
กาแฟยังถือเป็นเครื่องดื่มสุดคลาสสิกของใครหลายคน โดยเฉพาะกาแฟที่ชงเองจากเมล็ดกาแฟ มีความหอมโดดเด่นและแฝงไปด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์จากสูตรการเบลนด์ที่แตกต่างกันของแต่ละแบรนด์ ใครที่เป็นคอกาแฟ และกำลังมองหาเมล็ดกาแฟใหม่ๆ มาลองบดและชง บทความนี้ไทยรัฐช็อปปิ้งได้คัดสรรมาให้แล้ว จะมีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่
Pangkhon Coffee Roaster นำเสนอเมล็ดกาแฟคั่วอ่อน อย่าง Papua New Guinea Blackcurrant Sorbet โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมสดชื่นจากแบล็กคอแรนต์ บลูเบอร์รี องุ่นและผลไม้แห้ง ตัดด้วยความละมุนกลมกล่อมด้วยกลิ่นหอมสไตล์ลูกอม คาราเมล และมาร์ชเมลโล สามารถเลือกความละเอียดในการบดเมล็ดได้ 5 ระดับ
ใครที่ชอบรสชาติเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟเกอิชา แนะนำให้ลองเมล็ดกาแฟ KINDMAN Roaster มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นสไตล์ฟรุตตี้ ไม่ว่าจะเป็น Red Apple, Raspberry และ Tangerine ผสมผสานเข้ากับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ อย่าง Jasmine และ Black Tea
เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนสายพันธุ์เอธิโอเปียจากร้าน 26COFFS ROASTERY เป็นเมล็ดกาแฟที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ผ่านส่วนผสมอย่าง Magnolia, Lemongrass และ Honey ให้กลิ่นที่หอมสดชื่น บอดี้มีความกลางๆ ดื่มได้ทุกวัน และให้ Aftertaste ที่สะอาดและนุ่มนวล เหมาะกับคนที่ชื่นชอบกาแฟคั่วอ่อนโดยเฉพาะ
DE COFFEE ROASTER มาพร้อมเมล็ดกาแฟคั่วกลาง-เข้ม ให้กลิ่นและรสที่นำมาด้วยถั่วก่อนจะตามมาด้วยกลิ่นหอมของ Brown Sugar และกลิ่นหอมช่วงท้ายของดาร์กช็อกโกแลต แม้จะเป็นรสชาติที่เข้มข้นแต่ยังตัดด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อยที่มอบความสดชื่นได้อย่างลงตัวในทุกๆ แก้ว
เมล็ดกาแฟ CHILLRISTA Coffee กาแฟที่มาจากแหล่งเพาะปลูกคุณภาพดีในไทยอย่าง “ดอยช้าง” ที่มีการเพาะปลูกเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้ามากสุดในเชียงราย ผ่านกรรมวิธีการคั่วแบบ Medium ให้รสชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยโทนช็อกโกแลต ถั่ว และชา มีบอดี้ที่แน่น เข้มข้นกำลังดี สามารถนำไปชงเมนูกาแฟต่างๆ ได้หลากหลาย
เมล็ดกาแฟคั่วกลางจาก Liebe Coffee and Roastery มาในสูตร Nexterday Blend ที่รวมเอากาแฟจากสองแหล่งเพาะปลูกอย่าง Brazil และ Laos ให้กลิ่นที่หอมแบบช็อกโกแลตเข้มข้น ผสานไปกับรสชาติโทนถั่ว ผลไม้แห้งและอัลมอนด์บัตเตอร์ มอบรสสัมผัสแบบครีมมี่ เปรี้ยวน้อย หวานกลางๆ อย่างลงตัว
STAYHERECOFFEE นำเสนอเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษที่สามารถชงได้ทั้งกาแฟดำและกาแฟนม เป็นการผสมผสานระหว่างกาแฟสายพันธุ์ Laos Bolaven และ Brazil Santos มาในรูปแบบคั่วกลาง-เข้ม ทำให้ได้กาแฟที่มีโทนช็อกโกแลต หอมถั่วนัวๆ บอดี้เข้มข้นสู้รสชาตินมได้อย่างดี
เมล็ดกาแฟสูตร Morello จาก Bannok Coffee Roaster เป็นกาแฟเบลนด์พิเศษ ที่ให้รสชาติมีความซับซ้อนเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สีแดง ตามมาด้วยกลิ่นและรสชาติที่สดชื่นจากทั้งเชอร์รี่และพลัม ผ่านการคั่วแบบ Omni Roast ให้บอดี้ที่แน่น สามารถชงได้หลากหลายเมนู
เมล็ดกาแฟแบรนด์ GRAPHCOFFEECO เมล็ดกาแฟซิกเนเจอร์เบลนด์ที่นำเอากาแฟจาก 3 แหล่งอย่างดอยช้าง ขุนช่างเคี่ยน และขุนแตะ มาผสมผสานเพื่อให้ได้เครื่องดื่มที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมของบลูเบอร์รี่และน้ำผึ้ง มีรสชาติที่เปรี้ยวหวานกลมกล่อม เป็นกาแฟที่ช่วยปลุกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
ถ้ามองหาเมล็ดกาแฟที่มีความหอมเข้มข้นสำหรับเมนูเอสเพรสโซสุดคลาสสิก ขอแนะนำเมล็ดกาแฟจาก Slurp Shack ที่มาให้สูตรเบลนด์อย่าง Milky Silky เป็นสูตรที่ผสมผสานเมล็ดกาแฟจาก 4 แหล่งเพาะปลูกเข้าไว้ด้วยกัน ให้รสชาติแบบสวีทดาร์กช็อกโกแลต ตัดด้วยความสดชื่นจากกลิ่นของซิตรัส มีเนื้อสัมผัสแบบ Full Body
ทั้งหมดนี้คือลิสต์เมล็ดกาแฟทั้ง 10 ยี่ห้อที่ไทยรัฐช็อปปิ้วคัดสรรมาให้ มีให้เลือกหลากหลายโทนไม่ว่าจะเป็นโทนถั่ว โทนช็อกโกแลต ที่ให้ความเข้มข้น หรือจะเป็นโทนฟลอรัล และฟรุตตี้ ที่มอบความสดชื่นให้กับเครื่องดื่มแก้วโปรดทุกครั้งที่ชง ใครที่กำลังมองหาเมล็ดกาแฟใหม่ๆ มาลองชง สามารถเลือกซื้อได้เลยจากบทความนี้ แนะนำให้ตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ
กาแฟดำแนะนำ คั่วอ่อนถึงคั่วกลาง เพราะจะให้กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้หรือดอกไม้ สัมผัสเบาสบายดื่มง่าย ส่วนกาแฟนมแนะนำ คั่วกลาง-เข้ม ถึงคั่วเข้ม เพราะเนื้อสัมผัสและรสชาติเข้มข้นของกาแฟจะสู้กับรสชาตินมได้อย่างลงตัว ไม่โดนรสชาตินมกลบหมด
ไม่ใช่อย่างแน่นอน ความเปรี้ยวในกาแฟคั่วอ่อนเป็นความเปรี้ยวหวานธรรมชาติเหมือนผลไม้สด เช่น ส้ม เบอร์รี หรือแอปเปิล ซึ่งเกิดจากกรดผลไม้ตามธรรมชาติในเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ถูกความร้อนจากการคั่วทำลายไป ถือเป็นเสน่ห์ที่สายกาแฟดริปชื่นชอบมาก
กาแฟเดี่ยวมาจากแหล่งปลูกเดียว ดึงรสชาติเฉพาะตัวของท้องถิ่นนั้นออกมาชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบค้นหารสชาติใหม่ๆ ส่วนกาแฟเบลนด์คือนำกาแฟหลายแหล่งมาผสมกันเพื่อสร้างรสชาติที่สมดุล กลมกล่อม ดื่มง่าย เหมาะกับการดื่มในทุกๆ วัน
แนะนำให้บดสดๆ ตอนจะชงดีที่สุด เพราะทันทีที่บด กาแฟจะสัมผัสอากาศและสูญเสียความหอมไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่มีเครื่องบด การซื้อแบบบดสำเร็จก็ทำได้ เพียงแต่ควรรีบดื่มให้หมดภายใน 1–2 สัปดาห์เพื่อรสชาติที่ดีที่สุด
เก็บไว้ในถุงเดิมที่มีซิปล็อกและวาล์วระบายอากาศ แล้ววางไว้ในอุณหภูมิห้อง บริเวณที่มืดและแห้ง ไม่ต้องนำเข้าตู้เย็น เพราะความชื้นและกลิ่นอาหารในตู้เย็นจะดูดซึมเข้าไปในเมล็ดกาแฟ ทำให้รสชาติเพี้ยนได้ง่าย