ใครที่เป็นแฟนๆรายการ American Idol หรือมีโอกาสติดตามรายการ Britain's Got Talent ที่ "ป้าซูซาน บอยล์" แจ้งเกิดจนมีแฟนๆอยู่ทั่วโลก คงจะคุ้นชินกับฝีปากของ ไซมอน ฟิลลิป โคเวลล์ คอมเมนเตเตอร์ปากจัดที่สุดในพิภพ ซึ่งสร้างชื่อเสียงจนโด่งดังจากความปากร้าย ด่าเก่ง ช่างประชดประชัน และพูดตรงพูดแรงกระแทกใจคนฟัง
ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ ความแรงของ "ไซมอน" เป็นที่กล่าวขวัญอีกครั้ง จากการโชว์ฝีปากเชือดเฉือนในรายการดังของตัวเอง The X Factor 2009 เพื่อค้นหานักร้องขวัญใจชาวอังกฤษ ถือเป็นซีรีส์ที่อื้อฉาว และชุลมุนวุ่นวายที่สุด ถึงกับมีการเกณฑ์จิตแพทย์มาบำบัดอาการจิตตก และสติแตกของเหล่าผู้เข้าแข่งขัน 12 คนสุดท้ายอยู่เป็นระยะๆ
โดยเฉพาะวีกที่ผ่านมา ซึ่งเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว ตัดจนเหลือผู้ ประกวดแค่ 6 คน กลับกลายเป็นว่าตัวเจ้าของรายการต้องตกเป็นเป้า วิจารณ์บ้าง เพราะแฟนๆทางบ้านผิดหวังอย่างแรง ที่ตัวเก็งคนสำคัญ "ลูซี โจนส์" สาวน้อยเสียงสวย และรูปร่างหน้าตาดี ต้องตกรอบไปอย่างผิดคาด โดยแพ้คะแนนโหวตคู่แฝดนรก "เจด กับเอ็ดเวิร์ด กริมส์" ที่ร้องเพลงไม่เอาอ่าว แต่ลีลาหน่อมแน้มโดนใจวัยรุ่น
ผอ.สถานีโทรทัศน์ ITV ยอมรับว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา มีคนโทร.มาด่า "ไซมอน" เป็นร้อยเป็นพันคน แถมขู่ว่าจะเลิกดูรายการเด็ดขาด เพราะไม่พอใจที่คอมเมนเตเตอร์ปาก กล้าเลือกอุ้มคู่แฝดจอมซ่าส์ ที่ตัวเองเคยด่าว่าเป็นฝันร้ายโคตรๆ แทนที่จะเข้าข้างนักร้องหญิงเสียงดี ซึ่งชมนักชมหนาว่ามีพรสวรรค์
เจอเข้าอย่างนี้ ระดับนักวิจารณ์ขั้นเทพอย่าง "ไซมอน" ก็มีเซบ้าง แต่ไม่ลดดีกรีความแรง โดยเขายืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า พวกเราต้อง ยอมรับการตัดสินใจของผู้ชมกว่า 1.6 ล้านคนทั่วประเทศ สาบานได้ ว่าผมไม่เคยรู้ผลโหวตอะไรล่วงหน้า และไม่มีทางเดาถูกว่าใครจะเข้ารอบ พูดจริงๆก็เหอะ ถึงแม้คู่แฝดเจดเวิร์ดจะร้องเพลงไม่เก่ง แต่พวกเขาเป็นนักเอนเตอร์เทนตัวยง ก็ไม่แปลกที่จะมีแฟนๆทุ่มโหวตให้มหาศาล
ว่ากันว่าความปากจัดของ "ไซมอน โคเวลล์" เริ่มฉายแววให้เห็นตั้งแต่ตอน 4 ขวบ เมื่อหนูน้อยไซมอนวิจารณ์แม่ตัวเอง ที่ใส่หมวกขนปุกปุยสีขาวเดินเข้ามากอดลูกชายว่า "วันนี้มามี้ดูเหมือนหมาพูเดิ้ลเลย!!" พูดจบก็วิ่งปรื๋อออกไป ทำเอาคุณนายจูลีเสียเซลฟ์ไปครึ่งวัน
ชีวิตวัยเด็กของ "ไซมอน" เติบโตมาแบบคุณหนูผู้ดีอังกฤษ ไม่ได้ปากกัดตีนถีบแม้แต่น้อย โดยคุณพ่อเป็นผู้บริหารใหญ่ค่ายเพลง EMI และนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ส่วนแม่เคยเป็นดาวสังคม และนักบัลเลต์ชื่อดัง เขามีความเป็นขบถตั้งแต่เด็ก ได้ตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน ทั้งๆที่ไม่จบมัธยม เพราะไม่เชื่อในระบบการศึกษา
หลังจากรับจ๊อบสะเปะสะปะ เขาเริ่มเข้าสู่วงการเพลงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็ด้วยเส้นสายของบิดา ที่ฝากให้เข้าทำงานในค่ายเพลง EMI โดยเริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยแผนกค้นหาศิลปินหน้าใหม่ และพัฒนาศักยภาพศิลปิน จากนั้นจึงค่อยๆไต่เต้าจนได้รับการโปรโมตเป็นโปรดิวเซอร์เพลง
กระนั้น ด้วยความใฝ่ฝันอยากเป็นเถ้าแก่ "ไซมอน" ตัดสินใจลาออกจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เพื่อออกมาเปิดค่ายเพลงอิสระเป็นของตัวเอง แต่โชคร้ายที่ขาดทุนไม่เป็นท่าถึง 2 ครั้ง 2 คราว โดยครั้งหลังถึงกลับล้มละลายติดหนี้หัวโต และต้องซมซานกลับไปซบอกพ่อแม่ เพื่อเลียแผลใจ
อย่างไรก็ดี เพราะรักในเสียงเพลงจริงจัง เมื่อรวบรวมเงินทุนและความมั่นใจกลับคืนมาอีกครั้ง "ไซมอน" ได้ลุกขึ้นก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองจนสำเร็จ เมื่อปี 2002 ใช้ชื่อว่า Syco Records ภายหลังได้เข้าไปอยู่ในสังกัดโคลัมเบีย เรคคอร์ดส์ และโซนี่ บีเอ็มจี สร้างศิลปินดังๆประดับวงการมากมาย
สำหรับบทบาทนักวิจารณ์ปากร้าย เขาเพิ่งค้นพบตัวเองก็ตอนจับมือกับผู้จัดการวงสไปซ์ เกิร์ลส์ สร้างสรรค์รายการ Pop Idol เมื่อปี 2001 โดยเขารับหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ครั้งแรกในชีวิต ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเกินคาด ทำให้แจ้งเกิดในชั่วข้ามคืน และกลายเป็นเปาบุ้นจิ้นของวงการโทรทัศน์มาจนถึงปัจจุบัน.
"มิสแซฟไฟร์"




















