advertisement

สนามพระ 19/08/55

โดย สีกาอ่าง 19 ส.ค. 2555 05:00

พระหูยาน ลพบุรี กรุวัดราษฎร์บูรณะ อยุธยา.

หลังเข้าพรรษา ฝนฟ้าก็เริ่มจัดเต็ม ทำให้เห็นใจคนที่ลำบากเพราะฝน เช่นพ่อค้าแม่ค้า ฝนมาทีไรก็ใจไม่ดี ลูกค้าหาย ขายไม่ได้ ขาดทุน ส่วนนักเรียนที่พ่อแม่ไม่ได้รับส่ง ก็ต้องคอยหลบฝน จนกว่าจะมีรถกลับบ้าน.....

บรรยากาศตาม สนามพระ ก็เหมือนกัน วันไหนถ้าฝนตกหนักๆก็จะเงียบหน่อย เพราะเซียนขี้เกียจฝ่าฝนไปเปิดร้าน ยกเว้นมีพระดีๆเข้า.....

ส่วน สนามพระวิภาวดี ซึ่งมีแต่ข้าพเจ้านั่งจุ๊ยลุยข่าวอยู่คนเดียวมา 17 ปีเข้าแร้วเนี่ย ฝนจะตกไม่ตก เปิด “ตาหลอด” ทุกวันอาทิตย์ ไม่เคยปิดเรยย์ เพื่อนำความเคลื่อนไหวในแวดวงพระเครื่องมาเล่าสู่กันฟัง แบบน่าสนใจมั่ง โม้มั่ง แต่ส่วนใหญ่รู้สึกจะน่าสนใจ (มาก).....

อย่างเช่น องค์แรกของเราวันนี้คือ พระสมเด็จ พิมพ์ฐานแซม วัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งเป็นพระสภาพกําลังงาม ที่มี ใบสั่ง (สั่งซื้อ ไม่ใช่สั่งปล้น) มากกว่าพระสวยแชมป์.....

ไม่กี่ปีก่อนมีข่าวการสํารวจว่า พระเครื่อง เป็นของสะสมที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะ พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พระสวยๆจึงถูกเศรษฐีเก็บไปหมด ทำให้ ราคาพระสมเด็จพุ่งแพงแบบไร้เหตุผล.....

ทุกวันนี้ พระสมเด็จองค์สวยๆจึงหายไปจากตลาดพระ เพราะรวยทั้งนั้น เลยไม่มีใครเอาออกมาขาย หรือจะขาย ก็ขายแบบรวยๆพูดไม่รู้เรื่อง คนส่วนใหญ่จึงหันมาหาพระที่มีความงามระดับรองๆไม่ต้องสวยมากก็ได้อย่างองค์นี้ของ วิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ที่สมบูรณ์เกือบเต็มร้อย เส้นศิลป์ลํ่าสัน ประมาณราคา ณ เวลานี้ น่าจะอยู่ที่ 10 ล้าน บวกลบนิดหน่อย-- นี่ขนาดไม่แชมป์นะท่านผู้ชม.....

ลำดับสองเป็น พระหูยาน ลพบุรี กรุวัดราษฎร์บูรณะ อยุธยา ที่สร้างล้อ พระพิมพ์หูยาน ศิลปะสมัยลพบุรี (ล้อหมายถึงเลียนแบบ) .....

จุดสังเกตความแตกต่างอยู่ที่ ยอดพระรัดเกล้า พระเมาฬี (มวยผม) ของลพบุรี จะมีลักษณะ กลีบบัวรอบ ส่วนของอยุธยาจะเป็น เส้นมัดเกล้าซ้อนกัน พิมพ์พระดูผ่อนคลายไม่เครียดขรึม ผิวพระมักมีคราบปรอทขาวเงาวาวขึ้นคลุมเป็นผิวนอกทั่วองค์ ราคา เป็นรองลพบุรี อยู่เยอะ เพราะอายุสมัยต่างกันมาก และของอยุธยายังพอหาได้ ราคาจึงยังไม่น่ากลัว--แต่ไม่นานคงเริ่มน่ากลัว ตอนนี้ราคากำลังน่ารัก รีบหาไว้.....

อีกองค์สวยเรี่ยมจนต้องให้ 5 ดาวคือ พระปิดตา พิมพ์แข้งขีด หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส ชลบุรี ยอดพระปิดตา หนึ่งใน ทําเนียบพระปิดตา 5 เสือ เมืองชลบุรี ที่ประกอบด้วย พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ หลวงปู่เจียม วัดกําแพง หลวงพ่อโต วัดเนินฯ หลวงปู่ครีพ วัดสมถะ หลวงปู่ภู่ วัดนอก ซึ่งทุกสำนักเนื้อพระเป็น เนื้อผงคลุกรัก สูตรพระปิดตาสายชายทะเลตะวันออก.....

ตรงนี้มี คำถามสนามพระ ค้างอยู่ว่า พระปิดตา ทำไมเรียกทั้งพระปิดตา พระมหาอุตม์ พระภควัม ตกลงชื่อไรกันแน่--คำตอบสั้นๆคือ จะชื่ออะไรก็เป็น พระปิดตา เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน.....

อย่างง เพราะจะอธิบายว่า พระปิดตา สร้างมาจากคตินิยมในการบูชา พระสังกัจจายน์ อัครสาวกของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีรูปโฉมงดงาม จนได้รับฉายาว่า พระภควัมบดี หมายถึงผู้มีความงามเหมือนพระพุทธเจ้า จึงมีเสน่ห์ ใครเจอใครก็รักชอบเอ็นดู ถือว่ามีดีทาง เมตตามหานิยม และยังเป็นพระสาวกที่เฉลียวฉลาด แสดงธรรมได้แจ่มแจ้ง และมีอิทธิฤทธิ์บารมีขั้นสูง จึงมีความนิยมสร้าง พระมหาสังกัจจายน์ เพื่อขออำนาจบารมีมาเป็นสิริมงคล.....

ส่วนที่มาของ พระปิดตา ก็มีตำนานว่าความที่รูปงาม ท่านจึงถูกสตรีตามมาขอใกล้ชิดปรนนิบัติจนรำคาญ จึงเนรมิตให้ตัวเองกลายเป็นพระอ้วนเตี้ยพุงพลุ้ยซะ.....

จึงมีการจัดสร้าง พระสังกัจจายน์ ในรูปแบบ พระปิดตา ให้พระอยู่ในลักษณะยกมือขึ้นปิดหน้า ปิดทวาร หมายถึงการ เข้าสมาบัติ ของ พระสังกัจจายน์ ซึ่งหลุดพ้นจาก อาตยนะ 6 ที่เป็นต้นเหตุของกิเลส ซึ่งผ่านเข้ามาทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ.....

เมื่อปิด ไม่รับรู้ว่าสวย หอม อร่อย ฯลฯ ก็สามารถหลุดพ้นจากอารมณ์อันเป็นกิเลส สามารถมุ่งสู่นิพพานได้.....

การบูชา พระปิดตา พระสังกัจจายน์ พระภควัม หรือ มหาอุตม์ จึงเหมือนตรงที่มาจากพระสาวกองค์เดียวกัน และไม่เหมือนกันตรงที่รูปลักษณ์ต่างกัน ดังนี้แหละท่านผู้ชม.....

ว่าไป ก็แปลกที่การสร้าง พระสังกัจจายน์ ไม่เคยมีการสร้างรูปลักษณ์ที่ท่านเป็นพระรูปงามเลย ซึ่งสันนิษฐานว่า เพราะต้องการอานิสงส์การบูชาด้านโชคลาภร่ำรวย จึงนิยมสร้างให้พุงโตๆไว้ เพราะดูอุดมสมบูรณ์กว่าปางผอมหล่อ.....

อีกรายการเป็นพระชุดเล็กคือ พระสมเด็จ วัดระฆัง หลังค้อน พระหา (แท้) ยากมากๆ ของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ม.ร.ว.เจริญ อิศรางกูร) ลูกศิษย์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต)--ตอนเป็นสามเณร ท่านตาม สมเด็จ (โต) ไปปราบผีนางนากที่พระโขนงด้วย.....

เจ้าของคือ เสี่ยหมู ราชดำริ เจมส์ ซึ่งทำร้านเพชร แต่ส่วนตัวชอบพระ และเก็บแต่ละชิ้นระดับที่สุดในโลก.....

ระฆัง หลังค้อน องค์นี้ เสี่ยหมู ตามมาเป็นสิบปี เพิ่งได้จากญาติผู้ใหญ่ ซึ่งข่าวรั่วทันทีเพราะ พี่พยัพ คำพันธ์ ซึ่งมีอยู่ 1 องค์ ขอเจรจาดู เพราะร่ำลือว่าสวยจัด.....

ระฆัง หลังค้อน รุ่นแรก สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.2453-2457 และเมื่อเป็น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ก็สร้างอีกเมื่อปี 2458-2470 โดยมีแผ่นชนวนมวล สารศักดิ์สิทธิ์มาก มาย ที่สำคัญคือ ชนวนพระพุทธชินราช ที่รัชกาลที่ 5 ให้จำลองหล่อขึ้นที่วัดเบญจมบพิตร.....

พิธียุคนั้นมีหลวงพ่อแก่กล้าอาคมขลังร่วมสวดเสกมากมาย อาทิ หลวงพ่อไปล่ วัดกำแพง หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่ หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองฯ หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน ฯลฯ เห็นชื่อแล้วตะลึง.....

ส่วนที่มาของชื่อ หลังค้อน เพราะหลังเลื่อยพระที่หล่อโบราณเป็นแพออกจากช่อ และมาเลื่อยแบ่งเป็นองค์ๆ แล้วใช้ค้อนตอกตกแต่งหลังพระ สมัยนั้นให้เช่าบูชาองค์ละสองสามบาท เพื่อบูรณะศาลาการเปรียญ--มาตอนนี้ใครให้เป็นล้าน เสี่ยหมู ยังเฉย.....

เข้าไปดูเหรียญ อันแรกหาดูยากเพราะสร้างไว้น้อยคือ เหรียญหลวงพ่อจาด เนื้อเงินลงยา วัดบางกระเบา ฉะเชิงเทรา ซึ่งสร้างพิเศษมอบเฉพาะกรรมการ คราวร่วมพิธีงานบุญประจําปี พ.ศ.2495 ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก ราคาจึงสูงลิ่ว.....

อีกเหรียญเป็นของ หลวงพ่ออี๋ รุ่นแรก พ.ศ.2473 วัดสัตหีบ ชลบุรี หนึ่งใน 4 พระเกจิ ชื่อคล้องจองกัน จาด จง คง อี๋ ยุคสงครามอินโดจีน ที่ฝรั่งเศสส่งกองเรือรบมาปิดอ่าวไทย.....

หลวงพ่ออี๋ บวชวัดอ่างศิลา เมื่อ พ.ศ.2426 เป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง และเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อปาน คลองด่าน แล้วออกธุดงค์ปฏิบัติกรรมฐานตามป่าเขา จนมาเจอที่ติดทะเล จึงสร้างวัดสัตหีบขึ้นเมื่อ พ.ศ.2450.....

เหรียญรุ่นแรก 2473 สร้างออกในงานหล่อพระประธาน และมีปลอมกันเกร่อ ต้องระวัง โดยเฉพาะ ปลอมเก่า ฝีมือน่ากลัว.....

ถัดไปเป็น รูปเหมือนจําลองบูชา หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปัตตานี รุ่นปี พ.ศ.2502 สร้างออกให้ทําบุญบูชา โดย พระอาจารย์ทิม องค์นี้ของ เสี่ยฉ่อย ท่าพระจันทร์ เขียนบอกมาว่าเป็น องค์แชมป์โลก ดูแล้วก็เชื่อได้ แต่ใครมั่นใจว่ามีสวยกว่าก็ส่งมาจะได้รู้ว่าใครเป็นแชมป์โลกองค์จริง.....

วันนี้มีเครื่องรางของขลังคือ เบี้ยแก้ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม ที่คนพื้นถิ่นเชื่อถืออานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันเสนียดจัญไรเข้าตัว.....

ลักษณะเด่นให้ดูที่รูปทรง ต้องสมส่วนงดงาม เขย่าต้องได้ยินเสียงขลุกๆของปรอทอย่างมีนํ้าหนัก เชือกถักต้องมีลายถูกต้อง และเนื้อรักต้องซึมเข้าเชือกและแห้งสนิทตามอายุ หูห่วงต้องเป็นทองแดงทุบ แบบตัวนี้ของ เสี่ยแจ๊ค สามพราน จึงจะยอมรับได้ว่าเจ็บจริง--ถ้าไม่เข้าตำรา เช่ามาก็เจ็บเหมือนกัน เจ็บใจ.....

เข้าสนาม พระใหม่ ที่เป็นยุคเฟื่องฟู เพราะ พระเก่า ราคาสูงมาก คนเล่นได้จึงจำกัดอยู่แต่เศรษฐีมีเงิน ซึ่งเป็น ชนกลุ่มน้อย อย่างมากก็หลักหมื่นหลักแสนคน แต่ชาวไทยใจพระระดับกลางลงมา มีเป็นสิบล้าน จึงหันมาเฮเล่น พระใหม่ ทำให้เกิดการพัฒนารูปแบบ เทคโนโลยีกันเอิกเกริก.....

วัตถุมงคลที่ออกมาในยุคนี้ จึงจัดสร้างกันสวยๆ อย่าง เหรียญหลวงพ่อคูณ ซึ่งเคยฮือฮาฮอตสุดๆสร้างกระหน่ำ จนปริมาณมากเกินความต้องการ ความนิยมจึงซบเซาลงไป .....

จนเมื่อชมรมพุทธคูณสยาม มีการจัดสร้าง เหรียญฉลุหลวงพ่อคูณ แบบ 3 ชิ้น เมื่อปลายปี 2553 คือ รุ่น เลื่อนสมณศักดิ์พระเทพวิทยาคม ความนิยมเหรียญหลวงพ่อคูณ ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากเป็น เหรียญฉลุ 3 ชิ้นรุ่นแรก และ รุ่นเดียว ของ หลวงพ่อคูณ ซึ่งมีมิติความคมชัด สวยงามมีเอกลักษณ์ และปลอมแปลงยากมาก กับยังตอกโค้ดและมีหมายเลขกำกับทุกองค์ จึงทำให้นักสะสมสบายใจ .....

โดยเฉพาะ เหรียญเนื้อทองคำ ลงยา ซึ่งมี สีแดง และ สีน้ำเงิน ซึ่งสร้างรวมกันไม่ถึง 100 เหรียญ กำลังเป็น พระใหม่ ที่เซียนเหรียญกำลังตามเก็บทุกสนาม เพราะจัดสร้างในวาระโอกาสมงคล ในการเลื่อนสมณศักดิ์ และยังสวยงามมีคุณค่าน่าสะสม กับยังสร้างน้อย จึงมั่นใจได้ว่าอนาคตจะหายากและมีราคาแพงแน่--ตอน หลวงพ่อคูณ อาพาธ จึงทำให้นักเล่นเหรียญนึกขึ้นมาได้ถึงรุ่นนี้ ว่ายังพอมีไหม ก็ลองสอบถามได้ที่ 08-1859-4569.....

อีกรายการคือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช รุ่น มหาจักรพรรดิ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ซึ่งผ่าน พิธีพุทธาภิเษกมหาจักรพรรดิ ครบทุกขั้นตอนแบบโบราณไปอย่างเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ จนพูดกันทั้งพิษณุโลกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดใน
รอบ 40 ปี นับจากปี 2515 เพราะตอนบวงสรวงหน้าพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร พระราชวังจันทน์ พระอาทิตย์ทรงกลดเปิดช่องใหญ่ลงมากลางปะรำพิธีให้ได้เห็นกับตา จนพูดกันว่ารุ่นนี้ของจริง.....

รูปหล่อ รุ่นนี้ จัดสร้างเป็น สมเด็จพระนเรศวรทรงม้าศึก เพราะเป็นรูปเคารพที่มีความหมายแห่งชัยชนะ และเป็นงานที่ประติมากรฝีมือเอก ออกแบบไว้อย่างสุดฝีมือ องค์สมเด็จพระนเรศวรฯสง่างาม ประทับบนหลังม้า ที่ดูปราดเปรียวสมส่วนม้าศึก.....

ในรุ่นนี้ยังมีจัดสร้าง ไก่สาริกา หาเงินคล่อง ซึ่งนำเข้าพิธีพุทธามังคลาภิเษกแล้ว โดยมี หลวงปู่สรวง วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ พระเกจิฉายา เทพเจ้าแห่งไก่ มาปลุกเสกด้วย.....

และที่คนรุ่นเก่าเคยเล่าว่า พระเกจิเก่งๆขลังๆสามารถเสกจนวัตถุมงคลขยับเขยื้อนได้นั้น ก็เจอกันงานนี้ เพราะคนที่อยู่ในพิธีบอกว่าระหว่าง หลวงปู่สรวง แผ่เมตตาด้วยสมาธิจิตขั้นสูง ไก่สาริกา และไก่ชน พระนเรศวร 5 ตัวที่อยู่หน้าหลวงปู่ขยับได้!.....

ก็เลยมีคนตีว่า ไก่นักษัตรนับเป็น 10 ไก่ 5 ตัว ก็ 50 หรือ 510 ซึ่งออกมา 2 งวดซ้อน--เรียกว่ารุ่นนี้รับทรัพย์กันตั้งแต่เริ่มพิธี จน ไก่สาริกาทองแดง หมดจากวัด ภายใน 2 วัน สอบถามได้ที่ 08-0080-1314,08-1822-9419, 0-2467-5082.....

อีกรายการที่จัดสร้างสวยประณีตมากคือ ท้าวเวสสุวรรณตรีพระเพลา เพนต์สี ปิดทองคำแท้ รุ่นรวย เฮง สยบมหาอุทกภัย ขนาดสูง 5 นิ้ว.....

ท้าวเวสสุวรรณ เป็นพญายักษ์ และเป็นเทพแห่งขุมทรัพย์ ในคัมภีร์โบราณได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชาท้าวเวสสุวรรณ.....

คำว่า ตรีพระเพลา หมายความว่า มีขาที่สาม ตามตำราโบราณ เพื่อให้เหยียบหีบสมบัติ เป็นเคล็ดในการบูชาว่า “ให้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติต่างๆทั่วแผ่นดิน” ขานี้ยังมีความหมายในการสยบภูตผีไร้ญาติที่นำมาซึ่งความเจ็บป่วย.....

นอกจากนี้ ท้าวเวสสุวรรณ ยังถือมังกรสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่มอาญาสิทธิ์ ให้มีสิทธิ์พิฆาตสิ่งชั่วร้าย และ สิงห์คาบดาบ เพื่อสะท้อนทุกสิ่งอัปมงคลกลับไป.....

รูปหล่อลอยองค์รุ่นนี้ จัดสร้างได้สง่างามมีอำนาจสมเป็นเทพยักษ์ผู้รักษาสมบัติและหัวหน้าแห่งภูตผีปีศาจ นำเข้า พิธีโสฬสเทวาภิเษก รวมพระเกจิอันดับต้นๆ 16 รูปนั่งปรก ณ พระอุโบสถวัดหน้าพระเมรุฯ อยุธยา ซึ่งก็เป็นพิธีที่เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดนานเป็นชั่วโมง จึงสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนรับรู้.....

บูชาได้ที่ 0-2221-5791-2, 08-1698-5995 และ www.siristore.com รายได้สมทบทุนสร้างเจ้าแม่กวนอิมปาง 4 พระพักตร์องค์ใหญ่ที่สุดในไทย ที่อยุธยา.....

ลากันด้วยเรื่อง เสี่ยสำเริง เจ้าของร้านขายวัตถุโบราณในกรุงเทพฯ ซึ่งซื้อขายของเก่าทุกชนิดและชอบเล่นพระด้วย .....

วันก่อนไปเตร่หาของหาพระเข้าร้าน เจอพรรคพวกก็นั่งคุยกันว่าใครได้อะไรมา.....

ก็พูดกันถึง รูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ รัชกาลที่ 1 ซึ่งตอนนี้มีคนหาบูชากันมาก เพราะทรงกอบกู้เอกราช พอ เสี่ยสำเริง บอกว่ามีแล้ว เพื่อนก็บอกว่า ถ้ามีอย่าตั้งไว้คู่กัน เพราะไม่ใช่ราชวงศ์เดียวกัน.....

แล้วเพื่อนก็เล่าว่า เคยรบคู่กันมาก็จริง แต่ตอนหลังประวัติศาสตร์บอกว่า สมเด็จ พระเจ้าตากสินฯ ทรงฟั่นเฟือน ระแวงว่าจะถูกปองร้าย ร.1 หรือตอนนั้นเป็น เจ้าพระยาจักรี จึงต้องแยกวง.....

พอกลับร้าน เสี่ยสำเริง ก็รีบยกพระรูปไปตั้งแยกมุมกัน แล้วหาหนังสือพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และรัชกาลที่ 1 มาอ่าน และประทับใจมากที่รบกันเก่งกาจกล้าหาญ.....

คืนนั้นก็เลยได้เรื่อง เพราะเกิดฝันแปลก เหมือนระลึกชาติว่าตัวเองเป็นขุนศึก ทหารเอกของเจ้าพระยาจักรี แม่ทัพเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และได้ไปรบกับพม่า ฟันแทงทหารพม่าจนตายคาโสร่งไปหลายศพ.....

แต่ศึกครั้งหลังเกิดพลาดท่า ถูกทหารพม่าถีบตกม้า แต่ก่อนจะถึงเหตุการณ์ตอนต่อไป ขุนศึกเริง ก็ตื่น––เลยไม่รู้ฝันตอนจบ.....

แต่รุ่งเช้า เสี่ยเริง รีบยกพระรูปกลับมาตั้งบูชาคู่กันเหมือนเดิม เพราะตั้งบูชาคู่กันมา 10 ปี ไม่เคยฝันถึงเลย แต่ย้ายปุ๊บ ก็ฝันปั๊บ.....

เพราะก่อนนอนอ่านประวัติแล้วคง “อินจัด” เลยละเมออุตลุด และที่ถูกพม่าถีบตกม้า ที่แท้เพราะตัวเองฝันว่ากำลังแอ็กชั่นรบตบตีป้องกันข้าศึกอยู่ เลยตกเตียง หลังเดาะ สะโพกคราก เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้