ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากสาวไทยรายหนึ่ง โดยเธอเล่าว่า ได้รู้จักกับแม่แท็กรายหนึ่ง ชักชวนมาทำงานที่ประเทศบาห์เรนโดยมีค่าแท็ก 600 ดีนาร์บาห์เรน (BHD) หรือประมาณ 52,000 บาท พอทำงานใช้หนี้แท็กจนหมดหลังจากนั้นก็จะสามารถเก็บเงินได้แบบเต็มๆ

เมื่อบินมาถึงบาห์เรนแม่แท็กก็ขอพาสปอร์ตไป โดยให้เหตุผลว่า ถ้าทำงานจนหมดแท็กเดี๋ยวจะคืนพาสปอร์ตให้ จากนั้นก็คุยรายละเอียดงานต่อ โดยแม่แท็กระบุว่า ค่าแท็ก 600 ดีนาร์บาห์เรน และมีค่าบ้านอีก 200 ดีนาร์บาห์เรนต่อสัปดาห์ แต่พออยู่ไปค่าบ้านจะต้องจ่ายเป็น 250 ดีนาร์บาห์เรนต่อสัปดาห์ และต้องสแตนด์บายรอลูกค้า 24 ชม. เรียกตอนไหนก็ต้องไป อีกทั้ง ยังถูกห้ามออกไปข้างนอกตึกด้วย

...

“หนูก็เลยบอกแม่แท็กไปว่า ไม่เหมือนที่พี่บอกหนูตอนยังไม่มาเลย พอมาถึงทำไมมีค่านู่นค่านี่เยอะจัง ถ้าจะเยอะขนาดนี้หนูก็ไม่ไหวนะ พี่เขาก็บอกว่า เธอไม่มีสิทธิ์เลือก มาแล้วก็ต้องทำ แต่ถ้าเธอจะกลับเธอก็ต้องหาเงินมาให้พี่ 200,000 บาท ค่าเครื่องบิน ค่า ตม. และค่าอื่นๆ อีก ตอนนี้หนูทุกข์ใจมากเลยค่ะ ที่นี่มันนรกบนดิน หนูอยากกลับบ้าน” สาวไทย ร้องขอความช่วยเหลือ

ทีมข่าวเร่งประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เพื่อให้ความช่วยเหลือสาวไทยรายนี้ โดยอีก 2 วันต่อมา สาวไทยได้กลับมาถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย

สถานทูตช่วยเหลือ ส่งกลับไทย 350-500 รายต่อปี

นายฐานิศร์ ณ สงขลา เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา เปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ว่า จำนวนคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศบาห์เรน ประมาณ 8,000 คน ถูกจับในข้อหาค้าประเวณี เดือนละประมาณ 15-40 คน ถูกจับในข้อหาอยู่เกินวีซ่า เดือนละประมาณ 30 คน โดยทางสถานทูตได้เข้าไปช่วยเหลือกรณีถูกหลอกมาค้าประเวณี พร้อมส่งกลับบ้าน ปีละประมาณ 350-500 ราย

ทั้งนี้ เหตุที่สาวไทยนิยมไปค้าบริการในบาห์เรนนั้น ค่อนข้างอธิบายยาก เนื่องจากที่นี่เป็นประเทศเปิด คนที่นี่รักเมืองไทย ชอบเมืองไทยมาก ดังนั้น อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเมืองไทยก็จะได้รับความนิยมในเรื่องอาหาร เรื่องสปา และก็ให้สิทธิ์พิเศษกับคนไทยสามารถเดินทางเข้ามาได้ โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่า สามารถอยู่ได้ 30 วัน ซึ่งไม่ค่อยที่จะให้สิทธิพิเศษนี้กับประเทศไหนนัก และก็มีชุมชนไทยที่มาอยู่ที่นี่นานพอสมควร บางคนก็แต่งงานมีครอบครัวกับคนไทย

ขณะเดียวกัน บาห์เรนก็มีมาตรการที่ค่อนข้างเคร่งครัดในการเดินทางและการเข้ามาทำงาน ซึ่งสภาพการทำงานที่นี่แบบไม่ถูกกฎหมาย จะได้ผลตอบแทนไม่เท่าไหร่นัก จึงไม่ได้เป็นสิ่งดึงดูดใจเมื่อเทียบกับสมัยก่อนๆ จากสถิติข้อมูลเดิม สถิติจึงลดลงกว่าเมื่อก่อน

นายฐานิศร์ ณ สงขลา เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา
นายฐานิศร์ ณ สงขลา เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา

สาวไทยแห่ขุดทอง สุดท้าย ใช้ “เงินหลวง” บินกลับบ้าน?

...

เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา กล่าวต่อว่า สำหรับในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา แทบจะไม่มีเคสร้องขอความช่วยเหลือจากทางสถานทูต โดยล่าสุดช่วงเดือนสิงหาคม มีสาวไทยมาติดต่อขอความช่วยเหลือทางสถานทูตให้พากลับประเทศไทย 3 ราย และได้สอบถามข้อมูลเล็กน้อย ทราบว่า ได้รับการติดต่อมาทำงานผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งคาดการณ์ไม่ถึงว่าจะเป็นงานที่หนักขนาดนี้ และเมื่ออยู่ไปสภาพความเป็นอยู่กลับก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดจึงขอให้สถานทูตช่วยพากลับบ้าน โดยทางบ้านของทั้งหมดส่งเงินเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านให้ ส่วนสถานทูตจะช่วยดูแลประสานงานในการพาออกมา จัดหาที่พักให้ และส่งกลับบ้าน

ส่วนกรณีคนไทยที่ไม่มีเงินก็จะมีมาตรการดูแลช่วยเหลือ โดยต้องมาแจ้งเรื่องทางหน่วยราชการตามระเบียบการดูแลคนไทย โดยการพิจารณาจะมีระเบียบวิธีการกำหนด เช่น เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย หากไม่มีหลักฐานยืนยันก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบตามขั้นตอนต่อไป

ต่อมาก็มีการลงนามทำสัญญารับสภาพหนี้ เพราะเป็นการยืมเงินสำรองของทางราชการที่มาจากภาษีประชาชน ซึ่งรายละเอียดการชำระเงินนั้น จะระบุอยู่ในหนังสือสัญญารับสภาพหนี้ ส่วนงบประมาณในการช่วยเหลือนั้น ไม่แน่นอน เพราะเป็นเงินอยู่ที่ส่วนกลาง ต้องขอเป็นรายกรณีไป

...

คิดว่าเป็นช่องโหว่ในการอาศัยสถานทูตส่งกลับบ้านหรือไม่ หลังจากบรรลุเป้าหมายทำงานเก็บเงินแล้ว? ทีมข่าวตั้งข้อสังเกต

นายฐานิศร์ ตอบว่า “เราก็มีหน้าที่ของเรา เพราะเป็นหน่วยราชการ หากผู้ร้องมาร้องเรียน และเขามีความเดือดร้อน ลำบาก เข้าข่ายตามกฎระเบียบในการให้ความช่วยเหลือ เราก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ เพียงแต่ว่าช่วงหลังทางบาห์เรนก็ดูอยู่เหมือนกัน หากมีการเข้ามากระทำผิดซ้ำๆ ก็อาจจะไม่ง่ายในการเข้าประเทศเหมือนก่อน ส่วนหน่วยงานราชการไทย เรามีหน้าที่ช่วยเหลือคนไทย หากคนไทยตกทุกข์ได้ยากมาเราก็ต้องดูแลช่วยเหลือ เพียงแต่ว่าเราก็ขอให้คนไทยปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎระเบียบจะได้ไม่ยุ่งยากครับ”

น.ส.คณิตา ทรัพย์ไพศาล กงสุลสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมานามา กล่าวเสริมว่า โดยปกติแล้วจะมีงบอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ โดยเป็นเงินที่จะต้อง “ยืม” รัฐจะทดรองจ่ายให้ ซึ่งกรณีการทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็นค้าประเวณี หรือ อยู่เกินวีซ่า มีนโยบายที่จะไม่ให้ เนื่องจากจะเป็นการสนับสนุนการกระทำความผิด ซึ่งส่วนใหญ่จะหาหนทางจนถึงที่สุดก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆ สถานทูตจะพิจารณาเป็นกรณี

...

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางสถานทูตยังไม่พบเคสไหนที่มีความจำเป็นที่จะต้องขอหยิบยืมเงินของทางราชการเลย เนื่องจากคนไทยสามารถหาเงินหรือยืมเงินจากทางญาติได้

มุมดีๆ คนบาห์เรน มองชุมชนไทยน่ารัก

เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับหน่วยงานราชการของบาห์เรน หน่วยงานต่างๆ จะบอกว่า ชุมชนไทยเป็นชุมชนที่น่ารัก ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ บางคนมาแล้วก็อยู่เกินวีซ่า มาแล้วไม่กลับ บางคนขอวีซ่ามาทำงานประเภทหนึ่ง แต่กลับมาทำอีกประเภทหนึ่ง เป็นปัญหาที่ต้องค่อยๆ แก้ไขกันไป แต่ไม่ถึงขนาดที่หนักใจ

“ส่วนใหญ่แล้ว ชุมชนที่นี่ช่วยเหลือกันดีเลยครับ และที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุกับคนไทย ก็มีสมาคมไทยให้ความช่วยเหลือ คอยประสานงานกับนายจ้างให้ได้รับการคุ้มครอง ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ล่าสุดก็มีคนไทยเสียชีวิต ทางสมาคมไทยก็รวบรวมเงินของคนไทยด้วยกันเองช่วยเหลือ ส่งเงินไปให้ญาติ เขาเป็นชุมชนไทยที่ค่อนข้างเข้มแข็ง คอยดูแลซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้น” นายฐานิศร์ อธิบาย

เตรียมส่งแพทย์ไทยไปบาห์เรน ประตูสู่ตะวันออกกลาง

นายฐานิศร์ กล่าวถึงภารกิจหลักที่จะดำเนินการหลังมารับตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ด้วยว่า เรื่องหลักๆ คือ กำลังประสานงานความร่วมมือด้านแพทย์ของทั้ง 2 ประเทศ คนตะวันออกกลางมักจะไปรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทย โดยจะเป็นความร่วมมือของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ส่งทีมงานเข้ามาเป็นครั้งคราว และอาจจะแนะนำคนไข้ไปรักษาพยาบาลที่เมืองไทยด้วย เพราะบาห์เรนไม่ได้เป็นประเทศที่มีประชากรเพียงแค่ 1.5 ล้านคน แต่ยังเป็นประตูสู่ตะวันออกกลางอีก คนในตะวันออกกลางก็เข้ามาที่บาห์เรนเยอะมาก

อีกทั้ง ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้กราบเรียนเชิญทางนายกรัฐมนตรีบาห์เรนเพื่อเดินทางไปประเทศไทย เพื่อทำพิธีเปิดศูนย์สารสนเทศบาห์เรน ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีบาห์เรนได้กรุณามอบเงินสนับสนุนให้จำนวน 1 ล้านดอลลาห์สหรัฐ บำรุงมหาวิทยาลัยและส่วนหนึ่งได้นำไปใช้เป็นศูนย์สารสนเทศที่เป็นวิทยาเขตใน ม.อ.ปัตตานี ซึ่งตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยกำลังรออยู่ว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีบาห์เรนจะมีพระวินิจฉัยอย่างไร โดยคาดว่าจะเปิดศูนย์ในวันที่ 12 ก.ย. 61 นี้

พร้อมเปิดศูนย์สินค้า ‘ไทยมาร์ท’ หวังช่วยคนไทยทำงานสุจริต

อีกหนึ่งเรื่องคือ จะมีการเปิดศูนย์สินค้าที่เรียกว่า “ไทยมาร์ท” โดยจะมีการนำสินค้าไทย ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เข้ามาจำหน่าย โดยที่ตั้งจะเป็นอาคารที่ติดอยู่กับ Dragon city ซึ่งเดิมจะทำเป็นศูนย์อาหาร โดยภายหลังปล่อยสัญญาเช่าให้แก่นักธุรกิจไทยมาเช่าพื้นที่ทั้งหมด และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว และกำลังจะเกิดเป็นรูปธรรม

ท้ายที่สุดนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ฝากคำแนะนำไปยังคนไทยที่ต้องการมาทำงานที่บาห์เรน ว่า ขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดการทำงาน ดูเงื่อนไข และหากเป็นไปได้ ให้มาแบบช่องทางที่ถูกต้องผ่านทางกระทรวงแรงงาน เพราะหากมาอย่างถูกต้องก็จะได้รับการดูแล คุ้มครองตามกฎหมาย หากเกิดปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือดูแลก็จะง่ายขึ้น เพราะมาอย่างถูกต้องและมีหน่วยงานราชการรับทราบ เพื่อตัวของท่านเอง หากประชาชนท่านใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมาได้ที่เฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy Manama

ทีมข่าวหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนจะตระหนักและรอบคอบการทำงานมากขึ้น เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ “ขุดทอง” เพราะสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่ตัวของท่านเอง แต่เป็นเหล่าแม่แท็กแก๊งค้าเนื้อสดต่างหาก.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ภาพ ชุติมน เมืองสุวรรณ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนีนรกที่บาห์เรน EP.1 หญิงไทยแฉเบื้องลึกวงจรค้ากาม ป่าเถื่อน กดดัน ขายต่อ ตายทั้งเป็น

หนีนรกที่บาห์เรน EP.2 ดึงสติหญิงคิดขุดทอง ถึงที่..หนี้ท่วม หลุมพรางค้ากาม

หนีนรกที่บาห์เรน EP.3 ตบตี จี้ไฟ ประตูหลัง โหดเหี้ยม หญิงไทยฝันสลาย อดใช้หนี้ให้แม่