บทเรียนอุบัติเหตุ รถเร่งมรดก วิ่งขวากลางถนนใหญ่ จ.พิษณุโลก ตำรวจ เผย ใช้เวลานานเจรจาค่าสินไหม เตือนไม่ควรขับออกถนนใหญ่ “กู้ภัย” ชี้สูงวัยเจออุบัติเหตุบ่อย เตือนไม่ค่อยฟัง
“รถเร่งมรดก” ที่ชาวโซเชียลใช้เรียกรถสามล้อไฟฟ้า ที่ผู้สูงอายุใช้ขับขี่บนท้องถนน ซึ่งทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดตามและพยายามให้ความรู้เพื่อให้เกิดการป้องกัน และหาทางแก้ไขร่วมกันในการใช้ถนนสาธารณะ
แม้จะมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ยังคงไม่มีกฎหมายกำหนดประเภทรถเฉพาะที่ชัดเจนสำหรับรถสามล้อไฟฟ้า ที่สามารถยกระดับความปลอดภัยของการใช้ขับขี่ และผู้ที่พบเจอ โดยส่วนใหญ่ จะเป็นการตักเตือน ซึ่งกฎหมายที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 (มาตรา 6และ มาตรา 64), พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 (กฎหมาย พ.ร.บ. บังคับ) และพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535
แต่ตัวอย่างกรณีล่าสุด มีรายงานรถเก๋งชนสามล้อไฟฟ้าขนาดเล็ก เมื่อ 9 ก.ย. 69 เวลา 17.00 น. บริเวณหน้าศาลปกครอง ถ.หมายเลข 117 อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นหญิง อายุ 79 ปี มีอาการบาดเจ็บบริเวณต้นคอ หัวไหล่ แขนซ้าย มีรอยถลอก ฟกช้ำตามร่างกาย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลกทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำยายส่งโรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยังกู้ภัยที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เล่าถึงเหตุที่เกิดว่า ยายมีอาการบาดเจ็บที่ต้นคอ หัวไหล่ และมีรอยฟกช้ำ ถลอก ตามร่างกาย ในส่วนของข้อมูลการเกิดเหตุ ไม่ได้ทราบข้อมูล แต่มีตำรวจในพื้นที่ลงมาช่วยเหลือและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย
สำหรับการใช้รถสามล้อไฟฟ้าของผู้สูงอายุในพื้นที่ จ.พิษณุโลก มักเกิดเหตุเฉี่ยวชนในพื้นที่ เฉลี่ย 2เดือน/ครั้ง โดยตำรวจในพื้นที่ได้ให้คำแนะนำแล้ว แต่บางคนไม่ค่อยฟัง จึงอยากให้ระมัดระวังในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ในการใช้รถใช้ถนน เพื่อให้ปลอดภัยทั้งกับตนเองและผู้อื่น
รถสามล้อไฟฟ้า ไม่มี พ.ร.บ. เกิดอุบัติเหตุไม่มีประกันรับรอง
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง ร้อยเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ยายได้รับบาดเจ็บ และเข้ารับการรักษาผ่าตัดดามเหล็กที่แขนแล้ว มีลูกสาวที่ตอนนี้กำลังเจรจาค่าสินไหมกับคนขับรถเก๋งคู่กรณี โดยฝ่ายผู้ที่ขับรถเก๋ง ยอมรับว่า ได้เฉี่ยวชนท้ายรถสามล้อไฟฟ้าของยาย และจะซื้อรถคันใหม่ให้แทนรถคันเดิม ซึ่งการเกิดเหตุอาจมีความประมาทของผู้ขับรถเก๋ง รวมถึงความไม่ระมัดระวังของยายที่ขับสามล้อไฟฟ้า
สำหรับการใช้ถนนสาธารณะ รถสามล้อไฟฟ้า ไม่ควรนำมาขับขี่นอกพื้นที่ บนท้องถนนหลวง เนื่องจากไม่มี พ.ร.บ. ที่สามารถซับพอร์ตหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นทั้งตนเองและผู้อื่น รวมถึงไม่อยากให้ผู้สูงวัยขับรถที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะอาจขาดความระมัดระวังในการขับขี่
ปกติผู้ขับขี่สามล้อไฟฟ้า จะมีโทษปรับเท่านั้น เนื่องจากนำรถที่ไม่ถูกกฎหมายมาใช้บนถนนหลวง ซึ่งส่วนใหญ่อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นในเส้นทางจราจรบริเวณหมู่บ้านมากกว่า
“ไม่อยากให้ขี่บนท้องถนน เพราะมันไม่มี พ.ร.บ. ถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือไปชนคนอื่น คนเดินเท้า ฝ่ายผิดไม่มี พ.ร.b. ซัปพอร์ตเขา ตัวเองก็ยังไม่มี พ.ร.บ. มันก็ไม่ได้ ขี่ในหมู่บ้านก็ได้ แต่ขี่ถนนใหญ่มันก็ต้องระวัง”
รถสามล้อไฟฟ้ายังไม่มีกฎหมายคุ้มครองผู้ขับขี่ และไม่สามารถจดทะเบียนได้ทำให้ไม่มี พ.ร.บ. รองรับ อีกทั้งโครงรถที่มีความเปราะบางมากกว่ารถที่ใช้บนท้องถนนทั่วไป จึงอาจทำให้บาดเจ็บหนักเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แนะนำให้ใช้เฉพาะในหมู่บ้านพื้นที่ปิด ถนนที่คุ้นเคย