ตอนที่ 16 (ต่อจากวานนี้)
เวลาเดียวกัน อานนท์เมาหลับอยู่ท่ามกลางขวดเหล้า เขาแว่วเสียงเรียกของจันทร์ฉายสะดุ้งขึ้นมา มองหาพลางร้องเรียก "จันทร์ฉาย...จันทร์ฉาย..." กวาดตามองหาก็เห็นแต่ขวดเหล้าเปล่ารอบตัว ฟุบหน้าลงร้องไห้คร่ำครวญ..."ทำไมคุณทิ้งผมไปอย่างนี้...ทำไม..."
ปานเดือนมายืนแอบดูอยู่ที่นอกบานเกล็ดหน้าต่าง เธอเจ็บช้ำใจจนบอกไม่ถูก ได้แต่กล้ำกลืนไว้ในอก ในที่สุดทนไม่ได้ต้องรีบผละไป
วิ่งลงไปถึงชั้นล่างก็ต้องหาที่หลบไปร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น แต่เพียงครู่เดียวน้ำตาก็เหือดแห้งกลายเป็นแววตาแข็งกร้าวขณะพึมพำ
"ขนาดผู้กองคิดว่าแกตายไปแล้ว เขายังไม่เห็นฉันอยู่ในสายตา แล้วถ้าเขารู้ว่าแกยังไม่ตาย ฉันคงไม่มีวันได้เขากลับมาแน่!"
ปานเดือนปาดคราบน้ำตาทิ้ง ปักใจแน่วแน่ว่าจะต้องดึงอานนท์กลับมาเป็นของตนให้ได้ด้วยวิธีการอะไรบางอย่าง...
ooooooo
ตอนที่ 17
ปานเดือนลงมือทันที ด้วยการไปที่ห้องเก็บศพสถาบันนิติเวชสืบหาศพไม่มีญาติ จากนั้นไปบอกอานนท์ ว่าพบศพจันทร์ฉายแล้ว ลอยไปเกยที่ปากอ่าวไกลจากที่เกิดเหตุมาก สภาพศพถูกระเบิดเละจนแทบไม่เหลือเค้าของจันทร์ฉายเลย
อานนท์ไม่เชื่อจะไปดูให้เห็นกับตา ปานเดือนหว่านล้อมใช้ทั้งเล่ห์กลและมารยากล่อมเขาว่า ถึงเวลาที่เขาต้องยอมรับความจริงแล้ว ตนรู้ว่าเขารักจันทร์ฉายและตนก็ไม่อาจแทนที่จันทร์ฉายได้ แต่ตนก็เต็มใจจะอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้ คอยให้กำลังใจเขาอยู่ตรงนี้ พลางก็กุมมือเขาร้องไห้อย่างหนัก
ในที่สุดอานนท์ก็ใจอ่อน ปานเดือนได้ทีโผเข้าซบอกเขาคร่ำครวญว่า ตนกลัวที่จะต้องบอกเรื่องนี้กับแม่ กลัวจะเสียแม่ไปอีกคน ถามว่าจะทำอย่างไรดี ยิ่งพูดก็ยิ่งร้องไห้จนตัวโยน
"ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง ผมมีส่วนต้องรับผิดชอบครอบครัวคุณ" อานนท์ตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบ ทำเอาปานเดือนยิ้มออกมาทั้งน้ำตารีบขอบคุณเขา เหมือนจะกันไม่ให้เปลี่ยนใจ
แล้วทั้งสองก็พากันกลับไปที่บ้าน อานนท์เป็นคนบอกนวลว่าทางตำรวจพบศพจันทร์ฉายแล้ว นวลตกใจมองอานนท์ตาค้าง ส่วนทิวาส่ายหน้าปฏิเสธอย่างทนฟังไม่ได้ไม่อยากเชื่อ แต่พอมองหน้าปานเดือนเธอก็พยักหน้ารับว่าเป็นความจริง ทิวาหันหน้าเข้ากำแพงไม่มีเสียงร้องไห้ เห็นแต่ไหล่ที่สะเทือนไหวอย่างแรง ส่วนปานเดือนก็โผเข้าไปกอดปลอบใจแม่ว่า
"แม่ต้องเข้มแข็งนะ แม่ต้องเป็นกำลังใจให้เดือนนะ เราไม่มีใครแล้ว แม่ต้องอยู่กับเดือน"
อานนท์เห็นความเศร้าโศกเสียใจของคนในบ้านก็ยิ่งทำให้เขาต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวนี้มากขึ้น เขาบอกปานเดือนเมื่อเธอออกมาส่งเขากลับว่าตนต้องรับผิดชอบครอบครัวเธอ ต่อไปนี้ตนจะดูแลเธอเอง
"ทั้งที่ผู้กองรักจันทร์ฉาย" ปานเดือนถามวัดใจ
"ผมต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับผม ผมควรทำสิ่งที่ถูกต้อง"
ปานเดือนโผเข้ากอดเขาไว้ ยิ้มอย่างสมใจ แต่ก็ยังพูดให้ดูดีว่า
"ผู้กองยังไม่ต้องรักเดือนวันนี้ก็ได้ แต่สักวันเดือนจะทำให้ผู้กองรักเดือน..."
อานนท์ค่อยๆยกมือกอดตอบ เป็นกอดที่ไม่ได้เกิดจากความรัก แต่ก็เต็มใจกอดตามหน้าที่
ooooooo
วายุกับสมชายยังพักอยู่ในโรงแรมจิ้งหรีด แล้วคืนนี้สมชายก็ได้รับโทรศัพท์จากเด็กส่งยาแถวกองปราบโทร.เข้ามาบอกว่า เจอศพจันทร์ฉายแล้วโดยผู้กองปานเดือนเป็นคนสรุปคดี
วายุไม่เชื่อเพราะหน่วยค้นหาทำงานกันมานานแต่ทำไมจึงเพิ่งมาเจอศพ และที่สำคัญคือปานเดือนเป็นคนสรุปคดี เชื่อว่าเรื่องนี้อาจจะมีเบื้องหลัง แล้วฉุกคิดขึ้นได้บอกสมชายว่า
"บางทีจันทร์ฉายอาจจะตกอยู่ในอันตรายหรืออยู่ที่ไหนสักแห่งที่ติดต่อเราไม่ได้"
สมชายยกมือท่วมหัวภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นเถิด ถามว่าแล้วเราจะตามหาเธอได้ที่ไหน วายุนิ่งไปอึดใจ ตาเขาเป็นประกายอย่างมีความหวังว่าจะเริ่มต้นจากที่ไหน
วันรุ่งขึ้น วายุก็ไปดักพบเกษมที่แถวบ้านคู่ขา เกษมลงมาเจอวายุก็ตกใจมาก ตั้งท่าจะวิ่งหนีแต่เจอสมชายยืนดักอยู่ หันกลับมาอีกทีเจอปืนของวายุจ่อแล้วสั่งเข้ม "พาฉันไปหาจันทร์ฉายเดี๋ยวนี้"
เกษมพาไปที่โกดังที่ขังจันทร์ฉายบอกว่าเมธีขังเธอไว้ที่นี่ สมชายยกปืนจะยิงทิ้งเมื่อได้ความลับ เกษมอ้อนวอนขอชีวิตโทษว่าเมธีเป่าหูตนขู่ว่าถ้าไม่หักหลังวายุก็จะฆ่าทิ้งตนเลยจำเป็นต้องทำ
สมชายยกปืนจะเหนี่ยวไก วายุกดปืนลง พูดกับเกษมว่า
"แกรับใช้ฉันมาหลายปี ครั้งนี้ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างต่อกัน แต่ถ้ามีครั้งหน้าแกได้ลงนรกอย่างที่ไอ้สมชายบอกแกแน่"
ปล่อยเกษมไปแล้ว วายุสั่งสมชายให้ตามตนเข้าไปในโกดังโดยเข้าจากด้านหลัง
แต่ที่ด้านหน้า จอมขวัญกำลังเร่งรัดเมธีให้จัดการวายุเสียก่อนที่จันทร์ฉายจะติดยาจนตาย เมธีพูดอย่างมั่นใจว่า เมื่อข่าวได้ศพจันทร์ฉายกระจายไปแล้ว ไม่นานวายุจะต้องซมซานมาหาที่ตายแน่
จอมขวัญเข้าไปมองจันทร์ฉายอย่างสะใจ จันทร์ฉายกำลังกระหายยาเต็มที่ จอมขวัญส่งสัญญาณให้สมุนเอายามาให้ ระหว่างที่สมุนส่งยาให้จันทร์ฉายนั่นเอง มันก็ถูกยิงจากประตูหลังโกดัง จอมขวัญหันไปมอง อุทานราวกับถูกผีหลอก "วายุ!"
สมชายถือปืนเล็งใส่จอมขวัญ วายุรีบเข้าไปประคองจันทร์ฉายแก้มัดให้เธอแล้วจะอุ้มหนีออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเมธีเข้ามาพร้อมสมุน พวกมันล้อมวายุกับสมชายไว้รอบด้าน
พริบตานั้นเอง วายุจับจอมขวัญไว้เป็นตัวประกัน จอมขวัญร้องโวยวายไม่ให้เมธียิง แต่เมธีไม่สนใจค่อยๆเหนี่ยวไก แต่ไม่ทันยิงเสียงปืนก็ดังขึ้นจากประตูทางเข้า สมุนของเมธีทรุดฮวบลง
เกษมนั่นเอง เขามาช่วยยิงสมุนเมธีแล้วบอกวายุให้รีบหนีไป วายุฉวยโอกาสนั้นผลักจอมขวัญจากตัว แล้วทั้งวายุและสมชายก็ช่วยกันระดมยิงไปทางเมธีและสมุน จนสมุนตายหมด
วายุประคองจันทร์ฉายวิ่งออกไป โดยมีสมชายคอยคุ้มกัน ส่วนเกษมยิงสู้กับเมธีที่หลบไปทางที่จอมขวัญไปซุกตัวอยู่ เกษมไล่ตามไปยิงปืนใส่ พริบตานั้นเมธีคว้าร่างจอมขวัญเหวี่ยงมาข้างหน้ารับกระสุนแทน เกษมช็อกไปชั่วขณะ เมธีอาศัยจังหวะนั้นกระหน่ำยิงจนเกษมตายคาที่ แล้วจะวิ่งตามวายุไป ถูกจอมขวัญรวบรวมแรงคว้าขาไว้อ้อนวอนให้ช่วยตนด้วย เมธีหันกลับมายิงจนจอมขวัญแน่นิ่งแล้ววิ่งไปทางหลังโกดัง
แต่ช้าไปแล้ว เพราะวายุพาจันทร์ฉายขึ้นรถและสมชายก็ตะบึงรถไปทันที เมธีได้แต่ยิงตามหลังแต่ไม่มีประโยชน์อะไร ทำได้แค่มองตามรถไปอย่างแค้นใจ
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















