ตำรวจเตรียมปรับ “ยายตัวตึง” ม.เศรษฐกิจ บางแค ขับสามล้อไฟฟ้า หรือ รถเร่งมรดก กีดขวางการจราจร เปิดสาเหตุ เตือนขับขี่เฉพาะพื้นที่ปิด นัดเจรจาพร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้อง วันที่ 22 ก.ย.นี้
จากประเด็น “รถสามล้อไฟฟ้า” หรือที่ชาวโซเชียลเรียกว่า “รถเร่งมรดก” ที่ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ติดตามต่อเนื่อง จากแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นระยะพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ใช้งานสามล้อไฟฟ้าเป็นผู้สูงอายุ แต่อาจขาดความรู้ด้านกฎหมายหรือการใช้ถนนสาธารณะในการขับขี่ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานและผู้อื่นบนถนนสาธารณะ ขณะที่รถสามล้อไฟฟ้า ไม่สามารถจดทะเบียนได้ จึงไม่มี พ.ร.บ. รองรับเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตของผู้ขับขี่
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก แต่ทางหน่วยงานระบุว่า รถไฟฟ้าสามล้อ หรือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ดังกล่าว ไม่ถือเป็น “รถ” หรือ “รถจักรยานยนต์” ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งไม่สามารถนำมาจดทะเบียนได้ เนื่องจากไม่มีลักษณะ ขนาด กำลังเครื่องยนต์ หรือส่วนควบอุปกรณ์ตรงตามที่กฎหมายกำหนด ในส่วนความผิดนั้นเป็นส่วนของ พ.ร.บ.จราจร ต้องสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม
เตรียมปรับ ยายตัวตึงรถสามล้อไฟฟ้า
ล่าสุด วันนี้ 16 ก.ย. 69 มีรายงานว่า พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่พูดคุย และเสนอแนวทางช่วยเหลือกับคุณยายที่ขับขี่สามล้อไฟฟ้า ในบริเวณ ม.เศรษฐกิจ บางแค กรุงเทพฯ
โดยทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า ยายอาศัยอยู่คนเดียวภายในบ้าน ด้วยความที่อายุมากแล้ว เป็นคนพิการ ลูกหลานไม่ได้อยู่ร่วมด้วย แต่อาศัยเพื่อนบ้านเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลบ้างบางครั้ง ในการนำรถสามล้อไฟฟ้า ซึ่งไม่สามารถจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ออกมาขับขี่นอกบริเวณที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับ ส่วนใบอนุญาตขับขี่คาดว่ายายไม่มี เนื่องจากมีการขับขี่ย้อนศร และเมื่อลูกหลานจะมาอยู่อาศัยร่วมด้วยยายก็ไม่ให้อยู่
“แกอยู่คนเดียว อายุ 80 กว่า เป็นข้าราชการเกษียณ คือลูกหลานมาอยู่ด้วยก็คงไม่ให้อยู่”
พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ ระบุว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นถนนในหมู่บ้าน แต่แท้จริงแล้วเป็นถนนสาธารณะ ไม่ว่าถนนจะมีกี่เลน ก็มีโทษปรับทั้งหมด เพราะไม่ใช่หมู่บ้านส่วนตัว จึงอยากประชาสัมพันธ์ว่า หากมีญาติที่ผู้ใหญ่นำรถประเภทนี้ออกมาใช้ขับขี่บนถนนสาธารณะ เป็นการทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งตนเองและผู้อื่นเดือดร้อนแน่นอน อยากให้ช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่ให้มากยิ่งขึ้น
พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ บอกว่า วันนี้ยายไม่พร้อมคุย เนื่องจากยายอยู่คนเดียว ทำอะไรไม่สะดวก รวมถึงยายมีอาการ “หูตึง” จึงนัดวันพูดคุยเพิ่มเติมเป็นวันที่ 22 ก.ย. 69
เขตบางแค พยายามเข้าไปดูแลยาย
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตบางแค ระบุว่า หน้าที่ของเขตจะเกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือ แต่คุณยายไม่ประสงค์ให้เข้าช่วยเหลือในการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ ยายอยากขับขี่ตามใจ จึงต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย และหลังจากที่ประเด็นสามล้อไฟฟ้าเป็นที่พูดถึงมากขึ้น คุณยายก็ปิดบ้านไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปหา ไม่พูดคุยกับใคร
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการเคารพกฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องใช้งานรถสามล้อไฟฟ้า ควรใช้ในหมู่บ้านพื้นที่ปิด ไม่ขับขี่บนถนนสาธารณะ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และแนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันเสมอ ได้แก่ หมวกกันน็อก,เข็มขัดนิรภัย, ล้อกันหงาย, ที่วางแขนและเบาะพยุงข้าง และไฟ LED พร้อมเสียงสัญญาณเตือน เป็นต้น รวมถึงข้อศึกษากฎหมาย และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
โดยกรณีคุณยาย ใน หมู่บ้านเศรษฐกิจ บางแค ที่จะมีการเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจวันที่ 22 ก.ย.นี้ ทีมข่าวจะติดตามมานำเสนอ เพื่อให้กรณีนี้มีการแก้ไขอย่างรอบด้าน ทั้งทางด้านสวัสดิภาพของคุณยาย และการบังคับใช้กฎหมายบนท้องถนนสาธารณะ