วอนรัฐแก้ปัญหา กยศ. “สส.ประชาชน” ชี้แม้เพิ่มงบเป็น 9,000 ล้านก็ยังไม่พอ จี้ทวงหนี้เสียรุ่นพี่ 2.2 แสนล้าน ลั่นไม่ใช่ภาระที่ผู้กู้ใหม่ต้องแบก ข้อมูลเผยเงินก้อนนี้เสียส่งน้องเรียนจบได้ 1.1 ล้านคน

จากกรณีวันที่ 26 ส.ค. 69 สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มนักศึกษายื่นเรื่องต่อ กมธ.ถึงปัญหา กยศ.จัดสรรงบประมาณและโควตาไม่เพียงพอให้นักศึกษากู้ต่อได้ โดยนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา รับยื่นเรื่องจากกลุ่มนักศึกษา กล่าวว่า รัฐบาลไม่ยอมปรับเพิ่มงบประมาณให้ กยศ. โดยเพิ่มประมาณ 5 พันล้านบาท จากที่ขอรับงบประมาณ 9 พันล้านบาท จึงได้พยายามเรียกร้องให้รัฐบาลเติมงบเข้า เพื่อไม่ให้เป็นการตัดโอกาสผู้ที่เป็นปัญญาและแรงขับเคลื่อนของประเทศในอนาคต 

นายพลาธิป พิมพ์สุวรรณ์ นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ หนึ่งในกลุ่มนักศึกษาผู้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียน ระบุว่า หลัง กยศ. ปรับเกณฑ์คุณสมบัติผู้กู้-จำกัดโควตา ได้ทำการสำรวจจาก 15 สถานศึกษาทั่วประเทศ พบว่า 47% กู้ไม่ผ่าน เสี่ยงต่อการหลุดจากระบบการศึกษา (อ่านเพิ่มเติม : เกณฑ์ใหม่ กยศ.จำกัดโควตา “สาขาเรียน” เหนือ “ความจน” บีบเด็กหลุดระบบ )

ขณะเดียวกัน ครูหนึ่ง หรือ นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เขียน “จดหมายเปิดผนึก” โดยตรงถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้กำกับดูแลกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะผู้กำกับมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน

เนื้อหาของโพสต์ดังกล่าวคือ ต้องการเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหานิสิตและนักศึกษาที่พลาดสิทธิ์การยื่นกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จนเสี่ยงหลุดจากระบบมหาวิทยาลัยและเผชิญภาวะความเครียดอย่างรุนแรง อีกทั้งยังได้เรียกร้องให้ทั้งสองท่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงออกมาแถลงการณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ที่ประสบปัญหาการกู้ กยศ. และปกป้องโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนทุกคน

จี้เพิ่มงบ-ทวงหนี้เสีย กยศ.

ทีมงานเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง นายธีรศักดิ์ ถึงประเด็นดังกล่าว ได้ข้อมูลว่า กรรมาธิการวิสามัญที่ทำการประชุมเรื่องงบประมาณ พิจารณางบประมาณที่ได้จากการปรับลดจากหน่วยงานต่างๆ ว่า จะนำงบฯไปใช้กับหน่วยงานใด ซึ่งฝั่งของพรรคประชาชนได้ชี้ให้แปรให้หน่วยงานของ กยศ. แต่ยังไม่ได้รับพิจารณา

ทางด้านของ กยศ. ได้ตั้งขอสำนักงบประมาณขาขึ้น 31,000 ล้านบาท แต่ได้รับพิจารณาเพียง 9,000 ล้าน ทำให้ กยศ. เกิดปัญหางบไม่พอจึงทำให้ต้องปรับเกณฑ์ใหม่ ผู้ยื่นกู้จึงได้รับพิจารณาน้อยลง ซึ่งบางคนเข้าเรียนไปแล้วแต่กู้ กยศ. ไม่ได้ ทำให้ระดับความรุนแรงของระบบแต่ละสถานศึกษามีความแตกต่างกันไป บางที่หากไม่มีเงินจ่ายก็จะพ้นสภาพนักศึกษาทันทีหรือไม่ให้สอบเลย บางสถานศึกษาก็สามารถให้ผ่อนผันได้โดยให้จ่ายตอนปลายเทอมการศึกษาแทน

 นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.พรรคประชาชน
นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.พรรคประชาชน

นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คนไทยจะมีแนวโน้มจนเยอะขึ้น ซึ่งรัฐมีมุมมองว่า หากไม่มีเงินให้กู้ ให้ไปเก็บหนี้ 220,000 ล้าน จากผู้กู้รายเก่า และนำเงินส่วนนี้มาให้ผู้กู้รายใหม่ ซึ่งมองว่าแนวคิดนี้ไม่เป็นธรรม เพราะผู้กู้รายใหม่ไม่ควรต้องมาแบกรับหนี้ของผู้กู้รายเก่าซึ่งไม่จ่าย เป็นหนี้เสีย

การติดตามหนี้ รัฐต้องมีมาตรการ หากเห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ เช่น รัฐมนตรีคลังบอกว่าจะทำเรื่องอัพสกิลคน ทั้งที่เด็กมหาลัยยังไม่มีเงินเรียน พยายามร้องเรียนกลับไม่เห็นใจ และแสดงท่าทีเหมือนไม่ทราบความจริงว่าปัญหาของ กยศ.เกิดจากหนี้เสียส่วนหนึ่ง 

อีกส่วนคือการปรับ พ.ร.บ. กยศ. ให้ดอกเบี้ยถูกลง ทำให้ผู้ที่เคยจ่ายดอกเบี้ยเกินจากเกณฑ์ล่าสุดทั้งหมด กยศ. ต้องจ่ายคืนให้ ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของ กยศ. ในปีที่แล้ว กยศ. ของบได้แค่ 5,000 ล้าน แม้ว่าปีนี้จะได้ 9,000 ล้าน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการกู้ 

นายธีรศักดิ์ มองว่า หากรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของการศึกษา ควรบริหารจัดการเงินให้เป็นระบบ ก็จะได้เงินกลับมาหมุนเป็นเงินของรัฐ เพราะการกู้เงิน ไม่ใช่การที่ผู้กู้มาขอเงิน การเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. กยศ. ทำให้กองทุนสะดุด ประกอบกับโควิด ทำให้หนี้เสียมากขึ้น ในเมื่อเป็นกองทุนของรัฐ รัฐก็ต้องพยายามพยุงให้อยู่รอดให้ได้  

รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรส่งสัญญาณว่าจะช่วยเหลือนักศึกษาอย่างไร หากเด็กหลุดระบบจากสถานศึกษาเอกชนจะสามารถเข้าศึกษาต่อที่ไหนได้บ้าง เพราะตอนนี้เด็กๆ มีความเสี่ยง หลายคนเริ่มโทษตัวเองและมีสภาวะซึมเศร้า ไม่อยากเรียน ไม่อยากมีชีวิตต่อ เป็นภาระพ่อแม่ ผู้ปกครองเองก็มีความเครียด

รัฐบาล ยันไม่ทอดทิ้งประชาชน 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 69 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ในฐานะโฆษก กมธ. งบประมาณ 70 ได้แถลงผลการประชุมว่า กรณี กยศ. ว่าในปีงบประมาณ 2570 กมธ. ได้เพิ่มงบประมาณให้ เป็น 9,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2568 (5,000 ล้าน) เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว จึงขอให้สบายใจว่ารัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและให้ความสำคัญกับประชาชน 

เมื่อพิจารณาการบริหารจัดการของ กยศ. พบว่ามีตัวเลขยอดเงินที่ครบกำหนดชำระจำนวน 220,000 ล้านบาท มียอดเงินคงค้างชำระสะสม 110,000 ล้านบาท หากตามเก็บเงินจากผู้กู้ที่เรียนจบแล้ว จะมีเงินคืน และกองทุนมีเงินหมุนเวียนไม่เป็นภาระรัฐบาล

หนี้เสียจ่ายค่าเทอมน้องได้ 1.1 ล้านคน 

ทั้งนี้จำนวนหนี้เสีย 2.2 แสนล้านบาทจากผู้กู้ที่ค้างชำระ หากนำมาคำนวณเป็นค่าเทอมให้ผู้กู้ยืมรายใหม่ โดยคิดค่าเทอมเฉลี่ยที่เทอมละ 25,000 บาทต่อคน ในจำนวน 4 ปีการศึกษา จะพบว่ามูลค่าเงินก้อนนี้ สามารถจ่ายค่าเทอมให้ผู้กู้รายใหม่ได้จนสำเร็จการศึกษา มากกว่า 1.1 ล้านคน 

ทั้งนี้ สถานะจำนวนผู้กู้ยืม และจำนวนเงินกู้ยืม กยศ.ล่าสุด ปี 2564 - 2567 เป็นดังนี้ 

ปี 2564

  • เป้าหมายการให้กู้ 623,891 ราย 
  • วงเงิน 38,587.00 ล้านบาท 
  • ให้กู้ยืม 599,366 ราย (96.07%) 
  • ใช้เงิน 25,670.30 ล้านบาท (66.53%)
  • ผู้กู้ยืมที่ยังไม่คืน 4,499,487 คน 
  • เงินคงเหลือที่ยังไม่คืน 5.45 แสนล้านบาท 

ภาพรวมผู้กู้ยืมกองทุน 

1. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างศึกษา 6.04 แสนคน จำนวน 5.53 หมื่นล้านบาท

2. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างปลอดหนี้ 3.11 แสนคน จำนวน 4.66 หมื่นล้านบาท

3. ผู้กู้ยืมครบกำหนดชำระหนี้ 3.58 ล้านคน จำนวน 4.44 แสนล้านบาท

    3.1 ผู้กู้ยืมกลุ่มสัญญา 15 ปี 2.39 ล้านคน จำนวน 3.15 แสนล้านบาท

    3.2 ผู้กู้ยืมกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 3,091 คน จำนวน 492 ล้านบาท

    3.3 ผู้กู้ยืมกลุ่มดำเนินคดี 9.81 แสนคน จำนวน 1.07 แสนล้านบาท

    3.4 ผู้กู้ยืมกลุ่มบังคับคดี 2.05 แสนคน จำนวน 2 หมื่นบาท

4. ผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้ปิดบัญชี 1.5 ล้านคน จำนวน 1.10 แสนล้านบาท

5. ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 6.1 หมื่นคน จำนวน 5.19 พันล้านบาท 

6. ผู้กู้ยืมพิการ/ทุพพลภาพ 3,717 คน จำนวน 406 ล้านบาท


ปี 2565

  • เป้าหมายการให้กู้ 639,000 ราย
  • วงเงิน 40,044.00 ล้านบาท
  • ให้กู้ยืม 638,714 ราย (99.96%)
  • ใช้เงิน 39,204.85 ล้านบาท (97.90%)
  • ผู้กู้ยืมที่ยังไม่คืน 4,664,019 คน
  • เงินคงเหลือที่ยังไม่คืน 5.67 แสนล้านบาท

ภาพรวมผู้กู้ยืมกองทุน

1. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างศึกษา 7.72 แสนคน จำนวน 6.62 หมื่นล้านบาท

2. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างปลอดหนี้ 3.46 แสนคน จำนวน 5.21 หมื่นล้านบาท

3. ผู้กู้ยืมครบกำหนดชำระหนี้ 3.55 ล้านคน จำนวน 4.49 แสนล้านบาท


    3.1 ผู้กู้ยืมกลุ่มสัญญา 15 ปี 2.42 ล้านคน จำนวน 3.26 แสนล้านบาท


    3.2 ผู้กู้ยืมกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 2,239 คน จำนวน  344.94 ล้านบาท 

    3.3 ผู้กู้ยืมกลุ่มดำเนินคดี 9.46 แสนคน จำนวน 1.05 แสนล้านบาท


    3.4 ผู้กู้ยืมกลุ่มบังคับคดี 1.80 แสนคน จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท

4. ผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชี 1.68 ล้านคน จำนวน 1.28 แสนล้านบาท

5. ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 6.55 หมื่นคน จำนวน 5.62 พันล้านบาท

6. ผู้กู้ยืมพิการ/ทุพพลภาพ 3,776 คน จำนวน 418.12 ล้านบาท 

ปี 2566

  • เป้าหมายการให้กู้ยืม 760,256 ราย
  • วงเงิน 46,167.90 ล้านบาท
  • ให้กู้ยืม 750,035 ราย (98.66%)
  • ใช้เงิน 45,235.85 ล้านบาท (97.98%)
  • ผู้กู้ยืมที่ยังไม่คืน 4,839,973 คน
  • เงินคงเหลือที่ยังไม่คืน 5.89 แสนล้านบาท

ภาพรวมผู้กู้ยืมกองทุน

1. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างศึกษา 9.05 แสนคน จำนวน 7.33 หมื่นล้านบาท

2. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างปลอดหนี้ 3.94 แสนคน จำนวน 6.15 หมื่นล้านบาท

3. ผู้กู้ยืมครบกำหนดชำระหนี้ 3.54 ล้านคน จำนวน 4.54 แสนล้านบาท


    3.1 ผู้กู้ยืมกลุ่มสัญญา 15 ปี 2.46 ล้านคน จำนวน 3.36 แสนล้านบาท


    3.2 ผู้กู้ยืมกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 1,540 คน จำนวน 227.94 ล้านบาท

    3.3 ผู้กู้ยืมกลุ่มดำเนินคดี 8.55 แสนคน จำนวน 9.52 หมื่นล้านบาท


    3.4 ผู้กู้ยืมกลุ่มบังคับคดี 2.28 แสนคน จำนวน 2.28 หมื่นล้านบาท

4. ผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชี 1.83 ล้านคน จำนวน 1.44 แสนล้านบาท

5. ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 6.78 หมื่นคน จำนวน 5.89 พันล้านบาท

6. ผู้กู้ยืมพิการ/ทุพพลภาพ 3,767 คน จำนวน 418 ล้านบาท (417.56 ล้านบาท)


ปี 2567

  • เป้าหมายการให้กู้ยืม 837,009 ราย
  • วงเงิน 51,278.62 ล้านบาท
  • ให้กู้ยืม 821,584 ราย (98.16%)
  • ใช้เงิน 49,685.58 ล้านบาท (96.89%)
  • ผู้กู้ยืมที่ยังไม่คืน 5,111,335 คน
  • เงินคงเหลือที่ยังไม่คืน 6.18 แสนล้านบาท

ภาพรวมผู้กู้ยืมกองทุน

1. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างศึกษา 1.07 ล้านคน จำนวน 8.07 หมื่นล้านบาท

2. ผู้กู้ยืมอยู่ระหว่างปลอดหนี้ 4.24 แสนคน จำนวน 6.71 หมื่นล้านบาท

3. ผู้กู้ยืมครบกำหนดชำระหนี้ 3.61 ล้านคน จำนวน 4.70 แสนล้านบาท

    3.1 ผู้กู้ยืมกลุ่มสัญญา 15 ปี 2.54 ล้านคน จำนวน 3.54 แสนล้านบาท


    3.2 ผู้กู้ยืมกลุ่มไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง 1,447 คน จำนวน 213.35 ล้านบาท

    3.3 ผู้กู้ยืมกลุ่มดำเนินคดี 7.28 แสนคน จำนวน 8.30 หมื่นล้านบาท


    3.4 ผู้กู้ยืมกลุ่มบังคับคดี 3.42 แสนคน จำนวน 3.28 หมื่นล้านบาท

4. ผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชี 1.93 ล้านคน จำนวน 1.55 แสนล้านบาท

5. ผู้กู้ยืมเสียชีวิต 6.95 หมื่นคน จำนวน 6.11 พันล้านบาท

6. ผู้กู้ยืมพิการ/ทุพพลภาพ 3,680 คน จำนวน 406.12 ล้านบาท