ตอนที่ 3 (ต่อจากวานนี้)
เทียนกันยาอายสุดๆ ใจเต้นแรงจนต้องเบือนหน้าไปทางอื่น เพราะรู้แล้วว่าอัพภันดร์สารภาพรักกลายๆ ซึ่งไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับตนมาก่อน
"ถ้าผู้หญิงคนนั้นเขาแต่งงานกับเธอไม่ได้ แล้วเธอจะเสียเวลาคอยเขาลมๆแล้งๆอยู่ทำไมกันจ๊ะ สู้หาผู้หญิงอื่นที่เหมาะสมกับเธอไม่ดีกว่าเหรอ"
อัพภันดร์เห็นเทียนกันยาประหม่าอายก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเข้าไปกุมมือเธอไว้อย่างทะนุถนอม
"ถ้าผมไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ผมรัก ผมก็ขอเป็นโสดจนตายดีกว่า ผมขอล่ะนะครับคุณเทียน อย่าเสือกไสผมไปให้เรือนใจหรือผู้หญิงคนอื่นอีกเลย เพราะทำยังไงผมก็ไม่มีทางที่จะรักใครได้อีกแล้ว"
อัพภันดร์จูบหลังมือเทียนกันยาเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือ แล้วเดินก้มหน้าคอตกกลับออกไปอย่างเจียมตัวและร้าวรานใจ เทียนกันยามองตามด้วยความสับสน จะเรียกไว้ก็กระดากอาย และในใจก็ยังกลัวความต่างกันเรื่องอายุ เลยได้แต่มองตามอัพภันดร์ไปด้วยสายตาว้าวุ่นสุดจะบรรยาย
ooooooo
แต่เพราะรักหลงอัพภันดร์มาก เทียนกันยาจึงตัดสินใจแต่งงานกับอัพภันดร์โดยไม่ฟังคำคัดค้านของป้าจรัส ทั้งยังยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาด้วย เพราะอัพภันดร์อ้างว่าตนอยากแต่งงานให้ถูกต้องทั้งประเพณีและกฎหมาย อยากให้เทียนกันยามีหน้ามีตาทัดเทียมคนอื่น
ก่อนวันแต่งงาน อัพภันดร์ให้อารีปลอมลายมือเทียนกันยาเขียนจดหมายสั้นๆไปบอกศลห้ามมางาน อารียอมทำตามทั้งที่ขัดใจไม่น้อยที่อัพภันดร์ต้องแต่งงานกับเทียนกันยา แต่ อัพภันดร์ก็หยอดคำหวานว่า แต่งงานแล้วแต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่ออารียังคงเดิม ที่เขาทำก็เพื่อความสุขสบายของเราสองคน แต่หารู้ไม่ว่า ยามอยู่กับเรือนใจ อัพภันดร์ก็พูดกับเธอทำนองนี้ เช่นกัน
วันแต่งซึ่งจัดแบบเรียบง่ายที่บ้าน แขกทั้งหมดเป็นแขกที่สนิทของเทียนกันยาทั้งนั้น เพราะอัพภันดร์กลัวความแตกเลยไม่ได้เชิญใครมาสักคน...เรือนใจอดใจไม่ไหวแสดงอาการหึงหวงขณะจัดห้องหอให้บ่าวสาว เธอดุบุญศรีกับชบาจนเกือบจะเลยเถิดลงมือลงไม้กัน ถ้าอัพภันดร์ไม่เข้ามาเห็นเสียก่อน อัพภันดร์ไล่บุญศรีกับชบาไปช่วยงานข้างล่าง แล้วต่อว่าเรือนใจทำอะไรหัดคิดให้รอบคอบบ้าง ประเดี๋ยวที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า
"ก็พี่นั่นแหละที่ผิดสัญญา ไหนบอกว่าจะไม่รักอีแก่ นั่นไง แล้วทำไมถึงไปแต่งงานกับมันอีกล่ะ"
"จะบ้ารึไง เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก"
เรือนใจงอนหน้าง้ำจะเดินหนี อัพภันดร์กลัวเสียแผนรีบเข้าไปเอาใจ
"พี่ไม่ได้ผิดสัญญานะเรือน ถึงพี่จะแต่งงานกับคุณเทียน แต่คนที่พี่รักคือเรือนคนเดียวนะจ๊ะ"
"รักฉัน แล้วไปแต่งงานกับคนอื่นเนี่ยเหรอ"
"ก็ความรักอย่างเดียวมันกินไม่อิ่มท้องนี่จ๊ะ เรือนอยากเป็นคุณนายมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ หรืออยากจะเป็นแค่พยาบาลจนๆ ที่ต้องตระเวนรับเฝ้าไข้คนอื่นเขาไปทั้งชาติกันล่ะ"
เรือนใจอึ้ง ยังไงก็ติดสบายมากกว่า อัพภันดร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ รู้นิสัยเรือนใจดี "ถ้าเรือนอยากเป็นคุณนาย เรือนก็ต้องช่วยพี่ เรือนก็รู้นี่ว่าคุณเทียนอ่อนแอจะตาย เจ็บออดๆแอดๆอย่างนี้ อีกไม่กี่ปีก็ตายแล้ว ถึงเวลานั้นสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของใคร ถ้าไม่ใช่สามีอย่างพี่"
"แต่พี่ต้องสัญญาก่อนนะ ว่าจะรักเรือนคนเดียว แล้วก็ห้ามเผลอไปรักอีแก่นั่นเด็ดขาด"
"ใครจะรักอีแก่นั่นลง เรือนเห็นพี่โง่เง่าขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ"
เรือนใจทำสะบัดสะบิ้งทิ้งค้อน แต่พออัพภันดร์ออดอ้อนว่ารักเรือนใจหมดหัวใจจนไม่เหลือที่ให้ใครอีกแล้ว เรือนใจก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ถึงเวลารดน้ำสังข์ จรัสอวยพรเทียนกันยาด้วยดี แต่กับอัพภันดร์ จรัสแอบเหน็บแนมหลายคำ ทำให้อัพภันดร์ยิ่งเกลียดจรัสเข้ากระดูกดำ...กว่าจะเสร็จพิธีอัพภันดร์ต้องทนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างมาก เข้าห้องหอปุ๊บเขารีบถอดชุดเจ้าบ่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิดบึ้งตึง พอได้ยินเทียนกันยาบ่นถึงศลที่ไม่ยอมมางาน ก็เลยหลุดโมโหออกมาจนเทียนกันยาชะงัก
"คุณจะไปรำพึงรำพันถึงมันทำไมกัน กะอีแค่ขี้ข้าคนเดียว จะมาหรือไม่มาก็ช่างหัวมันปะไร"
"ศลไม่ใช่ขี้ข้านะอัพภันดร์ แล้วก็ไม่มีใครในบ้านนี้เป็นขี้ข้าทั้งนั้น ถึงเราจะเป็นนายจ้างลูกจ้างกัน แต่พวกเราก็อยู่กันเหมือนญาติมากกว่า"
"ผมทราบครับคุณเทียน แต่ผมโกรธศลแทนคุณมากไปหน่อย ก็เลยพลั้งปากไปน่ะครับ คนอะไรไม่รู้จักบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน อย่างนี้มันเลี้ยงไม่ได้นะครับ"
"ฉันอาจจะตำหนิศลเขาแรงเกินไปก็ได้จ้ะ คุณพ่อเลี้ยงเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน พอวันนึงฉันเข้าข้างเธอมากกว่าเขา เขาก็คงจะน้อยใจ จริงๆฉันน่าจะใจเย็นมากกว่านี้ซักหน่อย"
"เลิกพูดเรื่องศลเถอะครับคุณเทียน วันนี้เป็นวันแต่งงานของเราสองคนนะครับ มีเรื่องอื่นน่าคุยกันกว่าเรื่องนี้เยอะเลย"
อัพภันดร์อุ้มเทียนกันยานอนลงบนเตียง เทียนกันยานอนนิ่งตัวแข็งเกร็ง เบือนหน้าไปอีกด้าน อายปนกลัวจนแทบจะหยุดหายใจ ฝ่ายอัพภันดร์พยายามกลั้นใจ ถอดแว่นตาที่ใหญ่เทอะทะไม่เข้ากับหน้าเทียนกันยาออก หลับหูหลับตาก้มลงจูบ โดยที่ใจไม่ได้นึกพิศวาสเลยแม้แต่น้อย
ooooooo
ตอนที่ 4
เป็นคุณผู้ชายได้เพียงข้ามคืน อัพภันดร์ก็แสดงฤทธิ์เดชกับสาวใช้เสียแล้ว เขาให้บุญศรีเรียกเขาว่าคุณผู้ชาย แล้วเรื่องอาหารเช้า ถ้าเขาไม่สั่งก็ยังไม่ต้องทำ เขาเบื่อข้าวต้ม อยากกินข้าวผัด เช้านี้บุญศรีเลยต้องไปทำมาใหม่
เทียนกันยาฟังนิ่ง รู้สึกติดใจกับความเปลี่ยนไปของอัพภันดร์ แต่ไม่แสดงอาการเพราะยังข้าวใหม่ปลามัน อัพภันดร์ พูดอะไรก็เออออไปหมด เขาอยากได้เสื้อผ้าใหม่ก็จะออกไปซื้อด้วยกัน แต่เธอขอให้เขาเป็นธุระเอาเงินค่าเล่าเรียนไปให้ศลก่อน...อัพภันดร์ฟังแล้วหน้าตึงทันที
"นี่คุณเทียนยังจะส่งเสียมันอีกเหรอครับ งานแต่งงานคุณทั้งทีมันก็ไม่มา จองหองอย่างนี้ ก็ให้มันไปหาค่าเล่าเรียนเอาเองสิครับ"
"คงไม่ได้หรอกจ้ะ ถึงศลจะโกรธฉัน แต่คุณพ่อฉันก็เคยรับปากว่าจะอุปการะศลให้ถึงที่สุด ฉันคงทิ้งศลกลางคันอย่างนี้ไม่ได้หรอก"
อัพภันดร์ไม่พอใจ แต่ฉุกคิดแผนขึ้นมาได้จึงปั้นยิ้ม "ถ้าคุณเทียนต้องการอย่างงั้นก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจะให้อารีไปส่งธนาณัติให้ก็แล้วกันนะครับ"
เทียนกันยาแปลกใจว่าอารีเป็นใคร อัพภันดร์บอกว่าเด็กที่สำนักงานคุณลุงประทิน ตนเห็นทำงานดีก็เลยให้มาช่วยงานต่อ เทียนกันยาพยักหน้าเข้าใจ อัพภันดร์รีบยิ้มประจบ... ภายใต้หน้ากากที่แสนดีของสามี เทียนกันยาไม่รู้เลยว่าภัยร้ายกำลังใกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆ
วันเดียวกันนี้ เรือนใจนำพาอารีเข้ามาอยู่ห้องเก็บของที่ต้องจัดการทำความสะอาดขนานใหญ่ถึงจะอยู่ได้ อารีไม่พอใจอย่างแรง แข็งขืนจะไม่อยู่ที่นี่...เรือนใจรู้แก่ใจว่าอารีเป็นเมียอัพภันดร์อีกคน ส่วนอารีก็รู้ว่าเรือนใจเป็นอะไรกับอัพภันดร์ สองสาวจึงออกอาการไม่ลงรอย อัพภันดร์ตามมาทีหลัง ต้องรีบเข้ามาปราม
"อะไรกัน ยังไม่ทันไรก็ตีกันเองซะแล้ว อยู่สบายๆไม่ชอบ อยากจะกลับไปอดๆอยากๆเหมือนเดิมรึไง"
อารีจ๋อยไปทันที ส่วนเรือนใจค้อนปะหลับปะเหลือก ไม่พอใจแต่ก็ไม่หือกับอัพภันดร์
"เอ้านี่ เอาไปแบ่งกัน" อารีดีใจรีบคว้าซองเงินจากมืออัพภันดร์มาเปิดนับทันที แล้วส่งเงินครึ่งนึงให้เรือนใจ "รับเงินซองเดียวกันก็สามัคคีกันไว้ล่ะ อย่าลืมว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้ามัวแต่หึงหวงไร้สาระ จะพากันพังหมด เรือนไปจัดห้องใหม่ให้อารีไป"
เรือนใจทิ้งค้อนใส่อารีก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกจากห้อง อารีเองก็เชิดใส่เรือนใจด้วยความหมั่นไส้ แล้วหันไปอ้อนประจบอัพภันดร์ ถามเขาว่าทำไมคราวนี้พี่ให้เยอะจัง
"เงินค่าเล่าเรียนกับค่าใช้จ่ายของไอ้ศล มันก็ต้องเยอะอย่างนี้แหละ"
"อ้าว แล้วพี่เอาเงินค่าเล่าเรียนมันมาให้ฉัน ไม่กลัวความแตกเหรอจ๊ะ"
"เธอก็เขียนจดหมายไปบอกไอ้ศลมันแบบคราวก่อนสิ บอกมันไปว่านับแต่นี้นังเทียนจะไม่ให้เงินมันอีกแล้วแม้แต่เก๊เดียว แล้วพอนังเทียนมันให้เงินมา ฉันจะเอามาให้เธอแทน"
อารีดีอกดีใจ ไม่ได้สำนึกแม้แต่น้อยว่าทำให้ศลหมดอนาคต ส่วนอัพภันดร์ยิ้มร้ายด้วยความสาแก่ใจที่ทำร้ายศลได้
เมื่อไม่มีเงินค่าเล่าเรียน ศลจึงบากหน้ามาหาประนอมถึงบ้าน ประนอมนำเงินให้ศลก้อนหนึ่ง บอกว่าเป็นเงินที่พ่อของศลฝากไว้ให้ จากนั้นประนอมก็บ่นเทียนกันยาไม่น่าทิ้งศลกลางคันแบบนี้ แล้วก็อดพูดถึงอัพภันดร์ไม่ได้ เมื่อก่อนเห็นเป็นคนดี เอาใจตนทุกอย่าง แต่พอประทินตาย มางานศพแค่วันเดียว แถมวันเผาก็ไม่มา ที่ร้ายสุดก็งานแต่งงานกับเทียนกันยา เขาไม่ยอมบอกป้าสักคำ ถ้าป้าไม่ไปเจอคุณนายจรัสที่วัดก็คงไม่รู้...ศลสีหน้าหนักใจ บอกว่าป้ารู้เช่นเห็นชาตินายคนนี้ก็ดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่คุณเทียนจะตาสว่างซะที
ooooooo
(อ่านต่อพรุ่งนี้)




















