ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 18/09/54

โดย สีกาอ่าง

พระสมเด็จ วัดระฆังฯ พิมพ์พระประธาน โดยสมหวัง คงวิริยะวุฒิ  การไฟฟ้าหนองไผ่.

ดูข่าวแล้วก็กลุ้มใจ เป็นห่วงมาก เพราะหลายปีมานี้ บ้านเรามีน้ำท่วมบ่อย และหนักๆทั้งนั้น ปีนี้ก็จมน้ำอ่วมไปถึง 44 จังหวัด เกินครึ่งประเทศ และจะหนักขึ้นช่วง 19-20 ก.ย.--กทม. ก็ไม่รอด.....

สนามพระวิภาวดี ก็ขอเป็นสื่อกลาง ชวนมิตรรักแฟนคอลัมน์ที่เงินทองพอใช้ไม่ขัดสน แบ่งปันน้ำใจ เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ของเรา ซึ่ง นายกฯปู ก็นำคณะรัฐมนตรีรับบริจาคกันแล้ว ใครพอช่วยได้ก็ขอเชิญ อย่าเมินเฉย.....


ยังดีที่สนามพระในกรุง ขึ้นห้างกันหมดแล้ว เลยไม่ต้องลุยน้ำไปตามดูพระกัน วันนี้จึงมีพระเครื่องยอดๆมาชุมนุมหลายองค์ องค์แรกก็คือ พระสมเด็จ วัดระฆังฯพิมพ์พระประธาน ซึ่งแม้ว่าสนามพระทุกแห่งจะขาด พระหน้าใหม่ แต่การซื้อขายก็ไม่หยุด กลับมีใบสั่งมากขึ้น ทำให้ราคายิ่งแพง เพราะพระหน้าใหม่ไม่มี ก็ต้องสู้ราคา พระหน้าเก่า ที่ล้วนจําวัดอยู่กับเศรษฐี เศรษฐีจะขายก็อย่าไปหาราคาถูกซะให้ยาก ยิ่งเป็นองค์ดัง ที่ 4-5 ปีก่อนบอกว่า 10-20 ล้าน ก็ถูกหาว่าโม้มั่งปั่นราคามั่ง ทั้งที่ไม่เคยมีส่วนได้เสียซักบาท แล้ววันนี้ ไงหล่ะ พระสมเด็จฯ องค์ดังๆเรียกกัน 40-50 ล้านเฉย .....

อย่างองค์นี้ ที่ เสี่ยสมหวัง คงวิริยะวุฒิ หัวหน้าส่วนการไฟฟ้า (หนองไผ่) เจรจาซื้อมาได้ ก็จ่ายไป 25 ล้าน ซึ่งถูกกว่าราคาตั้งตอนแรก 30 ล้าน --ที่ยอมลดให้ตั้ง 5 ล้าน เพราะพระมีตำหนิตรงมุมบนด้ายซ้าย เนื้อหายไปนิดอย่างที่เห็น ไม่งั้นโนเค.....

ประวัติพระองค์นี้ เขาว่าโฉลกตรงกับ อาชีพค้าที่ดิน เพราะ 10 ปีก่อน เจ้าของดั้งเดิมมอบให้เจ้าอาวาสวัดในนครปฐม เพื่อหาทุนซื้อที่ขยายเขตวัด และมีคนไปแลกซื้อมา 5 ล้าน จากนั้นพระก็ถูกนิมนต์ย้ายไป 3-4 เจ้า คนเช่าล้วนเป็นนักค้าที่ดิน ซึ่งไม่ได้คิดว่ารวยเพราะมีพระองค์นี้ พอโดนแหย่ว่าพระมีตำหนิที่ว่า ก็ถอดใจขายต่อๆกันมา.....


จนราคามาหยุดอยู่ที่ 30 ล้านเมื่อต้นปีนี้ เวลานั้นใครรู้ราคาก็ร้องจ๊าก แต่พอลองเช็กราคาทั่วสนาม ไม่มี พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์ไหน เปิดราคาตํ่ากว่า 30 ล้าน ก็เลยรีบตกลงโอเค.....

องค์ที่สองเป็น พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย กรุวัดใหม่ อมตรส ของ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 7 ที่เล่นพระแบบ คมในฝัก เพราะเป็นนายตำรวจที่เงียบๆพูดน้อย จึงไม่ค่อยมีใครรู้ว่าท่านเป็นนักนิยมพระตัวยง (เพราะไม่ค่อยพูดไง) มารู้กันก็ตอนต้องเป็นโต้โผจัดงานประกวดพระเครื่องของตํารวจภาค 7 ที่ผ่านมา ถูกเซียนพระที่ไปช่วยงานขอชม ก็เลยใจอ่อนยอมเปิดกรุ และก็ไม่ทําให้ผู้ชมผิดหวัง เพราะทุกองค์เป็นพระหลักพระแท้ ที่เซียนบอกช้อบชอบ พร้อมสู่ขอ.....

รายการที่สามเป็น พระสมเด็จจิตรลดา ซึ่งตั้งแต่ต้นปี ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวซื้อขาย เพราะคนมีอยู่ก็หวง ที่ไม่หวงนักและอยากขายก็ตั้งราคาซะเว่อร์ ที่ไม่เว่อร์ พระก็ไม่สวย องค์นี้ ของ เสี่ยตุ้ย อรรถสาส์น (สุขเกษม ปาริชาติดุสิต) น่าจะเป็นองค์แรกของปีที่ได้ดูกันในสนามพระวิภาวดี พิจารณาจากพิมพ์ทรงองค์พระ เนื้อมวลสารที่แก่เรซิ่น และความหนาด้านข้าง พอจะบอกได้ว่าเป็นพระที่พระราชทานระหว่างปี 2512-2513 ผู้รับส่วนใหญ่เป็นทหารไทยที่ถูก ส่งไปรบในสมรภูมิเวียดนาม.....


เดิม ในหลวง ทรงตั้งพระทัยจะสร้าง พระพุทธรูป พระราชทานจังหวัดต่างๆ ซึ่งตอนนั้นมีอยู่ 72 จังหวัด เมื่อปี 2509 แต่มวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมาจากทั่วราชอาณาจักรไม่พอจะสร้างพระพุทธรูปหน้าตัก 9 นิ้ว จึงสร้างเป็น พระพิมพ์จิตรลดา 200 องค์ ไว้บรรจุในพระพุทธรูปซึ่งเปลี่ยนเป็นเนื้อโลหะ.....

ต่อมาได้ทรงสร้างพระพิมพ์เพิ่ม เพื่อพระราชทานส่วนพระองค์ ซึ่งผู้ที่ได้รับมีทั้งข้าราชการ ข้าราชบริพาร เจ้านาย พสกนิกร และทหารไปที่รบในสงครามเวียดนาม.....

เมื่อคุณค่าของ พระสมเด็จจิตรลดา แพร่ออกไป ทำให้คนอยากได้จนแข่งขันซื้อหากันมากขึ้น และมีการทำพระปลอม ออกมาหลอกกัน จึงทรงหยุดสร้างเมื่อปลายปี 2512 แต่ก็ยังมีพระที่สร้างไว้ จึงมีผู้ได้รับพระราชทานอยู่เนืองๆ.....

ตามมาด้วยเหรียญดัง และแพง เพราะเป็น เหรียญยันต์ 5 เนื้อสําริด กะไหล่ทอง พ.ศ.2469 ของ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสุดยอดเหรียญ ยุคเก่า ที่มีราคาสูงถึง หลักล้าน แร้ว.....


ยิ่งสภาพเหรียญสวยกริ๊บกะไหล่เกือบเต็มร้อยอย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยประเสริฐ สระทองซัง นักนิยมเหรียญพระเกจิฯ สายตรง เห็นแล้วถามทันที เท่าหล่าย.....

หลวงปู่เอี่ยม ซึ่งคนโบราณเรียกว่า เจ้าคุณเฒ่า วัดหนัง เป็นพระเถระที่รัชกาลที่ 5 ทรงนับถือเป็นอาจารย์ เป็นพระ ฝ่ายวิปัสสนาไม่กี่รูปที่ได้รับพระราชทาน พัดยศงา สาน ตอนที่เสด็จกลับจากยุโรปก็พระราชทาน นาฬิกาปลุก ที่ซื้อมา แสดงว่า ทรงโปรด มาก.....

ความเชี่ยวชาญด้านวิปัสสนาธุระและพุทธาคมของหลวงปู่ บอกได้จากลูกศิษย์ของท่าน ที่ล้วนแต่เป็นพระเกจิระดับประเทศแห่งยุค เช่น หลวงพ่อเลียบ วัดเลา หลวงปู่ชู วัดนาคปรก เจ้าคุณผล เจ้าอาวาสวัดหนังรุ่นต่อมา.....

ในบรรดาวัตถุมงคล เหรียญวัดหนัง ถือเป็น เหรียญพระเกจิอันดับหนึ่ง คู่คี่เคียงมากับ เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯอยุธยา.....

เดิมที หลวงปู่ไม่นิยมสร้าง รูปเหมือนตัวท่าน เพราะถ่อมตน จึงสร้างแต่วัตถุมงคลที่เป็นองค์พระพุทธมาตลอด แต่บั้นปลายก่อนมรณภาพ ถึงยอมให้ หมอกิม (โกศล ศิริเวชกุล) ลูกศิษย์หาช่างแกะแม่พิมพ์สร้าง ครั้งแรกสร้าง เหรียญยันต์ 4 ปี 2467.....


ส่วน เหรียญยันต์ 5 สร้างปี 2469 ซึ่งเป็น เหรียญสุดท้ายของหลวงปู่เอี่ยม เพราะ 3 เดือนต่อมาท่านก็มรณภาพ.....

ตอนที่ลูกศิษย์นำโดย พระครูแจ้ง ไปขอสร้างเหรียญ ท่านถามว่าสร้างทำไมเหรียญ ยันต์ 4 ก็มีคณะศิษย์จึงเรียนว่า จะขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกเมื่อหลวงปู่ล่วง (คำว่า ล่วง เป็นภาษาคน โบราณหมายถึงล่วงลับ ) หลวงปู่จึงนิ่งไป และบอกว่า พวกเอ็งไม่เอาตัวข้า จะเอารูปเหรียญก็ตามใจ อนุญาตพันเหรียญ.....

พอสร้างเสร็จ ก็เอาให้หลวงปู่ดู ท่านพลิกดูด้านหลัง แต่มองไม่ค่อยเห็นจึงถามว่า นี่เป็นยันต์อะไร พอทราบว่า เป็น ยันต์องค์พระปถมังแบบยันต์ 5 ก็บอกว่า ดีแล้ว และปลุกเสก โดยหยิบเหรียญโกยขึ้นแล้วก็โปรยลงในพานตามเดิมทุกพาน และสั่งว่า ถ้าข้ายังไม่ตาย ห้ามแจกใคร

สมัย หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ยังอยู่ ท่านได้เล่าเรื่องที่แสดง ฌานสมาบัติขั้นสูง ของ หลวงปู่เอี่ยม ว่า ครั้งหนึ่ง หลวงปู่เอี่ยม มาเป็นอุปัชฌาย์ที่วัดประดู่ฯ พอเข้าโบสถ์ ท่านมองไปที่อาสนะที่เตรียมไว้ให้ท่าน และพูดว่าซ้ำๆว่า ของใคร มาเอาไป ก็ไม่มีใครเข้าใจ จนมีคนเดินมาเปิดพรม หยิบไพ่ออกไป.....

อีกสำนักเป็น เหรียญนาคปรก เนื้อทองคํา รุ่น 8 รอบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ บ้านค่าย ระยอง สร้างออกคราวงานทําบุญอายุครบ 8 รอบ 96 ปี เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ.2518 มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายรูปแบบ อาทิ เหรียญเสมา เหรียญห่วง เชื่อม เหรียญฉลุ ล้วนได้รับความนิยมสูง เพราะสร้างสวยประณีต กับหลวงปู่ท่าน “จัดเต็ม” ทําพิธีปลุกเสกตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.จนถึง 14 มิ.ย. .....

และมีจำนวนแน่นอน มีบันทึกไว้ชัดเจนว่า เนื้อทองคํา 7 เหรียญ เนื้อเงิน 397 เหรียญ เนื้อทองแดง 20,000 เหรียญ ราคาเล่นหาเหรียญทองคํา แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยเด่น อยุธยา ประเมินว่าอยู่ที่หลักแสน ถ้ามีลายมือหลวงปู่ลงเหล็กจารกํากับไว้ ก็ยิ่งแพง.....


อีกเหรียญ มาจากทางใต้ คือ เหรียญหลวงปู่ทวด หลังเตารีด เนื้อนวโลหะ 2505 ของ เดอะปู ตระกูลสุข ดูแล้วไม่กล้าบอกได้ว่าสวยม้าก แต่ไม่กล้าบอกว่าสวยสุดในโลก เพราะขณะนี้เป็นเหรียญที่ซื้อง่ายขายคล่องที่สุด จึงมีองค์งามๆเข้าสนามมาให้ดูตลอด แต่ก็ได้ดูแค่รูปจึงตัดสินยาก แต่ก็พอจะบอกได้ว่า ถ้าเป็นพิมพ์นี้ เนื้อนี้ด้วยกันแร้ว องค์นี้ก็แพ้ใครยากส์เหมือนกันนะโยม.....

สมัยที่ สีกาอ่าง เรียนไปโดดร่มไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี ก็ตั้งก๊วนเที่ยวไปทั่ว ทั้งสงขลา ยะลา นราธิวาส เพราะ 30 ปีกว่าก่อน ยังปลอดภัย ไม่แจกระเบิดกระสุนฟรีเหมือนตอนนี้.....

นักศึกษา มอ. จึงนิยมจัด ไบซิเคิล ทัวร์ กัน ปั่นจักรยานกันน่องโป่ง ไปตามสถานที่สำคัญๆเช่น ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มัสยิด และไปกันถึงวัดช้างให้ จึงรู้จัก พระหลวงพ่อทวด ตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็ไม่นึกว่าจะกลายเป็นพระแพง ไม่งั้นก็คงเช่าไว้แล้ว.....

ประวัติ หลวงพ่อทวด นั้น อย่างที่เคยบอกว่ามีหลายตำรา ตำนานหนึ่งเรียกว่า สมเด็จพะโคะ บอกว่า เป็นพระที่อายุ อยู่ในยุคกรุงศรีอยุธยา สมัย สมเด็จพระมหาธรรมราชา จึงประมาณได้ว่า ท่านมีชีวิตอยู่เมื่อ 400 กว่าปีก่อน.....


ที่เรียกว่า สมเด็จพะโคะ ก็เรียกตามชื่อ วัดพะโคะ อ.จะทิ้งพระ (สทิงพระ) สงขลา ที่เชื่อว่า ท่านเคยมาอยู่เป็นเจ้าอาวาสและสร้างความรุ่งเรืองให้วัด เพราะมีบุญญาบารมีสูง จนเมื่อจะบูรณะวัด พระเจ้าแผ่นดินก็ให้ สมเด็จพระเอกาทศรถ เบิกเงินพระคลังหลวงไปถวายและหาศิลาแลงลงเรือสำเภาถึง 7 ลำพร้อมนายช่างไปช่วย.....

สุดท้ายเป็น หนุมานทรงเครื่อง เนื้องาแกะ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุน นนทบุรี ซึ่งนักนิยมเครื่องรางของขลังอยากดู อยากได้อยาก ใช้กันทุกคน เพราะมีศักดิ์ศรีเป็น เครื่องรางระดับเบญจภาคี ที่นักเลงรุ่นเก่าถือว่าชายใดมีครบนับเป็น ยอดชาย.....

ประกอบด้วย เสือหลวงพ่อปานบางเหี้ย เบี้ยแก้หลวงปู่บุญ ตะกรุดวัดสะพานสูง หนุมานหลวงพ่อสุ่น และ มีดทรงคุณหลวงพ่อเดิม--ฟังดูก็รู้ว่ายากที่ใครจะหาได้ครบ ยิ่งยุคนี้ใครมีใช้แค่ชิ้นสองชิ้น ก็ต้องบอกว่าเรี่ยมแล้ว เพราะของแท้หายาก อยากได้ก็ต้องใช้เงินง้าง และง้างแรงๆ เบาๆ เจ้าของก็ไม่สน แต่ละชิ้นจึงมีราคาเรือนแสนถึงล้าน อย่างตัวนี้ของ เสี่ยพินิจ ฉัตรทรงชัย ถึงไม่สวยขาด ก็ต้องจ่ายไปหลายแสน.....

หลวงพ่อสุ่น นิยมทำ หนุมาน ด้วยไม้รัก ไม้พุด และงาช้าง เอามาแกะอย่างประณีตสวยงามแบบ ทรงเครื่อง คือจะใส่เครื่องประดับ เหมือนอย่างจะแสดง โขน หรือ ยี่เก ซึ่งทำให้มีคำพูดว่า แต่งองค์ทรงเครื่อง หมายถึงแต่งตัวสวยงามเต็มที่ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเครื่องประดับ.....

การที่โบราณาจารย์นำ หนุมาน มาทำเป็นเครื่องรางของขลัง ก็เพื่อให้มีผลด้านความเก่งกล้าสามารถและอยู่ยงคงกระพันเหมือน หนุมาน ทหารเอกของพระราม ใน รามเกียรติ์ นอกจากจะทำเป็นตัวเครื่องรางฯแล้ว ยังบางสำนักยังมีการสักตัวหนุมาน หรือเขียนลงในผ้ายันต์เสื้อยันต์ด้วย.....

เข้าสนามพระใหม่กัน รุ่นที่ฝ่าน้ำท่วมมาสบายๆ คือรุ่น มหามงคล ของ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี ซึ่งชั่วโมงนี้ถือว่าแรงสุดๆ เพราะนานๆ หลวงพ่อจะสร้างซักรุ่น และไม่ให้สร้างมาก จึงเป็นพระที่รุ่น ของดี มีน้อย .....

รูปแบบก็สวยเนี้ยบเรียบร้อย เช่น พิมพ์เตารีด เข่ากว้าง แบบโบราณที่ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อาจารย์ของท่านเคยสร้างไว้ และยัง มีแบบ แตกลายงา ด้วย นอกนั้นมีเหรียญเสมาลายฉลุยกองค์, เหรียญโล่ ใหญ่, เหรียญแจกทานใหญ่-เล็ก, พระสมเด็จแตกลายงา, ลอยองค์ เข่า กว้าง หลังเต็ม.....

เนื้อหาก็ดี เช่น เนื้อนวะแก่ทองคำ, เนื้อเมฆสิทธิ์, เนื้อเหรียญบาท, เนื้อสตางค์, เนื้อชนวนเก่า, นวะแก่เงิน เป็นต้น บางเนื้อ ก็หมดแล้ว ต้องเช่ามือสองกันแพงขึ้น.....

ที่พิเศษสุดๆ คือ พิธีพุทธาภิเษก ที่อุโบสถวัดอัมพวัน เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำตามแบบฉบับโบราณ และได้เห็น หลวงพ่อจรัญ นั่งปรกปลุกเสกอย่างตั้งใจ จึงครบถ้วนทั้ง พระ ผู้สร้างดี พิธีดี ของมีน้อย เจตนาดี ลูกศิษย์ลูกหาจึงหากันวุ่น--สอบถาม รายละเอียดได้ที่ 08-6300-2546, 08-1566-8889, 0-2467-5082 และ 0-2221-5791.....

ลากันด้วยเรื่องอิทธิฤทธิ์ของ พระปิดตาหลวงพ่อ แก้ว วัดเครือวัลย์ฯ ชลบุรี ซึ่งร่ำลือกันว่าเมตตามหานิยมเป็นเลิศ จนใครคิดจะเป็น คาสซาโนว่า ต้องหาไว้ติดตัว เพราะถ้า คารมไม่เป็นต่อ ความหล่อก็เป็นรอง แล้ว ก็ต้องใช้ พระหลวงพ่อแก้ว เพื่อให้สาวรักสาวหลง เพราะหลวงพ่อสร้างขึ้นด้วยเนื้อหาพิธีที่เป็นเสน่หามนตรา.....

วันก่อน พอ เสี่ยชัยวุฒิ อดีตเซลส์แมน เอา พระหลวงพ่อแก้ว ไปขาย ก็ตื่นเต้นทั้งสนาม เพราะดูกันว่า แท้ และเป็น พิมพ์ใหญ่ ซึ่ง ลุงชัยวุฒิ บอกว่า เป็น หลังแบบ ด้วยน้า.....

พอเซียนพลิกดูหลัง ก็ถาม หลังแบบ แบบไหน เพราะหลังพระเลี่ยนเรียบไม่มีซักกะแบบ ลุงชัยวุฒิ หัวเราะอายๆ บอกว่า คงใช้เยอะไปหน่อย เพราะพ่อใช้มาก่อน แล้วให้มาตอนลุงหนุ่มๆ เพราะบอกพ่อว่าอยากมีเมียเยอะๆ ไว้ปรนนิบัติ.....

เซียนถาม แล้วตกลงมีกี่คน ลุงยกมือขวากางนิ้วพรึ่บ โป้ง ชี้ กลาง นาง ก้อย 5 คน เซียนร้อง โห มากกว่าอิสลามอีก และพูดอย่างอิจฉา ลุงเลยสบายละสิ ใช้ หลวงพ่อแก้ว แล้วได้เมียตรึม.....

แต่ลุงทำหน้าเซ็ง สบายอะไรกั๊น มีเมียมากๆแล้วจะรู้ว่านรกมีจริง เหนื่อยแทบตายชัก เพราะเมียแต่ละคนก็ไม่ยอมทำงานทำการ รอแต่ให้ลุงเลี้ยง ไอ้จะทิ้งก็ไม่ได้ เพราะพ่อบอกว่า หลวงพ่อแก้ว แช่งไว้ ใครเอาพระกูไปใช้แล้วผิดลูกเมียเขา ได้เป็นเมีย แล้วไม่รับผิดชอบ ให้มีอันเป็นไป.....

ลุงชัยวุฒิ ซึ่งเข้าตำรา หมองู ตายเพราะงู เพราะอยากใช้พระหาเมียเยอะๆดีนัก จึงเข็ด ไม่อยากเป็นหนุ่มเจ้าชู้มีเสน่ห์อีกต่อไปแร้วในชาตินี้ จึงอัญเชิญ หลวงพ่อแก้ว หลังแบบ (แบบสึกๆ) มาขายย้ายวิก ได้เงินไป 2 ล้านกว่าก็แบ่งให้เมียทั้งห้าไว้ทำกิน แล้ว อดีตเซลส์แมนจอมเจ้าชู้ ก็ม้วนเสื่อ ขอกราบลาไปบวชตลอดชีวิต ชีก็ไม่คิดจะจีบ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

17 ก.ย. 2554 10:13 17 ก.ย. 2554 14:12 ไทยรัฐ