advertisement

เปิดกรุ...สมเด็จอินโดจีน ครึ่งศตวรรษ..บรรจุวัดครุนอก

โดย ก้อง กังฟู 23 ธ.ค. 2555 05:01

เจ้าอาวาสอธิบายถึงความเป็นมา.

21-12-12...ปฏิทินชาวมายา ของชนเผ่าโบราณ กำหนดกาลว่าเป็น “วันสิ้นโลก” ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับมวลมนุษยชาติ  สถานการณ์แห่งคาบเวลานั้นเป็นอย่างไร.....ก็คงได้สัมผัสไปแล้ว

กับ...การพยากรณ์นั้นได้สร้างกระแสแตกตื่นให้กับสังคมมาเป็นระลอกๆ อย่างเมื่อปี 2000 หรือที่ฝรั่งเรียก Y2K ก็เช่นกัน ว่าจะมีผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะล่มสลาย แล้วก็สร้างความร่ำรวยให้กับผู้ประกอบธุรกิจด้านนี้เป็นมูลค่ามหาศาล


O O O


อย่างไรก็แล้วแต่...ตัวเลขของการเวลาที่เป็นมงคลก็มีเช่นกัน อย่างเมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน 12-12-12 ถือว่า เป็นฤกษ์ดีหลายคู่จูงมือกันเข้าวิวาห์ หรือที่อยู่กินกันมาแล้วก็พยายาม เบ่งท้องให้ลูกคลอด ในวันนี้ วิถีชีวิตในการเป็นมนุษย์จะได้เป็นคนดีมีวาสนาสูง...อะไรเทือกนั้น

ซึ่งตัวเลขนี้มิได้ข้องเกี่ยวกับการนับเวลาของชาวพุทธ แต่ก็มี มงคลอุบัติ ขึ้นกับพุทธสถาน จนเป็นข่าวดัง ดั่งเช่นที่ วัดครุนอก เลขที่ 1 ซอยสุขสวัสดิ์ 47 หมู่ 7 ตำบลบางครุ พระประแดง จังหวัดสมุทรปาการ

ศาสนสถานแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ โดยคุณพระท่านหนึ่งบริจาคที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้สร้างเมื่อปี 2359 แต่ได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อปี 2504


O O O


วัดครุนอก เคยมีข่าวฮือฮาครั้งหนึ่ง ครั้งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว นักแสวงโชคทั้งหลายพากันไปขัดต้นตะเคียนเพื่อเอาตัวเลข ยิ่งคืนวันก่อนหวยออกแล้วภายในวัดสว่างไสว ผู้คนเข้าออกวัดกันจนค่อนรุ่ง พระครูโสภิตวรากร เจ้า อาวาสในตอนนั้นเกรงว่าชาวบ้านจะงมงาย เลยให้โค่นตะเคียนเอาพื้นที่สร้างกุฏิสงฆ์ ข่าว คราวจึงค่อยๆ เบาบางและเงียบหายไป

คราวนี้... พระครูโสภณวัชรปราการ “สุรพล กนฺตจารี” เป็นเจ้าอาวาส วัดครุนอกเกิดกระแสข่าวขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาผู้คน ถนนทุกสายมุ่งตรงไปยังจุดนี้ ด้วยกรุแตกจึงพากัน แห่ไปเอาพระมาห้อยคอ ด้วยศรัทธาว่าเมื่อโลก (เก่า) แตกจะได้อยู่รอดปลอดภัย ใช้ชีวิตสดใสกับโลกใบใหม่

(พระครูสุรพล เกิดเมื่อปี 2501 เป็นชาวพระประแดง เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อายุ 15 ปี พระครูพิสณฑ์นวการ อดีตเจ้า อาวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ทั้งบรรพชาและอุปสมบท อยู่วัดครุนอกมาโดยตลอด ได้ตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี 2543 ถึงปัจจุบัน)


O O O


ปฐมเหตุ...10 ธันวาคม ถือฤกษ์ ราหูย้ายเรือนเข้าราศีตุล เรือนเดียวกับพระเสาร์อันเป็นดาวคู่มิตร พระครูสุรพล ได้จัดพิธีสวดมนต์  แสดงมุทิตาจิตแก่พระบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส ทั้ง 8 รูป

...ขณะคณะสงฆ์บริกรรมคาถาอยู่บนศาลา พลัน เหล่าช่างทั้งหลายที่กำลังบูรณะพระอุโบสถต่างหน้าตาตื่นรีบพากันวิ่งมาที่ศาลาบอกว่ามีเสียงระเบิด “ตูม” ฝุ่นตลบที่วิหาร หลังแล้วเสร็จพิธีกรรมเจ้าอาวาสกับญาติโยมทั้งหลายจึงลงไปสำรวจดู พบว่า พื้นวิหารชำรุด เสาผุพัง โครงหลังคาใบระกาแตกหัก จึงให้ช่างเอาโครงเหล็กค้ำยันไว้มิให้พังครืน.....เพื่อรอซ่อมแซม

ซึ่งต้อง ย้ายพระพุทธ 5 องค์ ที่ประดิษฐานในวิหารออกจากแท่นจะได้สะดวกต่อการบูรณะ จึงถือเอา 12-12-12 (ถือว่าฤกษ์ดี) และเวลา 12.00 น.หลังฉันเพล เลข 12 ถึง 4 ตัว ขณะที่ยกองค์พระ

ประธาน (พระพุทธโสธรจำลอง) เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด หลายคนจดจ่อว่าใต้ฐานคงมีสมบัติซุกซ่อนอยู่บ้าง ต้องผิดหวังเพราะมีแต่ความว่างเปล่า

จากนั้นก็ขุดและยกองค์คู่ซ้ายขวา คือ พระหลวงพ่อโตกับพระศรีอริยเมตไตรย ตอนนี้ ทุกคนเฮเพราะมีพระสมเด็จฯไหลออกมาจากตัวองค์พระ โดยเชื่อกันว่าผู้ที่เก็บพระสมเด็จฯชุดนี้ไว้ในฐานพระคงเป็น พระครูพิสณฑ์นวการ หรือ หลวงพ่อคลี่ ซึ่งในปี 2500 ที่สร้างวิหารหลังนี้ ท่านเป็นเจ้าอาวาส

และ...องค์สุดท้ายที่ยกออกจากฐานคือพระ นาคปรก เป็นช่วงเวลาชิงพลบฝนหลงฤดูกระหน่ำลงมาพอดี แม้ไม่แรงนักชาวครุนอก ก็ถือว่าเป็นมงคล...จากนั้นกระแสข่าวก็กระพือเป็นไฟลามทุ่ง


O O O


นายอลงกฎ จิตต์ชื่นโชติ  หัวหน้าข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ ถือว่าเป็นเสือปืนไวทันกระแส ได้พระครุนอกกรุแตกมากอบมือหนึ่ง ตกดึกคืนนั้นฝันว่ามีพระสงฆ์รูปหนึ่งกับชายร่างทะมึนมาหาที่บ้าน แล้วชายคนนั้นตีหน้า ยักษ์ เอามือกดที่หน้าอกจนหายใจไม่ออก แทบขาดใจพอสะบัดหลุดก็ตื่นพอดี จึงจุดธูปขอขมาและขอพระชุดนี้เพื่อเป็นสิริมงคล...คืนนั้นก็นอนหลับสบาย

และคืนเดียวกันนั้น...พระครูสุรพลก็นิมิตถึงพระอุปัชฌาย์ มาบอกสั้นๆว่า “สมเด็จ” แล้วก็สะดุ้งตื่น รุ่งขึ้นตั้งใจนำพระสมเด็จจากกรุไปถวายแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ตนนับถือ แต่พระองค์ไม่สะดวกที่จะรับจึงนำไปถวายแด่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

ซึ่งท่านได้บอกว่า...ขุมมหาสมบัติโผล่ที่วัดครุนอก..!!


O O O


นายสุเทพ อยู่ไทย สมาชิกเทศบาลเมืองลัดหลวง ซึ่งดูแลพื้นที่วัดครุนอก เล่าว่า...จากที่วิเคราะห์ผ่านตำราพระและเซียนทั้งหลาย ได้ลงความเห็นว่าเป็นสมเด็จรุ่นอินโดจีน...วัดสุทัศน์สร้างเมื่อปี 2484 ช่วงสงครามอินโดจีน ส่วนมาอยู่วัดนี้ได้อย่างไรไม่มีบันทึก

ช่วงพบวันแรกๆ...พระครูท่านไม่ถือว่าพระกรุเหล่านี้เป็นพุทธพาณิชย์ จึงจ่ายแจกแก่ผู้เลื่อมใสไปตามแต่ศรัทธา ต่อมาคณะสงฆ์ กรรมการวัดและชาวบ้าน ได้ปรึกษาและวิเคราะห์กันว่า ในการบูรณปฏิสังขรณ์วิหารนั้นต้องใช้เม็ดเงินเป็นจำนวนไม่น้อย

ด้วยวิสัยทัศน์ของหลวงพ่อคลี่ มองกาลถึงอายุของอาคารหลังนี้ จึงได้บรรจุพระสมเด็จฯไว้หาก นานปีเข้าต้องชำรุดทรุดโทรม จะได้นำเอามาเป็นทุนในการปฏิสังขรณ์


O O O


ท่านเจ้าอาวาส.....จึงหยุด งดการจ่ายแจกรอปรึกษาพระผู้ใหญ่ก่อนว่า จะให้ดำเนินการอย่างใดจึงจะเหมาสมกับเจตนารมณ์ของหลวงพ่อคลี่ กนฺตวีโร ซึ่งตั้งจิตไว้เมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ขุมมหาสมบัติจึงปิดหีบลง...จากที่เปิด 12-12-12 แล้วงับฝาพร้อมๆกับกาล 21-12-12..!!


ก้อง กังฟู


โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement