ตอนที่ 8 (ต่อจากวานนี้)
เมฆาพานภาไปพักที่บ้านเขา เธอเห็นบรรยากาศ ที่บ่งบอกถึงความอบอุ่นระหว่างพ่อลูกในบ้านที่ผิดกับตัวเองกับลูกที่เธอพูดอย่างเจ็บปวดว่า แม้แต่อากาศหายใจร่วมกันฟ้าก็คงไม่เต็มใจแล้ว
เมฆาปลอบใจว่าอะไรที่ไม่สบายใจก็อย่าเพิ่งไปคิดเพราะตอนนี้เราไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าลูกเราสองคนอยู่ที่ไหน นภาถามว่าเขาคิดว่าสองคนวางแผนหนีไปอย่างอินทนนท์สงสัยหรือเปล่า
เมฆาตอบเลี่ยงๆกว้างๆ ว่าตนก็ไม่รู้ว่าสองคนทำจริง แต่ถ้าทำเราก็คงต้องรับผิดชอบ นภารำพึงว่าตนไม่เคยเลี้ยงลูกให้หนีปัญหา เมฆามองหน้าเธอนิ่งก่อนจะติงเนียนๆว่า
"แต่สองสามวันที่ผ่านมา มีแต่เรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกับเราตลอด"
นภาฟังแล้วนิ่งไป เธอเอามือกุมหัวบอกว่าปวดหัวมาก เมฆาเรียกหงส์ให้มาพาเธอขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องนอนของตนก่อนเดี๋ยวจะจัดยาไปให้
ขณะนภาไปนอนที่เตียงของเมฆานั้น เธอพลิกตัวไปเห็นขวดยาพลาสติกกลิ้งออกจากใต้หมอน 2-3 ขวด เธอถามหงส์ว่าเป็นยาแก้ปวดหรือเปล่า หงส์รีบรับขวดยาไปอ่านแล้วชะงักไม่พูดเพราะชื่อที่ฉลากยาถูกลบออก
พอดีเมฆาเปิดประตูเข้ามาถามหงส์หน้าเครียดว่าทำอะไร หงส์ตกใจทำขวดยาหล่นเธอรีบก้มเก็บ เมฆาตรงเข้ามาดึงไปพูดเสียงเครียดว่า
"เดี๋ยวฉันจัดการเอง ลงไปข้างล่างเถอะ"
หงส์เดินตัวลีบออกไปงงๆ เมฆาจึงหันไปพยุงนภาให้ขึ้นมากินยาตามลำพัง
ooooooo
ขณะที่หงส์มายืนงงอยู่ที่โถงชั้นล่างนั่นเอง เมฆาตามลงมาบอกว่าอยากคุยกับเธอ เมื่อหงส์ตามไปที่ห้องทำงาน เมฆาบอกว่าอย่าบอกใครเรื่องยาที่เห็น ที่ตนลบชื่อที่ฉลากยาออกเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขากำลังป่วย
หงส์เป็นห่วงถามว่าท่านเป็นอะไร เมฆาตัดบทว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเธอไม่ต้องกังวล แต่หงส์ก็ยังเป็นห่วงเพราะสถานการณ์ปัจจุบันจะยิ่งบั่นทอนสุขภาพของเขาให้แย่ลง
"ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วง ชีวิตฉันนอกจากพายุกับนภาก็มีแต่เธอที่เชื่อใจได้ว่ามีแต่ความบริสุทธิ์ใจให้ ขอบใจมากนะ"
"ท่านคะ ชีวิตของหงส์ ถ้าไม่มีด็อกเตอร์เมฆา ป่านนี้จะเป็นคนรึเปล่ายังไม่รู้เลย ท่านเป็นมากกว่าพ่อของหงส์อีกนะคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ"
หงส์คิดถึงอดีต ที่เมฆาช่วยเธอขึ้นมาจากเด็กเร่ร่อนที่ถูกหลอกไปขายซ่อง เมื่อเธอไม่ยอมก็ถูกซ้อมจนแทบเอาชีวิตไม่รอด เวลานั้น เมฆายื่นมือเข้าช่วยเหลือ บอกกับหมอที่รักษาหงส์เวลานั้นว่า
"ทำให้ดีที่สุดนะครับหมอ ทำยังไงก็ได้ให้แกหาย ผมจะขอรับผิดชอบเป็นเจ้าของไข้เอง ผมมีลูกชายอายุไล่เลี่ยกับเด็กคนนี้ ถ้าผมปล่อยให้แกทุกข์ทรมานต่อไปแบบนี้ผมคงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต"
คิดถึงอดีตแล้วหงส์น้ำตาพรูด้วยความซาบซึ้งใจ เอ่ยกับเมฆาอย่างเทิดทูนศรัทธาว่า
"ท่านทำให้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แทนที่จะตายอยู่ในซ่อง ชีวิตของหงส์ทั้งชีวิตเป็นของท่านค่ะ"
"ขอบใจที่เธอไม่เคยลืม" เมฆามองอย่างเอ็นดู แล้วหันไปวางฝ่ามือทาบสแกนลายนิ้วมือที่ฝาประตูเซฟ จากนั้น เปิดเซฟหยิบเงินสดมาปึกหนึ่งส่งให้ "ฉันรู้ว่าเธออุปการะเด็กผู้หญิงที่ถูกช่วยออกจากซ่องหลายคน ถือว่าฉันช่วยทำบุญ ทำในชื่อเธอนั่นแหละ"
หงส์รับเงินไปด้วยความซาบซึ้ง ก้มกราบที่ไหล่เมฆา เขายิ้มๆอย่างเอ็นดู
ooooooo
ที่ห้องเก็บของในโกดังแห่งหนึ่ง ฟ้ากับพายุถูกจับมัดมือไขว้กันอยู่ที่นั่น พายุรู้สึกตัวก่อนเขาหันมองสำรวจ หัวชนเข้ากับหัวห้าอย่างจังจนฟ้าร้องลั่น
พอตั้งสติสำรวจพบว่าทั้งสองถูกมัดมือติดไพล่กันอยู่ ต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วเรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เมื่อพยายามทบทวนแล้วก็เดาได้ ฟ้าถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรให้หลุดจากตรงนี้ไปได้
ในขณะที่ฟ้าเครียดคิดหาทางออกนั้น พายุก็ช่วยคิดแต่ไม่วายทะเล้นจนถูกฟ้าด่าไปหลายรอบ
จนกระทั่งสายฝนกับสมุนนำอาหารมาให้ ได้ยินทั้งสองกำลังถกเถียงกันอยู่ก็ตวาดให้เงียบ พายุถามว่าเธอเป็นใคร ฟ้าถามว่าควบคุมตัวเราไว้ทำไมในเมื่อเธอไม่ใช่ตำรวจ
"ใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่สำคัญ พวกแกมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำตามคำสั่งฉันตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่" สายฝนตอบอย่างวางอำนาจแล้วมองสมุนสองคนที่ถือจานข้าวเข้ามา บอกฟ้ากับพายุว่า "กินข้าวซะ เดี๋ยวจะอดตายก่อนที่ฉันจะใช้ประโยชน์ จากพวกแก"
สมุนเอาจานข้าววาง สายฝนใช้เท้าเขี่ยจานข้าวไปตรงหน้าพายุกับฟ้าแล้วเดินออกไป จากนั้นรายงานตะวันว่าพวกนั้นรู้สึกตัวแล้วจะเอาอย่างไรต่อไป แต่แล้ว เธอก็หน้าตาตื่นเต้นย้อนถามปลายสายว่า
"อะไรนะคะ มีคนเห็นนังทอรุ้งในสลัม ได้ค่ะ ฉันจะไปสืบหาตัวมันดู"
สายฝนตัดสายแล้วสั่งลูกน้องทั้งสองให้เฝ้าดูพายุกับฟ้าไว้ตนจะเข้าไปในชุมชน แล้วเดินอ้าวไป
ooooooo
พายุชวนฟ้ากินข้าวจะได้มีแรงคิดอะไรต่อ ฟ้ากินไม่ลง พายุเสนอว่ามือถูกมัดอยู่อย่างนี้กินไม่ได้ ให้เราต่างช่วยเอาปากคาบช้อนตักข้าวป้อนให้กัน ฟ้าไม่เล่นด้วย พายุพยายามกดหัวฟ้าให้ก้มลงที่จานจะให้ทำตามที่ตนบอก เกิดดันกันไปดันกันมาทำให้ จานข้าวตก พายุมองเศษกระเบื้องบอกฟ้าอย่างตื่นเต้นว่า
"เรามีทางรอดแล้ว"
ทั้งสองช่วยกันเอาเศษกระเบื้องจานข้าวที่แตกเฉือนเชือกที่มัดขาดแล้วพากันจะวิ่งหนี เจอสมุนสองคนที่เฝ้าอยู่กระโจนเข้าขวาง แต่ก็ถูกจัดการจนหมอบกระแต วิ่งไปเจอเชือกห้อยจากขื่อโกดัง พายุตะโกนให้ฟ้ากอดตนไว้ให้แน่น
สมุนสองคนลุกขึ้นได้วิ่งตามมาถูกพายุดีดตัวเอาเท้ายันจนหงายแล้วโรยตัวลงไปพร้อมกับฟ้า
พอลงไปถึงพื้นก็ต้องวิ่งไปปีนกำแพงหนีอีก ถูกสมุนที่เฝ้าอยู่ข้างล่างยิงใส่ พายุกอดฟ้ากลิ้งไปกับพื้นแล้วอาศัยจังหวะที่สมุนมองหาไม่เจอจะปีนกำแพง แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อสายฝนก้าวเข้ามายืนตรงหน้าถามอย่างเยาะหยันเป็นต่อว่า "คิดว่าจะหนีไปได้เหรอ" พลางเตะปลายคางพายุจนหงายหมดสติ
ฟ้าตกใจถลาไปหาพายุก็ถูกสายฝนเตะเสยหมดสติไปอีกคน สายฝนยืนมองร่างไร้สติทั้งสองอย่างผยองสุดขีด!
ooooooo
ฟ้ากับพายุถูกสมุนสองคนจับเหวี่ยงเข้าไปในโกดังตามเดิม ทั้งสองถูกมัดมือไว้แน่นหนา หน้าตาบอบช้ำสะบักสะบอม สมุนทั้งสองบอกสายฝนว่าพวกตนจะดูแลสองคนนี้ให้ดีที่สุดไม่ให้พลาดอีกแล้ว
"ฉันเชื่อ แกสองคนไม่มีวันทำอะไรพลาดอีกแล้ว!" สายฝนพูดเหี้ยม สิ้นเสียงก็ยิงหัวทั้งสองคนแล้วโทร.บอกตะวันให้ส่งคนมาให้ใหม่ด้วย จากนั้นเดินข้ามศพสมุนทั้งสองออกไป
ที่หน้าโกดัง ทอรุ้งแอบมาสังเกตดูเห็นภายในมีการเคลื่อนไหวก็แปลกใจว่าโกดังของช้างยังมีคนอยู่เลยซุ่มดู
ที่อีกห้องหนึ่งของโกดัง สายฝนให้สมุนที่มาใหม่พาฟ้ากับพายุเข้าไปที่นั่น เปิดให้ดูทีวีการแถลงข่าวของนภากับเมฆาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
พอฟ้ากับพายุเห็นนภากับเมฆาในทีวี ต่างอุทานเรียก พ่อ...แม่...แล้วจ้องมองทีวี เงี่ยหูฟังการแถลงข่าวใจจดจ่อ
ปรากฏว่า ทั้งนภาและเมฆาต่างก็แถลงว่าไม่ได้ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ปกป้องหรือช่วยเหลือลูกเลย ทั้งไม่ปฏิเสธว่าลูกทำผิดถ้าหลักฐานชัดเจน
ส่วนเมฆาก็ยอมรับว่า เมื่อหลักฐานระบุว่าลูกชายทำผิดจริงตนก็ต้องยอมรับความจริง
นักข่าวถามว่าถ้าเช่นนั้นก็ต้องดำเนินคดีถึงที่สุดใช่ไหม เมฆาตอบว่าใช่ ส่วนที่นักข่าวถามนภาว่า ทั้งสองคนยังหลบหนีอยู่จะทำอย่างไร นภาตอบเต็มปากเต็มคำว่า
"สำนักงานสืบสวนพิเศษทำทุกคดีภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีก็ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องติดตามจับกุมอย่างถึงที่สุด"
"ถ้าให้ ผบ.นภาเลือกระหว่างลูกสาวคนเดียวกับความถูกต้อง ผบ.นภาจะเลือกอะไร" นักข่าวถามอีก นภาตอบอย่างหนักแน่นชัดเจนว่า
"คำพูดของดิฉันชัดเจนแล้วนะคะ คงไม่ต้องตอบ
คำถามนี้ ในชีวิตของฉัน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความถูกต้องในสังคมหรอกค่ะ เป็นความผิดของดิฉันเองที่เลี้ยงลูกไม่ดีพอทำให้เกิดปัญหาแบบนี้"
ฟ้าน้ำตาไหลพรากแต่ไม่ฟูมฟาย พายุมองอย่างเห็นใจแต่ก็ไม่อาจเข้าไปปลอบได้ เพราะถูกมัดอยู่
"น่าสมเพชจริงๆ แม้แต่พ่อแม่บังเกิดเเกล้ายังไม่เชื่อถือในตัวพวกแกเลย หึๆๆ พวกแกจะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไม" สายฝนหัวเราะเยาะหยัน ถูกพายุตวาดให้หุบปาก ก็ยิ่งแผดเสียงหัวเราะอย่างสะใจก่อนเดินออกไป
ooooooo
นภากับเมฆายังแถลงข่าวต่อไป และในตอนท้ายนภาก็ประกาศขอลาออกจากสำนักงานสืบสวนพิเศษ ส่วนเมฆาก็เห็นว่าตนไม่สามารถอาสารับใช้พี่น้องประชาชนต่อไปได้แล้ว
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















