ตอนที่ 17 (ต่อจากวานนี้)
แกมแก้วถือไม้เดินเข้าหากฤตย์หมายจะฆ่าให้ตาย นัทธมนทักท้วงว่านั่นพี่ชายของแกมแก้วเอง แต่แกมแก้วไม่สนใจ สั่งนัทธมนให้เลือกเอาระหว่างแม่ตัวเองกับคนรักจะเก็บใครไว้
"แกมแก้ว...บ้าไปแล้วหรือ" กฤตย์พยายามพูดเตือนสติ
แกมแก้วไม่ฟัง เอาไม้ตีเข่าเขาซ้ำอีก กฤตย์ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด นัทธมนตัดสินใจยากลำบาก จังหวะนั้น นัทธมนมองเลยไปด้านหลังแกมแก้ว เห็นติสรณ์กับถุงแป้งวิ่งตามเข้ามา เธอหลับตาใช้พลังพิเศษ ทำให้แกมแก้วเห็นทั้งคู่เป็นปณิตากับสร้อย ทีแรกแกมแก้วงงๆไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
นัทธมนใช้พลังเพิ่มอีก แกมแก้วได้ยินปณิตาพูดว่า "เราหลอกนังนัทธมนมันสำเร็จ"
"ใช่ค่ะ...เราแกล้งเป็นบ้า ไม่อย่างนั้น มันจะมาถึงวันนี้เหรอ" สร้อยเสริม
ในที่สุดแกมแก้วก็เชื่อ ยิ้มดีใจ "ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวๆ...เธอหลอกฉันซะสนิทเลย"
"จะหลอกพวกมันได้ ก็ต้องหลอกพวกเดียวกันให้ได้เสียก่อนสิ"
กฤตย์มองอย่างงงๆเห็นแกมแก้วพูดอะไรเป็นตุเป็นตะกับติสรณ์และถุงแป้ง ทั้งติสรณ์กับถุงแป้งได้แต่พยักหน้าเออออไปตามเรื่อง แกมแก้วได้ยินปณิตาถามว่าเอาแม่ของนัทธมน ไปไว้ที่ไหน แกมแก้วป้องปากกระซิบปณิตาและสร้อย แล้วยิ้มเยาะว่า นังนั่นไม่มีทางหาแม่ของมันเจอแน่ๆ
"แต่เราสองคนหาเจอ" ถุงแป้งยิ้มอย่างผู้ชนะ
แกมแก้วมองคนที่ตัวเองเพิ่งกระซิบด้วยอีกครั้ง คราวนี้ เห็นเป็นถุงแป้งกับติสรณ์แทน แกมแก้วรู้ทันทีว่าโดนนัทธมนใช้พลังหลอก นัทธมนลุกขึ้นยืน ถามถุงแป้งว่ารู้ที่ซ่อนแม่ของเธอแล้วใช่ไหม ติสรณ์กับถุงแป้งพยักหน้า วิ่งออกไปอีกทาง นัทธมนตะโกนไล่หลังว่าฝากแม่ของเธอด้วยแล้วหันหาแกมแก้ว
"ลาก่อน...คุณแกมแก้ว"
แกมแก้วเห็นท่าไม่ดีถอยกรูด ก่อนหันหลังวิ่งหนี นัทธมนตามติด กฤตย์ตะโกนขอร้องว่าอย่าทำร้ายแกมแก้ว...ทางด้านติสรณ์กับถุงแป้งวิ่งมาตามตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆแถวนั้นแล้วเปิดตู้หนึ่งออก เห็นมนทิรานอนหมดแรงอยู่ด้านใน ติสรณ์ กับถุงแป้งรีบเข้าไปปฐมพยาบาล...
อีกด้านหนึ่งของโกดังร้าง นัทธมนยังคงย่างสามขุมเข้าหาแกมแก้ว พร้อมกับใช้พลังยกแผงไม้ใหญ่ลอยตามแกมแก้วซึ่งยังคงวิ่งหนี เสียงกฤตย์ร้องเรียก "วรดา" นัทธมนหยุดกึก หันมามองเขา
"อภัยได้ไหม...วรดา"
แกมแก้วได้ทีเห็นนัทธมนหันไปมองกฤตย์ คว้าเหล็กแหลมพุ่งเข้าใส่ นัทธมนรู้ทันรีบเอี้ยวตัวหลบแต่ไม่พ้น เหล็กแหลมเฉี่ยวสีข้างเลือดสาด แกมแก้วเสียหลักล้มลงหน้าทิ่มน้ำกรดซึ่งขังเป็นแอ่งที่พื้น ถึงกับกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำกรดกัดหน้าเหวอะหวะ นัทธมนเห็นอย่างนั้นแล้วปล่อยแผงไม้ลงพื้น
"...ฉันอโหสิกรรมให้คุณ...คุณแกมแก้ว"
นัทธมนทรุดฮวบหมดแรงหลังจากใช้พลังไปมาก
ติสรณ์กับถุงแป้งพามนทิราเข้ามา ถุงแป้งปราดเข้าไปประคอง กฤตย์ ขณะที่ติสรณ์วิ่งไปดูแลนัทธมน ส่วนมนทิรามองแกมแก้วอย่างปลงๆ
ooooooo
กฤตย์นอนเข้าเฝือกอยู่ในห้องพักฟื้น ปิติ เกตุ-มณีกับถุงแป้งนั่งล้อมเตียงอย่างเป็นห่วง ปิติเอ็ดถุงแป้งว่าทีหน้าทีหลังปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ถุงแป้งแก้ตัวว่าโทร.หาพ่อไม่ติด จังหวะนั้น ติสรณ์เปิดประตู ห้องเข้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบแดงช่อใหญ่ กฤตย์บอกเขาว่านัทธมนไม่ได้อยู่ที่นี่ อยู่ถัดไปอีกสองห้อง
"ใครบอกว่าผมมาเยี่ยมนัทธมนล่ะครับ" ติสรณ์ยื่นช่อดอกไม้ผ่านหน้ากฤตย์ไปให้ถุงแป้ง ถุงแป้งยิ้มเขินอาย กฤตย์ มองงงๆถามว่านี่มันอะไรกัน เกตุมณีแหย่น้องชายว่าตกข่าว
"ว่าที่หลานเขยครับ" ติสรณ์ยิ้ม หันไปมองถุงแป้งที่อายม้วน แถมตีแขนเขาแก้เขิน
"แล้ว...เธอกับนัทธมน"
"นัทธมนไหน ไม่มี...ในใจนี่มีแต่ถุงแป้ง" ติสรณ์ หัวเราะพร้อมกับคนอื่น กฤตย์เพิ่งจะถึงบางอ้อ...
ถัดห้องพักฟื้นของกฤตย์มาอีกสองห้อง นัทธมนนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ถามมนทิราซึ่งกำลังเตรียมข้าวกลางวันว่า ความแค้น ความอาฆาต แรงอธิษฐานของวรดามันจบแล้วใช่ไหม
"อภัยเท่านั้นแหละลูก ที่จะทำให้ทุกอย่างจบลงได้...การแก้แค้น ไม่เคยทำให้สงครามสงบได้หรอก"
"พวกนั้น เขาจะตามจองเวรหนูไปอีกกี่ชาติกันคะ...หนูจะต้องเผชิญกับพวกเขาอีกกี่ภพ"
"ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกลูก ใครจะคิดร้ายกับเรา...ถ้าเราไม่คิดร้ายตอบ สุดท้ายมันก็จะเงียบหายไปเอง"
นัทธมนนึกถึงแกมแก้ว ปณิตากับสร้อยซึ่งถูกแรงอาฆาตของเธอเล่นงานจนต้องเข้าโรงพยาบาลบ้าได้แต่ถอนใจ มนทิรา เตือนลูกให้กินอะไรหน่อย นัทธมนเห็นมีผักอยู่ในจานอาหาร เลยไม่อยากกิน
"หลับตาเคี้ยวๆไปก็แล้วกันนะลูก...เดี๋ยวแม่ป้อน"
นัทธมนจำใจหลับตาอ้าปาก ช้อนตักข้าวป้อนเข้าปาก แต่พอเธอลืมตามอง คนที่ป้อนกลับเป็นกฤตย์ เหลียวมอง
รอบห้อง เห็นแค่เธอกับเขาสองคน นัทธมนถามว่า นี่เป็นเพียงจินตนาการของเธอเองหรือเปล่า
"ถ้าเป็นจินตนาการก็คงเป็นจินตนาการของคนแก่คนนี้มากกว่า"
"คุณกฤตย์หายโกรธหนูแล้วเหรอ"
"ที่เธอทำฉันขาเดี้ยงน่ะเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เพราะเธอจะไถ่โทษโดยทำหน้าที่ดูแลฉันไปตลอดชีวิต"
"เราตกลงกันอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" นัทธมนยิ้มขำ กฤตย์หยิบช่อดอกไม้ที่ซ่อนไว้ข้างเตียงขึ้นมาออดอ้อนว่า เราสองคนตกลงกันเดี๋ยวนี้เลยได้ไหม นัทธมนยิ้มรับช่อดอกไม้แทนคำตอบ
ทันใดนั้น ติสรณ์ ถุงแป้ง ปิติกับเกตุมณี และมนทิรา กรูกันเข้ามาในห้อง ต่างยิ้มทำหน้าล้อเลียน นัทธมนอายจะใช้ พลังห้ามพวกนั้นแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอลองใช้พลังกับสิ่งของ อื่นๆ ประหลาดใจที่พลังหายไป กฤตย์ถามว่า เสียดายหรือเปล่า นัทธมนรู้สึกดีใจมากกว่า ทุกคนส่งเสียงเฮ ยิ้มแย้มให้กัน
ooooooo
ผ่านไปไม่นาน กฤตย์พานัทธมนมายังสวนดอกไม้ ในรีสอร์ตที่เพชรบูรณ์ ซึ่งเขาเคยพาวรดามา นัทธมนถาม เขาว่า ยังคิดถึงวรดาอยู่ใช่ไหมถึงพาเธอมาที่นี่ กฤตย์ยังคิดถึงวรดาทุกวันทุกคืน นัทธมนหน้างอ
"คิดถึงจนกว่าคุณจะตายใช่ไหมคะ...บางทีคุณอาจจะอยากอยู่แค่กับคนในอดีตของคุณไม่ใช่หนู"
"สิบเก้าปีมาแล้วที่ฉันคิดว่าส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน ตายไปแล้วพร้อมกับวรดา หัวใจฉันด้านชาไปหมด ไม่ว่าจะมี ผู้หญิงผ่านมาในชีวิตมากแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยรู้สึกกับใครเหมือนวรดา" กฤตย์จับหน้านัทธมนที่เมินหน้าหนีด้วยความน้อยใจให้หันมาทางตนเอง มองเธอด้วยสายตาเต็มเปี่ยมด้วยความรัก
"แต่พอฉันได้เจอเธอ...มันเหมือนความฝันกับร่างกายที่ตายไปแล้วครึ่งหนึ่งกลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่แค่เพราะเธอ หน้าตาเหมือนวรดา แต่เป็นเพราะหัวใจของฉันมันเหมือนรู้จักเธอมานานแสนนาน ฉันคิดแต่เรื่องของเธอตลอดเวลา ไม่ว่าเธอจะแสดงท่าว่ารังเกียจฉันมากแค่ไหน หรือเธอจะมีพลังประหลาดอะไร"
กฤตย์จับมือนัทธมนขึ้นมา "ฉันคิดถึงวรดาจริงๆ และในเมื่อวรดาได้ตั้งใจอธิษฐานเพื่อเกิดมาเป็นเธอ...นัทธมน...ฉันก็จะคิดถึงเธอทุกวัน ทุกคืน คิดถึงจนกว่าฉันตาย" เขาหยิบแหวนหมั้นที่เคยให้วรดามาสวมที่นิ้วของนัทธมน
"แหวนวงนี้เคยเป็นของคนที่ฉันรักที่สุด คงไม่ผิดถ้าฉันจะคืนมันให้กับคนที่ฉันรักที่สุดเหมือนเดิม"
"คงจะสายไปแล้วสำหรับวรดา แต่ก็ไม่ช้าไปสำหรับฉันค่ะ" นัทธมนยิ้มปลื้ม
กฤตย์ดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้ๆ "ฉันรักเธอนะ...นัทธมน"
"ฉันก็รักคุณค่ะ...คุณกฤตย์...รักมานาน...นานมากแล้วด้วย" สองหนุ่มสาวกอดกันอย่างมีความสุข
ooooooo
–อวสาน–




















