วิเคราะห์เบื้องลึก กราดยิงนราธิวาส ทหารพรานดับ 5 “แหล่งข่าวความมั่นคง” มองตั้งใจเลือกจุดมีกล้อง หวังสร้างข่าว-ความหวาดกลัว รับสิงหาคม เดือนสำคัญขบวนการไฟใต้
จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 เวลา 18.45 น. เกิดเหตุคนร้ายกราดยิงและขว้างไปป์บอมบ์ จุดตรวจบูเก๊ะซามี ในพื้นที่บริเวณ ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้มีทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 6 ราย (อ่านต่อ : สรุปเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี 9 คนร้ายขโมยปืนไป 5 กระบอก ปลอกกระสุนเกลื่อนกว่า 100 นัด)
แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า การสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงภายใต้การนำของ นายมะเซาฟี ตีโม และ นายอับดุลเล๊าะ มะแซ แกนนำระดับปฏิบัติการ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ (อ.ระแงะ, อ.จะแนะ, อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ)
ล่าสุดวันนี้ (24 ก.ค.69) พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.ฉก.นราธิวาส ประกาศใช้กฎอัยการศึก ควบคุมพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อไล่ล่าจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่เบ็ดเสร็จ-เด็ดขาด อนุญาตใช้อาวุธได้ทันที ภายใต้หลักการความจำเป็นและความได้สัดส่วน
ขณะที่ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการกระทำที่แย่และอุกอาจมาก และได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงว่าต้องมีการเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ ต้องดำเนินการด้วยความเฉียบขาด
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 เชื่อว่า 3 เหตุการณ์ความรุนแรงต่อเนื่องในจังหวัดนราธิวาส คือ เหตุการณ์วันที่ 21 ก.ค. 69 คาร์บอมบ์โรงพักเก่า อ.เมือง จ.นราธิวาส, วันที่ 22 ก.ค. 69 คนร้ายยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 คน ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และวันที่ 23 ก.ค. 69 เหตุยิงหัวหน้าคนงานก่อสร้างถนนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ มีความเชื่อมโยงกัน
เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว กำลังเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 3 พื้นที่ และบางส่วนได้ออกหมายจับไปแล้ว มาตรการต่อไปคือการป้องกันเหตุ ซึ่งได้เน้นย้ำไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 ชายแดนภาคใต้แล้ว
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง แหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่ ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ในช่วงที่ผ่านมา
แหล่งข่าว ชี้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปฏิบัติการสร้างความหวาดกลัว เป็นการประชาสัมพันธ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ สังเกตได้ว่าในการก่อเหตุจะปรากฏภาพของบุคคลที่เหมือนประชาชนทั่วไป เข้าไปถ่ายรูปหรือคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของขบวนการฯ ที่ถ่ายภาพเพื่อนำไปใช้ปฏิบัติการด้านข่าวสาร หรือ IO (Information Operation) เฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัด นอกจากนี้ยังเลือกจุดก่อเหตุที่มีกล้องวงจรปิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชน นำไปกระจายข่าวสารต่อ
“จะประชาสัมพันธ์ได้ มีกล้องวงจรปิดถ่ายติด เช่น คดีขี่มอเตอร์ไซค์แล้วยิงพ่วงไปสามคัน จงใจให้มีกล้องวงจรปิดถ่ายไว้ กลุ่มผู้ร้ายจะรู้สึกชนะ”
ในส่วนของเป้าหมายในการก่อเหตุและทำ IO แหล่งข่าว ระบุว่า กลุ่มก่อความไม่สงบหวังสร้างความหวาดกลัวในพื้นที่ แยกประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐออกจากกัน โดยมีเป้าหมายเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือเจ้าหน้าที่ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ใช้ภาษามลายู และกลุ่มที่ 2 คือชาวบ้านที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของรัฐ โดยต้องการให้กลัวและไม่กล้าไปเข้าร่วม
ทั้งนี้ ทุกวันที่ 1 สิงหาคม ถือเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของขบวนการเคลื่อนไหว ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยเป็นวันครบรอบเหตุการณ์เผาโรงเรียน 36 แห่งในยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา เมื่อปี 2536 นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการแสดงออกถึงการลุกขึ้นใช้กำลังต่อสู้ ทำลายสถานที่ที่มองว่าเป็นแหล่งทำลายอัตลักษณ์ความเป็นมลายู ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐจะเฝ้าระวังความเคลื่อนไหว และเหตุการณ์ความไม่สงบในเดือนนี้เป็นพิเศษ
แหล่งข่าว เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มีความเป็นไปได้ที่ขบวนการฯ จะปฏิบัติการครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคมนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการเปลี่ยนผู้นำขบวนการฯ จึงต้องจับตาดูว่าแนวทางในปีนี้จะต่างจากปีก่อนๆ หรือไม่
ขณะนี้การทำงานของขบวนการฯ ในพื้นที่ยังเดินหน้าต่อเนื่องและเพิ่มสูงขึ้น ทั้งชวนคน การบ่มเพาะ การออกมาแสดงตนในสามจังหวัด การออกมาเล่นงานทางการเมือง การแต่งกาย-ใช้ภาษามลายู การพูดเพื่อสร้างความเป็นพวกพ้อง เช่น ย้ำความเป็นเชื้อชาติ ภาษา ศาสนาเดียวกัน
“การแบ่งฝ่ายแยกข้างยังมีการกระทำอยู่ ถ้าการย้ำเรื่องเชื้อชาติ ภาษา ศาสนาเดียวกันยุติลง ก็มีแนวโน้มที่ขบวนการฯ จะยุติ แต่ตราบใดที่ยังมีการย้ำเรื่องนี้ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แม้จะไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นก็ตาม”