เมื่อก่อนเรามักได้ยินคนพูดกันบ่อยๆ ว่าถ้าอยากให้เด็กฉลาดต้องกินเนื้อปลา เนื่องจากในเนื้อปลามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายชนิด โดยชนิดที่เด่นๆคือ
ดีเอชเอ (DHA, Docosagexaenoic Acid) ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองให้เป็นปกติ และอีพีเอ (EPA, Eicosapentaenoic Acid) ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง
สำหรับคนไทย การหาเนื้อปลามาบริโภคเป็นเรื่องง่าย เนื่องจากปลามีราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ และหารับประทานได้ง่าย
แต่วันนี้อาจต้องระวังมากขึ้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทั้งในอากาศ บนดิน และในน้ำ ที่มักพบว่ามีสารพิษปะปนมาด้วย
สาร PCBs เป็นสารที่ทนต่อความร้อน สลายตัวได้ยากในธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต ซึ่งหากรั่วไหลออกมาจากอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบถ่ายเทความร้อน การผลิตน้ำมันหล่อลื่น
สาร PCBs จะสามารถแพร่กระจายในสิ่งแวดล้อมได้ ซึ่งจะมีผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะต่อวงจรอาหาร และสามารถเข้าสู่ร่างกายคนโดยการกิน เช่น เนื้อสัตว์โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่กินอาหารที่มี PCBs ปนเปื้อน ซึ่งจะถูกดูดซึมไปสะสมในเนื้อเยื่อไขมันสัตว์
ฉะนั้นอาหารที่มีไขมัน เช่น เนย นม ไข่ และเนื้อสัตว์ติดมันจึงเป็นแหล่งสะสมของสาร PCBs
นอกจากนั้น สัตว์น้ำจำพวกปลาโดยเฉพาะปลาจากแหล่งน้ำที่มี สาร PCBs ปนเปื้อน ก็อาจมี สาร PCBs ปนเปื้อนอยู่ด้วยเช่นกัน
ความเป็นพิษของ PCBs จะทำให้มีอาการเริ่มแรก คือ ตาบวม ผิวหนังและเล็บคล้ำ ผิวหนังหยาบกร้านบริเวณใบหน้าและลำคอ และลำตัวท่อนบน
วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างเนื้อปลาจำนวน 5 ตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์หา สาร PCBs ปนเปื้อน
ปรากฏว่าพบ สาร PCBs ปนเปื้อนใน 1 ตัวอย่าง ในปลาแซลมอนนำเข้า ดังแสดงในตาราง
ทางที่ดี ควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หรือเนื้อปลา หรือเนื้อสัตว์ติดมัน เพื่อความปลอดภัย.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย




















