advertisement

สนามพระ 06/03/54

โดย สีกาอ่าง 6 มี.ค. 2554 05:01

พระรอด พิมพ์เล็ก กรุวัดมหาวัน ลําพูน.

ข้าพเจ้าเดินหัวเปียกเข้า สนามพระวิภาวดี อีกแล้ว ทำให้ เชื่อว่าดินฟ้าอากาศวิปริตทั่วโลก  ขนาดหน้าร้อนยังมีฝน  หน้าฝนก็อาจจะมีหนาว  ถ้าหน้าหนาว จากที่พูดเล่นๆกันว่า เมืองไทยอาจจะมีหิมะตก อาจได้ดู.....

อากาศเปลี่ยน แต่ที่ไม่เปลี่ยน  คือความอมตะของ  พระรอด  ซึ่งวันนี้  มี  พิมพ์เล็ก  กรุวัดมหาวัน ลําพูน นำทีมหลวงพ่อรุ่นน้องๆมา เพราะเป็นพระที่อายุการสร้างมากกว่าทุกสำนัก คือราวพันปีขึ้น.....


องค์นี้ดูฟอร์มทรงผาดๆ นึกว่าเป็น พิมพ์ใหญ่ เพราะเป็นองค์ที่กดพิมพ์ติดครบเต็มพิมพ์จริงๆ โดยเฉพาะ ส่วนฐาน ที่ทําให้พระองค์นี้ดูมีขนาดเบ้งขึ้นเยอะยิ่งมี เนื้อปีกส่วนเกินด้านข้าง ที่ม้วนเข้าหาองค์ พระ  แบบที่มักเกิดขึ้นในพระพิมพ์ใหญ่  ทําให้ผู้ไม่ เจนจัดในพิมพ์ทรง เข้าใจว่าเป็น พิมพ์ใหญ่ ได้ เหมือนกัน.....

ที่จริง ขนาดขององค์พระรอด ทุกพิมพ์ โดยรวมจะใกล้เคียงกันมาก ความแตกต่างที่ใช้เป็นจุดจําแนกแยกพิมพ์ อยู่ที่รายละเอียดของพุทธศิลป์ และองค์พระที่ดูผึ่งผายสมส่วนสง่างาม จึงถือได้ว่า พระรอดพิมพ์เล็ก องค์นี้มี คุณสมบัติพิเศษ ที่เสริมให้องค์พระมีความงดงามอย่างอลังการ.....


สาเหตุที่ พระพิมพ์ เดียวกันสร้างพร้อมกัน เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน นั้นผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เกิดจากการ กดพิมพ์ หรือ เผาไฟ.....

เพราะตอนกดเนื้อดินลงบนแม่พิมพ์ ถ้าดินมวลสารค่อนข้างแห้ง  พระที่ถอดออกจากพิมพ์จะมีการหดตัวน้อย เมื่อผ่านการเผาแล้ว พระจึงดูใหญ่บึ้ก รวมทั้งความแก่อ่อนของไฟ ถ้าเผาให้เนื้อเป็นสีเขียว พระจะดูเล็กกว่าเนื้อสีแดง-สีส้ม.....

แต่ถ้ากดดินมวลสารที่ค่อนข้างแฉะ เมื่อถอดพิมพ์ ออกมา พระจะหดตัวลงอีก ยิ่งเผาก็ยิ่งหดตัวลง ซึ่งเป็นหลักธรรมชาติวิทยาศาสตร์ ทั่วไป โดนไฟแล้วหด.....


องค์ที่สอง คือ พระรูปเหมือนลอยองค์หล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา (สี่ชาย) หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร จาก เสี่ยสมภพ ธีระโชติ ซึ่งบรรยายมาด้วยความภูมิใจ ว่านั่งส่องมาสอง-สามอาทิตย์พบว่าเป็นพระสวยสมบูรณ์เดิมๆเต็มร้อย คราบไคลเปลือกผิวคราบขี้เบ้าอยู่ในสภาพ 100% ไม่ผิดพระที่เพิ่งนําออกจากช่อใหม่ๆ.....

ยิ่ง ใต้ฐานพระ ที่ชี้ชัดความเก๊แท้ ทั้งธรรมชาติของกระแสโลหะและรอยตะไบองค์นี้ตัดสินได้ด้วยตาเปล่า.....

ตามมาด้วย พระพิมพ์ ลีลาหนังตะลุง เนื้อดิน หลวงปู่บุญ วัดกลาง-บางแก้ว นครปฐม พระพิมพ์ระดับแถวหน้าของตระกูล ที่หลวงพ่อท่านเอาเค้าโครงแบบพิมพ์ มาจากพระกรุเมืองสุพรรณ อย่างพระลีลากรุวัดชุมนุมสงฆ์ซึ่งเป็นวัดในเขตปกครอง.....

ด้วยขนาด ที่คนรุ่นเก่านิยมนําไปใช้ใส่สร้อยคล้องคอแบบเดี่ยวๆ ทําให้พระพิมพ์นี้ ได้รับความนิยมก่อนพิมพ์อื่น องค์ที่เป็น เนื้อผงยาจินดามณี เคยทําราคาสูงสุดเฉียดล้านมาแล้วก่อนใคร.....


สําหรับเนื้อดินสภาพสวยแจ่ม และมีลายมือหลวงพ่อเซ็นกํากับไว้ด้านหลังชัดเจนอย่างองค์ของ เสี่ยจักรพงษ์ ทิมมณี (ส.จ.ปลา ดอนหวาย) ชั่วโมงนี้ ราคาก็หลักแสนแล้วนะโยม.....

รายการต่อไป ได้แก่ พระชัยวัฒน์ (กะไหล่ทอง) สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศนเทพวราราม กทม.ของ  เฮียฮั่ง ท่าพระจันทร์.....

พระรุ่นนี้สร้างเมื่อปี 2460 ในสมัยสมเด็จท่านดํารงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี สร้างไว้จํานวน 28 องค์ อีกส่วนหนึ่งเป็นพระที่คณะศิษย์หลายสกุลได้รับอนุญาตให้เททองสร้างในพิธีเดียวกัน จึงทําให้มีลักษณะฝีมือช่างแต่งองค์พระหลากหลาย การพิจารณาจึงต้องดูเค้าโครงองค์พระ และกระแสเนื้อที่เป็น นวโลหะ ที่เป็นสีนาก กลับขาว แล้วกลับดําเป็นหลัก.....

จำนวนการสร้างพระ ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ)  นั้น  จะเทหล่อใน วันเพ็ญเดือน 12 ทุกปี เพราะเป็นวันประสูติของท่าน ตรงกับวันอะไร ก็จะสร้างตาม กำลังวัน เช่น ถ้า สร้างวันอาทิตย์ จะเทพระกริ่ง 6 องค์ วันจันทร์ 15 องค์ อังคาร 8 องค์ พุธกลางวัน 17 องค์ พุธกลางคืน 12 องค์ พฤหัสฯ 19 องค์ ศุกร์ 21 องค์ เสาร์ 10 องค์--มีหล่อในกรณีพิเศษบ้าง แต่ไม่มาก .....


ส่วนเนื้อโลหะท่านจะผสมเองทุกครั้ง ให้ เนื้อเป็นนวโลหะ กลับดำสนิท หรือเรียกว่า สัมฤทธิ์ดำ ตามตำราโบราณาจารย์ ที่แบ่งเนื้อสัมฤทธิ์ เป็น 3 ชนิดคือ สัมฤทธิเดช เนื้อออกสีแดง เมื่อสัมผัสอากาศจะกลับเป็นสีดำ เชื่อว่ามีดีทางอำนาจ เนื้อสัมฤทธิโชค มีดีทางลาภยศ เนื้อออกเหลืองแล้วกลับดำ เนื้อสัมฤทธิศักดิ์ ดีทางหน้าที่การงาน เจริญรุ่งเรืองยศถาบรรดาศักดิ์ เนื้อออกขาวชมพูกลับดำ .....

ต่อไปขอเสนอ เหรียญรูปจําลองหลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี เนื้อเงิน (ยันต์ใหญ่) รุ่นแรก 2473 ซึ่งสร้างออกเป็นเหรียญที่ระลึกในงานพิธีเททองหล่อพระประธาน เหรียญรุ่นเดียวกันมี 2 แบบ คือ พิมพ์ ดอกจิก กับ พิมพ์รูปไข่ แบบนี้ ที่ด้านหลังเหรียญยังแยกได้เป็นแบบ ยันต์เล็ก กับ ยันต์ใหญ่ แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยช้าง ท่าดินแดง เนื้อเหรียญมีข้อมูลว่ามีทั้ง ทองคํา นาก เงิน ทองแดง แต่ข้าพเจ้าเห็นมีการเล่นหาผ่านตาอยู่เสมอก็แค่ เนื้อเงิน กับ ทองแดง ที่ราคาแรงถึงล้านแล้ว แต่ความสวยต้องสูสีกับเหรียญนี้นะ ขอบอก.....

ตามด้วย เหรียญหลวงพ่อวัดไร่ขิง รุ่นแรก 2467 เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง อ.สามพราน นครปฐม สร้างไว้โดย หลวงพ่อใช้ ปติฎโฐ อดีตเจ้าอาวาส เพื่อออกให้ทําบุญบูชาสร้างเสนาสนะ เหรียญนี้ของ เสี่ยสมชาย ลิ้มไชยาวัฒน์ เป็นอันแชมป์สภาพเดิม 100%--มีมุมข้างให้ดูด้วยว่า บางเฉียบ อย่างนี้.....


สุดท้ายคือ พระปิดตาหลวงปู่ภู วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กทม. พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณโทนสีขาวอีกตระกูลหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงสูง ราคาหลักหมื่นถึงแสน เพราะความเป็น พระแท้ ที่มีวิชาพุทธาคมเข้มขลังเป็นที่เลื่องลือจากอดีตถึงปัจจุบัน และยังเป็นศิษย์สายตรงของ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พระพิมพ์นี้มีรูปทรงสาม เหลี่ยมหน้าจั่ว มีเอกลักษณ์ อย่างองค์ในภาพนี้ของ เสี่ยสุขเกษม ปาริชาติดุสิต.....

ต่อไปเป็นมุมของ คำถามสนามพระ ซึ่งมีมามั่งไม่มีมั่ง.....

คำถามประจำอาทิตย์นี้คือ รู้ได้ยังไงว่าพระแท้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถามกันมาทุกยุคทุกสมัย.....

คำตอบที่ ใช่ที่สุด คือ รู้จากองค์ พระ ซึ่งย่อมมี รายละเอียด จุดสังเกต ในองค์พระครบถ้วนอยู่แล้วจาก เนื้อมวลสาร พิมพ์พระ เอกลักษณ์ ความเก่า ซึ่ง สามารถศึกษาเรียนรู้ได้ แต่คนส่วนใหญ่คิดว่า ยาก เลยไม่คิดจะเรียนรู้หัดดูเอง และใช้วิธี พึ่งเซียน ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญมากกว่า--ก็จริง แต่อย่าลืมว่า ความเชี่ยวชาญของเซียนพระนั้น ก็มาจากการหมั่นเรียนรู้ ศึกษา.....

แต่ปัญหาโลกแตกที่มีอยู่ตลอดเวลาก็คือ นักเล่นพระจำนวนมากส์ นอกจากไม่ศึกษาเรียนรู้ ด้วยตัวเอง และไม่ปรึกษาเซียนพระ ยัง เชื่อตัวเอง โดยไม่มีทฤษฎีมารองรับ ไม่สนใจว่าประวัติการสร้างพระ ทั้งที่สำคัญมาก เพราะ ประวัติศาสตร์ คือสิ่งที่ช่วยยืนยันปัจจุบัน ได้.....


ยกตัวอย่าง พระสมเด็จวัดระฆัง มีประวัติว่า สร้างโดย สมเด็จพุฒาจารย์ (โต)--เชื่อไหมว่า แค่นี้ ก็บอกให้เราสามารถ พิสูจน์ทราบได้ เลยขนาด ว่า พระองค์ไหนเป็นของท่าน องค์ไหนไม่ใช่ (เก๊).....

สีกาอ่าง เจอมาเยอะที่ ผู้ใหญ่หลายท่าน มีชื่อเสียงระดับชาติตำแหน่งระดับบิ๊ก หยิบ พระสมเด็จ ให้ดู บอกว่า เป็น สมเด็จวัดระฆังฯ แต่ข้าพเจ้าดูแว้บเดียว ขนาดไม่ใช่ซงใช่เซียน ยังบอกได้ว่า ไม่ใช่ เพราะ ผิดหลายจุด อย่างเช่นแบบที่ หลังพระ มีพระพักตร์ รัชกาลที่ 5 มีพระมัสสุ (หนวด) ซึ่งหลายคนยังเชื่อจริงๆจังๆว่า เป็นของ สมเด็จฯโต.....

ที่รู้ ว่า ไม่ใช่ เพราะศึกษาประวัติท่านผู้สร้าง ว่า เกิดในยุค ร.1 เมื่อ พ.ศ. 2331 มรณภาพในยุค ร.5 เมื่อ พ.ศ. 2415 ด้วยอายุ 84 ปี.....

ถึงท่านจะเป็น พระเถระ 5 แผ่นดิน อยู่ถึงยุค ร.5 ก็จริง แต่ตอนที่ เจ้าประคุณสมเด็จฯโต สร้าง พระสมเด็จวัดระฆังฯ-บาง-ขุนพรหม เป็นประมาณปี 2411-2413 จัดว่าปลายอายุของท่านแล้ว ซึ่งตอน  พ.ศ.2411 นั้น รัชกาลที่ 5 เพิ่งขึ้นครองราชย์ ด้วยพระชนมายุ 15 ชันษา (ประสูติ พ.ศ.  2396).....

จาก หลักฐานประวัติ ตรงนี้ จึงบอกได้ว่า พระสมเด็จวัดระฆังฯ แบบที่ หลังพระ มี พระรูป ร.5 ไว้หนวด ต้อง ไม่ใช่พระสมเด็จวัดระฆังฯ ที่ สมเด็จฯโต สร้าง เพราะ พระรูป ร.5 หลังพระสมเด็จวัดระฆัง (เก๊) ที่เราเห็นกันเกลื่อน เป็นพระรูปตอนที่ ร.5 น่าจะมี พระชนมายุ 40 กว่า แล้ว.....

ถ้า สมเด็จฯโต จะสร้าง พระสมเด็จ หลัง ร.5 จริงๆละก้อ พระรูป ร.5 หลังพระ ก็ควรจะเป็นตอนทรงพระเยาว์ 14-15 ชันษา ซึ่ง สมเด็จฯโต ยังมีชีวิตอยู่ จริงมะ.....


กับ เทคนิคการแกะแม่พิมพ์รูปเหมือนพระ ใน พระเนื้อผง สมัยนั้น ก็ทำไม่ได้ชัดเจนอย่างที่เห็น--จบการตอบเชิงวิเคราะห์คำถาม รู้ได้ว่าพระแท้ไม่แท้ แม้เกิดไม่ทัน.....

เข้า สนามพระใหม่ วันนี้มีมารุ่นเดียว และกำลังมาแรงมากๆ คือ เหรียญหลวงพ่อทวด พระประจำตระกูล วัดห้วยมงคล หัวหิน ซึ่ง ชุดที่นิยมสุดๆคือ ชุดกรรมการ เพราะจัดสร้างเพียง 5,999 ชุด มี 3 เหรียญ คือ เนื้อเงินลงยา บนพื้นเขียว พื้นแดง และพื้นน้ำเงิน โค้ด บ. (หมายถึงบารมี) 2 เนื้อนวโลหะ โค้ด อ. (หมายถึง อายุ) 3 เนื้อนวโลหะไม่ตัดปีก โค้ด ก. (หมายถึงเกียรติยศ).....

ชนวนมวลสารที่   หลวงพ่อไพโรจน์ เจ้าอาวาส นำมาใช้ ล้วนแต่เข้มขลัง มีแผ่นทองจากเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศซึ่งล้วนแต่เสกกันมาแล้วทุกองค์ตอนจารอักขระเลขยันต์ และยังนำมาเข้าพิธีปลุกเสกชนวนมวลสารอีก โดย สมเด็จพระวันรัต จุดเทียนชัย หลังจากนั้นนำชนวนมวลสารมาหล่อหลอม และเสกซ้ำ ก่อนนำไป ปั๊มเหรียญหลวงพ่อพระประจำตระกูล ไม่ขลังไม่ไหวแล้ว.....

รายได้จากการบูชา นำไปสร้างฐานพระพุทธโสธร หน้าตัก 14 เมตร 19 เซนต์ สูง 19 เมตร เป็นตัวเลขมงคลที่ทำให้ผู้ร่วมสร้างมีชีวิตหน้าที่การงานเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยโชคลาภ.....

เปิดตัวออกมาไม่ทันไร นักเล่นพระใหม่ก็ตอบรับกันเกรียวกราว จนพระหมดไปหลายเนื้อ จึงเตรียมจะปิดรับจอง 10 มี.ค.นี้ ก่อนเข้าพิธีมหาพุทธาภิเษกใหญ่วันเดียวกันเวลา 17.39 น. หน้าองค์ หลวงพ่อทวด สก.-- ใครยังไม่ได้เช่า สอบถามที่วัด 08-1858-6661 และ 08-7829-2837 หรือจองตามศูนย์พระชั้นนำ เพราะคาดว่าหลังพิธี พระหมดเมื่อไหร่ ราคาขึ้นแน่.....

อีกข่าวเป็นหนังสือ สปีริต เล่มล่า ปก พระลือโขง กรุวัดกู่เหล็ก ลำพูน หรือ พระจาม-เทวีวุมเรือนแก้ว ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าหาแท้ๆยากกว่า พระรอด--ปกหลัง เป็น พระบูชาสุโขทัย งามหยดของ ธัญญ์นิธิ ชวรัตนนิธิโชติ.....

ในเล่ม นักเขียนดัง พนมเทียน ซึ่งใน เพชรพระอุมา เขียนถึงวิชาอาคมเวทมนตร์คาถาที่จอมพราน รพินทร์ ไพรวัลย์ ใช้ในการเข้าป่าล่าสัตว์เสมอ  มาเขียน  มนตราอาคม  ซึ่งเริ่มเข้มข้น หลังปูพื้นเล่มก่อน และเผย คาถา ศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้รับจาก คุณตา คือ นะโมพุทธายะ ยะธาพุทโมนะ และเริ่มเขียนถึง ปฐมบท ของการสร้าง พระหลวงพ่อทวด 2479 ที่ พนมเทียน อยู่ในเหตุการณ์ด้วยและไม่เคยเขียนมาก่อน.....

สปีริตฯ  มีแต่นักเขียนหนุ่ม  (เหลือ)  น้อย  อีกท่านที่เขียนให้สปีริตมา  4 ปีแล้ว คือ อาจารย์สมบัติ หรือ ส.พลายน้อย อายุ 80 ขวบ แห่ง เรื่องเล่าชาวกรุงเก่า ซึ่งกำลังภูมิใจยิ้มแต้ เพราะปีนี้ ได้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ซึ่งถือเป็นเกียรติยศต่อตัวท่านที่สุด.....

ในเล่ม ยังมีเรื่องราวมีคุณค่า จากนักเขียนแนวต่างๆเช่น อ.ปรีชา เอี่ยมธรรม ซึ่ง 70 ขวบแล้ว เขียน นะปฐมกัปหลวงปู่ศุข ต่อ ส่วน เรียนเหรียญกับเซียนบอย เป็น เหรียญหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง.....

ฉบับนี้ไปคุยกับเซียนดัง หมู วิเชียรบุรี ใน ซอกแซกบ้านเซียน ส่วนนักสะสมคือ เสี่ยศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์--อย่าลืมอ่าน รู้แล้วรวย ตอน พระรอดเมืองใต้.....

เรื่องลาฮาเฮ วันนี้มาจากอุดรฯ มีว่าสองพี่น้องฝาแฝด ทวีทรัพย์ กับ ทวีสิน เรียนอยู่มัธยม และเป็นนักบอลโรงเรียนด้วย คนนึงเป็นประตู อีกคนเป็นกองหน้า--ทั้งคู่ก็ใฝ่ฝันอยากเล่นระดับพรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ เพราะสมัยนี้จะได้เงินเดือนเป็นแสน.....

ก่อนจะแข่งชิงแชมป์ระดับอำเภอ สองพี่น้องก็ปรึกษาหาวิธี ให้เข้าตา แมวมอง จากกรุงเทพฯ ที่มักจะมาหา ดาวเตะตีนดี เลยคบคิดไปขโมย เหรียญ ที่ปู่เคยเล่าว่าศักดิ์สิทธิ์มากทางมหาอุด และเคยชนะแชมป์งานประกวดมาแล้ว ไปแขวนไว้ตรงเสาประตู ทีมตรงข้ามจะได้ยิงไม่เข้า.....

ก็ไม่รู้ว่าเหนียว หรือเพราะเหรียญ ระหว่างการแข่งขัน ทีมตรงข้ามก็ยิงไม่เข้าจริงๆ ยกเว้นครั้งสุดท้ายปัดไม่ทัน ลูกพุ่งเข้าประตู ตอนแรกใจหายนึกว่าเข้าแล้ว แต่พอหันไปดู ลูกไปโดนเสาประตู เลยเด้งไปอีกทาง ก็โล่งใจหลวงพ่อยังอุดให้อยู่.....

จบการแข่งขัน ทีมก็ได้แชมป์ตามคาด เฮกันลั่นสนาม แต่สองพี่น้องจ๋อยสนิท เพราะเหรียญที่แขวนไว้ตรงเสา กระเด็นหายเข้าป่าไปแล้ว คงตอนโดนลูกบอลอัดเสาเข้านั่นเอง.....

ความที่กลัวปู่   สองหนุ่มเลยไปเอารูปตอนปู่รับใบประกาศ   ไปให้เซียนพระในจังหวัดดู   จะได้หาเหรียญแทนไปให้ปู่ แต่เซียนบอกว่า มีเงินล้านนึงไม่รู้จะซื้อได้ หรือเปล่าไอ้หนู เอ๊ย เพราะเป็น เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง รุ่นแรก.....

ฝาแฝดเลยตกกะใจหนัก เพราะสมมติถึงจะติดลีก แต่รายได้ไม่พอแน่   ปู่ตายไปแล้วยังหาเงินได้ไม่พอค่าเหรียญเลย   เลยปรึกษาว่า เปลี่ยนไปเล่นกอล์ฟหรือเทนนิสดีกว่ามั้ย รายได้เยอะกว่า แต่ก็คงฝึกซ้อมไม่ทันเป็นมือวางระดับโลก เพราะอายุจะ 16-17 แล้ว.....

กำลังคิดเครียด เดินเข้าบ้านก็ตกใจ เพราะเจอปู่ดักอยู่หน้าบ้าน ตาเขียวเชียว ก็นึกว่าปู่รู้เรื่องแล้ว เลยสารภาพตามตรง หลานผิดไปแร้ว เพราะอยากติดลีก .....

แต่ปู่ไม่ยักโกรธแฮะ บอกว่า ดีแล้วที่ไม่โกหก เพราะหลายสิบปีที่ผ่านมาปู่กลุ้มใจตลอด ว่าจะแบ่งสมบัติให้หลานยังไงให้ยุติธรรม เพราะอันที่จริงปู่มี เหรียญหลวงปู่เอี่ยม อยู่ 2 อัน อันที่เป็นแชมป์ ยังอยู่กับปู่ แต่อันที่ไปทำหาย สวยน้อยกว่า ซึ่งคิดมาตลอดว่าจะให้คนไหนอันไหน.....

แต่ตอนนี้ ปู่สบายใจแร้ว ไม่ต้องกลุ้มอีกว่าจะให้อันสวยใคร อันไม่สวยใคร เพราะเหลืออันเดียว เอาไว้ปู่ตายแล้วให้ฝาแฝดไปแบ่งกันเองก็แล้วกัน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement