
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนโครงสร้างหลักในร่างกาย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้เส้นผม กระดูก ผิวหนัง และเล็บ มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น แต่เมื่ออายุ 25 ปีเป็นต้นไป ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนน้อยลงเรื่อยๆ ทุกปี จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ อย่างผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย เล็บเปราะบาง เล็บฉีก ผมขาดหลุดร่วง หนังศีรษะบาง หรือปวดตามข้อตามมาได้
หากใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนมาทานเพื่อเสริมการใส่ใจตนเอง แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี บทความนี้ไทยรัฐช็อปปิ้งได้คัด 10 คอลลาเจนมาแนะนำ มีให้เลือกทั้งแบบผง แบบน้ำ แบบเม็ด แบบแคปซูล และแบบเจลลี่ จะมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่
คอลลาเจน คือโปรตีนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เส้นผม เล็บ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยจะทำหน้าที่เสมือนกาว คอยยึดเหนี่ยวเนื้อเยื่อต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน หากผิวมีคอลลาเจนหนาแน่น จะทำให้ผิวหนังแลดูกระชับเต่งตึงและมีความยืดหยุ่น นอกจากนี้ คอลลาเจนยังมีส่วนช่วยสนับสนุนความยืดหยุ่นของข้อต่อ และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันอีกด้วย
คอลลาเจนมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี แนะนำให้ตรวจสอบส่วนประกอบก่อนว่าเป็นคอลลาเจนชนิดไหน โดยทั่วไปคอลลาเจนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มบำรุงผิวพรรณ เส้นผม เล็บ (คอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3) และกลุ่มบำรุงกระดูกกับข้อต่อ (คอลลาเจนชนิดที่ 2) ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ เช่น ช่วยให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใส ช่วยชะลอวัย หรือเสริมความแข็งแรงของกระดูก จะขึ้นอยู่กับส่วนผสมอื่นๆ ที่แต่ละแบรนด์ใส่เพิ่มเข้ามา
ไม่เพียงเท่านั้น คอลลาเจนยังแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามขนาดของโมเลกุล (ฟอร์ม) ซึ่งขนาดของโมเลกุลจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดูดซึม และการนำไปใช้ประโยชน์ของร่างกาย ยิ่งดูดซึมไว ร่างกายก็จะนำไปใช้งานได้เร็ว จึงมีโอกาสที่จะเห็นผลลัพธ์ไวขึ้นด้วยนั่นเอง
หมายเหตุ : Da ย่อมาจาก Dalton (ดาลตัน) คือหน่วยที่ใช้วัดขนาดมวลโมเลกุลของคอลลาเจน ตัวเลขน้อย = โมเลกุลเล็ก
BYO WELL คอลลาเจนกลิ่นข้าวญี่ปุ่น (Genmai) หอมละมุน ดื่มง่าย ประกอบด้วยคอลลาเจน 4 ชนิด คือ Undenatured Collagen Type II พร้อมด้วยคอลลาเจนจากปลาทะเล 3 ชนิด คือ Collagen Peptide, Collagen Dipeptide และ Collagen Tripeptide ผสาน White Jelly Mushroom Extract และ L-Proline เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจดูแลตัวเองแบบครบด้าน ทั้งผิวพรรณ เส้นผม เล็บ ข้อต่อ และกระดูก
คอลลาเจน Dr.PONG ประกอบด้วยคอลลาเจนไดเปปไทด์จากปลา รวม 100,000 มิลลิกรัม ผสานสารสกัดจากข้าว, Sodium Ascorbate, Niacinamide และ D-Pantothenate, Calcium ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มองหาตัวช่วยในการดูแลเรื่องผิวพรรณ สามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่มและอาหารได้ตามต้องการ
Life Collagen Plus Vitamin C โดดเด่นด้วย ACGcaps นวัตกรรมแคปซูลจากพืช (HPMC) เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการดูดซึม ประกอบด้วยคอลลาเจนไดเปปไทด์จากปลา โมเลกุลเล็กเพียง 1,000 Da ที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย พร้อมด้วยวิตามินซี (Ascorbic Acid), สารสกัดจากเปลือกส้ม และสารสกัดจากเมล่อน ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระ
คอลลาเจน SWISSE Collagen + Grape Seed มีส่วนประกอบของไฮโดรไลซ์คอลลาเจน 834 มก. (คอลลาเจนเปปไทด์ Type I และ Type III), วิตามินซี 21 มก., สารสกัดเมล็ดองุ่น 20 มก. และไนอาซินาไมด์ 5 มก. ผลิตจากประเทศออสเตรเลีย เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมการใส่ใจตัวเอง ควบคู่กับการทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมการดูแลผิว รวมถึงข้อต่อและกระดูก คอลลาเจน Glory อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีส่วนประกอบของคอลลาเจน Type 1 ที่มีส่วนช่วยคงสภาพตามปกติของผิวหนัง และคอลลาเจนไดเปปไทด์ ที่มีส่วนช่วยคงสภาพตามปกติของกระดูกและข้อต่อ
คอลลาเจน VISTRA มาในรูปแบบเม็ด รูปทรงวงรี รับประทานได้ง่าย และไม่มีกลิ่นคาว ใน 1 เม็ด ประกอบด้วย Undenatured Type II Collagen 40 มก. ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้ เป็นคอลลาเจนที่พบได้ในกระดูกอ่อน ข้อต่อ และกระดูก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกตึงข้อ หรือต้องการเพิ่มความคล่องตัวขณะเคลื่อนไหว
Vida Collagen Gold 100,000 mg ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนที่สกัดจากปลา และนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยคอลลาเจน 3 ชนิด ได้แก่ คอลลาเจนไดเปปไทด์, คอลลาเจนไตรเปปไทด์, คอลลาเจนเปปไทด์ พร้อม Vitamin C และ D-Biotin มาในรูปแบบผง สำหรับชงดื่ม ปราศจากการแต่งสีแต่งกลิ่น ละลายง่าย ไม่มีน้ำตาล
BioActive+ Concentrated Liquid Collagen คอลลาเจนชนิดน้ำ ที่มีส่วนประกอบของ Wellnex™ Collagen peptide + Dipeptide, Juvecol™, Bonito Elastin Peptide™, KireiCera™, White Jelly Fungus Powder Liposomal Vitamin C™ และ DL-Alpha Tocopherol Acetate มาในรสชาติมิกซ์เบอร์รี อร่อย รับประทานง่าย
Inzent คอลลาเจนสูตรเข้มข้น 1,000 mg มาในรูปแบบเม็ด สีชมพูอ่อน นอกจากจะมีส่วนประกอบของคอลลาเจนไดเปปไทด์จากปลาแล้ว ยังมีส่วนประกอบของ L-Glutathione, Glycine, L-Cysteine, สารสกัดจากข้าว, สารสกัดส้มสีเลือด และสารสกัดจากทับทิมอีกด้วย
HandyHerb Jelly Me Cuti Multi Collagen เยลลี่คอลลาเจน กลิ่นสตรอว์เบอร์รี ปราศจากน้ำตาล เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง เคี้ยวง่าย รสชาติอร่อย ประกอบด้วยคอลลาเจนไดเปปไทด์ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ และคอลลาเจนเปปไทด์จากปลา ผสานแอล-แอสคอร์บิก แอซิด (ให้วิตามินซี) และสารสกัดจากส้มสีแดง
ทั้งหมดนี้คือลิสต์ 10 คอลลาเจนที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดมาแนะนำ แต่ละยี่ห้อจะมีส่วนประกอบของคอลลาเจนแตกต่างชนิดกันไป สำหรับผู้ที่อยากเสริมการใส่ใจตนเองแบบครบวงจร ทั้งผิว ผม เล็บ กระดูกและข้อต่อ อาจเลือกเป็นคอลลาเจน BYO WELL เพราะประกอบด้วยคอลลาเจนถึง 4 ชนิด ส่วนผู้ที่อยากเสริมการใส่ใจตนเองด้านผิวพรรณ อาจเลือกเป็นคอลลาเจน Dr.PONG หรือผู้ที่ต้องการดูแลข้อต่อและการเคลื่อนไหว อาจเลือกเป็นคอลลาเจน VISTRA เป็นต้น
หากสนใจคอลลาเจนยี่ห้อไหน สามารถเลือกซื้อผ่านลิงก์ในบทความนี้ได้ทันที หรือเลือกชมคอลลาเจนยี่ห้ออื่นๆ ได้ที่ Shopee และ Lazada
(ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ)
*คำเตือน : เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน อ่านฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
คอลลาเจนมีส่วนช่วยในการดูแลกระดูกและข้อต่อ บำรุงผมและเล็บ และเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวแลดูอิ่มน้ำ อิ่มฟู และเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับยี่ห้อของคอลลาเจนที่กิน เนื่องจากคอลลาเจนแต่ละยี่ห้อจะมีส่วนประกอบแตกต่างกัน นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการดูดซึมและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย
โดยทั่วไป แนะนำให้กินคอลลาเจนตอนท้องว่าง เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนนอน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้ บางยี่ห้ออาจจะแนะนำให้กินพร้อมมื้ออาหาร หรือหลังอาหารได้ แนะนำให้อ่านรายละเอียดบนบรรจุภัณฑ์ก่อน
ระยะเวลาในการเห็นผล จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วง 2-4 สัปดาห์หลังกิน และเห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนหลังกิน
แนะนำวิธีกินคอลลาเจน เพื่อให้คอลลาเจนทำงานได้ดีขึ้น
อาหารและเครื่องดื่มที่ควรเว้นระยะเวลากับการทานคอลลาเจน คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หรืออาหารรสหวาน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการดูดซึมคอลลาเจนของร่างกาย และอาจทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพได้
แนะนำให้เลือกซื้อคอลลาเจน ที่มีส่วนประกอบของ Collagen Type II หรือ Hydrolysate Collagen เพราะเป็นคอลลาชนิดที่มีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกและข้อต่อ