• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการข่าวไทยรัฐ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
  • สมัครสมาชิก(ฟรี)
  • เข้าสู่ระบบ
Thairath

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2555
ค้นหาข่าว
  • พระราชสำนัก

  • การเมือง

  • กีฬา

  • บันเทิง

  • ไลฟ์สไตล์

  • วิทยาการ

  • เศรษฐกิจ

  • การศึกษา

  • ต่างประเทศ

  • ภูมิภาค

  • Gallery
  • v
  • People
  • c
  • ทันโลก

  • มองเอเชีย

  • พิลึกโลก

  • รู้หรือไม่

  • โลกมองไทย

  • เลาะรั้วอาเซียน

  • Facebook
  • Twitter
  • คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว

สหรัฐฯช่วงชิงความได้เปรียบ เปิดแนวรบ โซเชียลเน็ตเวิร์ก

Pic_96883

ในเพลานี้คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักคำว่า "Social-Network" หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารในอินเตอร์เน็ตรูปแบบใหม่

เว็บไซต์ชนิดดังกล่าวมีมากมายนับไม่ถ้วน แต่ที่โด่งดังเป็นพลุแตกเห็นจะหนีไม่พ้นบล็อก (Blog) ทวิตเตอร์ (Twitter) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เฟซบุ๊ก (Facebook)" ที่มีผู้ใช้กว่า 500 ล้านคนทั่วโลก...หากนำจำนวนดังกล่าวมาคิดเป็นประชากรของประเทศ ก็จะถือว่าเฟซบุ๊กเป็นชาติ
ที่มีพลเมืองมากเป็นอันดับสามของโลกเลยทีเดียว

ประกอบกับรูปแบบของตัวเว็บไซต์ที่ทำให้คนมีความรู้สึกคล้ายกับการได้รับข่าวแบบ "ปากต่อปาก" ซึ่งในบางกรณีอาจดึงความสนใจได้มากกว่าข้อเท็จจริงเสียอีก

อย่างเวลาเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมืองหรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น เหตุความรุนแรงในการประท้วงที่อิหร่านเมื่อปีก่อน หรือในไทยที่ผ่านมาไม่นาน ข้อมูลที่สื่อมวลชนต่างชาติทั้งบีบีซี ซีเอ็นเอ็น หรืออัลจาซีรา นำมาเผยแพร่นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากเว็บเครือข่ายดังกล่าวทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่หลากหลายองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานรัฐพยายามใช้เครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์

เนื่องด้วย "ความน่าเชื่อถือ" ที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงทั่วโลกจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์เพื่อรองรับปรากฏการณ์นี้เช่นกัน หนึ่งในนั้นได้แก่ "กองทัพสหรัฐอเมริกา"

ระหว่างการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเว็บเครือข่ายสังคมกับกลุ่มนายทหารระดับสูงประจำศูนย์บัญชาการภาคพื้นแปซิฟิก (Pacific Command) หรือเพคอม (PACOM) ในเมืองโฮโนลูลู รัฐฮาวายนั้น หลายคนระบุว่ากองทัพแทบจะให้ความสำคัญอันดับต้นๆกับเรื่องนี้ เพราะสามารถนำมาขยายผลได้มากมาย

พันโทแดเนียล คิง รองผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์เพคอม สังกัดกองทัพบก เผยว่า เมื่อไม่นานมานี้สหรัฐฯได้ตั้งหน่วยงานสำหรับดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่ละศูนย์บัญชาการภาคพื้นทวีปก็จะมีทีมของตนเอง มีเป้าหมายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับประชาชนในภูมิภาคนั้นๆ เผยแพร่ข้อเท็จจริงรวมถึงการโปรโมตกิจกรรมต่างๆผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอื่นๆ...
ซึ่งขณะเดียวกันยังสามารถรับรู้ได้ว่าผู้คนคิดเช่นไรกับกองทัพ

"สถิติผู้เข้าชมและแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพคอมขณะนี้มีสูงถึง 60,000-100,000 รายต่อวัน โดย 55 เปอร์เซ็นต์เป็นพลเรือนหลากหลายเชื้อชาติทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลิปปินส์ อเมริกัน ฯลฯ อีก 45 เปอร์เซ็นต์เป็นเจ้าหน้าที่กองทัพประเทศต่างๆในภูมิภาค"

อย่างไรก็ตาม พันโทคิงยอมรับว่าถึงข่าวสารในเครือข่ายสังคมจะมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถนำมาทำเป็นผลสำรวจความคิดเห็นได้ ความเห็นในเว็บมีลักษณะเหมือน "ปรอท" เปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามอารมณ์ส่วนใหญ่ของคน

งานนี้ดูเผินๆเหมือนไม่มีอะไร แต่หากมองในด้านยุทธศาสตร์ช่วงชิงความได้เปรียบแล้ว ถือว่ากองทัพสหรัฐฯสอบผ่านเต็มๆ! เพราะสามารถใช้ช่องทางการสื่อสารในเว็บเครือข่ายสังคมทำสงครามข่าวสารกับต่างชาติได้ตลอดเวลา ด้วยการปลุกปั่นกระแสสร้างข่าวลือปล่อยข่าวลวง (ถ้ามองในแง่ลบ!) อีกทั้งยังสามารถใช้ในการเช็กเรตติ้งของตัวเอง ด้วยการตั้งหัวข้อสนทนาในลักษณะ "โยนก้อนหินถามทาง" ดูว่า ณ เวลานั้น...ลมพัดไปทางทิศใด

และดูเหมือนประเทศที่สหรัฐฯจับตาอย่าง "จีน" ก็จะคิดเช่นนั้น โดยคณะทำงานระดับมันสมองของรัฐบาลเผยแพร่รายงานประจำปีว่า "เครือข่ายสังคมอย่างเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ถูกชาติตะวันตกรวมถึงสหรัฐอเมริกา นำมาใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นกระแสล้มล้างระบอบการปกครอง เห็นได้จากเหตุการประท้วงในเขตปกครองตนเองซินเจียงเมื่อปีที่ผ่านมา "เฟซบุ๊ก" ถูกใช้เป็นจุดรวมพลของผู้บงการกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเหวยอู๋ร์ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องจับตาอย่างใกล้ชิดและใช้ความพยายามในการเข้าควบคุม เพื่อป้องกันอันตรายที่แอบแฝงอยู่"

แน่นอนว่ารายงานของประเทศคอมมิวนิสต์นั้น มักใช้ข้อความที่รุนแรงเกินจริง และมุ่งเน้นที่จะโจมตีบั่นทอนความน่าเชื่อถือฝ่ายตรงข้ามไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาบางส่วนมีความเป็นไปได้เช่นกัน?

วีรพจน์ อินทรพันธ์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย วีรพจน์ อินทรพันธ์
  • 18 กรกฎาคม 2553, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 36 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
7วันรอบโลก วีรพจน์ อินทรพันธ์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก สหรัฐฯ ได้เปรียบ เครือข่าย เผยแพร่ ข่าวสาร อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก Twitter Facebook
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ

คอลัมน์อื่น ๆ ใน 7 วันรอบโลก

ศึกชิงทรัพยากร...ที่ทะเลจีนใต้

ข่าวอื่นๆ ในต่างประเทศ

สลด!พระธรรมทูตไทยในUSA ถูกพระลูกวัดฆา...

'เฟอร์บี้' ของเล่นยอดฮิตปี 1998 จ่อกลับมา...

ธนาคารกลางผู้ดีเตรียมลดเป้าการเติบโตปีนี้...

  • หลักฐานใหม่ชี้! เผ่ามายาคำนวณวันเกินปี 20...
  • แม่ช็อก! ลูกชายฟื้นคืนชีพกลางงานศพ
  • 'หลิว เต๋อ หัว' ต้องไว้หนวด! ได้ลูกสาวใน...
  • จีนกระพือข่าวฮึ่มปินส์ลั่นพร้อมทำสงคราม
  • จัดอันดับคุณภาพการศึกษาขั้นสูงดีเลิศ 'สิงคโป...
  • ไฟปรารถนาหญิงสาว พลุ่งพล่าน 'วันเสาร์ 5...
  • คลิปจากกล้อง 'นาซา' เผยวัตถุลึกลับใกล้ดว...
  • เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
  • ชักธงรบ
  • เปิดฟ้าภาษาโลก
  • ส่องตำรวจ
  • เดลี่เว็บ
  • 4 สุดยอดพรีเมียร์ลีก
  • วิดีโออ๊อฟเดอะเดย์
  • หมายเหตุประเทศไทย
  • คาบลูกคาบดอก
  • เลขที่1 วิภาวดีฯ
  • ดวงดาวของท่าน
  • บทบรรณาธิการ
  • กล้าได้กล้าเสีย
  • มุมข้าราชการ
  • หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
  • ตะลุยฟุตบอลโลก
  • เทียบท่าหน้า 3
  • สกู๊ปหน้า 1

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By