ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่า เมืองมหาเศรษฐีน้ำมันสุดไฮเทค ที่ขยันผุดสิ่งก่อสร้างระดับเมกะโปรเจกต์ออกมานับไม่ถ้วน อย่างเช่น "ดูไบ" จะอ่วมอรทัยเพราะพิษเศรษฐกิจเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆทั่วโลก โดยขณะนี้แบกหนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ก็เพราะแรงทะยานอยากของประมุขดูไบ ชีคมูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มาคทูม พระชนม์ย่าง 62 พรรษา ซึ่งทรงฝันว่าอยากสร้างรัฐแห่งนี้ให้เป็นมหานครโลก เทียบชั้นกับนิวยอร์ก และลอนดอน จึงผลักไสให้ดูไบกลายเป็นหนี้หัวโตเข้าขั้นวิกฤติ ต้องวิ่งโร่ไปขอความช่วยเหลือจากรัฐคู่แข่ง "อาบูดาบี" เพื่อกอบกู้สถานภาพเป็นการด่วนจี๋
เสถียรภาพทางการเงินที่สั่นคลอนของดูไบ เริ่มส่อเค้าให้เห็นเมื่อมีการประกาศชะลอการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่อาคารสูงระฟ้าใหม่ๆที่เพิ่งสร้างเสร็จกลายเป็นตึกร้างไร้ผู้คน เช่นเดียวกับห้างฯปลอดภาษีก็เงียบเหงาวังเวงจนหน้าตกใจ
ถึงแม้นักวิจารณ์หลายสำนักจะฟันธงว่า การตัดสินใจลงทุนเกินตัวของประมุขดูไบ คือตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์หนี้ครั้งมโหฬาร กระนั้น "ชีค มูฮัมหมัด" กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทรงยืนยัน ว่า "ข้าพเจ้ามั่นใจว่า ไม่ได้ตัดสินใจผิดพลาด นโยบายต่างๆที่วางไว้ยัง คงดำเนินไปตามกรอบเดิม เพียงแต่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนขึ้นนิดหน่อย เพราะผลกระทบจากวิกฤติการ เงิน"
นักวิชาการท้องถิ่นตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ ระดับประมุขดูไบแล้ว ไม่มีทางรับสั่งคำว่า "ระมัดระวัง" เด็ดขาด!! เพราะโดยนิสัยส่วนตัวทรงเป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ไกล หยิ่งผยองในตนเอง ล้นเหลือไปด้วยความมั่นใจ กล้าได้กล้าเสีย และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ความทะเยอทะยานของ "ชีคมูฮัมหมัด" ถูกถ่ายทอดไว้ในหนังสือ "My Vision" เมื่อครั้งที่องค์รัชทายาทดูไบเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นประมุขรัฐดูไบ ในปี 1996 หลังการสิ้นพระชนม์ของพระเชษฐา โดยประมุของค์ใหม่ "ชีคมูฮัมหมัด" แสดงวิสัยทัศน์ว่า "ข้าพเจ้าอยากเห็นดูไบเป็นมหานครอันดับหนึ่งของโลก ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และบริการ"
โปรเจกต์ที่สร้างชื่อ แต่ก่อหนี้มหาศาลให้ประมุขดูไบ ก็มีอาทิ การสร้างโรงแรมหรูที่สูงที่สุดในโลก "เบิร์จอัลอาหรับ" รูปทรงเหมือนเรือใบของชาวอาหรับ การทุ่มทุนสร้าง "เบิร์จดูไบ" อาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งเสร็จเมื่อไม่นานนี้ รวมถึงการถมทะเลสร้างหมู่เกาะรูปต้นปาล์ม เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและรีสอร์ต ระดับไฮคลาส ของมหาเศรษฐีทั่วโลก แต่ละโปรเจกต์ล้วนเป็นที่กล่าวขวัญในเรื่องความเวอร์ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างเกินจินตนาการ
ถึงแม้รัฐดูไบจะติดตัวแดงเพียบและมีแนวโน้มต้องล้มเลิกรูปแบบเศรษฐกิจหรูหราฟู่ฟ่า ทว่า "ชีคมูฮัมหมัด" กลับรวยน้อยลงไม่
เท่าไหร่ ทรงได้รับการจัดอันดับให้เป็นพระราชวงศ์ที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกในปีนี้ โดยมีสินทรัพย์ในครอบครองอยู่ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับปีที่แล้วที่รวยเป็นอันดับ 5 ของโลก มีตัวเลขความมั่งคั่ง 28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากการลงทุนกับโครงการเมกะโปรเจกต์ในประเทศแล้ว "ชีคมูฮัมหมัด" ยังโปรดกีฬาขี่ม้าแบบผู้ดีอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจ ทรงทุ่มทุนกว้านซื้อกิจการฟาร์มเลี้ยงม้าชื่อเสียงเก่าแก่หลายแห่งในอังกฤษ อเมริกา และออสเตรเลีย พร้อมกับทรงริเริ่มรายการแข่งขันกีฬาขี่ม้าใหญ่ ที่สุดในโลก "ดูไบ เวิลด์ คัพ" สร้างรายได้เข้ากระเป๋ามาอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งแพชชั่นสำคัญของประมุขดูไบคือ การได้เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลดังๆของยุโรป ทรงพยายามเจรจาขอซื้อมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสโมสรลิเวอร์พูล, เอซี มิลาน หรือนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทว่ายังไม่สมหวังสักที
ยังไงซะ ก็ช่วยปลดหนี้ปลดสินให้ชาวดูไบก่อน แล้วค่อยสร้างฝันต่อนะเพคะ!!
มิสแซฟไฟร์




















