกเลย เป็นเอฟทีเอระหว่างไทยกับออสเตรเลียที่เรียกว่า TAFTA ที่มีผลบังคับไปแล้วเมื่อ 1 มกราคม 2548 ผมจะไม่รับใช้ในรายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง เปิดฟ้าส่องโลกต้องการสื่อแต่ เพียงว่ามีเอฟทีเอระหว่างไทยกะใครบ้างเท่านั้น ที่สมบูรณ์แล้ว

อันที่สองคือ CEP ซึ่งก็คือความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่าง ไทยกับนิวซีแลนด์ TNZCEP มีผลบังคับเมื่อ 1 กรกฎาคม 2548

JTEPA เป็นความตกลงทางด้านนี้ที่ไทยไปลงนามกับญี่ปุ่น มีผลบังคับเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2550 มีคนไทยไม่มากนะครับที่ทราบว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา สินค้าไทยที่ส่งไปญี่ปุ่นนั้น ได้รับยกเว้นภาษีมากถึงร้อยละ 86 ของรายการค้าทั้งหมด ขณะที่เรายกเว้นภาษีให้ญี่ปุ่นเพียงร้อยละ 31 ของรายการสินค้าทั้งหมด อีกสี่ปีข้างหน้า ผมหมายถึง พ.ศ.2560 ทั้งไทยและญี่ปุ่นจะต้องยกเว้นภาษีกว่าร้อยละ 90 ของรายการค้าทั้งหมด อันนี้เป็นประโยชน์มากนะครับ หน้าที่ของ พ่อค้าแม่ขาย ก็ต้องไปดูว่าสินค้าใดบ้างที่ไทยสามารถส่งไปขายในญี่ปุ่น โดยไม่เสียภาษี JTEPA ทำให้สินค้าไทยได้เปรียบในตลาดญี่ปุ่นครับ

อินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรเกินหนึ่งพันล้านคน เศรษฐกิจก็กำลังโตแบบพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้ โชคดีที่มี ITFTA ซึ่งก็คือ เอฟทีเอไทยกับอินเดีย ลงนามกันไปเมื่อ 9 ตุลาคม 2546 โดยตกลง รายการสินค้าเร่งลดภาษีในเบื้องต้น 82 รายการ ตั้งแต่ 1 กันยายน 2547 และลดภาษีลงเหลือร้อยละศูนย์เมื่อ 1 กันยายน 2549 สินค้าส่วนที่เหลือก็กำลังอยู่ในระหว่างเจรจากันเพื่อให้มีการเปิดเสรีกันต่อไป ตอนนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้มีการเปิดเสรีทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุนอยู่ครับ

อีกประเทศหนึ่งซึ่งใช้ Early Harvest Scheme ผมหมายถึงเป็นโครงการรายการสินค้าเร่งลดภาษีในเบื้องต้น แบบเดียวกับที่เราใช้กะอินเดีย ก็คือ ACFTA เป็นความตกลงการค้าเสรี ระหว่างอาเซียนกับจีน ลงนามเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2547 โดยเริ่ม จากการลดภาษีสินค้าผักและผลไม้ระหว่างไทยกับจีน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2546 และตั้งแต่มกราคม 2553 ไทยและจีนได้ยกเลิก ภาษีให้กลุ่มสินค้าทั่วไปมากกว่าร้อยละเก้าสิบของการค้าทั้งหมด

AKFTA คือความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับเกาหลีใต้ รัฐสภาเกาหลีให้ความเห็นชอบพิธีสารว่าด้วยการเข้าเป็นภาคีของไทย ในความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าและพิธีสารฯ ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2552 โดยได้ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี ทั้งเรื่องการค้าสินค้าและการค้าบริการให้แก่ไทยแล้วเมื่อ 1 มกราคม 2553 ตั้งแต่ พ.ศ.2553 เกาหลียกเว้นภาษีให้ไทยร้อยละ 90 ของรายการสินค้าทั้งหมด ขณะที่ไทยยกเว้นภาษีให้เกาหลีร้อยละ 83 และจะทยอยลดจนถึงร้อยละ 90 ของรายการสินค้าใน พ.ศ. 2561

AJCEP ก็คือ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียนญี่ปุ่น ที่ไทยได้ลงนามไปแล้วเมื่อ 11 เมษายน 2551 และมีผลบังคับเมื่อ 1 มิถุนายน 2552 คราวนี้ผู้อ่านท่านจะเห็นว่ามีสองเอฟทีเอแล้วครับที่มีการยกเว้นภาษีให้แก่กันคือ AJCEP (อาเซียน-ญี่ปุ่น) และ JTEPA (ไทย-จีน-ญี่ปุ่น) ต้องขอเรียนว่า AJCEP เป็นส่วนเสริมกับ JTEPA โดยฝ่ายญี่ปุ่นยกเว้นภาษีให้ไทยร้อยละ 96 ของรายการสินค้าทั้งหมด ขณะที่ไทยยกเว้นภาษีให้ญี่ปุ่นร้อยละ 31 แต่ยังไงก็ตามพอเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปถึง พ.ศ.2561 ไทยกับญี่ปุ่นจะต้องยกเว้นภาษีระหว่างกันประมาณร้อยละ 90 ของรายการสินค้าทั้งหมด

เกือบลืมอีกอันหนึ่งครับ AANZFTA อันนี้เป็นความตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ลงนาม เมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2552 และมีผลบังคับใช้เมื่อ 1 มกราคม 2553 เฉพาะประเทศที่มีความพร้อมเท่านั้นนะครับ ก็พวกออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ บรูไน มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ส่วนประเทศไทยเราได้แจ้งความพร้อมในการบังคับใช้ความตกลงฯ ต่อประเทศภาคีไปแล้วเมื่อ 11 มกราคม 2553 ทำให้ความ ตกลงฯ มีผลบังคับกับไทยตั้งแต่ 12 มีนาคม 2553.


คุณนิติ นวรัตน์

9 ม.ค. 2556 18:23 24 ม.ค. 2556 07:59 ไทยรัฐ