"รถเร่งมรดก" เบื้องลึกยายสายแว้น ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตลำพัง ไร้ทางออกสูงวัยบนถนนสาธารณะ
“ตัวตึง/ญาติปล่อยให้ออกมาทำไม/ตำรวจน่าจะจับ/มีเสื้อกันฝนด้วย อันนี้น่าจะตั้งใจออก” คอมเมนต์บางส่วนจากคลิปคุณยายท่านหนึ่ง ขับรถสามล้อไฟฟ้า เลาะไปตามถนนสาธารณะในพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค จ.กรุงเทพ ขณะที่อาทิตย์ต่อมา ในกลุ่มหมู่บ้านดังกล่าว มีคลิปคุณยายในชุดเสื้อกันฝน ขับรถสามล้อไฟฟ้า ท่ามกลางสายฝน และรถยนต์ที่สวนไปมา
รถสามล้อไฟฟ้า สำหรับผู้สูงอายุ กลายเป็นวลีในการโปรโมทสินค้า ที่มีขายทั้งบนเว็บไซต์ และตามหน้าร้านค้า แม้กรมขนส่งยังไม่มีมาตรการรับรองรถประเภทนี้ ซึ่งหลายครั้งก็เกิดอุบัติเหตุ และยังไร้ทางออกในการคุ้มครองผู้ขับขี่
ตัดมาที่… ภาพคุณยายบนรถสามล้อไฟฟ้า ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค “ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์” ได้ลงพื้นที่ตามหาคุณยาย ถนนในหมู่บ้านที่นำเราไปตามคดเคี้ยว สองข้างทางมีซอยย่อยที่อัดแน่นไปด้วยบ้านคน หมู่บ้านนี้มีโรงเรียนอย่างน้อย 4 แห่ง ทำให้ช่วงเวลาเลิกเรียนถนนจะดูหดแคบและเต็มไปด้วยรถยนต์
แต่ไม่ใช่อุปสรรคของ "ยายสายแว้น” ทีมข่าวเข้าไปถามชาวบ้านในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ซอย 3 จนได้ที่ตั้งบ้านของคุณยายที่อยู่กลางซอย จุดหมายเป็นบ้านสองชั้น พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยต้นไม้ รั้วสีเหลืองที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา คนละแวกบ้านแนะนำให้ทีมข่าวไปหาพี่ผู้หญิงที่คอยดูแลคุณยาย บริเวณร้านค้าไม่ห่างกัน
“ยายสายแว้น” ภาระบนท้องถนน หรือคนแก่อยากช่วยเหลือตัวเอง
“ยายสายแว้น” กลายเป็นฉายาของ คุณยายแดง วัย 85 ปี "พี่ผู้หญิง” (ขอสงวนชื่อนามสกุล) ที่ดูแลคุณยาย แม้ไม่ได้เป็นญาติ เริ่มเปิดเรื่องราวคุณยายให้ทีมข่าวฟัง แม้หลายคนจะมองแกเป็นตัวป่วนเวลาขับรถสามล้อไฟฟ้าบนท้องถนน แต่สำหรับพี่ผู้ที่ดูแล กลับมองว่าแกก็คือ "คนแก่คนหนึ่ง"
ยายก็เหมือนกับผู้สูงอายุทั่วไป เพียงแต่การขับรถสามล้อไฟฟ้าของแก เวลาออกมาบนถนนนอกบ้าน มักขับรถสวนเลน ทำให้มีปัญหากับคนที่ใช้ถนนรายอื่น ด้วยร่างกายแกไม่ปกติ เวลายืนหลังจะงองุ้มยืนตรงไม่ได้ แต่พอเวลาถึงบ้าน แกก็จะเกาะราวบันไดเพื่อพยุงตัวเอง
ตอนนี้ ยายจะขับรถไฟฟ้าออกไปบนถนนประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อไปซื้อผลไม้ที่ตลาด เพราะแกชอบกินผลไม้ ถ้าไปตลาดเอง ก็จะได้เลือกผลไม้ ด้วยตอนนี้ ถ้าเป็นการซื้อกับข้าว ยายจะฝากให้เราซื้อให้ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์
ด้วยความที่แกเป็นผู้สูงอายุอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีลูกหลานอยู่ในบ้านเดียวกัน แม้ก่อนหน้านี้ จะมีหลานมาหาบ้าง แต่แกไม่ค่อยเอาหลาน เจอหน้าก็ด่าหลานทันที แต่พอมาช่วงหลังก็เบาลง ซึ่งหลานอยู่คนละที่นานๆ จะแวะมาหาแกบ้าง แต่ก่อนหน้านี้แกไม่เอาเลย ด้วยความที่ยายครองชีวิตโสด เลยอยากจะทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่าพึ่งพาคนอื่น
ชีวิตของยายที่อยู่ลำพัง และสภาพร่างกายที่ร่วงโรยไปตามกาลเวลา เมื่อมีรถไฟฟ้าสามล้อเข้ามาในไทย ยายตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวที่มีอยู่ ซื้อรถสามล้อไฟฟ้าคันแรก และนั่นกลายเป็นจุดหักเห ที่ทำให้แกมาเจอ "พี่ผู้หญิง” ที่คอยช่วยเหลือยาย
"พี่ผู้หญิง” เล่าว่า จุดเริ่มต้นที่ช่วยเหลือยายคือ เดิมแกมีรถสามล้อไฟฟ้าอีกคันก่อนหน้านี้ พอรถไฟฟ้าเสีย แกจะเข็นรถวิลแชร์มาที่หน้าร้านตนเองขายอยู่ บริเวณวงเวียนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ที่ไม่ไกลจากบ้านแก เพื่อโบกแท็กซี่ออกไปซื้อกับข้าวกิน หรือไปห้างสรรพสินค้า ทำธุระในละแวกบางแค แต่บางครั้งแท็กซี่พอเห็นแกนั่งวิลแชร์ก็ไม่อยากจะรับขึ้น ทำให้แกใช้ชีวิตลำบาก จนสุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อรถสามล้อไฟฟ้าคันใหม่มาใช้แทนคันเดิม
เส้นทางการขับรถสามล้อไฟฟ้า บางทีก็ขับไปไกลจากบ้านแกในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ไปถึงคลองขวาง เพราะยายแกกินอาหารเจ ด้วยความที่แถวนั้นมีร้านอาหารเจขาย แต่ต้องเดินทางไปไกลจากบ้าน ซึ่งช่วงหลังพอแกฝากเราซื้อกับข้าวทุกวัน แกจะไม่ค่อยขับรถสามล้อไฟฟ้าออกไปซื้อกับข้าวบ่อยเหมือนแต่ก่อน
โดยช่วงหลัง ยายจะขับรถสามล้อไฟฟ้าออกมาถนน เพื่อไปตลาดนัดปากซอยหมู่บ้านช่วงเย็น ซึ่งมีระยะทางหลายกิโลเมตร
ยายบนรถสามล้อไฟฟ้า อุบัติเหตุบนท้องถนน
บนท้องถนนสาธารณะ แม้จะมีการควบคุมด้วยกฎจราจร แต่รถสามล้อไฟฟ้าที่ผู้สูงอายุนิยมขับ ก็มักถูกตราหน้าว่าเป็นส่วนเกิน เช่นเดียวกับยาย ยังโชคดีที่มีสวัสดิการในการรักษา แต่สำหรับผู้สูงอายุรายอื่น อาจไม่มีโอกาสจะเรียกร้อง…
“พี่ผู้หญิง” เล่าว่า ต้นปีที่ผ่านมา แกขับรถสามล้อไฟฟ้าระหว่างจะข้ามคลองขึ้นสะพาน มีรถเก๋งตามมา คนขับอาจไม่เห็นรถยาย เลยชนกับรถสามล้อไฟฟ้าจนพลิกคว่ำ ยายล้มไปนอนกับพื้นถนน แต่ยังโชคดี ที่ร่างของยายไม่กระเด็นตกคลอง
ยายเจ็บหนัก ซี่โครงหักไป 1 ซีก หมอลงความเห็นว่า ให้กระดูกสมานเองตามธรรมชาติ ประกอบกับแกมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด ซึ่งแกไม่ค่อยชอบไปรักษา ด้วยความที่ยายเป็นพนักงานการรถไฟ เมื่อเกษียณมา ค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม แต่คนที่ชนยายก็ชดใช้ค่าเสียหายให้บางส่วน หลังจากถูกชนครั้งนั้น แกพักฟื้นอยู่หลายเดือน ก่อนกลับมาขับรถสามล้อไฟฟ้าใหม่อีก ซึ่งแกไม่ได้มีท่าทีกลัวอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ขับรถออกมาบนถนน เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน ในการไปซื้อของ หรือพบปะผู้คนในช่วงเย็น
หลายครั้งที่ยายขับรถสามล้อไฟฟ้าออกมาช่วงบ่ายตอนที่นักเรียนเลิกเรียน เราก็พยายามบอกแกว่าอย่าเพิ่งขับออกมา เพราะการจราจรในพื้นที่หมู่บ้านค่อนข้างติด เนื่องจากมีโรงเรียนหลายแห่งในหมู่บ้าน ซึ่งถ้ายิ่งแกขับออกมายิ่งทำให้การจราจรบนถนนติดขัดเพิ่ม
อุปนิสัยของแกเป็นผู้สูงอายุที่ไม่อยากให้คนอื่นทำอะไรให้ แกอยากทำด้วยตัวแกเอง เวลาแกใช้ให้ไปซื้อของก็มีสินน้ำใจให้ ลึกๆ ยายก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ด้วยโรคชรา ที่บางทีแกก็โวยวายคนเดียว หรือไปโวยวายใส่คนอื่น เวลาออกมาข้างนอก แต่พอเราบอกแกก็จะเบาลง ใครมักว่าแกมีปัญหาสุขภาพทางจิต แต่ก็คุยกับแกแล้วก็รู้เรื่องทุกอย่าง
รถสามล้อไฟฟ้าที่ยายขับ แกซื้อเองตั้งแต่สมัยมีรถไฟฟ้าสามล้อเข้ามาในไทยใหม่ๆ ราคาตอนนั้นประมาณ 40,000 บาท พอซื้อมาซักพักแบตรถไฟฟ้าชาร์จไม่เข้า แกเลยมาหาเพื่อให้โทรตามช่าง พอช่างมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก็เริ่มกลับมาขับได้เป็นปกติ ซึ่งช่วงแรกเมื่อ 2-3 ปีก่อน แกจะขับรถไฟฟ้าออกมาช่วงกลางคืน ตอน 5 ทุ่ม เที่ยงคืน เพื่อไปหาของกินตามร้านสะดวกซื้อ เพราะแต่ก่อนเราไม่ได้ไปซื้อกับข้าวให้แกเหมือนทุกวันนี้
บางครั้งด้วยความที่แกชรา ทำให้สื่อสารกับคนภายนอกไม่เข้าใจ เช่นมีเหตุการณ์คนหนึ่ง แกจะขับรถชนกลุ่มผู้ชายในหมู่บ้าน เพราะมีเรื่องกัน เราเลยต้องไปห้ามโดยให้แกเขาไปหลบในบ้าน ไม่อย่างนั้นก็อาจมีเรื่องเจ็บตัวหนักมากกว่านี้
เคยมีกระทรวงพัฒนาสังคม มาหาแกที่บ้าน แต่แกก็ยืนยันว่ามีบ้านของตัวเองอยู่ สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการไปแจ้งอีก แต่เจ้าหน้าที่ก็รับปากว่าจะมาดูแล แต่ก็ไม่เห็นมีหน่วยงานรัฐไหนเข้ามาช่วยยายอย่างจริงจัง
หลายคนมองว่า การใช้รถสามล้อไฟฟ้า ควรมีกฎออกมาควบคุม ซึ่งตัวเองก็มองว่าเห็นด้วย เพราะถ้ามี พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะมีสิทธิในการรักษาฟรี เพราะอย่างกรณียายยังโชคดีที่มีสวัสดิการพนักงานรถไฟ แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุคนอื่น ที่อยู่ตามต่างจังหวัด ไม่มีสวัสดิการคุ้มครอง พอประสบอุบัติเหตุก็ยิ่งหนัก
“ทีมข่าวไทยรัฐ ออนไลน์” พยายามให้พี่ผู้หญิงที่ดูแลเข้าไปหาคุณยายเพื่อขอสัมภาษณ์เพิ่มเติม แต่คำตอบที่ได้กลับมายังคงเป็นเพียงความว่างเปล่า คุณยายอยากนอนพักผ่อน และใช้ชีวิตส่วนตัวเพียงลำพัง
ถนนในหมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค ใกล้ช่วงเย็นผู้คนเริ่มจอแจ ถนนสองเลนเต็มไปด้วยรถสวนกันไปมา ชีวิตผู้คนเหมือนกำลังเคลื่อนไหวไปบนท้องถนนสาธารณะ ที่พื้นที่ของผู้สูงอายุบนเส้นทางสายนี้ ยังรอให้ผู้คนมาเติมเต็ม ความหวัง ในช่วงชีวิตบั้นปลายอันโดดเดี่ยว แม้รถสามล้อไฟฟ้าของแก อาจกลายเป็นส่วนเกินของใครบางคน?