advertisement

"ส้มเช้า" มีสองชนิด

โดย นายเกษตร 29 ต.ค. 2553 05:00

ผู้อ่าน จำนวนมากอยากทราบว่าต้น "ส้มเช้า" มีที่มาของชื่ออย่างไร ลักษณะต้นเป็นแบบไหน และมีสรรพคุณทางสมุนไพรด้านใด ซึ่งความจริง แล้วต้น "ส้มเช้า" จะมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีขนาดของต้นเตี้ย เป็นไม้พุ่ม สูงไม่เกิน 1.5 เมตร ต้นหรือปลายลำต้นมักจะมีรูปร่างแปลกๆหงิกคล้ายดอกหงอนไก่ โดยชนิดนี้จะมีใบน้อย นิยมปลูกลงกระถางตั้งประดับสวยงามน่าชมยิ่ง

อีกชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 5 เมตร ซึ่งชนิดนี้พบน้อยมากมีขึ้นตามธรรมชาติในป่าราบและป่าเชิงเขาทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะมีขนาดต้นสูงแล้ว ใบของ "ส้มเช้า" ชนิดหลังจะมีมากกว่าชนิดแรกอย่างชัดเจน สมัยก่อนนิยมปลูกในบริเวณบ้านทั้ง 2 ชนิด เพื่อเก็บใบอ่อนกินเป็นอาหาร

โดยใบ ของ "ส้มเช้า" จะมีรสเปรี้ยวจัดในตอนเช้าและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวชวนรับประทาน ชาวบ้านในยุคโบราณจะเก็บใบอ่อนล้างน้ำให้สะอาดกินเป็นผักสดกับน้ำพริกชนิดต่างๆ หรือ ใช้แทนใบเมี่ยง ห่อเนื้อปลาทูนึ่ง ใส่พริกขี้หนูสด กระเทียมกลีบสด แง่งตะไคร้สด มะนาวสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยวกินเป็นคำรสชาติอร่อยมาก

อย่างไรก็ตาม ใบ ของ "ส้มเช้า" ทั้ง 2 ชนิด ความเปรี้ยวจะอ่อนลงตอนช่วงสายๆ และจะค่อยๆหมดความเปรี้ยวไปในที่สุดช่วงก่อนเที่ยง จากนั้นใบจะมีรสชาติ เปรี้ยวอีกครั้งเมื่อถึงตอนเช้าในวันรุ่งขึ้นเป็นวัฏจักรของธรรมชาติเช่นนี้ตลอดไป จึงถูกเรียกชื่อว่า ต้น "ส้มเช้า" มาจน กระทั่งปัจจุบัน

ส้มเช้า ทั้ง 2 ชนิด นอกจากใบจะสามารถรับประทานเป็นอาหารได้แล้ว ยังมีประโยชน์เป็นสมุนไพรด้วย โดยแพทย์ชนบท ใช้ ใบสด เด็ดเอาตอนเช้าที่มีรสเปรี้ยวหรือตอนบ่ายที่รสเปรี้ยวหายไปแล้วก็ได้ กะจำนวนตามที่ต้องการใช้ ตำพอกปิดฝีช่วยดับพิษได้ดีมาก ยาง จากต้น ใช้เป็นยาขับพยาธิ แก้จุกเสียด อาการท้องมาน พุงโร แก้บวม แก้ม้ามย้อย ไข้จับสั่นเรื้อรัง ขับน้ำย่อยอาหาร และช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆได้

ส้มเช้า ทั้ง 2 ชนิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ เหมือนกันคือ BRYOPHYLLUM PINNATUM อยู่ในวงศ์ GRASSULACEAE เป็นไม้ในกลุ่มเดียวกับต้น สลัดได หรือ กระบองเพชร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม ใบออกเรียงสลับ รูปไข่กลับ ปลายมนโคนเรียว เนื้อใบหนาแข็ง สีเขียวสด ใบรับประทานได้ตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง มีชื่อเรียกอีกคือ กะเร, เพราะเพระ, กาลัม, ฮ้อบแฮ้บ, โพะเพะ, ฮวยออง และ ไห่หวัง ภาพ ประกอบคอลัมน์เป็น "ส้มเช้า" ชนิดต้นครับ.


"นายเกษตร"

โหวตข่าวนี้