advertisement

สนามพระ 05/09/53

โดย สีกาอ่าง 5 ก.ย. 2553 05:01

พระรอด กรุวัดมหาวัน พิมพ์เล็ก แชมป์งานจอมสุรางค์ ของเช็ง สุพรรณ.

ชาวสนามพระตื่นเต้นดีใจไปด้วย เมื่อ 2 นายตำรวจใหญ่ที่คุ้นเคยกันดี ได้เลื่อนตำแหน่งทั้งคู่ ท่านแรก คือ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ขึ้นเป็น "ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล" แร้ว.....

บิ๊กแป๊ะ เนี่ย วนเวียนอยู่กับสนามพระมาตั้งแต่ยศยังไม่ใหญ่ แต่ใจใหญ่มั่กๆ เล่นแต่พระแบรนด์เนม แต่ก็ประเภทซื้อมาขายไป เพราะขืนเก็บหมด จนแย่.....

แต่องค์ที่ใช้คู่คอไม่ยอมขายคือ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม ซึ่งมีดีที่ชื่อพิมพ์เป็นมงคล เชื่อกันว่า ฐานแซม จะแซมจะเสริมให้ชีวิตมั่นคง เหมือนบ้านมีฐานรากที่แข็งแรง--ส่วนอีก 2 องค์คือ พระกริ่งปวเรศ และ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ยันต์ 4.....

ใครอยากเป็น ผบช.น. ในอนาคตเหมือน บิ๊กแป๊ะ จะหามาห้อยมั่งก็เชิญ 3 องค์นี้ หลงจ๊งแล้วก็น่าจาซัก 30 ล้าน ++.....

พระสมเด็จวัดระฆัง ฐานแซม ของพงษ์ ลีฬหา.

เครื่องหมาย ++ เนี่ย "สีกาอ่าง" ไม่ได้หมายถึง + ภาษี และ + ค่าบริการ แบบร้านอาหาร แต่หมายถึง + ค่าบริการจัดหา ซึ่งจะถูกจะแพงแล้วแต่ฐานะคนซื้อ อีก + เป็นค่าความสวย ตามที่เจ้าของประเมิน.....

ส่วนในคอ พล.ต.ท.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ซึ่งขยับเป็น ผบช.ภ.5 มีพระดีใช้ประจำอยู่ 3 องค์ คือ พระสมเด็จเกศไชโย (ก็เลยได้ไชโยไปแล้ว) กับ เหรียญรุ่นแรกจตุคามรามเทพ 2532 และ เหรียญหลวงปู่บุญมี วัดสระประสานสุข อุบลฯ  พระเกจิอาจารย์ที่บิ๊กแกนนำม็อบเหลือง  สนธิ ลิ้มทองกุล นับถือมาก.....

รู้กันแล้วว่านายตำรวจใหญ่เขาใช้พระอะไรกัน คราวนี้ ไปดูมั่งว่าพ่อค้าเพชรใหญ่ชื่อ เสี่ยพงษ์ ลีฬหา ใช้อะไร.....

พระผงวัดพลับ พิมพ์ยืน สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) ของชัยญา ลิ้นปราชญา.

ทั้งที่อาชีพหลักซื้อขายเพชร แต่ เสี่ยพงษ์ รู้สึกจะเพลินกับอาชีพรอง ซื้อขายพระ มากกว่า เพราะไปสนามพระบ่อยกว่าไปร้านเพชรของตัวเอง ส่วนรถหรูๆก็ไม่ค่อยใช้ แต่ชอบใช้มอเตอร์ไซค์ร่อนไปร่อนมาเพราะสะดวกกับการเสาะหาพระตามตรอกซอกซอย.....

เสี่ยพงษ์ บอกว่า ได้เพชรเม็ดเบ้งๆมายังไม่ภูมิใจเท่าได้พระ อย่างองค์นี้ เดิมเป็นพระที่ ลงรัก คลุมไว้ทั้งองค์ ตอนไปเจอ เห็นเซียนรุ่นใหญ่กำลังลงมือลอกรักออก แม้จะยังไม่ทันเห็นเนื้อในว่าจะต๊ะติ๊งโหน่ง ไหม แต่ถูกชะตาอย่างแรง จึงตีตราจองไว้ แล้วก็เทียวไปดูกรรมวิธีลอกรักเกือบเดือน ถึงได้ พระสมเด็จวัดระฆัง ฐานแซม สวยปิ๊งมา.....

องค์ที่สอง คือ พระรอด กรุวัดมหาวัน พิมพ์เล็ก เห็นปุ๊บบอกได้ ว่าสวยแน่แท้แน่ พอพลิกไปดูประวัติ ก็ชัวร์เพราะเคยเป็นพระของอดีตนักสะสมรุ่นเดอะ "เสถียร เสถียรสุต" ซึ่งเช่ามาตอนจัดประกวดพระ งานจอมสุรางค์ เมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งทำให้ได้พระสวยๆเข้าวงการมากมาย ส่วนใหญ่ตกอยู่กับ ท่านเสถียร.....

เหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ รุ่นแรก 2484 พิมพ์ นิยม ยันต์หยิก เนื้อเงิน ของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.

ตอนนี้เจ้าของใหม่ คือ เสี่ยเช็ง สุพรรณ ซึ่งรู้สึกจะชอบจังกับการตามเก็บพระที่เคยอยู่กับรังนี้ โดยบอกว่า แพงหน่อย แต่สบายใจ.....

ตามมาด้วย พระกริ่งธรรมโกษาจารย์ ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นกัน เพราะเป็น พระกริ่งยุคแรก ที่ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ เททองหล่อไว้สมัยสมณศักดิ์ ที่พระธรรมโกษาจารย์ ระหว่าง พ.ศ. 2443-2454--การเททองรุ่นนี้ทำหลายครั้ง แต่ละครั้งได้พระสิบกว่าองค์.....

ระยะแรก พระที่ได้เป็น พิมพ์แขนตัน เนื้อนวโลหะ ออกสีนากกลับดำ แบบองค์นี้ของ ท่านพริษฐ์ ปิยะนราธร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญากรุงเทพใต้.....

พระกริ่งธรรมโกษาจารย์ วัดสุทัศน์ พิมพ์แขนตัน เนื้อนวโลหะ ของท่านพริษฐ์ ปิยะนราธร ผู้พิพากษา.

ถึงแม้ในยุคของท่าน จะสร้าง พระกริ่งรุ่นแรก คือ พระกริ่งเทพโมลี ก็ตาม โดยแกะแบบพิมพ์ที่คิดขึ้นเอง แต่ยังไม่ถูกใจนัก พอสร้างพระกริ่งรุ่นสอง คือ พระกริ่งธรรมโกษาจารย์ ท่านจึงนำ พระกริ่งปวเรศ ของวัดบวรฯ ซึ่งมีต้นแบบมาจาก พระกริ่งใหญ่ ของจีน มาเป็น แม่แบบ สร้างขึ้น แต่ ปาดบัวหลัง ออก เพื่อให้ พระกริ่งธรรมโกษาจารย์ แตกต่างจาก พระกริ่งปวเรศ ทั้ง เนื้อและพิมพ์ .....

ต่อไปก็เป็นพระไฮโซ เพราะท่านผู้สร้างก็เป็นระดับ สมเด็จพระสังฆราช คือ พระผงวัดพลับ พิมพ์ยืน หรือ วันทาเสมา ของ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) วัด ราชสิทธาราม พระอาจารย์ที่ ร.1 นิมนต์มาจากวัดท่าหอย อยุธยา เพราะเลื่อมใสในวิชาอาคมที่สามารถเลี้ยงไก่ป่าให้เชื่องได้.....

เพราะความที่เป็นพระ เนื้อผงขาว ทำให้บางคนเชื่อว่า พระวัดพลับ เป็น ต้นแบบเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง ซึ่ง สมเด็จโต สร้างขึ้นในสมัย ร.2.....

แต่บ้างก็ว่า สมเด็จโต ไปได้ตำรามาจากกำแพงเพชร เพราะ พระเนื้อผงขาว มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้ว โดยพบพระที่น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันว่า พระเนื้อผงขาว มีมาก่อนแล้ว คือ พระวัดทับข้าว สุโขทัย (ชื่อวัดเขาว่า น่าจะเพี้ยน มาจาก วัดทัพเข้า (กองทัพเข้าทางนี้) ไปๆมากลายเป็น วัดทับข้าว).....

พระกริ่งบัวรอบ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี 2508 ก้นลายเซ็น  ของศักดิ์สิทธิ์  ลิ้มสดใส  บ.อินเตอร์เทค.

แต่จะยังไงก็ช่างเถอะ สรุปว่า พระวัดพลับ ดังมาก และพิมพ์นี้ก็เป็นพิมพ์อันดับหนึ่ง ที่สวยเยี่ยม กับมี เนื้องอก เอกลักษณ์ของพระกรุนี้ชัดเจน เจ้าของคือ เสี่ยชัยญา ลิ้นปราชญา.....

ตามมาด้วย พระกริ่ง บัวรอบ  หลวงปู่ทวด วัดช้างให้  ปัตตานี 2508  ที่เรียกกันว่าก้นลายเซ็น เพราะใต้ฐาน นอกจากจะบรรจุเม็ดกริ่งแล้ว ยังมีการตอกลายเซ็น พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ผู้สร้าง และคำว่า หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ไว้ด้วย ซึ่งกลายเป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย (ภาษาชาวพระฟังดูดุเดือด แต่ที่จริงแค่จะหมายถึงจุดชี้เก๊-แท้เท่านั้น) แต่ยังไงก็ตามดูจุดนี้จุดเดียวไม่พอกิน เพราะพระเก๊ ทำได้ใกล้เคียงมาก จะให้เก๋ ต้องให้ ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงช่วย จะได้ได้พระหลวงพ่อทวดดีๆเหมือน เสี่ยศักดิ์สิทธิ์ ลิ้ม-สดใส แห่ง บ.อินเตอร์เทค.....

ตามมาด้วย เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ อยุธยา 2469 พิมพ์นิยม ขอเบ็ด เนื้อทองแดง อันสวยกริบ.....

ขนาดอายุการสร้างเกือบร้อยปี แต่สภาพเหรียญซึ่งมีพุทธคุณยอดเยี่ยมด้านแคล้วคลาดยังสวยเกือบ 100% ทำให้ เสี่ยเด่น อยุธยา ปลื้มมากที่ได้เหรียญท้องถิ่นระดับสวยหยดมาประดับศักดิ์ศรีเซียนเจ้าที่.....

เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ อยุธยา 2469 พิมพ์นิยม ขอเบ็ด เนื้อทองแดง ของเด่น อยุธยา.

แม้ว่าจะเป็น เซียนพระเจ้าถิ่น ก็จริง แต่ไม่เสมอไปที่จะสามารถหาพระหาเหรียญดังๆในพื้นที่ที่ตัวเองอยู่ได้เก่งกว่าเซียนต่างถิ่น เพราะยุคหลัง ของดีๆสวยๆก็กระจายออกจากพื้นที่ไปทั่วทุกสนามแล้ว ดังนั้น พอใครสามารถหาพระในพื้นที่ตัวเองได้ และได้อย่างสวย จึงถือว่า นายแน่มาก--แต่ถึงหาพระท้องถิ่นตัวเองไม่ได้  ก็ไม่ได้ หมายถึง นายแย่มาก แต่อย่างใด  ม่ายงั้น ข้าพเจ้าคงติดโผทุกเที่ยว เพราะอยู่ กทม. แต่ไม่เค้ย ไม่เคยมีปัญญา หาพระท้องถิ่น เช่น พระกริ่งปวเรศ เอย พระวัดระฆัง เอยได้เลย.....

อีกเหรียญดีทีเด็ด มาจากสมุทรสาคร    คือเหรียญหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ รุ่นแรก 2484  พิมพ์นิยม ยันต์หยิก.....

หลวงพ่อรุ่ง เป็นพระเกจิยุคสงครามอินโดจีนอีกรูปหนึ่ง ที่มีวิชาพุทธาคมแก่กล้าเข้มขลังระดับแถวหน้าของพระเกจิร่วมยุคร่วมสมัย.....

เล่ากันว่า หลวงพ่อรุ่ง เคยแสดงฤทธิ์ให้เห็นบ่อยๆเวลาเกิด ร้อนวิชาขึ้นมา อย่างเช่น เสกควายธนูให้สู้กันกลางลานวัด โดยท่านยืนบริกรรมอยู่บนกุฏิ.....

เหรียญรุ่นนี้ของท่านดังมาก เพราะศิษย์ที่พกไปรบ กลับมาพร้อมลมหายใจและอาการครบ 32 ทุกราย เนื้อเหรียญที่พบมี ทองแดง และ เงิน แบบอันนี้ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.....

ดูพระแต่ละองค์แล้วมึนๆ เพราะหันไปทางไหนก็เป็นล้านเป็นแสน ไปดู พระใหม่ ดีกว่า.....

พระปิดตาปลดหนี้ แช่น้ำมนต์ ไตรมาส ฟู หลวงพ่อฟู  วัดบางสมัคร.

สำนักแรกเป็น พระหลวงปู่ทวด รุ่น นะโภคทรัพย์ ซึ่งเข้า พิธีมหาพุทธาภิเษก ที่พระอุโบสถ วัดพิชยญาติ- การามวรวิหาร กทม. ไปเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อให้ พระหลวงปู่ทวด  รับความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์จาก พิธีกรรมโบราณ ซึ่งมีพระเกจิภาคใต้ระดับพ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ พ่อท่านท้วม วัดศรีสุวรรณ พ่อท่านนิมิต วัดโคกสมานคุณ พระอาจารย์หม่ำ วัดนพรัตน์ พระอาจารย์แดง วัดไร่ พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) วัดสระเกศฯ โดยมี พระพรหมโมลี เป็นประธานสงฆ์.....

ส่วน  พิธีบวงสรวงปลุกเสกชนวนมวลสาร จัดขึ้นที่วัดช้างให้และวัดพะโค๊ะเมื่อ วันเสาร์ 5 เดือน 5 ขึ้น 5 ค่ำ วันมหาฤกษ์ในรอบ 100 ปี ทำให้ หลวงปู่ทวด รุ่นนี้ มีดีครบทั้งพิธีกรรม มวลสาร.....

รุ่น นะโภคทรัพย์ ยังเด่นที่จัดสร้างด้วย เนื้อเมฆสิทธิ์ โลหะธาตุที่โบราณาจารย์เชื่อถือว่าเป็นโลหะอาถรรพณ์มีดีในตัว สามารถคุ้มสิทธิ์ค้ำดวง ปัดเสนียดจัญไร กันคุณไสย และอำนวยให้ได้โชคลาภเมตตาค้าขายดี ในอดีตจึงมี เกจิอาจารย์หลายรูปนิยมนำ เนื้อเมฆสิทธิ์ ไปจัดสร้างวัตถุมงคล.....

สำหรับรุ่นนี้ แบบที่เป็น เนื้อเมฆสิทธิ์ มี พิมพ์ลอยองค์ เบตง และ พิมพ์เตารีด ใหญ่ เล็ก เนื้ออื่นมี พิมพ์เตารีด ใหญ่ เนื้อว่าน, พิมพ์ลอยองค์ จิ๋ว เนื้อโลหะ ฯลฯ--บูชาได้ที่ 0-2866-1224, 08-6102-8522 และ  08-7554-7792  รายได้นำไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมพรหมโมลีวันศิริ วัดวิเศษการ เพชรบุรี.....

วัตถุมงคลอีกสำนัก ทันยุคคนกำลังจนกรอบพอดี เพราะจัดสร้าง พระปิดตาปลดหนี้.....

พระปิดตาปลดหนี้ ที่ดังสุดคือ ของ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. ซึ่งคนใช้บูชาแล้วปลดหนี้ได้ ร่ำรวยจริงตามชื่อ จึงทำให้พระแพงมาก และมีปลอมมาก.....

พระหลวงปู่ทวด รุ่นนะโภค-ทรัพย์ เนื้อเมฆสิทธิ์ พิธีใหญ่ วัด พิชยญาติการามวรวิหาร เนื้อเมฆสิทธิ์.

เพราะความดังของ พระปิดตาปลดหนี้ สำนักวัดประดู่ฯ ทำให้หลายวัดนิยมสร้างตาม แต่เพราะใช้แล้วยังจนอยู่ พระก็เลยไม่ค่อยดัง.....

จึงฮือฮากับ พระปิดตาปลดหนี้ แช่น้ำมนต์ ไตรมาส ฟู ที่ หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร  นำวิชาพุทธาคม ที่สั่งสมไว้จนอายุ 89 ขวบ มาจัดสร้างขึ้น.....

เพราะกำหนดรูปแบบตามคตินิยมของ พระปิดตาโบราณ และเน้นพิธีกรรมมวลสารทุกขั้นทุกตอน โดย กดพิมพ์นำฤกษ์ ในโบสถ์วัดบางสมัครเมื่อพฤหัสฯที่ 19  ส.ค. ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 พร้อมพระเกจิ 8 รูป แทนเลข 8 หมายถึงพระราหู เพื่อเป็นเคล็ดนำทรัพย์สินเงินทองมาบรรจุในพระปิดตารุ่นนี้.....

ตอน หลวงพ่อฟู กดพิมพ์ ขนาดอายุมากแล้ว แต่กดพิมพ์เสียงดังลั่น ทำให้หลวงพ่อชอบใจบอกว่า ดี ดี ดีมาก คนก็เอาไปเป็นเคล็ดว่า บูชาแล้วดีมาก.....

พอเปิดจองวันแรก พิมพ์ฝังตะกรุดทอง ก็หมดเกลี้ยงทันที ตอนนี้เหลือแต่ แบบตะกรุดเงิน ไม่มาก ส่วน เสือบรรจุกริ่ง แช่นำมนต์ ในรุ่นนี้ ก็หมดแล้วเหมือนกัน--สอบถามกันเองว่ามีอะไรเหลืออะไร ที่วัดบางสมัคร 08-9891-3887, 08-6111-6686 และ 08-1822-9419 .....

กำลังจะปิดต้นฉบับ ก็มีสายลับส่งข่าว บิ๊กแป๊ะ กับ บิ๊กยะ มาอีก ว่า แปลกไหม ที่ทั้งสองท่านไม่ได้มีแค่พระ 3 องค์  เพราะ  บิ๊กแป๊ะ-จักรทิพย์ ยังมี พระรอด วัดมหาวัน ลำพูน อีกองค์--ส่วน บิ๊กยะ-ชัยยะ ก็มี พระรอด เหมือนกัน โดยคนที่ให้มาช่วงที่กำลังมีการพิจารณาโผแต่งตั้งก็คือ "ลูกพี่สุดที่เลิฟ"  บิ๊กธิ-สนธิ ลิ้มทองกุล อีกน่านแหละ.....

จึงสรุปว่า เพราะใช้ พระรอด พิมพ์ใหญ่ กันนี่เอง ก็เลย รอด จาก โรคแป้ก ได้ตำแหน่ง ใหญ่ ทั้งคู่ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้