นายธงชัย กิติคุณานนท์ ผอ.สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เชิญ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูด “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่” รับใช้ข้าราชการผู้บริหารงานที่สถาบันฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ศุกร์วันนี้ 13.00-16.00 น.
ผศ.ดร.อารี หลวงนา คณบดีคณะครุศาสตร์ ชวน ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ พูด “การศึกษาไทยก้าวไกลสู่อาเซียน” ที่ห้องประชุมพิมานทิพย์ ชั้น 7 อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มรภ. อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี อาทิตย์มะรืนนี้ 09.00-11.00 น.
ย้อนหลังกลับไปสมัยเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อพลตำรวจเอก ดร.ชาญวุฒิ วัชรพุกก์ และพลตำรวจโทชาติชาย ฉายอรุณ เรียกร้อยตำรวจโทนิติภูมิ นวรัตน์ ไปถามว่า ถ้ากรมตำรวจจะส่งเสริมให้ไปเรียนต่อชั้นปริญญาเอกด้วยทุน ก.พ. ประเภท 2 ผู้หมวดนิติภูมิจะเลือกไปเรียนต่อในประเทศไหน ร้อยตำรวจโทนิติภูมิตอบว่า “สหภาพโซเวียต” เมื่อทั้งสองท่านถามถึงเหตุผล ก็ได้รับคำตอบว่า “ผมอยากเป็นสินค้าที่แตกต่างจากนายตำรวจคนอื่นครับ”
การสร้างความต่างให้ตัวเองไม่ได้ ทำให้ผู้คนจำนวนมากล้มเหลว เช้านี้ก่อนที่ผมจะแตะนิ้วไปบนแป้นคอมพิวเตอร์ มีข่าวล่ามาเร็วจากเดอะวอลสตรีทเจอร์นัลว่า มีบริษัทใหญ่ในญี่ปุ่นแย่ไปอีกแล้ว 3 แห่ง โซนี่ ชาร์ป และพานาโซนิค
ปีนี้พานาโซนิคขาดทุน 10,218 ล้านดอลลาร์ (3 แสนล้านบาท) ชาร์ป 3,799 ล้านดอลลาร์ (1.13 แสนล้านบาท) และโซนี่ 2,882 ล้านดอลลาร์ (8.6 หมื่นล้านบาท)
หลายคนไปโทษเรื่องเงินเยนแข็ง แผ่นดินไหว สึนามิ น้ำท่วมในไทย ฯลฯ ที่เขียนมาก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาของแท้ของบริษัทพวกนี้ก็คือ การผลิตแต่สินค้าแบบเดิมๆ ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างจากสินค้าของประเทศอื่นที่ต้นทุนการผลิตถูกกว่าได้ เขียนให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ บริษัทพวกนี้กินบุญเก่า ไม่ทุ่มเทเรื่องการวิจัยและพัฒนา ไม่เหมือนกับบริษัทของจีนและเกาหลีใต้ ที่ในระยะแรกใช้วิธีการลอกเลียน ลอกมาแล้วก็มาทุ่มทุนวิจัยต่อยอดเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
เรื่องกินบุญเก่า ไม่สร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ เป็นปัญหาที่ประเทศในทวีปยุโรปกำลังเจออยู่ในปัจจุบันทุกวันนี้เหมือนกับที่เจอในญี่ปุ่น ผู้อ่านท่านก็คงจะทราบว่ากรีซ โปรตุเกส สเปน อิตาลี อดีตประเทศมหาอำนาจพวกนี้ไปไม่รอด มีคนเอารายการที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในประเทศพวกนี้มาดู ก็พบว่าคนกรีกและคนโปรตุเกส 1 ล้านคน มีการยื่นขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของสิทธิบัตรเพียง 8 รายการ ของสาธารณรัฐเช็กยังดีกว่า ที่ประชากร 1 ล้าน มีการไปขอจดทะเบียนเป็นเจ้าของสิทธิบัตร 16 รายการ ไอร์แลนด์ 122 รายการ
ที่ยังพอขายสินค้าของตัวเองได้ก็เห็นจะเป็นเยอรมนี พอไปค้นตัวเลขดูก็พบว่าประชากรเยอรมัน 1 ล้าน มีคนไปขอจดสิทธิบัตรมากถึง 335 รายการ
เมื่อไปตามดูเม็ดเงินที่ประเทศพวกนี้โยนลงไปในการวิจัยและพัฒนาเพื่อค้นคว้าสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ กรีซที่เป็นประเทศจะเจ๊งมิเจ๊งแหล่อยู่ในขณะนี้ มีเม็ดเงินทางด้านนี้เพียง 0.6% ของจีดีพี เป็นเงินจำนวนน้อยอย่างนี้มาตั้งแต่ พ.ศ.2542 โน่น น้อยมาก โปรตุเกสที่แย่เหมือนกันก็ลงทุนทางด้านนี้น้อยมากเพียง 1.66% ของจีดีพี
หลายคนสงสัยว่าอะไรทำให้สเปนและอิตาลีที่เคยเป็นประเทศรุ่งเรืองจึงย่ำแย่ พอไปดูตัวเลขก็จึงถึงบางอ้อ เพราะทั้งสองประเทศนี่มีเงินลงไปในการวิจัยและพัฒนาน้อยมาก น้อยกว่าโปรตุเกสซะอีก ตามหลังไอร์แลนด์ซะด้วยซ้ำ จึงไม่มีอะไรใหม่ๆเอาไปจดสิทธิบัตร สร้างเป็นสินค้ามาขายให้ชาวโลก จากประชากร 1 ล้านคน อิตาลีมีการยื่นขอจดสิทธิบัตรเพียง 67 รายการ สเปนน้อยกว่านั้น มีเพียง 31 รายการ
มองเห็นความเป็นไปของประเทศที่ล้มเหลวเหล่านี้แล้ว ก็อยากจะให้รัฐบาลไทยทุ่มทุนทางด้านนี้ให้มากขึ้น
ต้องยอมรับนะครับว่า ที่เรารุ่งเรืองเป็นชาติพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้มาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะเรากินบุญเก่า กินองค์ความรู้เก่าๆ ที่บรรพบุรุษของเราสะสมสร้างไว้ให้ตั้งแต่ในอดีต.
คุณนิติ นวรัตน์




















