advertisement

"ออลสไปซ์" ผลใบเป็นเครื่องเทศ

โดย นายเกษตร 14 มิ.ย. 2554 05:01

ไม้ต้นนี้มีถิ่น กำเนิดจากจาเมกา เม็กซิโกตอนใต้ อเมริกากลาง และประเทศในแถบแคริบเบียน นิยมปลูกกันอย่างกว้างขวางเพื่อเก็บเอาผลและใบซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คือมีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นอบเชย กลิ่นลูกจันทน์ และกลิ่นของกานพลูรวมกัน โดยประเทศในแถบยุโรปหรืออเมริกา นิยมนำเอาไปเป็นเครื่องเทศ ใช้ประกอบอาหารได้ทั้งประเภทคาวและหวาน ซึ่งผลแห้งหรือใบแห้งเอาไปบดเป็นผงใส่ในสตูเนื้อ สตูแพะ หรือแกะ หมักทำปูอบ ปูนึ่ง ไก่อบสมุนไพร คลุกกับกุ้งย่างเนย เพิ่มกลิ่นหอมชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น

สำหรับ อาหารหวานนิยมนำผง “ออลสไปซ์” ใส่ในฟรุตเค้ก คริสต์มาสพุดดิ้ง และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ของหวานเหล่านั้นมีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยมาก ในประเทศไทยมี “ออลสไปซ์” นำเข้าแบบแห้งบดละเอียดเป็นผงบรรจุถุงพลาสติกวางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ส่วนใหญ่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และห้องอาหารตามโรงแรมใหญ่ๆ ซื้อไปใช้ปรุงเป็นอาหารประจำ

ส่วนต้น “ออลสไปซ์” เพิ่งพบมีวางขาย ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณแผงใกล้ๆกับประตูเข้าออกด้านประตูที่ 3 มีเพียง 3 ต้น สูงประมาณ 1 ฟุตเศษ ปลูกในกระถางดำขนาดเล็ก แตกใบสีเขียวสด มีป้ายเขียนชื่อติดไว้ว่า “ออล-สไปซ์” เมื่อเด็ดใบขยี้ดมจะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวตามที่กล่าวข้างต้น ผู้ขายบอกราคาว่าต้นละ 250 บาท ปรากฏว่ามีคนซื้อหมดในเวลาไม่กี่นาที

ออลสไปซ์ หรือ PIMENTA DIOICA (L.) MERR. อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE เป็นไม้พุ่ม สูง 2-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม เป็นรูปรีแกมรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบแหลม เนื้อใบค่อนข้างหนามีน้ำมันหอมระเหยทั้งใบ เมื่อเด็ดขยี้ดมจะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นอบเชย กลิ่นลูกจันทน์ และกลิ่นกานพลูรวมกันในใบเดียว ใบดกและหนาแน่นมาก

ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบใกล้ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยสีนวลขนาดเล็กจำนวนมาก “ผล” รูปทรงกลมคล้ายผลของพริกไทย แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าเป็น 2 เท่า มีรสเผ็ดร้อนคล้ายผลพริกไทย แต่จะมีกลิ่นหอมแบบเดียวกับกลิ่นของใบทุกอย่าง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ประโยชน์ นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น น้ำมันสกัดจากผลและใบของ “ออลสไปซ์” ทำเป็นยาทาถูนวดแก้ปวดกล้ามเนื้อ และ แก้อาการปวดตามข้อได้ดีมากครับ.


“นายเกษตร”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement