นราธิวาส สรุปเหตุการณ์ 9 คนร้ายยกพลบุกถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี ทหารพราน เสียชีวิต 5 นาย ใช้เวลาก่อเหตุเพียงเสี้ยวนาทีเศษ กวาดปืนไป 5 กระบอก อาก้าแบบพับฐาน และปืนพก 11 มม. พบปลอกกระสุน 3 ชนิดตกเกลื่อนกว่า 100 นัด ใช้ปลิดชีพทหาร


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 4509 กรมทหารพรานที่ 45 ขณะปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ม.7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 18.45 น.ของคืนวันที่ 22 ก.ค.69 ที่ผ่านมานั้น

ซึ่งในช่วงตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.วิทยา สาริยา ผบ.ฉก.ทพ.45 ได้ร่วมอำนวยการในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางมาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ


พบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดของกลุ่มคนร้ายตกกระจายอยู่บนถนน อาทิ ปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 11 มม. รวมทั้งปลอกกระสุนปืนชนิดต่างๆ ที่กลุ่มคนร้ายได้คัดออกจากลำกล้องที่ติดขัด รวมกว่า 100 ปลอก และที่บริเวณบังเกอร์ของจุดตรวจมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของกลุ่มคนร้ายเป็นรูพรุนจำนวนหลายจุด

นอกจากนี้ที่บริเวณปลายหัวสะพานด้านซ้ายมือของจุดตรวจ ซึ่งเป็นหอสูงคนร้ายได้ขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก ขณะหลบหนีหลังก่อเหตุแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

และจากการตรวจสอบครุภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นเครื่องใช้ประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิตทั้ง 5 นาย คือ

1 จ.ส.อ.ธีระยุทธ โสมะเกิด 43 ปี

2. อส.ทพ.วิมล ดาบทอง 43 ปี

3. อส.ทพ.ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ 23 ปี

4. อส.ทพ.ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา 34 ปี

และ 5. อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ 34 ปี



เจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายได้ขโมยครุภัณฑ์ต่างๆ ไปหลังจากทหารทั้ง 5 นาย เสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไป คือ เสื้อเกราะกันกระสุน 4 ตัว ซองกระสุนปืน 4 ซอง และอาวุธปืนพก ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก

ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณหน้าจุดตรวจ และที่ติดตั้งไว้ที่บริเวณฝั่งตรงข้ามด้านขวามือของจุดตรวจ พบว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ตามวงจรปิด มีจำนวน 9 คน โดยคนร้ายกลุ่มแรกมี 7 คน คือ ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน ผน 6866 สงขลา โดยนั่งที่กระบะหลัง 6 คน ที่แต่งกายชุดสีดำเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานพร้อมสวมหมวกปีกอำพรางใบหน้า

ส่วนชุดที่ 2 จำนวน 2 คน เป็นการขี่และซ้อนท้ายรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งคนขับแต่งกายใส่เสื้อสีขาวพร้อมสวมหมวกกันน็อคมีอาวุธปืนพก ขนาด 11 มม. ส่วนคนนั่งซ้อนท้ายเป็นผู้ชาย แต่งกายอำพรางด้วยชุดฮีญาบสีดำของผู้หญิง มีอาวุธปืน อาก้า ซึ่งขี่รถ จยย.ตามไล่หลังรถยนต์กระบะของคนร้าย ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง


ซึ่งการปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ จากภาพวงจรปิดที่บันทึกได้ที่บริเวณจุดตรวจ พบว่า กลุ่มคนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะมาตามเส้นทางตลาดตันหยงมัส โดยมีรถยนต์กระบะขับนำหน้าแล้วมีรถ จยย.คุ้มกันตามไล่หลังมา เมื่อถึงบริเวณหน้าจุดตรวจพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวน 3 นาย ทำหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด คนร้ายได้ชะลอความเร็วของรถยนต์กระบะ ให้คนร้ายที่นั่งอยู่ในกระบะหลัง ใช้อาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 และ อาก้ายิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารล้มลงกองกับพื้น คนร้ายได้จอดรถยนต์กระบะให้คนร้ายลงมือยิงซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าทหารทั้ง 5 นาย ที่อยู่ในบังเกอร์อีก 2 นายเสียชีวิต และลงมาทำการรื้อค้นเอาอาวุธปืนอาก้าแบบพับฐาน 4 กระบอก และอาวุธปืนพก ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก รวมทั้งสิ้น 5 กระบอก พร้อมซองกระสุนปืน 4 ซอง แล้วขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป โดยมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ส่วนคนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังหลัง ได้จอดรถ จยย. บนถนนแล้วช่วยกันใช้อาวุธปืน 11 มม. และอาก้ายิงคุ้มกันไปตามทิศทางต่างๆ เพื่อให้คนร้ายแยกย้ายลงมารื้อค้นเอาเสื้อเกราะกันกระสุนและอาวุธปืนประจำกายของทหารทั้ง 5 นายที่เสียชีวิต เมื่อคนร้ายชุดที่ 1 ปฏิบัติการแล้วเสร็จ และวิ่งขึ้นรถยนต์กระบะหลบหนีไป คนร้ายชุดที่ 2 ที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ได้พากันขี่และซ้อนท้าย รถ จยย. หลบไปตามไล่หลังกันไป

ซึ่งการปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้ ในกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้าย ใช้เวลาในการปฏิบัติการเพียง 1.30 นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ทราบจากแหล่งข่าวว่า จุดตรวจบูเก๊ะซามี โดยปกติจะมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันทั้งหมด 8 นาย แต่วันเกิดเหตุเหลือเพียง 5 นาย ส่วนอีก 3 นาย อยู่ในช่วงลาพัก กลุ่มคนร้ายคงทราบความเคลื่อนไหวจึงได้มีการประชุมวางแผนอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวลงมือก่อเหตุ

ซึ่งต่อมาหลังจากกลุ่มคนร้ายปฏิบัติการถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี แล้วเสร็จ ได้ขับรถยนต์กระบะคันก่อเหตุหลบหนีโดยมุ่งหน้าไปยังรอยต่อ อ.จะแนะกับ อ.ศรีสาคร จนกระทั่ง เวลา 20.00 น.ของวันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.คณิต เต่งทิ้ง ผกก.สภ.ศรีสาคร ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านไอร์เจี๊ยะ ม.5 ต.ซากอ อ.ศรีสาคร ว่ามีเหตุไฟไหม้รถยนต์กระบะยี่ห้อ นิสสัน ทะเบียน ผน 6866 สงขลา จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบและพบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน



ซึ่งคนร้ายได้ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี ในพื้นที่ อ.ระแงะ จึงได้ประสานไปให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมกันพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพื่อเก็บวัตถุพยานต่างๆไปตรวจสอบทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์



จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น พบว่า หมายเลขทะเบียน ผน 6866 สงขลา ที่คนร้ายใช้ติดในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นป้ายทะเบียนของรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำตาล ผู้ครอบครองอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส่วนรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบหมายเลขคัสซี ว่ารถยนต์คันดังกล่าวหมายเลขทะเบียนจริง คือหมายเลขทะเบียนอะไร ใครเป็นผู้ครอบครองเพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป


ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสรุป มีทั้งหมด 6 ราย คือ 1.ด.ช.ฮาปิ๊บ หินะ อายุ 10 ปี มีแผลฉีกขาดที่บริเวณโคนขาขวา ส่งรักษาต่อโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนที่เหลืออีก 5 ราย คือ 1.นายมูฮำมัดอาลี อับรู อายุ 67 ปี 2.นางฟัรฮะห์ อับรู อายุ 67 ปี 3.นายมูฮำมัดฮาฟิต หินะ อายุ 15 ปี 4.ด.ญ.อวาฏิฟ บือราเฮง อายุ 3 ปี 5.นายมะไซฟู ดาโอ๊ะ อายุ 21 ปี ซึ่งมีอาการตกใจกลัว หูอื้อและปวดศีรษะ เมื่อแพทย์โรงพยาบาลระแงะ ทำการปฐมพยาบาลแล้ว ได้อนุญาตกลับไปรักษาตัวที่บ้านพัก