advertisement

ของเล่นพื้นบ้านเอเชีย อนุรักษ์ไว้ก่อนสาบสูญ

โดย ซูม 9 ก.ย. 2555 05:00

ทีมงานซอกแซกได้รับเอกสารข่าวชิ้นหนึ่งจากสำนักงานยูเนสโกกรุงเทพฯ ว่าได้ร่วมมือกับสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม จัดงานนิทรรศการ “ส่งเสริมการละเล่นพื้นบ้านของภูมิภาคเอเชียอาคเนย์” ขึ้นที่มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจากยูเนสโกได้สนับสนุนให้มีการไปเก็บข้อมูล และสำรวจการละเล่นของเด็กๆ ท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ลาว กัมพูชา และไทย เมื่อไม่นานมานี้

ล้วนแต่เป็นการละเล่นที่เด็กๆในท้องถิ่น ของ 4 ประเทศที่ว่านี้นิยมเล่นกันมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย สืบมาถึงลูกๆหลานๆ จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้นๆไปแล้ว

ผลการเก็บข้อมูลเบื้องต้นของทีมงานวิจัยที่ยูเนสโกส่งไปยัง หลวงพระบาง ของลาว, พนมเปญ ของกัมพูชา, ปีนัง ของมาเลเซีย, ภาคเหนือ ของประเทศไทย และ กรุงเทพมหานคร พบว่ามีการละเล่นที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่ถึง 90 การละเล่น

บางการละเล่นก็มีลักษณะเฉพาะท้องถิ่น และเชื้อชาติหรือศาสนาของแต่ละประเทศเท่านั้น แต่บางการละเล่นก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันในหลายๆประเทศ  ซึ่งแสดงถึงการเผยแพร่ไปมาในระหว่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงในอดีต
ยูเนสโกแจ้งว่า ในงานนิทรรศการดังกล่าวจะนำการละเล่นต่างๆมาแสดงให้คุณครูและผู้สนใจได้ดูชมตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.จนถึง 16 ก.ย.

ในฐานะที่เคยเป็นเด็กต่างจังหวัด และเติบโตมากับของเล่นท้องถิ่น และยังจดจำความสนุกสนานของการละเล่นหลายอย่างได้เป็นอย่างดี...หัวหน้าทีมซอกแซกจึงรีบฝ่ารถติดไปที่มิวเซียมสยามโดยไม่ชักช้า

ความจริงก็ไปหลังวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม ตามที่เขาประกาศละครับ แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นยูเนสโกยังไม่ค่อยพร้อม ยังไม่มีอะไรให้ดูมากนัก

เมื่อถามเจ้าหน้าที่ของมิวเซียมสยามก็ได้รับคำตอบว่า การเปิดงานที่แท้จริงจะมีในวันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม อยากจะให้ลองไปดูใหม่อีกที

แต่จนแล้วจนรอดทีมงานก็ยังไม่มีโอกาสกลับไป เพราะหาคิวว่างไม่ค่อยได้บ้าง และพอว่างก็เจอปัญหาฝนตกหนักเข้าให้อีก มีอยู่วันหนึ่งขอรถโรงพิมพ์ไปแล้วต้องสั่งเลี้ยวกลับ เพราะเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่ถึงสะพานควายเลย

โชคดีที่ยูเนสโกเขารวบรวมข้อมูลของเล่นและการละเล่นที่สำรวจมาได้จาก 4 ประเทศข้างต้น เอาไว้ในเว็บไซต์ของยูเนสโกด้วย... ได้แก่ เว็บไซต์ www.unescobkk.org/culture/ich/childrengames

เมื่อคลิกเข้าไปดูก็จะพบการละเล่นต่างๆที่เขาสำรวจมาทั้ง 90 การละเล่น ซึ่งเขาแจ้งว่าคุณครูหรือผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดสื่อการเรียนรู้
ชุดนี้ไปใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

แต่จุดอ่อนก็มีอยู่อย่างคือ เป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ แม้จะเขียนด้วยภาษาง่ายๆ แต่ก็ยังอ่านเข้าใจยากอยู่นั่นเอง คุณครูโดยทั่วๆไปคงเหนื่อยพอสมควรในการทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระและรายละเอียดของการเล่น เพื่อนำไปสอนให้เด็กๆเล่นต่อ

จึงน่าจะมีการแปลเป็นภาษาไทยเอาไว้ด้วยอีกชุดหนึ่ง จะเป็นประโยชน์แก่คุณครู โดยเฉพาะในโรงเรียนต่างจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง

แม้แต่ของเล่นไทยๆเราเองพอเอาไปเขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบ “ทับศัพท์” เข้าแล้วก็งงๆและเดายากว่ามาจากอะไร

เช่น Ka Fug Khai ก็ต้องอ่านอยู่ถึง 3 ครั้ง จึงรู้ว่านี่คือ “กาฟักไข่” หรืออย่าง Peun Karnkhuay นี่ต้องอ่านถึง 5 ครั้ง ถึงร้องอ๋อว่า “ปืนก้านกล้วย” นั่นเอง

หรืออย่าง Ma Karn Kluay กว่าจะเดาว่าคือ ม้าก้านกล้วย ก็ต้องอ่านแล้วอ่านอีกเช่นกัน

รวมไปถึง Kradod Chuek ถ้าไม่อ่านคำบรรยายและดูรูปประกอบก็คงไม่รู้ว่านี่คือกีฬา “กระโดดเชือก” ที่ใช้เชือกเส้นยาวๆให้ 2 คนยืนแกว่งไปมาให้เพื่อนๆอีก 3-4 คน กระโดดข้ามพร้อมๆกัน

ดังนั้น หากจะทำเป็นภาษาไทยล้วนๆ  ก็จะทำให้ครูไทยและผู้อ่านชาวไทยมีความรู้ความเข้าใจและระลึกถึงความหลังได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทีมงานต้องขอขอบคุณยูเนสโกที่มีการเก็บรวบรวมเรื่องเหล่านี้ไว้ก่อนที่จะสูญหายไป เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

การสื่อสารสมัยใหม่ได้นำการละเล่นใหม่ๆ จากวัฒนธรรมอื่นๆ รวมทั้งของใหม่เอี่ยมประเภทไฮเทคเข้ามาสู่สังคมเอเชียแปซิฟิกไม่ขาดสาย

ของเล่นและการละเล่นแบบไทยๆ หรือแบบพื้นบ้านของชาติต่างๆในแถบนี้ ย่อมจะถูกกลืนอย่างไม่เหลือหลอในไม่เร็วก็ช้า

ดังนั้น หากจะรวบรวมไว้และมีการสอนให้เด็กๆ ได้เล่นกันอยู่ตลอดเวลา ไม่หลงใหลอยู่เฉพาะของใหม่ๆจนมากเกินไป...ก็จะทำให้ของเล่นและการละเล่นเหล่านี้อยู่คู่ภูมิภาคแถบนี้สืบต่อไปชั่วกาลนาน

ทีมงานดีใจที่ยังเห็นเด็กภาคเหนือของไทยเล่น “หมากเก็บ” กันอยู่...ดีใจที่ยังเห็นเด็กๆใช้ “กะลา” มาทำรองเท้าเดินเล่นสนุกๆ...ส่วนเด็กเขมรก็ยังเล่น “ลูกหิน” และ “ลูกแก้ว” เหมือนสมัยที่พวกเรายังเด็กๆชอบเล่น

ส่วนเด็กปีนังก็ยังเล่นกาบัดดี้คล้ายๆกับ “ตี่จับ” ของเรานั่นเอง

ที่หลวงพระบางเด็กยังเล่นขี่หลังแบบ “ขี่ม้าส่งเมือง” ของบ้านเราอยู่...และก็ยังมีการละเล่น “ลูลีข้าวสาร” แบบ “รีรีข้าวสาร” ของบ้านเราด้วย...และที่หลวงพระบางเช่นกัน “ลูกแก้ว” ก็ยังเป็นที่นิยมของเด็กๆชาวลาวแม้ขณะนี้

แต่ที่ทีมงานซอกแซกไม่เห็นบันทึกไว้ไม่ทราบว่าตกหายไปหรือเปล่าคือ “ลูกข่าง” ของเล่นอีกประเภทหนึ่งที่เด็กๆต่างจังหวัดไทยนิยมมาก ลูกข่างที่มีเดือยแหลมๆอยู่ข้างล่างและเวลาใช้เชือกพันแล้วสะบัดแรงๆมันจะหล่นไปหมุนติ้วกลางดินนั่นแหละครับ

นอกจากลูกข่างแล้วก็ยังมีอีก 2-3 อย่างที่หายไป น่าจะเชิญคนรุ่นเก่าๆมาคุยกันแล้วจดบันทึกเอาไว้

ต้องขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของยูเนสโกสำหรับงานชิ้นนี้...โปรดกรุณาสำรวจซ้ำอีกสัก 2–3 รอบนะครับเผื่อจะมีอะไรตกหล่นอยู่อีก จะได้นำมารวบรวมไว้ให้สมบูรณ์.

 

“ซูม”

โหวตข่าวนี้