advertisement

ปัดฝุ่น'หวยบนดินออนไลน์'วัดใจรัฐหักด่านผลประโยชน์มาเฟีย

โดย ทีมเศรษฐกิจ 29 ต.ค. 2555 05:00

หลังการเข้ารับตำแหน่ง “ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” คนใหม่ “พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร” เมื่อ 3 เดือน ที่ผ่านมา พร้อมประกาศ “รื้อฟื้นหวยบนดิน 2 ตัว 3 ตัว ในระบบออนไลน์กลับมาอีกครั้ง”

สำนักงานสลากฯ จึงเดินหน้าปัดฝุ่นเริ่มกระบวนการเพื่อ “แจ้งเกิดหวยบนดิน” ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของหลายภาคส่วนในสังคม ที่มีทั้ง “สนับสนุน” และ “คัดค้าน”

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หยิบยก รายงานเรื่อง “มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการจัดสรรโควตา และจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา” ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ขึ้นมาพิจารณา

โดยเนื้อหาสำคัญของรายงานระบุว่า ป.ป.ช.ได้รับร้องเรียนเรื่อง “การทุจริตในการจัดสรรโควตาการจำหน่ายสลากฯ” และ “การจำหน่ายสลากฯเกินราคา” มาเป็นระยะเวลายาวนานและจากการศึกษาพบว่า

...การนำเครื่องจำหน่ายมาใช้ในการจำหน่ายสลาก on-line ทั้งรูปแบบสลาก

6 หลัก หรือ 2 ตัว 3 ตัว จะสามารถแก้ไขปัญหาความต้องการของผู้ซื้อของแต่ละหมายเลขได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ เพราะผู้ซื้อจะสามารถซื้อหมายเลขที่ต้องการจากเครื่องจำหน่ายได้...โดยไม่ต้องซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่อาจขายสลากแพงกว่าราคาหน้าสลากฯ ...จึงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาขายเกินราคาที่ชัดเจน ช่วยกำจัดการจัดสรรโควตาให้พ่อค้าคนกลาง

รายงานของ ป.ป.ช.ข้างต้น ที่เห็นด้วยกับการ “รื้อฟื้น” หวยออนไลน์ว่า เป็นหนทางขจัดปัญหา “กลัดหนอง” ของสลากฯ เกินราคาที่ขายกัน 100-150 บาทต่อคู่ และอาจขจัดปัญหา 5 เสือกองสลากออกไปจากสาระบบด้วย กลายเป็นใบเบิกทางอย่างดีของ ครม.ที่สั่งการให้สำนักงานสลากฯ รับความเห็นและข้อเสนอแนะไปดำเนินการต่อ

โดยหวังว่า จะช่วยสกัดกั้นเม็ดเงินมหาศาลที่สูญไปกับหวยใต้ดิน และช่วย “สยบ” มาเฟียที่ผงาดได้ “หวยออนไลน์” ยังจะช่วยให้คนไทยมีโอกาสถูกรางวัลมากขึ้นด้วย หลังจากถูก “สลากกินไม่แบ่งของรัฐบาล” เอารัดเอาเปรียบ เพราะสลากฯ แต่ละงวดพิมพ์มากถึง 72 ล้านฉบับ ขณะที่โอกาสถูกรางวัลที่ 1 มีแค่ 1 ในล้าน หรือ 0.0001%

แต่หนทาง “ฟื้นชีพหวยออนไลน์” จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ และในรูปแบบใด สามารถเป็น “ความหวัง” ของประชาชนคนไทย และ “คอหวย” ทั้งหลาย คงต้องวัดใจรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”

“ทีมเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถึงอนาคตของ “หวยบนดินออนไลน์” รวมทั้งอนาคตของสำนักงานสลากฯ ในระยะต่อไป ดังนี้ :

ภารกิจฟื้น “หวยบนดินออนไลน์”

“เรามามองที่ข้อเท็จจริงทางวิชาการที่ศึกษากันมาก่อน ว่า การพนันกับคนไทยเป็นอย่างไร เม็ดเงินในวงการการพนันทุกรูปแบบในประเทศไทย มีวงเงินหมุนเวียนถึง 300,000 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานของสำนักงานสลากฯ มีรายได้ต่อเดือน 1,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ต่อปีราว  10,000 ล้านบาท สัดส่วนดังกล่าวแตกต่างกันมาก”

จึงเกิดคำถามว่า “เม็ดเงินกว่า 300,000 ล้านบาทนั้น อยู่ที่ไหน และอยู่กับใคร สังคม ประเทศชาติ และประชาชนได้ประโยชน์อะไรกลับมาบ้าง?” ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ให้สัมภาษณ์ “ทีมเศรษฐกิจ”

ทั้งนี้ การศึกษาทางวิชาการล่าสุดพบว่า เฉพาะเม็ดเงินที่หมุนเวียนผ่านเจ้ามือหวยใต้ดิน มีมากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากย้อนไปในช่วงที่เราเคยมีหวยบนดินมาแล้วเมื่อปี 2546-2549 ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ช่วงนั้นเราสามารถดึงเงินส่วนนี้ขึ้นมาได้สำเร็จ เพราะหวยบนดินสามารถลดปัญหาของหวยใต้ดิน ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และยังช่วยดึงราคาสลากที่ขายกันแพงลิ่ว คู่ละ 100-120 บาท ให้กลับสู่ราคาปกติ คือ ฉบับละ 40 บาท หรือคู่ละ 80 บาทได้ และยังทำให้สำนักงานสลากฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขายของลอตเตอรี่ 2-3 เท่าตัว

“การรื้อฟื้นสลากแบบเลขท้าย 2 ตัว และ 3 ตัว ด้วยเครื่องจำหน่ายสลากอัตโนมัติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หวยบนดินออนไลน์” จึงเป็นสิ่งที่สำนักงานสลากเร่งดำเนินการเพื่อนำกลับมาคืนสู่สังคมไทย”

นอกจากนั้น “หวยบนดินออนไลน์” ยังเป็นการเตรียมรับมือการ “รุกคืบ” ของการพนันถูกกฎหมายในช่วง 1-2 ปี ข้างหน้า เมื่อประเทศไทยต้องก้าวเข้าไปเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะมีการค้าขายกันได้อย่างเสรี ที่น่าจะรวมไปถึงบรรดาการพนันขันต่อ อย่างบ่อนและหวยด้วย

ถึงเวลานั้น คนไทยจะไปเล่นการพนันในบ่อนเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนบ้านจะเข้ามาตั้งโต๊ะ ตั้งบูธขายหวยลอตโต้ใจกลางกรุงเทพฯ อาจไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป เราจึงต้องมีเครื่องมือที่จะออกไปต่อสู้ ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องปรับปรุงรูปแบบของสลากกินแบ่งเดิมที่จะต้องพิมพ์ใส่ภาษาอังกฤษลงไปแล้ว ยังต้องหาหวยแบบใหม่มาช่วยด้วย

“เวลานี้ ยังไม่เปิดเสรี คนชายแดนพม่า ลาว มาเลย์ เขาก็เล่นหวยลอตโต้กันแล้ว ผมมานั่งตรงนี้ จะพยายามเข็นเรื่องหวยบนดินออนไลน์ให้สำเร็จ แต่จะทำได้เร็วหรือช้า ไม่ได้อยู่ที่ผมคนเดียว ยังมีอีกหลายส่วนประกอบกัน

...แต่ขณะนี้ ผู้ที่ให้บริการระบบออนไลน์ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์ ความพร้อมของจุดจำหน่าย และอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ซึ่ง บริษัท ล็อกเล่ย์จีเทค เทคโนโลยี (แอลจีที) จะเข้ามารับผิดชอบ ก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ว่า รัฐจะเอาจริงหรือไม่ กลัวจะโดนหลอกอีก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะมาก ที่ลงทุนไปแล้วจะได้คืนหรือเปล่าก็ไม่รู้”

เปิด 23 ปัญหาที่ต้องเร่งจัดการแก้ไข

ส่วนการเตรียมการในการฟื้นหวยบนดินกับคู่สัญญาเก่า คือ แอลจีที พบว่า ยังขาดความพร้อม และมีปัญหาที่ยังต้องได้รับการแก้ไขอีกถึง 23 เรื่อง

เช่น ตู้จำหน่ายหวยออนไลน์เดิมที่มีอยู่ 6,000 จุด ทั่วประเทศ สำรวจล่าสุดใช้งานได้จริงเพียง 500 จุด ที่เหลือใช้ไม่ได้ นอกจากนั้น จุดที่ตั้งของหวยตู้หลายแห่งได้เปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่ทำเลที่สามารถจำหน่ายได้อีกต่อไป

ขณะที่ในส่วนของซอฟต์แวร์ยังต้องพัฒนาเพื่อกำหนดเกม กำหนดเงื่อนไขการขายเพื่อนำไปใช้จริง ตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ ซึ่งกำหนดให้มีเกม 5 เกม คือ 3 ตัวตรงบน 3 ตัวโต๊ดบน 2 ตัวบน 3 ตัวล่าง และ 2 ตัวล่าง โดยผู้ถูกรางวัลจะได้รับเงินรางวัลตามสัดส่วนที่กำหนด คือ ไม่เกิน 60% ของยอดขาย โดยการจ่ายเงินรางวัลจะมีลักษณะผันแปรขึ้นลงตามจำนวนเงินที่แทงถูกรางวัล

โดยการแก้ไขทั้งหมดนี้คาดว่า จะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน !!

“เรื่องที่หนักใจกับการปัดฝุ่นหวยบนดิน ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ยอมรับว่า เป็นเรื่องความอ่อนไหว และการทำความเข้าใจกับสังคม รวมถึง ความคิดความเห็นการเมืองเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ”

เพราะสังคมบ้านเรานั้น จะให้ทุกคนเห็นด้วยกับเรื่องนี้คงไม่ได้ คนที่ไม่เห็นด้วยและมีความเห็นขัดแย้งกับสำนักงานสลากฯ ก็มีอยู่มากมายแต่สำนักงานสลากฯ โดยเฉพาะคณะกรรมการสำนักงานสลากฯ (บอร์ด)

ขอยืนยันว่า จะพยายามเข็น “หวยบนดินออนไลน์” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เพราะที่ผ่านมา เม็ดเงินจำนวนมหาศาลของหวยใต้ดินตกอยู่ในกำมือของเจ้ามือหวย ไม่เคยนำมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมเลย ขณะที่คนไทยถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกเจ้ามือหวยใต้ดินงัดลูกล่อลูกชนสารพัด ทั้งแทงถูกแล้วไม่จ่าย อั้นไม่ให้ซื้อเลขเด็ดเลขดัง และหากแทงถูกเลขเด็ดก็จ่ายเงินแค่ครึ่งเดียว

สำนักงานสลากฯ ตั้งเป้าหมายชัดเจนว่า ต้องการนำเม็ดเงินที่อยู่ “ใต้ดิน” ให้กลับขึ้นมาอยู่บนดินบ้าง เพราะเราคงไม่สามารถจะดึงหวยนอกระบบทั้งหมดขึ้นมาได้ แต่หวยบนดินจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักเสี่ยงโชคที่ไม่ต้องการซื้อสลากฯ ในราคาแพง หรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้ามือหวยใต้ดินอีก

“ขณะที่คนขายสลากฯ เดิมที่มีอยู่หลายหมื่นคนก็ไม่ต้องกังวลว่า จะตกงาน เพราะหวยบนดินไม่ได้ทำแข่งกับสลากฯ แต่ทำเพื่อแข่งกับหวยใต้ดิน ซึ่งในอดีตสำนักงานสลากฯ เคยเปิดลงทะเบียนคนเดินโพย ปรากฏว่า

มีผู้เข้ามาลงทะเบียนเป็นตัวแทนคนเดินโพยกว่า 70,000 คน ไปแล้ว แสดงให้เห็นว่าหวยบนดิน หรือหวยบนดินออนไลน์มีแต่จะสร้างงานให้กับผู้คน”

ในจำนวนคนที่มาลงทะเบียนเอาไว้ ส่วนหนึ่งก็คือคนที่มีอาชีพขายสลากตามท้องถนนอยู่แล้ว ซึ่งทางสำนักสลากฯ กำลังพิจารณาอยู่ว่า จะอนุมัติให้คนเดินโพยที่ลงทะเบียนไว้เหล่านี้ มาเป็นคนเดินโพยสลากออนไลน์เลยหรือไม่ หรือจะเปิดให้ลงทะเบียนกันใหม่อีกครั้ง เพราะส่วนแบ่งที่เป็นค่าบริหารจัดการทั้ง 12% นั้น เจ้าของเครื่องออนไลน์จะได้รับส่วนแบ่งเป็น 7.5% แต่ต้องแบ่งให้คนเดินโพยด้วย 3.5% ตัวเจ้าของเครื่องจริงๆ จะได้เพียง 4% แต่หากเจ้าของเครื่องไม่มีคนเดินโพยก็จะได้ 7.5%”

เดินตามข้อเสนอแนะ ป.ป.ช.

สำหรับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่อยู่ในรายงาน “มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาและจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา” ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้สำนักงานสลากฯ นำมาเป็นแนวทางปลุกชีพหวยบนดินอย่างเป็นทางการ จำนวน 7 ข้อ

เช่น การกำหนดนโยบายสลากออนไลน์ให้ชัดเจน ทั้งปริมาณการจำหน่ายสลากฯ และจำนวนเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ การให้ส่วนลดตัวแทนจำหน่าย หรือการจัดสรรเงินคืนสู่สังคม ไม่ให้เด็กและเยาวชนเกี่ยวข้องกับการบริโภคสลากฯ การติดตั้งเครื่องจำหน่ายที่ต้องไม่อยู่ใกล้วัดและโรงเรียนนั้น

“คณะกรรมการสำนักงานสลากฯ (บอร์ด) ได้นำประเด็นต่างๆ เหล่านี้มาพิจารณาอย่างละเอียด และสั่งให้ฝ่ายบริหารนำรายงานของ ป.ป.ช.ไปเป็นกรอบในการพิจารณาโดยไม่ให้ละเลยแม้แต่จุดเดียว โดยเฉพาะประเด็นของรายได้จากหวยบนดินที่เพิ่มขึ้นจะต้องนำไปช่วยเหลือสังคมให้มากที่สุด”

แต่ภายในกรอบดังกล่าว ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องได้รับการแก้ไข เพราะ พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 กำหนดให้ 60% ของรายได้เป็นเงินรางวัล 28% นำเข้าเป็นรายได้ส่งคลัง และอีก 12% เป็นค่าบริหารจัดการที่สำนักงานสลากฯ ต้องแบ่งให้ตัวแทนจำหน่าย ทำให้เหลืออยู่จริงๆ เพียงแค่ไม่ถึง 3% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก ถ้าจะนำไปตั้งกองทุนเพื่อดูแลสังคม

“สำนักงานสลากฯ ก็อยากแก้กฎหมายจัดตั้งที่ให้นำเงินส่งคลัง 28% ไปตั้งเป็นกองทุนเหมือนในต่างประเทศ ที่มีการระบุอย่างชัดเจน เช่น รัฐบาลอังกฤษขายหวยเอาเงินลงทุนสร้างสนามกีฬาโอลิมปิก สกอตแลนด์ขายหวยเอาเงินไปสร้างพิพิธภัณฑ์ เพราะมีความคล่องตัวในการใช่จ่าย ไม่ต้องรองบประมาณจากรัฐ จึงอยากให้รัฐบาลแก้กฎหมาย ให้สำนักงานสลากสามารถโฟกัสการใช้จ่ายเงินหวยบนดินให้ชัดเจน ไม่ใช้จ่ายแบบเหวี่ยงแห เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาล จะเพิ่มเตียงผู้ป่วย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็ให้ใช้เงินจากหวยบนดินได้ทันที”

หรือจะเป็นการสนับสนุนงบประมาณด้านการกีฬา ที่ต้องเรียกว่า “น่าสงสารที่สุด” เพราะนักกีฬาไทย จะไปแข่งขันในต่างประเทศทีก็ต้องขอเรี่ยไรเงินจากองค์กรต่างๆ เพื่อเป็นทุนในการฝึกซ้อมและเก็บตัว แต่ไม่มีใครคิดที่

จะวางแผนสร้างนักกีฬาอย่างยั่งยืนที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงไม่มีใครกล้าให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

“วันนี้นักกีฬาไทยแตกต่างจากนักกีฬาต่างประเทศอย่างมาก ที่เขามีเงินจากการพนันเข้าไปสนับสนุนนักกีฬาทีมชาติ เพื่อสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ จ้างครูฝึกสอนที่มีคุณภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งประสบการณ์ ซึ่งผมมั่นใจว่า หากประเทศไทยสามารถจัดทำแผนต่างๆ เหล่านี้ได้จะทำให้คนเต็มใจซื้อสลากฯ เพราะเห็นว่าเงินถูกนำไปใช้จ่ายอย่างมีประโยชน์”

ปรับบทบาท  “เสือนอนกิน” สู่ความหวัง

ส่วนแนวทางการปรับบทบาทของสำนักงานสลากฯ ในระยะต่อไปนั้น พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา สำนักงานสลากถูกมองว่าเป็นเสือนอนกิน หรือ Tiger Sleep Eat ผลิตและขายหวยมอมเมาผู้คนเท่านั้น ใครเข้ามาก็ทำแต่จัดสรรโควตาหวย ต่อจากนี้ไปบทบาทของสำนักงานฯจะเปลี่ยนไป”

เราอยากให้มองสำนักงานสลากฯ ว่า แท้จริงแล้วเป็นองค์กรแห่ง “ความหวัง และโอกาส” หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Hopes ซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจของเรา H มาจาก Handing การหยิบยื่น O มาจาก Opportunity หรือ โอกาส P เท่ากับ People ประชาชนทุกระดับ e มาจาก enterprise ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่มี สุดท้าย s คือ social responsibility หรือความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่มีแต่ภาพลักษณ์ “การมอมเมา” เพียงอย่างเดียว

เพราะจุดเริ่มต้นของหวย คือ การจุดประกายความหวังให้กับผู้คน เป็นการหยิบยื่นโอกาสให้กับผู้คน แม้คนๆ หนึ่งจะซื้อหวยแล้วไม่ถูกรางวัล แต่การที่เราไม่ถูกหวย เราก็ไปเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลให้กับอีกคนหนึ่ง หวยจึงได้ชื่อว่าเป็นความหวังและความสุข ขณะที่เม็ดเงินที่ได้จากหวยนั้น เมื่อหักรางวัลและค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว ก็ถูกส่งกลับไปสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมเป็นหลัก

“ในอดีตนั้นเงินจากกองทุนหวยบนดินนั้น ถูกส่งต่อไปยังการให้บริการเชิงสังคมเกือบทั้งหมด แม้แต่จัดตั้งเป็นกองทุนการศึกษา อย่างโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หรือ ODOS ที่ส่งบุตรหลานชาวไร่ชาวนาไปเรียนต่อต่างประเทศก็มาจากเงินหวยและการปราบปรามเจ้ามือหวยเถื่อน ปราบปรามยาเสพติด ตั้งรางวัลนำจับก็มาจากกองทุนนี้”

ทั้งนี้ สำนักงานสลากจะพยายามดำเนินการตามแผนที่วางไว้ให้ได้โดยเร็ว โดยในส่วนของ
หวยบนดินออนไลน์นั้น หากเป็นไปตามแผนที่กำหนดในปีหน้า 2556 ประชาชนคนไทยคงจะได้เห็นการฟื้นคืนชีพของหวยบนดินนี้อีกครั้ง หากรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการได้

“ทั้งหมดนี้ น่าจะทำให้คนไทยเข้าใจหวยบนดินได้มากขึ้น และผมเห็นว่าจะทำให้คนเต็มใจซื้อหวยบนดินออนไลน์ เพราะเห็นว่าเงินที่จ่ายไปนั้นถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ อย่างเป็นรูปธรรม” พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ กล่าวในท้ายที่สุด.

ย้อนรอยผลงานวิจัยเรื่อง “หวย”

หากทุกฝ่ายย้อนกลับไปพิจารณาผลงานวิจัยของนักวิชาการจากหลายสถาบันที่ว่าด้วยเรื่อง “หวย” ในช่วงระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา จะพบว่าพฤติกรรมการบริโภคหวยของคนไทยไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย และก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดมหาศาล นับตั้งแต่ผลงานวิจัยเรื่อง “เศรษฐกิจการพนัน ทางเลือกเชิงนโยบาย” ของ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อปี 2544

ซึ่งข้อมูลในขณะนั้นระบุว่า เม็ดเงินหวยใต้ดินสะพัดอยู่ถึงปีละ 300,000 ล้านบาท

ตามด้วยผลงานของ รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ทำวิจัยเรื่องนี้มาแล้วหลายรอบตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปี 2550 ที่สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของประชาชนเกี่ยวกับการพนันในสังคมไทย ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากประชาชนที่อายุ 10 ปี ขึ้นไปใน 18 จังหวัด ทั่วประเทศ

จากฐานข้อมูลประชากร 57 ล้านคน ของกรมการปกครองในปี 2550 พบว่า 30 ล้านคน ยังคงนิยมซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วน หวยบนดิน ซึ่งรัฐบาลนำมาใช้เป็นเครื่องมือกำจัดมาเฟียหวยใต้ดิน และการขายสลากฯเกินราคาได้รับความนิยมมาเป็นอันดับสอง โดยมีผู้หันมาซื้อถึง 23 ล้านคน ส่วนอีก 12 ล้านคน ยังติดใจหวยใต้ดินอยู่

ในการศึกษาพฤติกรรมคนไทยดังกล่าว ยังพบด้วยว่า 42% ชอบเสี่ยงโชค, 38% ซื้อเพื่อความสุข, 28.7% อยากรวย และ 15.4% ไปได้เลขเด็ดมา ส่วนปัจจัยที่ทำให้ซื้อหวย อันดับแรก คือ ฝันว่า... 39%, แจ็กพอตล่อใจ 23.5% และหาซื้อง่าย 18.8% เมื่อถามถึงความชอบระหว่างหวยใต้ดิน กับหวยบนดิน พบว่า 2 ใน 3 หรือ 68.1% ชอบหวยบนดิน ขณะที่ 14.4% ชอบหวยใต้ดิน และ 17.5% ชอบทั้งคู่

และเมื่อมีการยกเลิกหวยบนดิน ประชากร 34 ล้านคน หรือคิดเป็น 60.1% ไม่เห็นด้วย อีก 21 ล้านคน หรือ 37.3% ระบุว่า เห็นด้วย

ในการประชุมเชิงวิชาการเรื่อง “การพนันรอบบ้าน : ปัญหาที่สังคมไทยไม่อาจมองข้าม” ที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งจัดขึ้นโดย รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการศึกษาพฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทย ได้ตีแผ่สถานการณ์การพนันจากการจัดเก็บข้อมูลในช่วงเดือน ธ.ค.2553-ก.พ.2554 จากจำนวน 5,042 ตัวอย่าง ใน 16 จังหวัด ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา

พบว่า มีการพนันรูปแบบใหม่ๆ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น การพนันออนไลน์ การพนันในกีฬาพื้นบ้าน หรือการพนันที่เกี่ยวข้องกับประเพณี ซึ่งแพร่กระจายไปตามชุมชนต่างๆ

ที่สำคัญยังคงพบว่า ในรอบปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวน 64.2% หรือมากถึง 31.87 ล้านคน ยังคงวนเวียนเสี่ยงโชคอยู่ในวงการพนัน โดยผู้เล่นที่มีอายุไม่เกิน 24 ปี มีจำนวน 2.8 ล้านคน, อายุระหว่าง 25-34 ปี มีจำนวน 6.2 ล้านคน, อายุระหว่าง 35-34 ปี มี 6.2 ล้านคน, อายุระหว่าง 45-54 ปี มี 8.4 ล้านคน และผู้เล่นที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป มี 5.2 ล้านคน

ขณะที่เม็ดเงินในวงการพนันนั้น มีสัดส่วนของสลากกินแบ่งฯ อยู่ 76,000 ล้านบาท และของหวยใต้ดินอยู่ 102,000 ล้านบาท รวมประมาณ 178,000 ล้านบาท

ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า การพนันยังคงฝังรากลึกอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยที่ยิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งปกปิด ก็ยิ่งมุดลงดิน.


ทีมเศรษฐกิจ

โหวตข่าวนี้