ข่าว

วิดีโอ

5สถานที่ท่องเที่ยว สยองขวัญของญี่ปุ่น

โรงเรียนในญี่ปุ่นคือสุดยอดแหล่งรวมเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ.

ประเทศญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีสถานที่สำคัญๆเก่าแก่มากมาย บางสถานที่ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่น่ากลัว น่าสยองขวัญหรือมีตำนานภูตผี แต่ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง กลับกลายเป็นสถานที่ที่หลายคนอยากลองไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต เพื่อพิสูจน์ว่ามันน่ากลัวสมคำเล่าลือหรือไม่ ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานต่วย’ตูนพิเศษจึงขอนำสถานที่ดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

 

 

อันดับ 5 ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

ปราสาทฮิเมจิเป็นปราสาทที่เก่าแก่งดงามและทรงคุณค่าแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่บนเขาฮิเม-ยามา ที่เมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นปราสาทที่ออกแบบสลับซับซ้อนทั้งด้านในและด้านนอก มีอาคารเชื่อมต่อกันกว่า 83 อาคาร เนื่องจากเป็นปราสาทที่ใช้ป้องกันศัตรูจากภายนอกในยุคสงครามกลางเมือง ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายศตวรรษ

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับปราสาทฮิเมจินั้นมีมากมาย เช่น ถ้าใครอยู่ภายในปราสาทประมาณ 4 โมง ถ้าไม่ออกจากปราสาทภายในเวลา 2 ชั่วโมงจะหลงทาง แต่ตำนานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือตำนานผีนับจาน หรือซารายาชิกิ (Sarayashiki) ซึ่งว่ากันว่าในจำนวนบ่อน้ำหลายสิบบ่อที่สร้างขึ้นในปราสาทแห่งนี้ มีบ่อหนึ่งที่มีผีสิงซึ่งเป็นวิญญาณของหญิงสาวชื่อ โอกิกุ (Okiku) ที่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม

 

 

ความจริงแล้วตำนานโอกิกุแห่งปราสาทฮิเมจินั้นค่อนข้างสับสน แต่ตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ในอดีตหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นสาวใช้ในปราสาทที่ถูกใส่ความว่าเธอไปทำจานซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลแตกเธอเลยถูกฆ่าและนำไปโยนทิ้งในบ่อน้ำ ส่งผลทำให้บ่อน้ำดังกล่าวกลายเป็นบ่อน้ำผีสิง ซึ่งทุกค่ำคืนโอกิกุจะปรากฏออกมานับจานด้วยน้ำเสียงโหยหวน เศร้าสร้อยสลดใจ

ส่วนอีกตำนานหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน โดยเล่ากันว่าโอกิกุเคยเป็นสาวใช้ของขุนนางคนหนึ่งชื่ออาโอยาม่า (Aoyama) วันหนึ่งเธอบังเอิญไปได้ยินความลับสุดยอดของเจ้านายเข้า และนำความลับไปเล่าให้คนรักของเธอฟัง ทำให้แผนการของอาโอยาม่าล้มเหลวในที่สุด อาโอยาม่าจึงวางแผนสังหารเธอ โดยการใส่ความโอกิกุว่าเธอขโมยจานที่ล้ำค่าไป 1 ใบ ซึ่งในชุดจานนั้นจะมี 10 ใบด้วยกัน โอกิกุถูกทรมานจนตาย และทิ้งศพลงบ่อน้ำ นับจากนั้นเป็นต้นมา ในบางค่ำคืนจะมีเสียงนับจานอันโหยหวนออกมาจากบ่อน้ำในปราสาท หรือมีดวงไฟวิญญาณพวยพุ่งออกจากบ่อน้ำยามค่ำคืน

 

 

อันดับ 4 โอซาระ (Osore)

โอซาระเป็นอดีตภูเขาไฟในเขตจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งถูกค้นพบในศตวรรษที่ 16 เป็นภูเขาหินที่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องจากบริเวณแถบนั้นเต็มไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์หรือก๊าซไข่เน่าที่ออกจากทะเลสาบโดยรอบ

ตามตำนานความเชื่อของญี่ปุ่นเชื่อกันว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นประตูนรกที่คนตายและคนใกล้ตายมารวมตัวกัน โดยมีแม่น้ำลำธารเล็กๆเรียกว่าแม่น้ำซันซึ (Sanzu River) หรือแม่น้ำสามแยกเป็นจุดแบ่งกั้นโลกมนุษย์ (คนเป็น) และวิญญาณ (คนตาย) ออกจากกัน โดยเหล่าวิญญาณในฝั่งคนเป็นจะต้องข้ามไปยังโลกความตายก่อนที่จะโดน ดัทซึเอบะ (Datsueba) และเคเนโอ (Keneo) ปีศาจเพศชายและปีศาจเพศหญิงที่อาศัยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เฝ้าสะพานข้ามแม่น้ำจับถอดเสื้อผ้าแขวนต้นไม้เพื่อชั่งน้ำหนักกรรม

นอกจากนี้ ยังมีตำนานกล่าวกันว่า หากเด็กคนไหนเสียชีวิตลงก่อนพ่อแม่จะถูกลงโทษฐานทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ วิญญาณของเด็กๆเหล่านี้จะต้องเรียงหินก้อนเล็กๆแต่ละก้อนเพื่อสร้างเจดีย์ในบริเวณริมแม่น้ำซันซึ แต่พอใกล้สำเร็จจะถูกปีศาจออกมาทุบทำลาย ทำให้เด็กเหล่านั้นไม่มีทางสร้างเจดีย์เสร็จได้ ดังนั้น โอซาระแห่งนี้จึงมีผู้นิยมนำของเล่นโบราณต่างๆนานา เช่นกังหันเล็กๆ หรือขนมไปไว้บริเวณรอบๆ หรือสร้างศาลเจ้าเพื่อทำบุญกับเด็กนั่นเอง

ปัจจุบันจะมีการจัดงานเทศกาลปีละสองครั้ง ที่วัดโบไดจิ (Bodaiji) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โอซาระ โดยจะมีการทำพิธีการเข้าทรงโดยอิทาโกะ (Itako) คนทรงตาบอด เรียกวิญญาณผู้ตายเข้าสิงในร่างของตน เพื่อให้คนเป็นสามารถพูดคุยกับคนที่ตายไปแล้วได้

 

 

อันดับ 3 เกาะฮะชิมะ (Hashima Island)เกาะฮะชิมะ แต่เดิมมีชื่อว่า กันคันจิม่า (Gun Kanjima) หรือเกาะแห่งเรือประจัญบาน (Battleship Island) เป็นหนึ่งในหมู่เกาะกว่า 505 แห่ง ในประเทศญี่ปุ่นที่ไม่มีใครอยู่ โดยอยู่ในทะเลจีนตะวันออก ห่างจากเมืองนางาซากิ (Nagasaki) ประมาณ 15 กิโลเมตร

ประวัติของเกาะมีอยู่ว่า ในอดีตประมาณปี 1887 ที่นี่เคยมีประชากรที่ส่วนใหญ่มักเป็นพนักงานทำงานเหมืองแร่ ในยุคที่อุตสาหกรรมถ่านหินเฟื่องฟู โดยบริษัทมิตซูบิชิ (Mitsubishi) ได้ก่อสร้างเมืองขนาดเล็กเอาไว้เพื่อใช้เป็นที่พักของพนักงาน จนกระทั่งถึงยุคที่น้ำมันปิโตรเลียมมาแทนถ่านหิน มิตซูบิชิได้ประกาศปิดเหมืองอย่างเป็นทางการในปี 1974 และได้ปล่อยเมืองทิ้งร้างเอาไว้ จนกลายเป็นเกาะผี

โดยมีเรื่องเล่าว่าในตอนกลางคืนช่วงที่มีมรสุมหรือพายุเข้า ชาวประมงมักเห็นแสงไฟจำนวนหนึ่งลอยละล่องวนเวียนเหนือตึกสูงทั้งๆที่ไม่มีไฟฟ้า พร้อมเห็นเงาดำของคนจำนวนมากที่ริมฝั่ง และได้ยินเสียงน่ากลัวดังเหมือนกับโหยหาใครซักคนไปอยู่ด้วย

ครั้งหนึ่งบนเกาะแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “แบทเทิล โรเยล 2” (Battle Royale 2) ในปี 2003 และที่นั่นทีมงานได้พบกับเรื่องประหลาดเหนือธรรมชาติในกองถ่ายตลอดเวลา เช่นมีคนอื่นที่ไม่ใช่ทีมงานถูกถ่ายติดเข้ามาในฉากแสดง ฟิล์มเสียทั้งที่เพิ่งใช้งาน แต่เหตุการณ์ที่ผวาที่สุดในกองถ่ายก็คือ นักแสดงหญิงคนหนึ่งถูกอะไรบางอย่างเข้าสิงแล้วเข้ามาทำร้ายคนในกองถ่าย!!

 

 

อันดับ 2 อาโอคิกาฮาระ (Aokigahara)

อาโอคิกาฮาระ หรือเรียกอีกชื่อว่า ทะเลป่า (The Sea of Trees) เป็นป่าที่มีพื้นที่ประมาณ 3,000 เอเคอร์ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณตีนภูเขาไฟฟูจิ โดยป่าดังกล่าวเต็มไปด้วยโขดหินภูเขาไฟ ถ้ำน้ำแข็ง ถ้ำหิน ป่าไม้เก่าแก่

อาโอคิกาฮาระเป็นพื้นที่ที่มีตำนานเรื่องเล่าโบราณมากมายว่าเป็นสถานที่สิงสถิตของมารร้ายในเทพนิยายของญี่ปุ่นที่ทำให้ผู้ที่หลงเข้ามาไม่สามารถกลับไปยังโลกภายนอกได้อีก

โดยรายงานทางสถิติพบว่าสถานที่แห่งนี้มีคนมาฆ่าตัวตายมากที่สุด เป็นรองเพียงสะพานโกลเด้น เกต (Golden Gate) ซึ่งความนิยมนี้มาจากอิทธิพลของนิยายเรื่อง ทะเลป่าดำ (Black Sea of Trees) ของนักเขียนไซโซ มัตสึโมโตะ (Seicho Matsumoto) ที่เป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งที่ได้ฆ่าตัวตายในป่าดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงในเรื่องสถานที่ไปฆ่าตัวตายนั้นมีมานานแล้ว โดยสมัยก่อนชาวญี่ปุ่นนิยมพาผู้สูงอายุที่เป็นภาระของครอบครัวมาทิ้งในป่าแห่งนี้ และผู้สูงอายุที่ถูกทิ้งจะต้องอยู่ในป่าลึกหลายวันในสภาพที่ร่างกายขาดน้ำและอาหารก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะอากาศเย็นจัด จนเป็นเหตุให้หลายคนเชื่อว่าป่าแห่งนี้มีผีสิงและวิญญาณร้ายพร้อมจะทำร้ายคนที่เข้ามาในป่า

ตั้งแต่ปี 1950 มีคนมากกว่า 500 คน มาป่าแห่งนี้เพื่อฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คนตกยาก ผู้สูงอายุ โดยวิธีฆ่าตัวตายที่ฮิตที่สุดคือการแขวนคอกับต้นไม้ อีกทั้งในทุกๆปีค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายจะยิ่งเพิ่มขึ้น (ประมาณ 30 คนต่อปี)

 

 

อันดับ 1 โรงเรียน (School)

เวลาเราดูสื่อญี่ปุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ, ภาพยนตร์, ละครโทรทัศน์ และการ์ตูน มักมีเรื่องโรงเรียนมาเกี่ยวข้องทุกครั้ง หากแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องส่วนมากมักเป็นเรื่องสยองขวัญในโรงเรียนเสียมากกว่า ซึ่งชาวญี่ปุ่นเองก็มีเรื่องเล่าประเภทดังกล่าวมากมาย โดยเรื่องเล่าหลายเรื่องเต็มไปด้วยความน่ากลัว ระทึกขวัญ แปลกประหลาดไม่เหมือนใคร และที่น่าอัศจรรย์ก็คือ เรื่องเล่าสยองขวัญเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกันในทุกโรงเรียน!!

เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียนของญี่ปุ่นส่วนมากมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาเลิกเรียน ซึ่งเชื่อกันว่าในอดีตที่ดินโรงเรียนเคยเป็นป่าช้ามาก่อน สาเหตุเป็นเพราะทางรัฐบาลญี่ปุ่นต้องการสร้างโรงเรียนจำนวนมากเพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ที่ดินสำหรับสร้างโรงเรียนญี่ปุ่นมีน้อย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างโรงเรียนทับที่ป่าช้า ส่งผลทำให้วิญญาณมากมายไม่มีที่อยู่ ทำให้วิญญาณต้องเข้าไปสิงในสถานที่ต่างๆในโรงเรียนแทน

 

 

ในโรงเรียน สถานที่ที่มักมีเรื่องผีมากที่สุดคือห้องน้ำผู้หญิง โดยเฉพาะด้านในสุดของห้องมักมีเรื่องเล่าแปลกประหลาดมากมาย เช่น มีมือโผล่จากโถส้วม, เวลากดชักโครกจะมีเลือดไหลแทนน้ำ, เสียงแปลกๆในห้องน้ำที่ล็อกประตู โดยเฉพาะเรื่องของคุณฮานาโกะประจำห้องน้ำ (Miss Hanako of the Toilet) จะได้รับความนิยมมากที่สุด โดยคุณฮานาโกะมักปรากฏตัวในรูปลักษณ์เด็กผู้หญิงไว้ผมหน้าม้า สวมกระโปรงสีแดง และชอบสิงอยู่ในห้องที่ 3 จากขวามือ (ส่วนมากห้องน้ำในโรงเรียนจะมีฝั่งละ 4 ห้อง) เวลาใครที่เข้าห้องน้ำตอนกลางคืน คุณฮานาโกะจะออกมาหลอกหลอนในรูปแบบต่างๆที่น่าสยองขวัญ

บันไดในอาคารเรียนเก่าก็ถือว่าเป็นสถานที่น่ากลัว มีเรื่องเล่าว่าหากเราเดินขึ้น-ลงบันไดในตอนเย็น แล้วพบว่าบันไดมี 13 ขั้น (ปกติบันไดจะมี 12 ขั้น) มันจะเป็นบันไดสู่โลกหน้า และจะคอยจับเด็กดังกล่าวลงไปยังโลกแห่งความตายพร้อมกับตน

นอกจากนี้ ยังมีหลายสถานที่ในโรงเรียนที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับวิญญาณคน สิ่งของเครื่องใช้มีชีวิตมากมาย เช่น ผีลู่ว่ายที่ 4 ในสระน้ำโรงเรียนที่มีผีเด็กชายที่ตายในขณะว่ายน้ำในวิชาพละที่ลู่ว่ายที่ 4, รูปปั้นห้องวิทยาศาสตร์เดินได้, สนามกีฬาโรงเรียนที่วิญญาณซามูไรญี่ปุ่นโบราณยังทำการสู้รบอยู่ตลอดกาลในช่วงตอนกลางคืน เป็นต้น

แม้บรรยากาศโรงเรียนยามค่ำคืนจะน่ากลัวสำหรับใครหลายๆคน แต่กระนั้นมันก็ท้าทายให้คนอีกกลุ่มที่ชอบเรื่องผีไปท้าพิสูจน์ความกล้าในสถานที่ดังกล่าวอยู่เสมอ.

 

ทีมงานนิตยสาร ด่วย'ตูน

2 ก.ค. 2554 14:11 2 ก.ค. 2554 20:23 ไทยรัฐ