advertisement

สนามพระ 30/09/55

โดย สีกาอ่าง 30 ก.ย. 2555 05:00

เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น 3 เส้นหน้าผาก 2 เส้น ประคดข้างเดียว วัดช้างให้ ของ สายชล ชมภูไชย.

โผล่เข้า สนามพระวิภาวดี  วันสุดท้ายท้ายสุดของเดือน 9 ก็พบกับความคึกคัก เพราะพระเครื่องหลายสถาบันมาพร้อมเพรียงกันวันเงินเดือนออก องค์แรก ต้องมีเงินเดือนระดับซีอีโอถึงจะนิมนต์ได้ คือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ 6 ชั้นอกตลอด วัดเกศไชโยวรวิหาร อ่างทอง .....

ประวัติการสร้างรางเลือน รู้แต่ว่า สมเด็จ พระพุฒาจารย์ (โต) ได้สร้างบรรจุไว้ใต้ฐานองค์  พระหลวงพ่อโต  องค์ใหญ่  ซึ่งเชื่อว่าท่านเดินทางไปสร้างไว้เพื่อรำลึกถึงถิ่นกําเนิด และอุทิศให้ โยมมารดา ชื่อ เกศ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดเกศไชโย ทั้งที่วัดนี้มีชื่อ วัดไชโย.....

เมื่อถึงสมัย รัชกาลที่ 5 องค์พระที่สร้างด้วยฝีมือชาวบ้านทลายลงมา เมื่อปี 2430 พระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) จึงทำการบูรณะ จึงคาดว่า ได้พบ  พระพิมพ์เนื้อผงพุทธคุณ รูปทรงสี่เหลี่ยม ที่บรรจุไว้ตอนนั้น.....

พิมพ์พระที่พบมีรูปสี่เหลี่ยมเหมือนกันหมด มีเอกลักษณ์ที่ การตัดขอบ จะเหลือเนื้อทั้งสี่ด้านไว้เท่าๆกันอย่างที่เรียกว่า  กรอบกระจก.....

พิมพ์พระแยกความแตกต่างในรายละเอียดได้นับสิบพิมพ์ ทุกพิมพ์องค์พระมีลักษณะแบบ อกร่อง หูบายศรี เหมือนกัน แต่พิมพ์พระที่มีมากพอให้เทียบเคียงเป็นมาตรฐานได้รับความ นิยมเล่นหาอยู่เพียง 3 พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ฐาน 7 ชั้น พิมพ์ 6 ชั้นอกตัน และพิมพ์ 6 ชั้นอกตลอด แบบองค์นี้ของ เสี่ยวิชิต ชินวงศ์วรกุล แห่ง บ.ชินวงศ์ฟู๊ด.....

รายการที่สอง คือ พระกริ่งอุบาเก็ง หรือ พระกริ่งบาเก็ง ซึ่งจัดเข้าชุด พระกริ่งนอก อันมี พระกริ่งจีนใหญ่ พระกริ่งบาเก็ง พระกริ่ง หนองแส พระกริ่งทีอ๋อง.....

พระกริ่งนอก ถูกนําเข้ามาเผยแพร่ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สมัยพระนารายณ์มหาราช เจริญสัมพันธไมตรีค้าขายกับต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ที่นําสินค้าเข้ามากับเรือสำเภา มักนําพระกริ่งเหล่านี้ติดตัวมาเพื่อคุ้มครองป้องกันภัย.....

ต่อมาเมื่อมีความคุ้นเคยกับคนไทย พระกริ่ง จึงกลายเป็นเครื่องบรรณาการข้าราชการงานเมืองชั้นผู้ใหญ่ ที่ชื่นชอบในความงดงามของพุทธศิลป์ที่จัดสร้างอย่างละเอียดประณีตงดงามมาก เนื้อโลหะที่ดูมีคุณค่า และถือได้ว่าเป็นรูปจําลององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาของพระพุทธศาสนาองค์เดียวกัน.....

พระกริ่งบาเก็ง นี้มีการค้นพบหลักฐานว่าสร้างจากเขาพนม-บาเคร็งในเขมร ซึ่งเคยอยู่ในเขตครอบครองของประเทศจีน สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างจากจีนแล้วนำไปบรรจุในเขมร.....

ส่วน พระที่พบในไทย มีที่วัดโสมนัสโกฎฐาราม อยุธยา และที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ก็เคยพบประมาณ 10 องค์ มีทั้งที่เป็นองค์พระบรรจุกริ่งพร้อมฐานตั้งเป็นชุดเดียวกัน และเป็นองค์เดี่ยวๆแบบองค์นี้ของ เสี่ยชัยวัฒน์ เขียวศรี ลวดลายในฐานและศิลปะในองค์พระผู้ชำนาญการตรวจสอบแล้วเชื่อว่าเป็น พระสร้างสมัยต้นราชวงศ์เช็ง อายุถึงปัจจุบัน ประมาณ 1,000 ปี เป็นเนื้อสำริดแก่ทอง สนิมสีน้ำตาลแก่ ก้นฐานบุ๋มแบบกระทะ และมีแบบ กะไหล่ทอง ด้วย--วงการถือเป็น พระกริ่งนอก อันดับสองรองจาก พระกริ่งใหญ่.....

ตามมาด้วย รูปเหมือนปั๊ม ก้นระฆัง เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง แจกกรรมการ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค นครสวรรค์.....

ขึ้นชื่อว่าเป็นพระสร้าง แจกกรรมการ ย่อมมีความเป็นพิเศษ แตกต่างจากพระที่สร้างออกให้ผู้ทําบุญบูชาที่เป็น เนื้อทองแดงรมดํา ธรรมดา ที่สําคัญจํานวนสร้างมักมีน้อย ราคาค่าความนิยมจะสูงกว่ารุ่นธรรมดามากพอสมควร องค์นี้ของ เสี่ยสมศักดิ์ อมรพิทักษ์.....

ต่อด้วย เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น 3 เส้นหน้าผาก 2 เส้น ประคดข้างเดียว วัดช้างให้ ปัตตานี เหรียญรุ่นนี้มีบล็อกแม่พิมพ์หลายอัน แต่ถือว่า บล็อก นี้ได้รับความนิยมเล่นหาสูงสุด เจ้าของพระคือ เสี่ยสายชล ชมภูไชย.....

เหรียญอีกสำนัก คือ เหรียญรุ่น รับเสด็จ เนื้อทองคํา หลวงพ่อผาง วัดป่าอุดมคงคาคีรีเขต ขอนแก่น ยอดพระเกจิอาจารย์ในดวงใจของชาวอีสาน เหรียญนี้ของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ซึ่งเล่าว่าเคยคุ้มครองให้อยู่รอดปลอดภัยจากเหตุร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่แบบเจ๋งๆ หลายครั้ง จึงใช้เหรียญนี้บูชาติดตัว ตาหลอด.....

อีกเหรียญคือ เหรียญ ภ.ป.ร. เนื้อทองคํา พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง นครศรีธรรมราช  สร้างคราวงานฉลองอายุ 93 ปี เมื่อ พ.ศ.2521 เนื้อเหรียญมีทั้ง ทองคํา เงิน นวโลหะ ทองแดงรมดํา เป็นเหรียญ รุ่นนิยม ที่ปัจจุบันมีผู้แสวงหากันมาก โดยเฉพาะคนเมืองคอนที่ให้ความเคารพบูชาท่านเทียบได้กับ พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน พระอมตะเถราจารย์.....

สุดท้าย เป็นของดังขลังดีของ หลวงปู่เฮง วัดเขาดิน นครสวรรค์  คือ คชสีห์ เครื่องรางของขลังรูปคชสีห์ เนื้องาแกะของชาวปากนํ้าโพ ที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมเล่นหา มีค่ามีราคาเคียงคู่มากับ สิงห์ 3 ขวัญ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์  แต่หายากกว่ามาก.....

คชสีห์  ก็คือ  ราชสีห์ เป็นสัตว์ในวรรณคดีและชาดก ในตำนานบอกว่าอยู่ในป่าหิมพานต์ แต่ต่างกับ ราชสีห์ ตรงที่ คชสีห์ มี งวง และ งา เพิ่มขึ้นมา เหมือนช้าง ตามที่ พระยาศรีสุนทรโวหาร พรรณนาว่า ราชสีห์มีกระหนก ยอดพันปกปัจฉิมัง คชสีห์ มีงวงทั้ง ยอดกระหนกปรกบุตโต--แต่ทั้ง ราชสีห์ และ คชสีห์ ต่างมีฤทธิ์เดชตบะเดชะเป็นที่ครั่นคร้ามเกรงกลัวของสัตว์น้อยใหญ่เหมือนกัน.....

โบราณาจารย์จึงนิยมนำรูปแบบของ คชสีห์ มาสร้างเป็นเครื่องรางของขลังด้านอำนาจ โดยนิยมใช้ งาแกะ.....

ตัวที่นําภาพมาให้ดู เป็นของ เสี่ยก๋ง-สุชัย เจนจิรวัฒนา อินเตอร์ยนต์ชลบุรี.....

เข้า สนามพระใหม่ ปลายเดือน ก็ครึกครื้นเหมือนกัน เพราะมีพระใหม่สร้างดีพิธีขลังออกมาหลายวัด รายการแรก คนที่สะสมวัตถุมงคลของพระระดับ สมเด็จพระสังฆราช ชอบใจมาก คือรุ่น ทรงประทาน พร ซึ่งจัดสร้างเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 3 ต.ค.นี้  .....

สมเด็จเจ้าพระคุณฯ เป็น สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ของกรุงรัตนโกสินทร์ วัตถุมงคลของท่านมีด้วยกันหลายรุ่น แต่รุ่นนี้นับถือพิเศษขึ้นเพราะเป็นการจัดสร้างใน วันประสูติครบ 99 ปี และตรงกับปีพุทธชยันตี ด้วย.....

รุ่น ทรงประทานพร จัดสร้างเป็น เหรียญ ฉลุลายยกองค์นั่งสมาธิ ด้านหลังเป็นตรา ญสส เป็น เหรียญลายฉลุ รุ่นแรก ของพระสังฆราช อีกแบบที่สร้างออกพร้อมกันรับวันกินเจ คือ เหรียญเจ้าแม่กวนอิมฉลุลายยกองค์มังกรทองคู่ มีหลายเนื้อ เช่น เนื้อทองคำ เนื้อเงินลงยา เงิน นวะ บรอนซ์ชุบทองลงยา บรอนซ์ชุบเงินโบราณ ชุบทอง และเนื้อระฆัง สอบถามได้ที่ 08-6300-2549, 08-1566-5559 และ 0-2467-5082 หรือบูชาได้ที่ ไปรษณีย์ไทย 300 สาขาทั่วประเทศ และศูนย์พระเครื่องชั้นนำ.....

รายการที่สอง เป็นของ  หลวงปู่ดู่ วัดสะแก ซึ่งมรณภาพไปเมื่อปี 2533 คงอยู่แต่เมตตาธรรมคำสั่งสอน ที่ท่านกล่าวไว้ว่า “ตราบใดก็ตามที่แกยังไม่เห็นความดีในตัว ก็ยังไม่นับว่าแกรู้จักข้า แต่ถ้าเมื่อใด แกเริ่มเห็นความดีในตัวเองแล้ว เมื่อนั้น...ข้าจึงว่าแกเริ่มรู้จักข้าดีขึ้นแล้ว”.....

หลวงปู่ดู่ มิได้เป็นเกจิอาจารย์ การที่ท่านสร้างหรืออนุญาตให้สร้างพระเครื่องหรือพระบูชา ก็เพราะเห็นประโยชน์ ว่าบุคคลยังขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเห็นว่า “ติดวัตถุมงคล ก็ยังดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล”.....

เพื่อรำลึกถึง หลวงปู่ดู่ ผู้เป็นปูชนียาจารย์ ท่านพระครูพิศาลธรรมรักษ์ เจ้าอาวาสวัดสะแก จึงชวนศิษยานุศิษย์ รำลึก 9 รอบ หลวงปู่ดู่ อริยสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยอภิญญาฤทธิ์ โดยจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น เปิดโลกเศรษฐี ๕๕ เป็นครั้งแรก ประกอบด้วย เหรียญลงยาหลวงปู่ ดู่ เหรียญเปิดโลกเศรษฐี 55 หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด เนื้อทองแดงนอก รมซาติน เพื่อนำปัจจัยซ่อมเสนาสนะวัดสะแก และสร้างศาลาอเนกประสงค์ “พิศาลธรรมรักษ์” ณ วัดเขาดิน อำเภออุทัย อยุธยา.....

พิธีพุทธาภิเษก ณ วัดสะแก จะมี 20 ต.ค. ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 10 โดยสุดยอดพระคณาจารย์แห่งลุ่มเจ้าพระยา เช่น หลวงพ่อสวัสดิ์ วัด ศาลาปูน, หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อเพี้ยน วัดเกริ่นกฐิน, หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์, หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ .....

จองบูชาได้ที่ กุฏิเจ้าอาวาสที่วัดสะแก หรือ 08-4340-3305, 08-1297-8222, 08-5057-2777 หรือจองผ่านเว็บไซต์ www.facebook. com/PeidLok Sersthi55}.....

สุดท้ายเป็นรุ่นดังของ หลวงปู่สวาท วัดอ่าวหมู จันทบุรี รุ่น สรงน้ำ ซึ่งท่านมีอายุได้ 73 ปีแล้ว.....

หลวงปู่เป็นพระสายกรรมฐาน บวชมาตั้งแต่เณร โดยเป็นศิษย์หลายอาจารย์ เช่น  หลวงปู่ขาว หลวงปู่เพ็ง หลวงปู่เทศก์ หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่จวบ หลวงพ่อสมชาย ท่านจึงศึกษาเชี่ยวชาญทั้งกรรมฐานและเวทวิทยาคมทางเมตตา.....

หลวงปู่ออกธุดงค์ตามป่าเขาเกือบ 20 ปี เป็นพระสุปฏิปันโน เคร่งในพระธรรมวินัย ตลอดชีวิตไม่เคยจับต้องเงินแม้แต่ครั้งเดียว ทุกวันนี้ท่านยังปฏิบัติวัตร เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน.....

ท่านเป็นพระมีเมตตาสูง แต่ละวันจึงมีผู้ไปขอพรให้ท่านประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ขอสีผึ้ง และที่ขอกันจนทำไม่ทันคือ ผงเทพรำจวน ทำจากสมุนไพรและเสก พอท่านนำ ผงเทพรำจวน มาสร้างเป็น วัตถุมงคล ในโอกาสที่มีอายุวัฒนะมงคล ลูกศิษย์จึงฮือฮากันมาก.....

รุ่น สรงน้ำ มีทั้ง พระกริ่งชินบัญชร ขุนแผนผงเทพรำจวน พระปิดตามหาลาภ และอื่นๆ ซึ่งหลวงปู่จะนำเข้าพิธีแผ่เมตตาอธิษฐานจิต 27 ต.ค. ที่อุโบสถวัดอ่าวหมู รายได้นำปัจจัยไปสร้างเสนาสนะวัดอ่าวหมู สอบถามได้ที่ 08-6102- 8522, 08-3310-2818 และ 08-6087-9976.....

อีกรายการเป็น เหรียญพระพุทธศรีสุวัฒนบดี ศิลปะพระพุทธรูปนาคปรกสมัยลพบุรี ซึ่งได้ รับประทานนามจาก สมเด็จพระสังฆราช แปลว่า พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นใหญ่แห่งความดีพร้อมและ สิริมงคล โดยมี ยันต์คุ้มภัย ด้านหลัง และโค้ดเป็นพระนามย่อ ญสส.....

รายได้จากการบูชา  พระครูสังฆสิทธิกร สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชฯ จะนำไปจัดทำโครงการ อุโบสถดิน โดยนำดินจากสังเวชนียสถาน ดินจากพระสถูปโบราณสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ฯลฯ  มาผสมสร้าง.....

ประกอบพิธีพุทธาภิเษกไปแล้วที่วัดป่าพุทธนิมิตรสถิตสีมารามบ้านห้วยยาง สกลนคร ที่ตั้งโครงการสร้างอุโบสถดินแห่งแรก ไปเมื่อ 1มี.ค. 55-เปิดบูชา 3 ต.ค. นี้ สอบถามได้ที่ วัดบวรฯหรือ 09-1092-9220-1 .....

ลากันด้วยคำถามสนามพระ ที่แฟนคลับอยากรู้ว่า  เวลาไปร่วมงานปลุกเสกใหญ่ๆ เห็นบางคนพนมมืออยู่ดีดี๊ พักเดียวก็ลุกขึ้นเต้น ทำท่าเป็นลิง เป็นงู แสดงว่า ของขึ้น องค์ลง น่ะจริงไหม--อันนี้ยอมแพ้ ตอบไม่ได้ว่าจริงหรือปลอม เพราะไม่เคยทั้งขึ้นและลง--แต่ลองฟังเรื่องนี้ดู แล้วใช้วิจารญาณกันเอง .....

เป็นเรื่องของ ตาอินทร์ ชาวบ้านบางปลาม้า วันนึงก็ไปร่วมงานปลุกเสกที่วัดแถวบ้าน อยู่ๆก็ลุกมากระโดดโลดเต้นเป็นท่าหนุมานพอเห็นคนมุง หนุมานอินทร์ ก็ยิ่งเต้นท่าพิสดาร โขน ปน กังนัมไซ สักพักก็ปีนขึ้นหลังคาโบสถ์ ไปเต้นหยับๆ อยู่ข้างบนโน่น ทำเอา ฮือฮากันใหญ่ .....

พอเสร็จพิธี คนก็ไปบอกหลวงพ่อว่า ตาอินทร์ ขึ้นไปสถิตอยู่บนหลังคาโบสถ์แล้ว กลัวจะตกลงมา ให้หลวงพ่อไปเรียกหน่อย แต่หลวงพ่อบอกช่างมันเหอะ ไอ้อินทร์ มันสักหนุมานไว้ พอฟังพระสวดนานๆ ก็เลย ของขึ้น เป็นแบบนี้ทุกที--ทุกคนก็เลยไม่สนใจ แยกย้ายไปดูมหรสพ ลิเก วงลูกทุ่ง.....

จนเช้าชาวบ้านไปทำบุญที่วัด ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ลอยมาจากหลังคาโบสถ์ มองขึ้นไปเห็น ตาอินทร์ ก็ตะโกนถามทำไมยังไม่ลงมา ตาอินทร์ บอกว่าลงไม่ได้  ไม่รู้ใครเอากระไดที่พาดไว้เมื่อคืนไปไหนแล้ว.....

สรุปว่า หนุมานอินทร์ เลยต้องนั่งชมจันทร์อยู่บนหลังคาโบสถ์ทั้งคืน เรียกใครก็ไม่ได้ยิน เพราะเพลงลูกทุ่งดังลั่นวัด  ข้าวน้ำก็ไม่ได้กิน.....

พอเอาตัวลงมาได้ มัคนายกก็ถามว่าไหนว่า สักหนุมาน แล้วทำไมมึงไม่กระโดดลงมาเอง ตาอินทร์ บอกว่า โดดไม่ได้ เพราะตอนเช้าหนุมานต้องกลับไปหาพระราม--กลับไปตอนที่เหล้าหมดฤทธิ์ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้