advertisement

สนามพระ 18/03/55

โดย สีกาอ่าง 18 มี.ค. 2555 05:01

พระสมเด็จ อรหัง พิมพ์สังฆาฎิ (หลังจาร) วัดมหาธาตุ

เปิดสนามพระวิภาวดี ก็ได้ยินเสียงสมน้ำหน้า พระเกษม ดวงแพงมาต แห่งที่พักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกลาง เพชรบูรณ์ ที่ถูกศาลตัดสินลงโทษ คดีหมิ่นศาสนา แล้ว

เพราะนุ่งห่ม จีวรพระ แต่หาได้มีความเคารพต่อ รูปเคารพ สัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระศาสดาของพุทธศาสนาแม้แต่น้อย

จึงแสดงความดูถูกเหยียดหยาม พระพุทธชินราชจำลอง ด้วยการติดป้ายว่า ทองเหลืองนี้ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน ใช้เท้าเหยียบฐานพระ และเอามือตบหน้าพระพุทธรูป

นับว่าศาลยังปรานี หวังจะให้สำนึกผิด จึงลงโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 2 หมื่นแต่ให้รอลงโทษ 2 ปี แต่แทนที่มันจะรู้ตัว กลับคุยว่า จะมีเวอร์ชั่นใหม่

ก็รอดูต่อไป ว่ามันจะกล้าทำอะไรเลวๆ ออกมาอีก และจะรอดถูกรุมตีน ไปนานแค่ไหน เพราะแสดงกิริยาต่ำช้ากับ พระพุทธรูป ซึ่งชาวพุทธตั้งแต่ระดับพระมหากษัตริย์ ถือเป็นสิ่งควรเคารพ--ถ้า เจ้าเกษม ไม่เคารพก็ช่างหัว แต่อย่าดูหมิ่น และควรสึกไปซะ เพราะ จีวร ที่มันห่มอยู่นั่น ก็คือสัญลักษณ์ แสดงว่าเป็น สาวกพระพุทธเจ้า เหมือนกัน

ไปดูพระเครื่องดังสำนักแรก ซึ่งไม่ได้ดูกันใน สนามพระวิภาวดี นานแล้ว สำหรับ พระสมเด็จ อรหัง พิมพ์สังฏิ (หลังจาร) วัดมหาธาตุ

พระสมเด็จ... พระพิมพ์นี้ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก ไก่เถื่อน) สร้างไว้ตอนอยู่ วัดพลับ ซึ่งยังสมณศักดิ์พระราชาคณะที่พระญาณสังวร ราวปี พ.ศ.2360 สร้างไป เสกไป แจกไป โดยไม่ได้ลงกรุ มี พิมพ์เกศเปลวเพลิง (หลังเรียบ) ออกมาก่อน จนได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งต้องไปครองตำแหน่งที่วัดมหาธาตุเมื่อปี 2363 จึงนำพระพิมพ์ที่สร้างไว้ มาแจกในงานพิธี เป็นเหตุให้เรียกกันว่า พระสมเด็จ ซึ่งหมายถึง พระที่พระชั้นสมเด็จสร้าง

ที่เหลือนำบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์ เมื่อแตกกรุออกมา พระพิมพ์สี่เหลี่ยม แบบนี้จึงเรียกรวมว่า พระ (พิมพ์) สมเด็จ กันหมด

ตอนนำพระออกจากกรุ พบพระเพียง 3 พิมพ์ คือ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์เล็ก เนื้อพระสีขาวนวลละเอียดแน่นตัวมาก และที่มี เนื้องอก อย่าง พระวัดพลับ ก็มี และมี อักขระ อะระหัง จารมือด้านหลัง

หลังจากยุค สมเด็จพระสังฆราช (สุก) ลูกศิษย์คือ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังฯ ก็ได้สร้างพระพิมพ์สี่เหลี่ยมแบบเดียวกับ พระสมเด็จอรหัง ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2409 โดยยึดถือแบบพิมพ์ที่ สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร (สุก) สร้างไว้ เป็น ต้นแบบ

องค์ถัดมาคือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของท่านรองจเร พล.ต.ต.ศักดา ชื่นภักดี เป็นพระสวยฟอร์มสดและหล่อล่ำกว่าองค์ หน้าหนุ่ม อื่นๆ เพราะโดยทั่วไปพระพิมพ์นี้เป็นน้องสุดท้องของตระกูล และมีขนาดเล็ก รายละเอียดของเส้นศิลป์จะดูดีเฉพาะพระพักตร์ ส่วนฟอร์มทรงจะถูกตัดชิดดูบีบแคบจนเสียสัดส่วน แต่องค์นี้ ตัดขอบได้งดงามเหมือน พระพิมพ์หน้าแก่ จึงงามอลังการ จนมีคนประเมินให้ 2 ล้าน

ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งพบ พระผงสุพรรณ ในพระปรางค์ร้าง แม้หลักฐานสำคัญ คือ แผ่นลานทอง ลานเงิน ที่จารึกประวัติของพระและสิ่งของมีค่าในกรุ จะถูกขโมยไปมากและเอาไปหลอมขาย แต่ก็พอรู้จากที่เหลือว่า พระมหาเถรปิทัสสี และ พระฤษี สร้างไว้

จากจารึกลานทอง บอกว่า พระผงสุพรรณ สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง เมื่อประมาณ พ.ศ.1890 แต่ไม่รู้ชัดว่าองค์ไหนเพราะยุคอู่ทอง เรียกพระเจ้าแผ่นดินว่า พระเจ้าอู่ทอง ทุกองค์

ยังพบอุปเท่ห์ การบูชา ที่ พระฤษี เขียนไว้ ว่าหากจะใช้พระให้มีผลแล้ว ต้องบูชาอย่างไร เช่น หากมีศัตรูปองร้าย ให้เขียนชื่อผู้นั้น ลงในกระดาษแล้วนั่งทับไว้ ภาวนาด้วยบทพาหุง 8 บทแล้วเอาแผ่นกระดาษไปขยี้ในน้ำให้ละลายไป——ใครอยากพิสูจน์ ลองเขียนชื่อเมียทำดู จำได้รู้ว่าใครจะขยี้ใคร

องค์ที่สาม เป็น พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ พิมพ์กลางลึก เนื้อว่าน รุ่นแรก พ.ศ.2497

พิมพ์กลางลึก จัดเป็นพิมพ์มาตรฐาน ที่เล่นหาเป็น พิมพ์นิยม พระสภาพสวยเดิมๆ เนื้อแห้งสนิทตามอายุ มวลสารครบสี หลังมีก้อนแร่ประปรายฝังตัวแน่นสนิทอยู่ในเนื้อ ใต้ฐานมีรูเสียบไม้แกะพระออกจากพิมพ์ ครบเครื่องอย่างนี้แหละที่เขาเรียกกันว่า พระแท้ดูง่าย ซื้อขายสบายใจ องค์นี้เจ้าของบอกชื่อว่า เวกัส

วันก่อนที่เขียนถึงเรื่องราว หลวงปู่ทวด ไปค่อนข้างละเอียด ก็มีมิตรรักแฟนเพลงเขียนมาว่า ที่ชื่อเสียงของ หลวงปู่ทวด ยังยืนยงคงความศรัทธาอย่างไม่เคยเสื่อม แม้จะมรณภาพไปนานถึง 4-500 ปีแล้ว เพราะเชื่อกันว่า หลวงปู่ทวด หรือ สมเด็จเจ้าพะโค หรือ พระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ พระเถระในสมัยกรุงศรีอยุธยา จะได้ตรัสรู้มาเป็นพระพุทธเจ้า พระนามว่า พระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งเรียกว่า ยุคพระศรีอาริย์ ซึ่งบ้านเมืองสงบร่มเย็น ผู้คนมีศีลธรรม--เฮ้อ เสียดาย ที่ สีกาอ่าง อยู่ไม่ถึง

อีกองค์ก็สายใต้ คือ พระกริ่งทักษิณ ชินวโร รุ่นแรก ซึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภานุพันธ์ยุคล (เสด็จพระองค์ชายใหญ่) จัดสร้างถวาย พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ วัดดอนศาลา พัทลุง เมื่อปี 2519 ก่อน พระอาจารย์นำ มรณภาพไม่กี่วัน โดยทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเททอง

องค์นี้ของ ต้อง แอนติค ดูแล้วเนื้อพระมีประกายรัศมีงดงามตระการตากว่าที่เคยเห็น เพราะเจ้าของพระเขียนบอกมาว่าเป็น พระพิมพ์กรรมการ สร้างพิเศษด้วยเนื้อต้นชนวนจำนวน 5 องค์ พิมพ์พระจำลองแบบพระพุทธรูปศิลปะสมัยศรีวิชัยมาได้อย่างสมบูรณ์

อาจารย์นำ เป็นลูกบุญธรรมของ หลวงพ่อทอง สำนักวัดเขาอ้อ และพ่อแท้ๆคือ อาจารย์เกลี้ยง วัดดอนศาลา จึงได้วิชาอาคมจากสองท่านมาทุกอย่าง รวมทั้งเรียนกับ พระครูสิทธยาภิรัต วัดดอนศาลา จึงเก่งกล้าอาคมขลัง จน เสด็จพระองค์ชายใหญ่ เลื่อมใสศรัทธานับถือเป็นพระอาจารย์ ส่วนศิษย์คนอื่นๆก็มี พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช

อาจารย์นำ บวชครั้งแรกได้ 6 ปี ก็สึกออกมา และประพฤติตนอยู่ในศีล เป็น ฆราวาสขมังเวท และมีชาวบ้านทุกหัวระแหงมาพึ่งพาให้ท่านใช้วิชาอาคมช่วยเหลือเสมอต่อมาเมื่ออายุ 75 ท่านกลับไปบวชอีกครั้ง จนมรณภาพเมื่ออายุ 88 ปี

ตามมาด้วยเหรียญดังที่ไม่ได้เห็นกันนาน คือ เหรียญพระพุทธบาท พระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ) เนื้อเงิน พิมพ์เล็ก วัดเขาบางทราย ชลบุรี 2461

จัดสร้างไว้ 2 ขนาด ขนาดใหญ่กับเล็ก ประมาณเหรียญ 10 สตางค์รุ่นเก่า เนื้อเหรียญมี ทองคำ เงิน ทองแดง ด้านหน้าเหรียญ ตรงกลางเป็นรูปจำลององค์พระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร ล้อมด้วยอักขระพระคาถาอริยสัจจ์ ทุ สะ นิ มะ แล้วต่อด้วยหัวใจพระกรณียเมตตสูตร จะ ภะ กะ สะ

ด้านหลัง ตรงกลางเหรียญเป็น รูปรอยพระพุทธบาท ล้อมรอบด้วยอักขระพระคาถาเดียวกัน ความนิยมของเหรียญนี้ในอดีตค่านิยมเหรียญเล็กจะสูงกว่าเล็กน้อยเพราะมีน้อยหายาก แต่ปัจจุบันไม่มีใครเกี่ยงเรื่องขนาด เพราะหายากพอกัน และราคา มากแสน เหมือนกัน

เหรียญอีกสำนัก เป็นของ หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด พ.ศ. 2497 รุ่นนี้ บล็อกด้านหน้าเหรียญมีแบบเดียว แต่บล็อกด้านหลังมี 2 แบบ คือ ราวบันไดมีลูก กรง กับราวบันไดไม่มีลูกกรง แบบเหรียญนี้ ซึ่งแท้และสวย และน่าหาใช้เพราะมีประสบการณ์ และราคายังหลักหมื่นต้นๆ

ถัดไป คือ เหรียญใบหอก เนื้อตะกั่ว หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี นครสวรรค์ ซึ่งสร้างแค่ 200 องค์ ทำให้เป็นพระเนื้อตะกั่วรุ่นแพงสุดของตระกูลนี้ องค์พื้นๆสวยธรรมดา ราคาอยู่ที่หลักหมื่นปลายๆทะลุแสน ส่วนองค์สวยเลิศ ของ เสี่ยวิโรจน์ พรหมบัญชร ประมาณราคาไว้ที่ 3 แสน ในฐานะที่เป็นองค์ดัง ที่มีภาพในหนังสือวัตถุมงคลหลวงพ่อพรหม ที่วัดจัดพิมพ์

เข้าสนาม พระใหม่วันนี้ เก่าวันหน้า และจะมีราคา เพราะสร้างไว้ดี อย่าง เหรียญฉลุพุทธโสธร รุ่น เจริญพร ของชมรมพุทธคูณสยาม จนถึงวันนี้ยังมีการเช่าบูชาไม่ขาดสาย เพราะพุทธศิลป์สวยหยด

กับทั้งยังเห็นผลงานการสร้าง ตอนเปิดตัว เหรียญฉลุรุ่นแรก คือ เหรียญฉลุเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ซึ่งถือเป็น เหรียญฉลุยกองค์ รุ่นแรก ของ หลวงพ่อคูณ และเป็น ต้นแบบ ของเหรียญฉลุ ที่จัดสร้างแบบมีมิติ ทุกเหรียญตอกโค้ดและมีหมายเลขกำกับ สร้างความเกรียวกราวให้วงการพระมาก เพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบ การสร้างพระแบบเดิมๆ ให้วิลิศมาหราขึ้น

ทำให้ เหรียญฉลุยกองค์ประกบ 3 ชิ้น กลายเป็นที่นิยมอย่างสูง และเมื่อยิ่งสร้างเป็น องค์ พระพุทธโสธร และ หลวงพ่อทวด ด้วยแล้ว แม้แต่เซียนพระก็ยังตามเก็บ เพราะเชื่อว่า เหรียญฉลุเลื่อนสมณศักดิ์ และ เหรียญฉลุพุทธโสธร จะเป็นเหรียญแห่งตำนาน ที่หายากและมีราคาเล่นหาสูงในอนาคต—สอบถามบูชาได้ที่ 08-1859 -4569, 08-3333-3313

อีกสำนักเป็นของพระเกจิชื่อดังพิษณุโลก คือ หลวงปู่แขก (พระมงคลสุธี) วัดสุนทรประดิษฐ์ ซึ่งงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคลใหญ่ๆ ต้องนิมนต์ท่านไปร่วมปลุกเสก เพราะแก่กล้าพุทธาคมระดับแถวหน้า

พอ หลวงปู่แขก คิดจัดสร้างวัตถุมงคลเพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต และนำรายได้ไปบูรณะพระอุโบสถของวัด ท่านจึงให้ชื่อพระรุ่นนี้ว่า มงคลชีวิต

รุ่น มงคลชีวิต หลวงปู่แขก มี พระกริ่ง ก้นลายเซ็น และ เหรียญเสมาฉลุพระพุทธชินราช ประกบ 3 ชิ้น ที่กำลังนิยมสร้างกัน ใช้ชนวนมวลสารเก่าแก่ เช่น ชนวนพระกริ่งเก่า แผ่นจารของพระเกจิต่างๆ และยังจัดสร้าง พระผงสมเด็จ ซึ่งมีมวลสารผงสมเด็จบางขุนพรหม และผงอิทธิเจ ผงปถมัง ด้วย และมอบให้ส่วนราชการในพิษณุโลกไปแจกทหาร 1 พันองค์เพื่อบำรุงขวัญ

หลวงปู่แขก จะนำพระรุ่น มงคลชีวิต เข้าพิธีพุทธาภิเษก 20 มี.ค.นี้ ที่วัดสุนทร–ประดิษฐ์ อ.บางระกำ และ ออกให้บูชาตามศูนย์พระทั่วไป--สอบถามที่ 08-6366 -3187, 08-5071-9044

สุดท้ายเป็นรุ่นที่ดังกระหึ่ม ตอนเปิดให้บูชาไปเมื่อปีที่แล้ว เมื่อวัดตรีทศเทพฯ นำ พระกริ่ง และ พระชัยวัฒน์ พระพุทธนวราชบพิตร 2530 ซึ่งสร้างเหมือน พระกริ่งวัดตรีฯ ปี 2492 ที่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯกรมหลวงวชิรญาณวโรรส ประทานให้จัดสร้างขึ้น คราวผูกพัทธสีมาวัดตรีฯออกบูชา

ชนวนมวลสารที่นำมาสร้างพระกริ่งและพระชัยฯวัดตรีฯ ปี 2530 ล้วนแต่สุดยอด เช่น ชนวนพระกริ่งปวเรศ ปี 2530 และกราบบังคมทูลเชิญ ในหลวง เสด็จฯทรงเททอง หล่อพระประธานพระพุทธ–นวราชบพิตร พระกริ่งพระชัยฯ เมื่อ 19 ส.ค. 2530 โดยมี สมเด็จพระเทพฯ ตามเสด็จฯ

เมื่อหล่อเสร็จ ก็ตกแต่งและบรรจุเม็ดกริ่งแบบโบราณ ตอกโค้ด ก่อนออกบูชาครั้งแรก และเมื่อปี 2554 ทางวัดได้พระจำนวนหนึ่งที่เก็บไว้ มาเปิดบูชาอีกครั้ง ตอนยกช่อฟ้าพระอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งได้รับพระบรมราชานุญาตให้จัดสร้าง เหรียญ และ พระพิมพ์ พระพุทธนวราชบพิตร ภปร. ขึ้น

ในปีนี้ เพื่อถวายพระราชกุศล 85 พรรษา ทางวัดจึงจะนำวัตถุมงคลบรรจุกรุ เพื่อสืบทอดพระศาสนา โดยแบ่งบางส่วนให้เช่าบูชา ในราคาพิเศษ ที่พระอุโบสถวัดตรีทศเทพ หรือบูชาทางไปรษณีย์ธนาณัติ ที่ 0-2281-3003 และ 08-9872-2701

ลากันด้วย เรื่องของ เสี่ยสุนัย ซึ่งเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหลังเกษียณแล้วไม่รู้จะทำอะไร

พอไปหาหมอ อาการก็ดีขึ้น แกเลยไปบวชที่วัดทางอีสาน 15 วัน เผื่อจะได้ตรัสรู้ว่าควรจะทำอะไรกับชีวิตคิดไม่ตก

อาทิตย์ก่อน พระทั้งวัดรับนิมนต์กันหมด เหลือแต่ พระใหม่ เฝ้าวัดรูปเดียว ก็มีชาวบ้านหามลูกชายวัยรุ่นที่อาการง่อกแง่กเหมือนผีเข้า ซึมกระทือ มารดน้ำมนต์ แต่พระเกจิที่ทำพิธีประจำไม่อยู่ ชาวบ้านเลยขอให้ พระใหม่ รดให้

พระสุนัย รีบปฏิเสธ อาตมาทำไม่เป็น เพราะเพิ่งจะบวช ชาวบ้านเลยโวย เป็นพระต้องช่วยคน แถมขู่ว่า ถ้าไม่รดให้ เดี๋ยวลูกผมเป็นอะไรตาย พระอาจจะตายตาม พระสุนัย ก็เลยต้องยอม แต่ก็ไม่รู้จะทำน้ำมนต์ยังไง ก็เลยคิดเองเออเอง ทำน้ำมนต์เสร็จภายใน 10 นาที ก็บอกชาวบ้าน เอาน้ำมนต์นี่ไปให้ลูกกิน หายไม่หายก็ไม่รู้ แล้วแต่บุญกรรม-- อีก 3 วัน ชาวบ้านก็แห่มาเลี้ยงพระ และขึ้นกุฏิ พระสุนัย กันหัวกระไดไม่แห้ง เพราะน้ำมนต์ที่ให้ไปเจ๋งจริงๆ

เจ้าอาวาสจึงเรียกไปถาม คุณเพิ่งจะบวชไม่กี่วัน ไปทำน้ำมนต์อะไร เรียนวิชามาจากไหน พระสุนัย เห็นว่าอีกสองสามวันก็จะสึกแล้ว เลยบอกวิชาทำน้ำมนต์ให้หมดเปลือกว่า เอายาใส่ลงไป

เจ้าอาวาส จึงขอดู พอเห็นชื่อยา ก็บอกให้พระทั้งวัด ที่อยากมาเรียนวิชา เสกน้ำมนต์ จาก พระอาจารย์สุนัย กลับกุฏิ ซะ.

เพราะเป็น น้ำมนต์ซาแน็คผสมพาราเซตตามอน พอคนป่วยกินเข้าไปเลยหลับเป็นตาย 3 วัน 3 คืน และได้พาราฯแก้ไข้ ร่างกายจึงได้พักผ่อนเต็มที่ ตื่นมาก็เลยแข็งแรง หายไข้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ สีกาอ่าง.


สีกาอ่าง

 

โหวตข่าวนี้