advertisement

สนามพระ 15/04/55

โดย สีกาอ่าง 15 เม.ย. 2555 05:00

พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของฤทธิไกร ศักดิ์เวฬุวัน.

วันนี้ สีกาอ่าง  ฝ่าดงสงกรานต์สาดกระจายมาอย่างแคล้วคลาดไม่เปียกสักหยด ชะเอิงเงย เพราะผู้คนที่จะออกมาสาดน้ำคนที่ผ่านไปมาหน้าบ้าน ในกรุงเทพฯแทบไม่ค่อยมีแล้ว

ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆตอนอยู่ในค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช ที่เด็กๆทุกบ้านต้องถือขันเป็นอาวุธประจำตัว ส่วนปืนฉีดน้ำไม่ค่อยมี ก็ให้พลทหารประจำบ้านเอาไม้ไผ่มาตัดเป็นกระบอกข้าวหลาม แล้วทำก้านอัดให้น้ำพุ่งออกมา แล้วชะเง้อรอเหยื่อที่จะผ่านมาและสาดตูม แค่นั้นก็สนุก เหยื่อที่ชอบมากคือมอ’ไซค์ ซึ่งถ้าไม่อยากเปียกก็จอดแต่โดยดี ยกมือไหว้ขอผ่าน ก็ (อาจจะ) ไม่โดน

แต่มิตรรักนักเพลงที่อยู่ต่างจังหวัด ก็ยังมีบรรยากาศเก่าๆอยู่บ้าง แต่เพื่อความปลอดภัย ใครห้อยพระเนื้อผงอยู่ก็ขอให้ถอดเก็บเพราะหลวงพ่อโดนน้ำบ่อยๆอาจจะชื้นเสียหาย

อย่างองค์นี้อย่าห้อยไปเล่นสงกรานต์เด็ดขาด คือ พระสมเด็จ บางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่อมตรส ของ เสี่ยฤทธิไกร ศักดิ์เวฬุวัน แต่ถ้าเผอเรอใส่ไปและน้ำเข้าตลับ ก็รีบผึ่งแห้งเช็ดตัวให้ท่านด่วน ความสวยสมบูรณ์ระดับแชมป์ ที่มีจุดเด่นตรงฝีมือชั้นครูในการเก็บคราบกรุจะได้ไม่เสียหาย เสียดายแทน

องค์ต่อไปเป็นพระสวยระยับระดับยกดาวให้ 5 ดวง และเป็น ซุปเปอร์สตาร์ ของสงกรานต์ปีนี้ คือ พระกําแพงลีลา เม็ดขนุน กรุลานทุ่งเศรษฐี กําแพงเพชร เพราะเป็นพระของรังใหญ่ และเป็นองค์ที่มีชื่อเสียง แชมป์ออฟเดอะแชมป์ ที่นักนิยมพระ ต้องกล่าวถึงทุกครั้งเมื่อมีการเม้าท์ถึงพระพิมพ์นี้

แต่นานนับสิบปีแล้วที่พระองค์นี้ถูกนิมนต์ไปเก็บเงียบอยู่กับนักสะสมระดับ เจ้าถิ่นบิ๊กเนม จนได้ฤกษ์ปีใหม่ไทย ถึงได้เผยตัวออกมาอีกครั้ง เพราะมีการขยับขยายย้ายวิกไปอยู่กับรุ่นใหญ่วงการพระ เสี่ยต้อย เมืองนนท์ แร้ว ข่าวไม่ยืนยัน แต่นอนยันได้บอกว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน

พระกําแพงทุ่งเศรษฐี ค้นพบจากการเปิดกรุครั้งแรก เมื่อปี 2392 ตามลายแทงในศิลาจารึกของเมืองนครชุม ที่วัดเสด็จ ซึ่ง ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหม-รังสี) เป็นผู้อ่าน ตอนไปเยี่ยมญาติที่นั่น

พอพระยากําแพงเพชร (น้อย) เจ้าเมืองสมัยนั้น ออกสำรวจก็โป๊ะเชะ พบองค์พระเจดีย์ และเมื่อทําการบูรณปฏิสังขรณ์ได้พบ พระเครื่อง ในพระเจดีย์องค์ประธาน พร้อมบันทึกการสร้างบอกไว้ว่าสร้างไว้โดยพระมหาธรรมราชาลิไทย ราวปี พ.ศ.1900 ลักษณะพิมพ์พระมีมากมายนับสิบแบบจําแนกได้เป็น อาทิ พิมพ์ลีลาเม็ด-ขนุน พิมพ์ซุ้มกอ พิมพ์ลีลาพลูจีบ พิมพ์ลีลากลีบ-จําปา

เมื่อได้บูรณะพระเจดีย์องค์อื่น ก็พบพระพิมพ์สกุลนี้บรรจุอยู่เหมือนกัน จึงขุดค้นหาพระตามกรุในวัดที่ตั้งอยู่บนฝั่งนครชุม อาทิ วัดบรมธาตุ วัดพิกุล วัดฤาษี ฯลฯ เรื่อยมา

จนถึงปี พ.ศ.2449 ซึ่งเป็นปีที่ในหลวง ร.5 เสด็จประพาสเมืองกําแพงเพชร นายชิด รัตนวราหะ เจ้าเมืองกับราษฎร จึงนําพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐีทูลเกล้าฯถวาย ซึ่ง ร.5 ทรงเขียนถึงตอนนี้ว่า “เวลาที่ไม่ได้เสด็จมา หากันนัก ดูหาได้ยากยิ่ง ต่อเมื่อเสด็จมาถึง จึงรู้ว่าพระพิมพ์มีมากมาย เห็นมีผู้มารับเสด็จจัดใส่พานพูนเตรียมมาถวายอยู่เต็มสองข้างทาง เสมอทุกวันมิได้ขาด ดูความนับถือเกรงกลัวเจ้านั้นมีมากเป็นอย่างยิ่ง เมืองกําแพงนี้ข่าวว่ามีไข้ชุกชุม แต่ได้พบคนแก่ทั้งหญิงชายมากกว่าเมืองอื่น ราษฎรตามตลาดมีแต่คนแก่ ถามดูมีอายุ 70-80 ปีมากมาย หารือได้ว่า เพราะมีพระพิมพ์ป้องกัน ด้วยนับถือกันมาก--ทำให้เห็นภาพว่า สมัยนั้นพระมีมากมาย

เนื้อพระที่พบ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อดินผสมว่าน (เผา) เนื้อชินเงิน และเนื้อว่านหน้าเงิน หน้าทอง เนื้อดินผสมว่าน ได้รับความนิยมสูงสุด ลักษณะมีความละเอียดหนึกนุ่มอย่างพระเมืองกําแพง (ไม่ปรากฏเม็ดแร่ใดๆในเนื้อหรือมีก็น้อยมาก) สีเนื้อแยกเป็นหลักได้ 4 สี เหลือง แดง เขียว และเขียวอมดํา

เนื้อพระพิมพ์เม็ดขนุนจะมีความแกร่งมากกว่าพระพิมพ์ซุ้มกอ ในเนื้อพระจะมองเห็น “ว่านดอกมะขาม” เป็นจุดแดงแทรกกระจายทั่วองค์ เมื่อมีการค้นพบใหม่ๆได้รับความนิยมสูงกว่าพระกําแพงซุ้มกอ พอพบน้อยกว่าพระซุ้มกอ ความนิยมจึงสลับกัน แต่ยังจัดเป็นพระในชุดเบญจภาคีที่ใช้แทนกันได้

อีกขุนพลจากกรุเดียวกัน คือ พระกําแพงลีลา กลีบจําปา ที่ถูกเรียงลําดับความนิยมไว้ในลําดับต้นๆ ตามหลัง พระซุ้มกอ พระลีลาเม็ดขนุน พิมพ์ลีลาพลูจีบ เพราะจํานวนพระที่พบน้อยกว่าและรายละเอียดในพุทธศิลป์ที่หย่อนงามกว่า นิโหน่ย

ที่เมืองกำแพงเพชรมีพระเต็มลานทุ่งเศรษฐี นอกจากเพราะสมัยนั้นมีฐานะเป็น เมืองหน้าด่าน คอยรับศึกที่จะประชิดบุกเมืองหลวง คนที่อยู่กำแพงเพชรจึงต้องมีของดีไว้คุ้มครอง กับ พระมหาธรรมราชาลิไทย ทรงฝักใฝ่พระพุทธศาสนา จึงมีการจัดสร้างพระเครื่องมากมาย บรรจุไว้ตามกรุต่างๆใน เขตนครชุม (ชื่อเดิมของกำแพงเพชร เมืองโบราณ ในสมัยพระยาเลอไทย ราชวงศ์พระร่วง)

พระที่พบในกรุวัดต่างๆในลานทุ่งเศรษฐี จึงมีอายุประมาณ 700 ปี

สำหรับ พระกำแพงกลีบจำปา นี้ โบราณบ้างเรียกว่า พระกำแพงปากเป็ด เพราะคนสมัยก่อนชอบเปรียบเทียบตั้งชื่อตามสิ่งแวดล้อมรอบตัว แต่ฟังแล้ว กลีบจำปา เพราะกว่า

และขอบอกว่า ถ้า เม็ดขนุน หายากกว่า ซุ้มกอ แล้ว กลีบจำปา ยิ่งหาเวรี่ยากกว่า เม็ดขนุน เพราะตั้งแต่พบในกรุวัดบรมธาตุ เมื่อ พ.ศ.2392 ก็ไม่เคยพบแม้แต่กลีบเดียวอีกเลย

จน พ.ศ.2509 ถึงพบอีกครั้งที่ท้ายลานทุ่งเศรษฐีประมาณ 200 องค์ ก็แตกตื่นเช่ากันองค์ละ 1,000-1,500 ถือเป็น กรุใหม่ ส่วน กรุเก่า ที่ขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีราคา 2,000 กว่า

รายการถัดไปขอเสนอ พระรูปหล่อโบราณ พิมพ์นิยม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร รูปเหมือนจําลอง (ลอยองค์) พระเกจิอาจารย์หมายเลข 1 ของวงการที่แพงขึ้นเรื่อยๆเพราะหลวงพ่อไม่เหนื่อยวิ่งธุดงค์เลย

ปัจจุบันสภาพสวยพื้นๆพอโชว์ได้ เริ่มที่หลักล้าน องค์นี้ของ เสี่ยซุป เตาปูน ที่ใครเห็นก็ต้องยอมรับว่าสวยเจ๋ง จนไม่กล้าถามราคา เพราะมากๆล้านแน่นอน

ซุปเปอร์พระ 5 ดาว ที่มารับมหาสงกรานต์อีกองค์คือ พระปิดตามหายันต์ หลวงพ่อทัพ วัดทอง บางกอกน้อย กทม.

เส้นสายลายยันต์แบบ ยันต์ยุ่ง ที่ยุ่งอย่างมีศิลปะเข้มขลัง เพราะหลวงพ่อขึ้นหุ่นสร้างทีละองค์ แบบแฮนด์เมด

พระเขมสุตาจารย์ (เปรื่อง) ศิษย์ที่อยู่ทันเห็นการสร้างพระของ หลวงพ่อทัพ เล่าว่า ท่านจะเอาเทียนขี้ผึ้งมาขึ้นหุ่นพระ โดย โกลน (ภาษาเก่าแปลว่าแต่ง เกลา) เป็นองค์เกลี้ยงๆตามขนาดสัณฐานที่ต้องการก่อน เมื่อตกแต่งได้สัดส่วนงดงามถูกใจแล้ว ก็จะควั่นเทียนเป็นเส้นยาวอย่างเส้น “ขนมจีน” นํามาขดเรียงเป็นอักขระเลขยันต์ลงบนองค์พระ ขนาดของเส้นใหญ่เล็กตามขนาดองค์พระ

เสร็จแล้วจึงควั่นขี้ผึ้งเป็นเส้นขนาดเขื่องกว่าเส้นยันต์ 2 เส้น มาต่อเป็นสายชนวนที่ตรงใต้เข่า ทั้ง 2 ข้าง แล้วจึงเอา ดินผสมขี้วัวแห้ง มาบดผสมนํ้า นวดพอนิ่มหมาดๆมาไล้หุ่นและสายชนวนจนสนิททั่วและหนาพอ ผึ่งไว้จนแห้งสนิท แล้วจึงเอาดินผสมขี้เถ้ามาพอกองค์พระจนเป็นเบ้าหนา รูปทรงคล้ายกระปุก ทิ้งไว้จนดินจับตัวแห้งแข็ง จึงเอามาหงายก้นทําพิธีเททอง

ในยุคต้นๆท่านนิยมสร้างเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ ยุคหลังๆ จึงสร้างด้วยเนื้อโลหะผสม แต่หลวงพ่อยังใช้แผ่นโลหะจารอักขระลายมือท่านหลอมเป็นเนื้อทอง เทองค์พระโดยไม่มีแผ่นโลหะเปล่าๆเจือปนแม้แต่น้อย

และสร้างไปทีละน้อย แจกไปจนหมด จะเหลือไว้เป็นตัวอย่างก็เพียงองค์สององค์ ด้วยกรรมวิธีที่มีขั้นตอนมากจึงคาดได้ว่าจำนวนพระที่ท่านสร้างคงมีจำนวนแค่หลักร้อย

ปัจจุบัน พระปิดตามหาอุดเนื้อโลหะ ของท่านได้รับความนิยมสูงสุด เป็นพระปิดตาหมายเลข 1 ผู้มีได้พระของท่านไว้ในครอบครองถือว่ามีบุญและมีตังค์ เพราะสวยๆดูง่ายๆอย่างองค์นี้ของ เสี่ยซุป เตาปูน ตีราคายืนพื้นไว้ที่ล้านกว่าๆ

ต่อไปคือ เหรียญหล่อหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ 2505 ซึ่งบัดนี้มีอายุการสร้าง 50 ปีแล้ว ถือว่ามีอายุเข้าขั้นพระเก่าพอสมควร และเมื่อเป็นรุ่นที่สร้างทันสมัย พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ปัตตานี ซึ่งแสวงหากันมาก เหรียญหลังเตารีดรุ่นนี้ เนื้อนี้ จึงมีราคาซื้อขายที่หลักแสน--องค์นี้เป็นของ เสี่ยธีรวัฒน์ เทียมนภา เจ้าของร้านทองอยู่เชียงใหม่ เดาว่าอาจเป็นคนใต้ หรือไม่เมียก็คนใต้ หรือไม่กิ๊กก็คนใต้--ใส่ไฟกันเล็กน้อย เผื่อ เสี่ยธีรวัฒน์ จะได้พิสูจน์ความแคล้วคลาด

ตามมาด้วย เหรียญหลวงปู่รอด รุ่นแรก พ.ศ. 2467 วัดสามไถ อ.เสนา อยุธยา เหรียญหล่อพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองกรุงเก่า

สภาพเหรียญแบบนี้ของ เสี่ยเด่น อยุธยา ราคาอาจถึง ครึ่งล้าน ถ้าเจอคนที่รู้ประวัติท่านจริง ว่าเป็น เหรียญรุ่นแรกและรุ่นเดียว ที่ท่านสร้างออกคราวงานฉลองพระอุโบสถ ลักษณะเป็นเหรียญหล่อเนื้อทองผสมหูในตัว รูปทรงเสมา ด้านหน้าเป็นรูปจําลององค์หลวงพ่อนั่งอยู่เหนือรูปเสือ ด้านหลังเป็นยันต์แปด ด้านหลังบอก พ.ศ.2467 ไว้ชัดเจน

หลวงพ่อรอด เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีอาวุโสสูงกว่า และมีชื่อเสียงในวิชาพุทธาคมด้านมหาอุด คงกระพันชาตรี มาก่อน หลวงพ่อกลั่น

ส่งท้ายการทัวร์สนามพระเก่า ด้วย เหรียญหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ทองคำ ของ นพนพ บุญลาโภ ทิพยประกันภัย บางกะปิ ที่มั่นใจความสวย จนส่งคำท้าทายมาว่าใครมีสวยกว่านี้อีกมั้ย ใครรับคำท้าก็ส่งมาประชันได้

เข้าสนาม พระใหม่พิธีดี สำนักแรกทั้งสวยหยด และเป็นพระสำนักวัดดัง คือ พระพุทธชินราช รุ่น จอมราชันย์

ระยะหลัง พระเครื่องสร้างใหม่ที่ สีกาอ่าง คัดเลือกมานำเสนอ ต่างเน้นเรื่อง ศิลปะรูปแบบ กันเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นจุดดึงดูดความสนใจให้เข้ามาดู และพอรู้ว่า พิธีกรรม ดีด้วยก็จบข่าว

พระพุทธชินราช จอมราชันย์  จัดสร้างเป็นเหรียญทรงเสมา เนื้อเงินลงยาแบบโบราณ นอกจากเหรียญปั๊มโบราณ ยังมี เหรียญหล่อฉลุ แบบงามวิจิตร ออกแบบโดยแพรนด้าจิวเวลรี่ และเพราะเป็นของวัดใหญ่ระดับวัดพระพุทธชินราช สร้างเอง และสร้างจำนวนจำกัด จึงเปิดตัวอย่างฮือฮา

รายได้จะนำไปสร้างวัดใหม่ในการอุปถัมภ์ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ โดย พระธรรมเสนานุวัตร เจ้าอาวาสวัดใหญ่เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สอบถามได้ ที่ 08-9703-7378, 08-4645-2929 และ 08-1920-0022

อีกสำนักที่จัดหนักแบบสวยกริบ มาจากชมรมพุทธคูณสยาม ซึ่งจัดสร้าง พระพุทธปวเรศ เหรียญฉลุพุทธโสธร เหรียญฉลุเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อคูณ

ทุกแบบสวยประณีต ดูไฮโซ ทำให้กระแสตอบรับดีเยี่ยม

เพราะ เหรียญฉลุ ทำยาก เป็นแบบฉลุยกองค์ ประกบ 3 ชิ้น ประกอบด้วยมือทุกเหรียญ โดย เหรียญฉลุเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อคูณ รุ่น พุทธคูณสยาม เป็นรุ่นแรก สร้างปี 2553 มาเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ เหรียญฉลุพุทธปวเรศ ปี 2554 กรอบเป็นมังกรคู่ทะยานฟ้า พุทธาภิเษกวัดบวรนิเวศฯ มวลสารจัดสร้างมูลค่าหลายล้าน กระแสนิยม
แรงทะลุข้ามปี

และผลงานล่าสุด คือ เหรียญฉลุพุทธโสธร รุ่นเจริญพร ที่ออกแบบได้สวยงามสุดๆ แค่เห็นตัวอย่างเหรียญก็ประทับใจต้องแย่งกันจองเพราะ จำนวนจัดสร้างน้อยกว่าทุกครั้ง

สอบถามบูชาได้ที่ 08-6340-8488, 08-1859-4569, 08-7689-2970, 08-3333-3313

สุดท้ายเป็นข่าวจาก ครูบากฤษณะ อินทวัณโณ ซึ่งจัดพิธีสรงน้ำพระสงกรานต์ ใครอ่านสนามพระฯวันเสาร์ก็ไปทัน เพราะแค่โคราชนี่เอง

ไปแล้วอย่าลืมบูชา พระขุนแผนเรียกทรัพย์ ซึ่งจัดสร้างแบบแพรวพราวพอสมควร ด้านหลังฝังตะกรุดทองคำ ตะกรุดเงิน และพลอย--สอบถามได้ที่ 08-0465-5836, 08-1063-8261

ลากันด้วยเรื่อง ของของใคร ก็คือของของใครวันยังค่ำ กล่าวคือ ตอนสงกรานต์ สองพี่น้อง เสี่ยจามร และ เสี่ยพรชัย ซึ่งไปทำงานอยู่เมืองนอก ได้กลับมาเยี่ยมบ้านเพราะตั้งแต่พ่อตายไปเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ได้กลับมาเลย

แม่ดีใจมากที่ลูกๆมาพร้อมหน้า ก็หยิบห่อผ้าออกมา บอกว่าหลังจากเสร็จงานศพพ่อ แม่ก็เก็บข้าวของของพ่อ และพบห่อผ้าอันนี้ มีเหรียญ 2 เหรียญ มีลายมือพ่อสั่งไว้ว่า เหรียญเงินให้น้อง เหรียญทองให้พี่ วันนี้ลูกอยู่กันครบก็เอาไปเลยจะได้ใช้คุ้มครองตัว-เป็นเหรียญหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เหมือนกันแต่คนละเนื้อ

ฝ่าย เสี่ยพรชัย ซึ่งทำงานอยู่อิสราเอล เห็นตัวเองได้เหรียญเงิน ก็ออกอาการลูกคนเล็ก จะขอเปลี่ยนเป็นทอง แม่ก็เข้าข้างน้อง เลยบอกให้ เสี่ยจามร ซึ่งเป็นวิศวกรอยู่ออสเตรเลียว่า เราเป็นพี่ต้องเสียสละ ให้น้องไปเถอะ เสี่ยจามร ไม่อยากขัดใจแม่ เลยยอมแลก

ก่อนกลับออสเตรเลีย เสี่ยจามร ก็เอา เหรียญเงินหลวงพ่อแดง ไปทำตลับ และบ่นกับร้านว่า จริงๆแล้วได้เหรียญทองคำ แต่น้องมันงอแง แม่เลยเข้าข้างมัน

เจ้าของร้านถามว่า แล้วจะมีการแลกกลับกันอีกไหม เสี่ยจามร บอกว่ามันไม่ยอมแลกแน่ เพราะนี่ก็กลับไปทำงานแล้ว เจ้าของร้านเลยบอกว่า เหรียญทองคำอันนั้นนะ 3 แสน เป็นพระที่แม่ทัพสร้างให้หลวงพ่อ พอฟังราคา เสี่ยจามร ยิ่งโมโห บ่นพึม ไม่น่ายอมแลกกะมันเล้ย คราวหน้าเวลาแม่จะแบ่งสมบัติ สงสัยต้องระวังมันจะขอแลกเอาดีๆไปอีก

แต่เจ้าของร้านบอกว่า ถ้าไม่แลกกลับก็ดีแล้ว เพราะอันนี้หลวงพ่อแดงสร้างเอง ถ้าคุณจะขาย มีคนซื้อทันที 2 ล้าน!--เสี่ยจามร ก็เลยเปลี่ยนใจ ขอเป็นพี่ที่ดี เสียสละเพื่อน้องตลอดชาติ และไม่ยอมแลกกลับเด็ดขาด เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้