ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพข้าวยากหมากแพง การเก็บภาษีของทางการ ยิ่งซ้ำเติมให้แร้นแค้น ผู้คนปล้นชิงกันเอง คนดีกลายเป็นคนร้าย

ณ เวลานั้น เกิดชุมโจรขึ้นทั่วไป ในบรรดาชุมโจรภาคกลาง ชุมโจรของเสือเมฆแห่งบ้านพญาไฟ นับเป็นชุมโจรใหญ่ที่สุด เข้มแข็งที่สุด เพราะนอกจากจะมีกำลังคนมากแล้ว ยังมีวิชาอาคมแก่กล้าสั่งฟ้า สั่งดินได้

พุทธศักราช 2510 ณ กองปราบสามยอด

เช้าตรู่ พ.ต.ต.ผู้รับผิดชอบนำกำลังเข้าปราบเสือเมฆ กล่าวแก่กำลังพลที่มาเข้าแถวเตรียมพร้อม

“เราเพิ่งรับรายงานจากสายว่า เสือเมฆจะเข้าปล้นตลาดบึงกร่าง เราต้องรีบส่งกำลังไปสมทบกับท้องที่ ขอให้ทุกคน เตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อม จับเป็นไม่ได้ ก็ต้องจับตาย เดินทางได้”

บรรดากำลังพลกรูกันขึ้นรถ ขณะที่ พ.ต.ต.กำลังจะขึ้นรถนั้น หมวดเพชรในชุดนอกเครื่องแบบก็วิ่งเข้ามาขอให้สารวัตรรอก่อน ตนขอไปด้วย

“เฮ้ย มันไม่ใช่หน้าที่คุณ หมวดอยู่กองหนึ่งนี่”

“คุณพ่อสั่งให้ผมไปสังเกตการณ์ครับ” หมวดเพชรบอก แล้วขึ้นรถไปเลย สารวัตรจำต้องขึ้นรถตาม

เมื่อทุกอย่างพร้อม รถคันนั้นก็พุ่งออกไปทันที

ooooooo

บนถนนลูกรัง ทางไปตลาดบึงกร่าง แดดยามเที่ยงแผดเปรี้ยงจนเป็นประกายระยิบลอยอยู่บนผิวดิน

ท่ามกลางความแห้งแล้ง ร้อนผ่าวนี้ เสียงฝีเท้าม้าแว่วมาแต่ไกล แล้วดังขึ้น...ดังขึ้น จนปรากฏม้าหลายตัววิ่งขึ้นเนิน เห็นเป็นเงาย้อนแสงท่ามกลางฝุ่นดินแดงที่ฟุ้งกระจาย

ที่กลางตลาดบึงกร่าง หน้าต่างประตูทุกบ้านเรือนปิดสนิท ทั่วทั้งตลาดเงียบเหมือนร้างผู้คน แต่ที่ป้ายชื่อตลาดที่ทำด้วยแผ่นไม้ขนาดใหญ่ มีธงของเสือเมฆปักอยู่ ธงปลิว สะบัดตามแรงลมไปมา

ม้าจากเนินเขาเข้ามาในตลาดแล้ว ทับขี่ม้านำกลุ่มโจรเข้ามา มีพร้าโอด้ามสั้นเหน็บอยู่ที่ข้างลำตัว มีปืนสั้นหนึ่งกระบอก ที่ต้นแขนมีประคดรัดอยู่

แต้มกับแหลมที่ตามทับมา แต้มมีขวานเงิน ส่วนแหลมมีดาบไทย ต่อจากนั้นคือพวกสมุน ที่มีทั้งพร้าด้ามยาวและพร้าธรรมดา แต่ทุกคนเหน็บปืนสั้นและสะพายปืนยาวคนละกระบอก

แต้มชักบังเหียนม้าเข้าไปดึงธงของเสือเมฆออก ทับมองไปรอบๆ ถ่มน้ำหมากตะโกนท้า

“ถุย! ข้ารู้นะว่าพวกเอ็งมุดหัวกันอยู่”

“ไม่มีของออกมากองไว้หน้าบ้าน แสดงว่ามันจงใจท้าทายเรานะพี่ทับ” แต้มยุยง

“พวกบึงกร่างมันกร่างสมชื่อ สั่งสอนมันหน่อยไหมพี่” แหลมกระเหี้ยนกระหือรือ

ทับยิ้มเหี้ยม บังคับม้ายกสองขาหน้าผงาดขึ้น ตะโกนแล้วยิงปืนขึ้นมา

“เสือเมฆ บุก!!”

สิ้นเสียงทับ สมุนต่างเฮกันลั่น ชูดาบชูพร้าพร้อมลุย แต่ไม่ทันก้าวเท้า ก็ถูกยิงจากที่สูงตกจากหลังม้า ตายไม่ได้ดิ้นรวดเดียวสามคน! ทับกับแต้ม และแหลมชะงักกึก

ทันใดนั้นเอง สารวัตรเดินออกมาจากตรอกข้างร้านทอง ถือปืนเดินช้าๆเข้าหาทับ สั่งเข้ม

“มอบตัวซะ อย่าคิดหนี!”

พริบตานั้นตำรวจที่ซุ่มอยู่ตามที่ต่างๆก็โผล่ออกมาจ้องปืนไปที่ทับ เดินล้อมเข้าไป เพชรแอบสังเกตการณ์อยู่ เขากระชับปืนสั้นในมืออย่างเตรียมพร้อม

ทับด่าตำรวจว่า “ไอ้หมาลอบกัด” แต้มถามเบาๆ ว่าจะเอาไงดี

“ลงมาจากหลังม้า แล้วโยนอาวุธทิ้งมา” สารวัตรสั่ง ทับลงจากหลังม้า ในขณะที่สมุนต่างคอยดูท่าทีว่าทับจะเอาอย่างไร

ทับลงจากหลังม้า ยิ้มที่มุมปาก ก่อนยกพร้าโอด้ามสั้นขึ้นช้าๆ พริบตานั้นทับเหวี่ยงวาดพร้าปลิวออกจากมือ ลอยเป็นวงอ้อมไปเฉือนมือสารวัตรที่ถือปืนอยู่จนปืนร่วง ก่อนที่พร้าเล่มนั้นจะหมุนวนกลับมาที่มือทับอย่างเหมาะเหม็ง!

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ระดมยิงทับไม่ยั้ง ทับสะดุ้งเด้งไปตามแรงกระสุนจนทรุดลง แต้มกับแหลมชักอาวุธจะสู้ แต่ถูกยิงล้มไปก่อน เสือสิบตกใจรีบยิงพลุขึ้นฟ้าทันที พลุพุ่งทะลวงขึ้นบนฟ้าแล้วระเบิดสนั่น แต่สิบก็ถูกเพชรยิงมือจนพลุร่วง

ooooooo

ระหว่างทางไปตลาดบึงกร่าง...หาญกับชัดที่ควบม้ามา ต่างบังคับม้าให้หยุดแหงนมองท้องฟ้าเห็นควันของพลุที่เพิ่งระเบิด หาญเอ่ยกับชัดหน้าเครียดว่า

“ไม่ได้การแล้ว พวกเราถูกดัดหลังจริงๆ”

“พี่ทับแย่แน่” ชัดเป็นห่วง หาญเร่งให้รีบไปแต่ไปผิดทาง ชัดบอกจึงเฆี่ยนม้าวกกลับลุยไปอีกทางหนึ่ง

ที่ร้านขายข้าว กำนันสร้อยค่อยๆโผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ เห็นตำรวจสองคนลากแต้มกับแหลมมาใกล้ๆ ทับ สิบถูกมัดมือไพล่หลัง ส่วนสารวัตรที่ได้รับบาดเจ็บ อยู่กับหมวดเพชร

เพชรถามสารวัตรว่าคนไหนคือเสือเมฆ สารวัตรเองก็ไม่เคยเห็นหน้า บอกกำนันให้ช่วยดูที กำนันจึงค่อยๆก้าวออกจากที่ซ่อน พูดตะกุกตะกัก

“ไม่...ไม่มี...นี่มันลูกน้องทั้งนั้น ไอ้ทับ ไอ้แต้ม ไอ้แหลม ไอ้สิบ แปลกไม่มีทั้งเสือเมฆทั้งไอ้หาญ”

เพชรถามว่าใครคือหาญ กำนันบอกว่า มือขวาเสือเมฆ

หาญที่ถูกเอ่ยถึง กำลังควบม้ามากับชัด จนถึงคลองกว้างขวางหน้า ชัดบอกว่าไปไม่ได้แล้ว หาญตะโกนบอกชัดให้มาข้างๆตน เมื่อชัดเฆี่ยนม้ามาประกบคู่ หาญใช้มือดึงบังเหียนชัดให้มาใกล้กัน วินาทีนั้น แววตาหาญกร้าววาบขึ้น ปากก็ภาวนาไม่หยุด

ทันใดนั้น เท้าม้าดีดพื้นทะยานขึ้น หินทรายกระเด็นกระจุย หาญกับชัดควบม้าลอยขึ้นข้ามคลองอย่างสุดเท่ ก่อนจะหายวับไปในวงอากาศที่แหวกเป็นวงคลื่น...

ooooooo

ที่ตลาดบึงกร่าง กำนันถือปืนเดินออกมา ทำกร่างใช้ปืนเขี่ยหน้าทับบอกว่าพวกนี้ไม่น่าตายง่ายๆแล้วยกปืนจะยิงทับ เพชรจับไว้ถามว่าจะทำอะไร กำนันบอกว่าจะซ้ำให้แน่ใจ

“ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย” เพชรเสียงเข้ม กำนันบอกว่าพวกนี้อยู่ยงคงกระพันยิงฟันไม่เข้า “เหลวไหล” เพชรทำหน้าไม่เชื่อ

“ไม่เหลวไหลหรอกผู้หมวด” เสียบทับดังขึ้น ทุกคนหันมอง เห็นทับยืนขึ้นแล้ว แต่ยืนตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ กำนันถึงกับอุทานตาเหลือก ทำท่าจะยิงอีก ถูกทับเอามืออุดปากกระบอกปืน ทำปากขมุบขมิบ

ปรากฏว่ากำนันยิงไม่ออก ทับกระชากปืนงัดคางกำนันจนผงะหงาย เพชรมองตะลึง ส่วนสารวัตรจะชักปืนด้วยมือซ้าย ถูกทับหันปืนยาวยิงใส่กระดอนเฮือกเดียวก็แน่นิ่ง

เพชรเห็นดังนั้นชักปืน แต่ถูกมนต์ดำกระจายเข้าที่หน้าจนจังงัง

“นี่เขาเรียกนะจังงังไอ้หนุ่ม” แต้มพูดเย้ย

เพชรต้องยืนตัวแข็งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นแต้ม แหลม ล้วนฟื้นยืนขึ้นมาอย่างแข็งแรงราวกับไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลย พวกตำรวจระดมยิงจนกระสุนหมดก็ไม่ระคายผิว ซ้ำยังถูกเตะต่อย จับเชือดคอ ตำรวจบางคนเอาดาบปลายปืนแทงแหลมจากข้างหลัง แต่ดาบกลับหักสะบั้น

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ ถูกแหลมกับแต้มทั้งต่อย ทั้งฟัน ทั้งแทง จนตายเกือบหมด

“พวกเรา ลุย!!” ทับตะโกนอย่างฮึกเหิม ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วแยกย้ายกันเข้าปล้นตามร้านค้า

เพชรยังตะลึง มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

แหลมกับแต้ม นำสมุนเข้าปล้นร้านทอง ซิ้มแก่เจ้าของร้านเห็นลูกชายที่ฮึดสู้ถูกแหลมยิงตายก็แทบหัวใจวาย โผเข้ากอดลูกร้องไห้คร่ำครวญ ด่า  “ไอ้โจร ชั่ว ฆ่าลูกอั๊วทำไม” เลยถูกแหลมจิกหัวเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงตายไปอีกคน

ส่วนทับกับสิบ และสมุน บุกเข้าปล้นโรงไม้ กำนันสร้อยเข้าไปบังคับกะเกณฑ์ชาวบ้านให้รวบรวมทรัพย์สินเงินทองเพื่อมอบให้โจร

ทับถีบประตูเข้ามา พรวดเข้าหากำนันหาว่าทรยศเป็นสายให้ตำรวจ กำนันปฏิเสธเสียงสั่น

“งั้นเอ็งก็ไปหาพี่เมฆกับข้า” ทับพยักหน้าให้สมุนเข้ามาคุมตัวสร้อย ส่วนตัวมันเองก็ตะโกนข่มขู่ชาวบ้านว่าใครยังไม่ได้เอาทรัพย์สินเงินทองออกมาให้เอามาให้หมด

“ไหนว่าเสือเมฆปล้นคนรวยช่วยคนจนไง ที่แท้ก็โจรห้าร้อยธรรมดา” สาวชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนด่า ทับหันมอง มันชะงักกึก เมื่อเห็นสาวสวย มันเดินรี่เข้าหาทันที

ooooooo

ด้านนอกตลาด เพชรที่มนต์คลายแล้ว เขาสลัดหัวไล่ความมึนงง เห็นสารวัตรกับตำรวจนอนตายเกลื่อน เพชรแค้นจัดตบปืนที่เอว แล้ววิ่งไปทางที่ทับกับพวกเข้าไป

ลมพัดซู่เข้ามาอย่างแรง พลันหาญกับชัดก็ควบม้าวูบเข้ามาจากความว่างเปล่า ทั้งสองมองศพคนตายอย่างกังวลแล้วลงจากหลังม้า

“ตำรวจยกพวกมามากขนาดนี้เลยเหรอ” ชัดพึมพำ หาญเดินไปดูศพตำรวจพูดอย่างไม่พอใจว่า

“ไอ้ทับทำเกินไปแล้ว แยกกันไปตามพวกเราให้รีบกลับชุม ก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมาสมทบ”

หาญเข้าไปในร้านทองเห็นซิ้มแก่กับลูกชายนอนตายจมกองเลือด หาญมองหน้าเครียด พลันก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หาญตกใจวิ่งออกไปดู

พวกแต้มกับแหลม กำลังต้อนชาวบ้าน มีทั้งคนเฒ่าคนแก่ลูกเด็กเล็กแดงและผู้หญิง เด็กร้องไห้จ้าด้วยความกลัว แต้มขู่ให้เงียบไม่งั้นจะหักคอ พลางเงื้อปืนจะฟาดเด็ก

“หยุด! เอ็งจะทำอะไร พวกเอ็งฆ่าชาวบ้านทำไม” หาญตบแต้มผัวะ แต้มโทษว่าทับเป็นคนฆ่า “แล้วไอ้ทับอยู่ ไหน” หาญกวาดตามองหา แต้มกับแหลมมองหน้ากันงงๆ

ที่แท้ ทับกำลังปลุกปล้ำจะข่มขืนหญิงสาวที่ร้องด่ามัน เพชรไปเจอบุกเข้าไปสั่งให้หยุดและให้ทับถอยออกไป ทับแสยะยิ้มถามว่ามนต์คลายแล้วหรือ พลางขว้างพร้าใส่เพชรแต่ไม่ถูก มันชมว่าไม่เลว

ทับถือว่าตัวเองมีมนต์ขลัง ไม่กลัวปืนที่เพชรจ่อเข้าใส่ เพชรตัดสินใจยิงใส่ปรากฏว่า ทับกำหมัดที่หน้าอก ที่หลังมันมีแสงเป็นรอยยันต์ลิงลมเรืองขึ้นชัดเจน พริบตานั้น ลิงลมกระโดดมาแทนทับ ตีลังกาหลบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว

ระหว่างที่ต่อสู้กันนั้น ทับเงื้อพร้าสับกลางหลังเพชร ทำได้แต่เสื้อขาด ครั้นแทงที่ท้องก็แทงไม่เข้า แต่ปรากฏแสงที่กระเป๋าเสื้อของเพชรวาบขึ้น ทับผงะปล่อยเพชร แล้วค้นกระเป๋า ดึงถุงถักไหมพรมหุ้มตะกรุดจากเสื้อ แกะดูเป็นตะกรุดสามกษัตริย์ ทับแสยะยิ้มพูดอย่างรู้ดีว่า

“ที่แท้เอ็งมีของดี มิน่านะจังงังถึงคลายเร็วนัก”

เพชรรวบรวมกำลัง เตะขาพับทับจนตะกรุดหลุดลอยไปตกตรงหน้าหาญที่วิ่งเข้ามาพอดี หาญชะงักหยิบตะกรุดขึ้นดู พอดีทับฟันเพชรที่เอว คราวนี้เลือดสาดมันจะฟันคออีก หาญพุ่งเข้าล็อกไว้ ปรามทับว่า

“ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าเข้าปล้นบึงกร่างวันนี้ เพราะกลิ่นไม่ดี รอพี่เมฆก่อน ทำไมเอ็งไม่เชื่อ ป่านนี้มันแห่ตามกันมาเป็นร้อยแล้ว คนเรามีแค่นี้ เอ็งจะรับผิดชอบไหวหรือ”

“โธ่เว้ย!” ทับสบถอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไป

หาญเดินไปหาหญิงชาวบ้าน ถอดผ้าขาวม้าที่เคี่ยนพุงคลุมให้เธอ พูดอย่างอ่อนโยนว่า

“ปลอดภัยแล้ว”

ooooooo

ทับย้อนกลับไปที่ร้านทอง แต้มกับแหลมและสมุนช่วยกันเอาของที่ปล้นได้ใส่ถุง ส่วนชาวบ้านถูกต้อนมารวมกันเป็นกลุ่มอยู่มุมหนึ่ง แต้มเข้ามารายงานทับว่า

“ของเราตายสามพี่ ส่วนตำรวจเหลือไอ้หน้าอ่อนนั่นคนเดียว”

ทับหันไปขู่ชาวบ้านให้ดูกำนันสร้อยเป็นเยี่ยงอย่าง ใครกล้าเป็นสายให้ตำรวจต้องโดนแบบนี้ แล้วมันก็ยิงกำนันสร้อยตาย โดยที่หาญเข้ามาห้ามไม่ทัน

เพชรแค้นจนปากสั่นน้ำตาคลอด่าทับ “ไอ้ชั่ว! ไอ้โจรใจสัตว์! แกมันหนักแผ่นดิน!”

“ปากดีนัก ดูซิว่าไม่มีตะกรุดแล้ว มึงจะเก่งแค่ไหน” ทับตรงเข้าจิกหัวเอาปืนจ่อ หาญเข้ามาห้าม แต่ทับตะคอกไม่ให้ยุ่ง หาญเตือนสติว่า จะฆ่าตำรวจต่อเมื่อป้องกันตัวนี่คือกฎของชุมโจรเรา ทับโต้ทันควันว่า “กฎนี่เอ็งมาตั้งทีหลังโว้ย พวกข้าไม่รับ”

“แต่พี่เมฆรับ เอ็งแหกกฎก็เท่ากับขัดคำสั่งพี่เมฆ”

พออ้างชื่อเมฆ ทับก็เซ็งทำฮึดฮัด หาญมองแผลเพชรแล้วเห็นอาการไม่ดี จึงเสนอให้เอาไปเป็นตัวประกัน เผื่อตำรวจยกกำลังตามมา ทับจึงลดปืนลง

ooooooo

ที่บ้านไม้สองชั้นไม่ใหญ่นัก อันเป็นบ้านที่กระเต็น สาวห้าวผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ อาศัยอยู่กับดาบแหวนและบานเย็นผู้เป็นพ่อกับแม่

ขณะกระเต็นกำลังสวดมนต์ในห้องที่เต็มไปด้วยผ้ายันต์ พระประธานองค์ขนาดกลาง ลูกประคำ ตะกรุด ยังมีพวงมาลัยทั้งเก่าและใหม่วางอยู่มากมาย ก็ได้ยินเสียงอะไรปามาถูกหน้าต่างดังปึง

ฝีมือของจุก ลูกศิษย์วัดวัย 7-8 ขวบ สมุนผู้ภักดีของกระเต็นนั่นเอง จุกมาส่งข่าวดีว่า คืนนี้ทางสะดวกเพราะหลวงพ่อไม่อยู่รับนิมนต์ไปต่างอำเภอ

“จริงเหรอวะ” กระเต็นกำหมัดซัดอากาศอย่างสะใจ “ให้มันได้ยังงี้สิ!”

แต่พอกระเต็นสะพายย่ามจะย่องออกไป ก็เจอกับบานเย็นผู้เป็นแม่เรียกไว้แล้วให้ลองชุดไทยเพราะเตรียมจะให้กระเต็นประกวดเทพี เชื่อว่าคราวนี้คงคว้ารางวัลได้แน่

กระเต็นบ่ายเบี่ยง บานเย็นชักโมโห ก็พอดีดาบแหวนสะพายย่ามเข้ามา กระเต็นรีบไปหลบหลังพ่อให้ช่วยด้วย ดาบถูกบานเย็นผลักกระเด็น ดาบบอกให้ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน

“ข้าน่ะพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู แต่ลูกสาวแกฟังเสียที่ไหนล่ะ วัน...วัน เอาแต่ท่อมๆไปหาของไร้สาระอะไรไม่รู้” บานเย็นแหวใส่ผัว

“แล้วทีแม่ไปขูดเลขที่ต้นตะเคียน มีสาระมากไหมล่ะ” กระเต็นโผล่หน้าจากหลังพ่อมาเถียง

พอดาบแหวนเห็นด้วยกับกระเต็น ก็ถูกบานเย็นด่าทั้งพ่อทั้งลูก โทษว่ากระเต็นเป็นแบบนี้ก็เพราะดาบแหวนนี่แหละ กระเต็นเอะใจเลยจะขอดูของในย่ามพ่อ ถามว่าพ่อเพิ่งเช่าพระมาใช่ไหม

ดาบแหวนหลบร้องโวยวายว่าไม่ใช่ บานเย็นพุ่งเข้าไปจะดูบ้างด่าว่าเอาเงินไปเช่าพระมาอีกหรือ แม่มัวแต่เล่นงานพ่อ กระเต็นเลยฉวยโอกาสนั้นวิ่งปรู๊ดไปหาไอ้จุกที่มารออยู่แล้วและพากันวิ่งอ้าวไป

ฝ่ายดาบแหวนวิ่งหนีบานเย็นออกมานอกบ้าน เจอจ่าเฉยปั่นจักรยานผ่านมาบอกว่าเสือเมฆปล้นตลาดบึงกร่างบ้านเรา ตนเพิ่งออกเวรแต่ต้องรีบไปดู

“หา!” ดาบแหวนตกใจแล้วยืนเฉย แต่จ่าเฉยบอกแล้วปั่นจักรยานไปทันที

ที่ตลาดบึงกร่าง จ่าเฉยไปถึงเจอเสือสิบสะบักสะบอมออกจากโรงไม้จะหนี เลยเข้าช่วยกันจับตัวไว้

ooooooo

ที่บ้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ ไพรีพ่าย ในกรุงเทพฯ ยิ่งยศเพิ่งกลับจากราชการมาถึงบ้าน รู้จากเดือนสาวใช้ว่า เกศินีผู้เป็นภรรยาอยู่ในห้องรับแขกจึงเดินไป

เกศีนีที่หยิบรูปหมวดเพชรในชุดเต็มยศขึ้นมาดู

อย่างสังหรณ์ใจ ใจคอไม่ดีทำรูปหล่นกระจกแตก ครั้นก้มเก็บก็ถูกกระจกบาดมือ ยิ่งยศถามว่าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า

“ฉันซุ่มซ่ามเอง ทำกรอบรูปตาเพชรหล่นแตก พอจะเก็บกระจกก็บาดมืออีก...ฉันเป็นห่วงตาเพชรรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”

ยิ่งยศปลอบใจว่า เพชรตามท่านรองอธิบดีไปราชการที่หัวหินไม่ได้ไปสู้กับโจร เกศินีบ่นว่าจนป่านนี้ยังไม่เห็นลูกติดต่อมาเลย ก็พอดีเดือนเอากล่องยาเข้ามาให้บอกว่า ผู้กองดามพ์มาขอพบ ยิ่งยศให้ไปรอที่ห้องทำงาน แล้วเขาก็ลุกไป ปล่อยให้เกศินีกังวลเรื่องลูกชายอยู่คนเดียว

ผู้กองดามพ์มาส่งข่าวว่าเพชรถูกเสือเมฆจับไปเป็นตัวประกัน ยิ่งยศจึงรู้ว่าตัวเองถูกลูกชายหลอกแต่เพื่อความแน่ใจจะไปตรวจสอบที่กองปราบอีกที ก่อนผู้กองดามพ์จะกลับ ยิ่งยศกำชับว่า

“อย่าให้เมียอั๊วรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด”

ooooooo

ในป่า พวกทับกับหาญเดินทางอย่างเชื่องช้าเพราะเพชรบาดเจ็บ หาญเป็นคนดูแลเพชร เมื่อถึงกลางป่า เขาเอาเพชรลงจากหลังม้าแล้วบดสมุนไพร ร่ายคาถา เป่ามนต์เอายาโปะลงที่บาดแผลของเพชรบอกเพชรที่ยังมีสติอยู่บ้างว่า

“ได้กำลังหนุมานบดกับพิมเสนโปะสมานแผลเข้าไปแล้ว สักพักคงดีขึ้น”

แม้จะอ่อนล้าอ่อนแรงเต็มที แต่เพชรก็ยังทระนงไม่รับการช่วยเหลือจากโจร หาญเตือนสติว่าให้รักษาชีวิตไว้ก่อนเพราะหมวดยังหนุ่มเกินไปที่จะเป็นวีรบุรุษ

เพชรพูดอย่างแค้นใจว่าถ้าตนไม่ตายจะลากพวกโจรเข้าคุกให้หมด หาญพูดขำๆว่าคุกไม่ได้ทำให้โจรอย่างพวกตนลดลงหรอก แล้วควักตะกรุดจากกระเป๋าออกมา เพชรจะคว้า แต่หาญไม่ให้ ถามว่า

“ตะกรุดนี่ของหมวดใช่ไหม บอกก่อนว่าใครให้หมวดมา” เพชรบอกว่าเขาไม่เกี่ยว “เกี่ยวซิมันหมายถึงชีวิตหมวด อย่างน้อยตะกรุดนี่ก็รักษาชีวิตหมวดไว้”

เพชรไม่เชื่อท้าว่าแน่จริงก็ให้ปล่อยตนไป พอดีชัดเข้ามาบอกว่าให้รีบไปทับจะไม่รอแล้ว ให้หาญทิ้งผู้หมวดนี่เสีย ทับเองตามมาพูดกระแนะกระแหนว่าสงสัยว่านอกจากกำนันสร้อยจะเป็นหนอนบ่อนไส้แล้วยังมีคนอื่นอีกหรือเปล่า ชัดฉุนถามทับว่าพูดแบบนี้หาว่าหาญเป็นสายหรือ

“ถ้าเอ็งรีบก็ล่วงหน้าไปก่อน แต่รับรองว่าพวกข้า

ไม่ช้ากว่าเอ็งแน่” หาญพูดอย่างใจเย็น

ทับบ้วนน้ำหมากปรี๊ดแล้วเดินไป ชัดบอกหาญว่าอย่าเอาหมวดนี่เลยเกิดตำรวจตามมา เราแย่แน่

“เอ็งลืมไปแล้วเหรอว่า เรามีทางลัด” หาญพูดเป็นนัย

ooooooo

ทับ แต้ม แหลมและสมุนล่วงหน้าไปก่อน แต้มเตือนทับว่าถ้าหาญไปฟ้องเมฆว่าเราฆ่าตำรวจกับชาวบ้านจะทำยังไง ทับพูดอย่างผยองว่าเรื่องอะไรจะให้หาญไปเจอเมฆก่อนล่ะไอ้โง่ ว่าแล้วก็ท่องคาถาเปลี่ยนทาง ต้นไม้ในป่าเคลื่อนตัวมาปิดเส้นทางเดิมไว้หมด

“แค่นี้มันก็หลงวนอยู่สามวันสามคืนแล้ว” ทับหัวเราะหยัน แต้มชมว่าเขาสมกับเป็นศิษย์เอกอาจารย์อินจริงๆพลางขี่ม้าต่อไป แต่ปรากฏว่าขบวนม้าหยุด ทับถาม “หยุดทำไมวะ”

ชัดชี้ให้ทับดูข้างหน้า ทับมองไปเห็นหาญ ชัด มีเพชรที่บาดเจ็บอยู่บนหลังม้ามารออยู่แล้ว  แต่เพชรถูกผูกตาและมัดมือไว้ ทับร้องถามอย่างไม่หายงงว่า

“ไอ้หาญ นี่เอ็งนำหน้าขบวนข้ามาได้ไง” หาญย้ำว่าตนบอกแล้วไงว่ามาทันแล้ว เร่งให้รีบเดินทางเดี๋ยวจะค่ำ แต้มยังงงๆ ถามทับว่าหาญทำได้ยังไง ทับตอบอย่างคิดไม่ถึงว่า “ไอ้หาญย่นระยะทางได้แล้ว!” พลางมองหาญที่ขี่ม้านำไปทั้งอิจฉาทั้งแค้น

ooooooo

ที่กลางป่าลึก ทางไปยังชุมโจร มองแต่ไกลเห็นหุ่นยนต์สูงใหญ่ 3 ตัวเดินเฝ้ายามไปมาอยู่ หาญลงจากม้ากำดินขึ้นบริกรรมแล้วขว้างใส่ หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัว ก็สลายกลายเป็นควันในพริบตา เถาวัลย์ที่รกเรื้อกีดขวางทาง ก็แหวกเป็นช่องทางให้ขบวนของทับกับหาญควบม้าผ่านไป

เมื่อขบวนของทับกับหาญผ่านไปแล้ว เถาวัลย์รกเรื้อเหล่านั้นก็กลับมาปิดทางอย่างมิดชิด

บรรยากาศในชุมโจรเสือเมฆ มีเวรยามเฝ้าอย่างเข้มงวด ทับและหาญนำขบวนพร้อมของที่ปล้นมาผ่านเข้าไป

ที่เรือนเสือเมฆ พลับพลึงหลานสาวเสือเมฆที่สวย ดุ และเก่งฉกาจในเรื่องสมุนไพรกับยาพิษ กำลังดุกุมารทองที่เสือเมฆเลี้ยงไว้ ที่มาซนทำกระด้งสมุนไพรที่เธอตากไว้คว่ำระเนระนาด

ชัดกลับมาถึงก็หยอกพลับพลึงโผล่ไปจ๊ะเอ๋ ถูกพลับพลึงเอ็ดตะโรว่าตนไม่ใช่เพื่อนเล่น ชัดถามถึงเสือเมฆ พลับพลึงบอกว่าลุงยังไม่กลับอยู่แต่ป้า

พอดีลออเมียหลวงของเสือเมฆมา ชัดเล่าเรื่องทับไปปล้นบึงกร่างและฆ่าตำรวจไปเยอะ ดีที่หาญไปห้ามทัน นี่ยังจับตำรวจกลับมาด้วยคนหนึ่ง พลับพลึงได้ยินว่าจับตำรวจมา ความแค้นก็ระอุขึ้นทันที ร่ำๆจะไปดูตำรวจ ถูกลออห้ามไว้ สั่งให้เข้าครัวไปทำกับข้าว

เมื่อพลับพลึงเดินงอนๆ เข้าครัวไปแล้ว ลออตำหนิชัดว่า

“ทีหลังมีเรื่องแบบนี้ อย่าให้นังพลับพลึงมันรู้ ข้าไม่อยากให้มันไปยุ่งเรื่องฆ่าแกงของพวกผู้ชาย” ชัดรับปาก ถามว่าทำไมเสือเมฆจึงยังไม่กลับ “เขาไปหาอาจารย์อิน สั่งไว้ว่าห้ามไปกวน เพราะคราวนี้จะทำพิธีหลายวัน”

ทั้งสองคุยกันโดยไม่รู้ว่า กุมารทองวัย 6-8 ขวบจอมซนแอบฟังอยู่ กระโดดแผล็วจากขื่อลิ่วไปที่ถ้ำสิงขรที่เสือเมฆกำลังเข้าพิธีอาบน้ำว่านคงกระพันที่อาจารย์อินบริกรรมคาถาให้

กุมารทองเข้าไปซนรบกวน ทำให้อาจารย์อินคว้าเชือกอาคมจากย่ามมาบริกรรมแล้วขว้างไปรัดตัวกุมารทองไว้แน่นจนร้องโวยวายว่าเจ็บ พออาจารย์อินขู่ว่าจะจับไปถ่วงน้ำ กุมารทองรีบอ้างความดีเอาตัวรอดว่า

“อย่าทำข้า ข้ากลัวแล้ว ที่ชุมโจรเกิดเรื่องใหญ่ ข้าก็เลยมาบอกพ่อ”

“เกิดเรื่องอะไรวะ” เสือเมฆตกใจลืมโกรธกุมารทองไปเลย

ooooooo

ฝ่ายกระเต็นกับไอ้จุก พากันไปที่ป่าช้าหลังวัด แอบไปทำสาลิกาลิ้นทองกัน กระเต็นเข้าไปนอนในโลงที่เพิ่งขุดศพไปเผาจุดธูปพนมมือภาวนา ส่วนไอ้จุกไปนั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่มุมหนึ่ง พอเห็นนกบินมาเกาะสายสิญจน์ ไอ้จุกร้องบอก “นกมาแล้ว...นกมาแล้ว”

กระเต็นดีใจเร่งสวดดังขึ้น เร็วขึ้น จนกระทั่งนกบินพึ่บไป กระเต็นลุกจากโลงพูดอย่างดีใจมาก

“สำเร็จไอ้จุก สำเร็จแน่! ข้าได้สาลิกาลิ้นทองแล้วแน่ๆ เมื่อกี้สาลิกาบินมาตามที่ตำราบอกใช่ไหมวะ” ไอ้จุกมองตาใสส่ายหน้าว่าไม่ใช่ พอดีเสียงนกแสกร้องขึ้น กระเต็นมองตามเสียงบ่นเซ็งๆ “นกแสกเหรอวะที่มา”

ไม่เพียงทำพิธีสาลิกาลิ้นทองไม่สำเร็จ กระเต็นยังตีหัวตาแช่มขี้เมาหน้าผีที่เข้ามาดูจนร้องโวยวาย

“นั่นใครน่ะโยม” เสียงเจ้าอาวาสร้องถามขึ้น พร้อมกับสาดไฟฉายส่องหน้ากระเต็นเต็มๆ พลางเดินเข้าไป ไอ้จุก ครางเสียงอ่อย หลวงพ่อ...

ooooooo

ที่ลานกว้างชุมโจรเสือเมฆ ชัดกับแต้มอุ้มไก่ไปตีกัน ระหว่างนั้น รื่นเมียสาวคนสุดท้ายของเสือเมฆเดินมาถามหาพลับพลึง เรือนร่างเย้ายวนและลีลาเชิญชวนของรื่น ทำเอาพวกแต้ม ชัด และคนอื่นๆพากันซี้ดปาก เมื่อตามหาพลับพลึงไม่เจอรื่นจึงกลับไป

รื่นทำดอกไม้ที่เสียบผมตก ทับไปหยิบขึ้นมาดมมองตามรื่นไปแววตาร้ายกาจ

ที่แท้พลับพลึงไปที่กรงไม้ไผ่ที่ขังเพชรอยู่ ขโมยกุญแจจากยามที่นั่งหลับไขกุญแจเข้าไปในกรง ค้นตัวเพชรที่หลับเหมือนไม่ได้สติเพราะเพลียและพิษไข้ พบบัตรข้าราชการตำรวจของเพชร พลับพลึงเตรียมฆ่าทันที

เพราะชำนาญเรื่องสมุนไพรโดยเฉพาะสมุนไพรที่เป็นพิษ พลับพลึงจะใช้สมุนไพรพิษฆ่าเพชร

แต่ไม่ทันลงมือ หาญซึ่งติดใจเรื่องตะกรุดของเพชร ตัดสินใจลุกไปหาเพชร เจอพลับพลึงกำลังพยายามจะกรอกยาพิษให้เพชรพอดี หาญพรวดเข้าไปถามเสียงเข้ม

“ทำอะไรนังพลับพลึง” พลางเข้าไปคว้ายาที่มือพลับพลึงไปดู “นี่มันยาพิษ กฎของชุมโจรเราจะไม่ทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้ เอ็งอย่าบอกนะว่าไม่เห็นว่ามันบาดเจ็บอยู่ ข้ารู้ว่าเอ็งจงเกลียดจงชังตำรวจทุกคน เพราะตำรวจฆ่าพ่อเอ็ง แต่ข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้องตำรวจคนนี้ จนกว่าพี่เมฆจะกลับมา”

พลับพลึงทำท่าจะไม่ยอม จนหาญถามว่า “เอ็งยังนับถือข้าอยู่หรือเปล่า”

“น้าช่วยพ่อเม่นไว้ ถึงพ่อจะไม่รอด แต่น้าก็ถือเป็นผู้มีพระคุณของฉัน”

ทันใดนั้นเอง สมุนโจรคนหนึ่งวิ่งเข้ามาบอกหาญว่า ชัดกับแต้มจะฆ่ากันแล้ว หาญจึงต้องรีบไป สั่งพลับพลึงให้กลับเรือนเสีย สั่งลูกน้องให้ปิดกรงและเฝ้าที่นี่ให้ดี หาญหันมองพลับพลึงปรามๆ อีกทีก่อนออกไป

ooooooo

ที่ลานกว้างชุมโจรเสือเมฆ แต้มกับชัดกำลังสู้กันเอาเป็นเอาตาย หาญแหวกฝูงคนเข้าไปขวางแต้มถามว่าห้ามทำไม ตนกำลังดวลกับชัดอยู่

หาญเอ็ดว่าถ้าดวลกันก็แค่รู้แพ้รู้ชนะแต่นี่หมายเอาชีวิตกันเลย ทับทนไม่ได้สะอึกออกมาเผชิญหน้าหาญ ด่าว่าอย่ามาทำตัวเป็นคนดีหน่อยเลย การดวลกันมันก็ต้องมีพลาดพลั้งบ้าง หาญตัดบทว่าถ้าอย่างนั้นก็พอได้แล้ว ดึกมากแล้วทุกคนแยกย้ายกันไปพักเสีย

ทับไม่ยอม ถามว่าหาญมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง ตนจะยอมให้เมฆคนเดียวเท่านั้น หาญเลยชวนชัดไปทำแผล ทับไม่ยอมให้ไปอีก บอกว่าหมั่นไส้ความกร่างของหาญมานานแล้ว ชอบอวดอ้างบารมีของเมฆมาข่มพวกตนทำจนชุมเสือจะกลายเป็นชุมหมาอยู่แล้ว

หาญไม่อยากยุ่งด้วยโต้ว่าถ้าตนเสนอเรื่องไม่ถูกเมฆก็คงไม่รับ ทับเลยท้าให้มาวัดกันเลยดีกว่า ถ้าหาญเหนือกว่าตนก็จะยอมรับ ทั้งท้าทั้งด่าจนหาญทนไม่ได้บอกว่าถ้าทับอยากพิสูจน์ตนก็ไม่ขัด

ฉากดวลกันด้วยหมัดลุ่นๆในลีลาแม่ไม้มวยไทยที่ทั้งรุนแรงและสวยงามดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้หาญชั้นเชิงมวยเหนือกว่า แต่ในแง่คุณไสยแล้วไม่มีใครกินใครลง นอกจากสู้กันเองแล้วยังปลุกลิงลมและเสือเผ่นของแต่ละฝ่ายมาสู้กันด้วย

แต่สุดท้าย ไม่ว่าทับหรือหาญก็ต้องยอมหยุด เมื่อมีเสียงช้างคำรามมา พอทุกคนหันมองเห็นเมฆปรากฏกายขึ้น เมฆถามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจว่า

“ทำอะไรกันวะ!”

เมื่อพากันไปที่ศาลาใหญ่ชุมโจรเสือเมฆ หาญกับทับถูกเมฆด่าอย่างโกรธจัดว่า

“เป็นเสือแต่กัดกันเหมือนหมา”

ทับชิงฟ้องว่าหาญชอบวางอำนาจเมื่อเมฆไม่อยู่ แต่เมฆไม่สนใจถามว่าตกลงใครที่ยกพวกไปปล้นตลาดบึงกร่างจนถูกตำรวจถล่ม

“พี่ทับจ้ะ” ชัดซัดทับเอาคืนที่ทับโยนความผิดให้ลูกพี่ตน ทับกับชัดตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน ชัดกล่าวโทษทับทั้งเรื่องบุกปล้นโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของหาญ ทับฆ่าคนแก่ ฆ่าตำรวจตายเป็นเบือ ซ้ำยังข่มเหงเมียชาวบ้านด้วย

ทับทนฟังไม่ได้จะเข้าไปซัดชัดแต่เมฆห้ามไว้แล้วถามหาญว่ามีอะไรจะพูดไหม ไม่ทันที่หาญจะพูดอะไร  เรืองสมุนโจรคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาบอกว่า สายส่งข่าวมาว่าไอ้สิบถูกตำรวจจับ

ooooooo

เสือสิบถูกจับไปขังที่โรงพักบึงกร่าง จ่าเฉยสั่งตำรวจให้เฝ้าดีๆเพราะพวกนี้มีคาถาอาคม เผลอๆสะเดาะกลอนออกไปจะซวยยกโรงพัก

พอดีกระเต็นที่ฟาดหัวตาแช่มขี้เมาจนหัวแบะเย็บไปสิบเข็ม แต่ที่สำคัญคือข้อหาขโมยขุดโลงผี จ่าเฉยรู้จักกระเต็นดี ถามว่าก้าวหน้าถึงขนาดนี้เลยหรือ กระเต็นแก้ตัวว่าเป็นการเข้าใจผิด เป็นข้อบกพร่องแต่สุจริตแล้วกระซิบติดสินบนจ่าเฉยว่า ถ้าไขกุญแจมือให้ตนจะเลี้ยงยาดองสามวันสามคืนเลย

ขณะนั้นเองมีตำรวจเข้ามาบอกจ่าเฉยว่าสารวัตรเรียกประชุมเรื่องเสือสิบ จ่าเฉยเลยต้องเอากระเต็นเข้าห้องขังเดียวกับเสือสิบ พอกระเต็นรู้ว่าเสือสิบเป็นสมุนเสือเมฆก็ลองภูมิให้สะเดาะกุญแจ เสือสิบทำไม่ได้

ไม่นานนักดามพ์ก็มาเบิกตัวเสือสิบไปสอบสวน จับกดน้ำจะให้มันบอกว่าพวกโจรเอาตัวเพชรไปไว้ที่ไหน เมื่อมันบอกไม่ได้ก็ถูกกดน้ำจนตาย

ฝ่ายกระเต็นก็ได้รับความช่วยเหลือจากจ่าเฉยโดยเอาตำแหน่งประกันตัวออกมาและให้เงินตาแช่มไปกินเหล้า ตาแช่มเลยไม่เอาเรื่อง กระเต็นติดใจสงสัยถามจ่าเฉยว่าตำรวจเมื่อกี้เป็นใครตนไม่เคยเห็นหน้า

“มาจากกรุงเทพฯ พวกเสือเมฆมันเหิมเกริม จับตัวลูกชายผู้บังคับการกองปราบไป ทางโน้นก็เลยส่งคนมาดูเอง คราวนี้ตำรวจบึงกร่างงานหนักแน่”

ทันใดนั้นมีลูกศรพุ่งมาปักที่พื้นตรงหน้าจ่าเฉย หลังจากหมอบระวังตัวครู่หนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ่าเฉยจึงไปดึงลูกศรออก ปรากฏว่าเสียบกระดาษจดหมายไว้ จ่าเฉยหยิบอ่านแล้วตกใจ รีบวิ่งไป

ooooooo

คืนก่อนนี้ ที่กรงขังเพชรในชุมโจรเสือเมฆ เพชรหลับไปเพราะทั้งเพลียและพิษไข้ เสือเมฆ หาญ และทับ พากันมาดูเพชร ทับไม่เห็นด้วยที่จะเอาเพชรไปแลกกับเสือสิบ หาญติงว่าแต่หมวดคนนี้ไม่ใช่ตำรวจธรรมดา เสือเมฆหยิบบัตรตำรวจของเพชรขึ้นมาอ่าน “ร้อยตำรวจตรีเพชร ไพรีพ่าย”

หาญจึงชี้แจงว่า เพชรเป็นลูกชายพลตำรวจตรียิ่งยศ ไพรีพ่าย ผู้บังคับกองปราบ ถ้าเราฆ่าลูกชายนายตำรวจใหญ่ เราต้องถูกตามล่าหนักไม่คุ้มเสี่ยงแน่

ทับหาว่าเพราะหาญเคยเป็นตำรวจเลยเข้าข้างตำรวจด้วยกันและป่านนี้เสือสิบอาจปากพล่อยบอกตำรวจไปหมดแล้วก็ได้ ตนไม่เห็นว่าต้องเสี่ยงช่วยเพชรเลย

“เราจะเป็นเสือก็ต้องไว้ใจเสือด้วยกัน จะหัวหน้าหรือลูกน้องศักดิ์ศรีความเป็นเสือมันก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน” หาญโต้

“เอาตามที่ไอ้หาญบอก เอ็งจัดการตามที่เห็นควร” เสือเมฆตัดสินแล้วเดินออกไป หาญมองตะกรุดของเพชรในมือแล้วถอนใจโล่งอก

นี่เป็นสาเหตุให้เช้านี้มีลูกศรยิงจดหมายมาปักตรงหน้าจ่าเฉย และเมื่อจ่าเฉยวิ่งไปหาดามพ์ปรากฏว่าเสือสิบสิ้นใจไปแล้ว ดามพ์พูดอย่างไม่แยแสว่ายังไงมันก็ต้องถูกยิงเป้าอยู่แล้ว

“มันไม่ใช่แค่นั้นสิครับผู้กอง จดหมายจากเสือเมฆ มันต้องการแลกตัวประกัน” จ่าเฉยตึงเครียดมาก และเมื่อดามพ์อ่านจดหมายแล้วก็เครียดไม่แพ้กัน

เมื่อดามพ์กลับไปโทรศัพท์คุยกับยิ่งยศ เขาเสนอว่าเราไม่ควรทำตามคำขู่ของโจร เพราะป่านนี้เพชรจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ไม่รู้ ยิ่งยศยืนยันว่า

“แต่ถ้าเพชรยังอยู่จริง อั๊วก็ต้องช่วยลูกออกมาให้ได้ ลื้อจัดกำลังตำรวจเท่าที่มีทั้งหมด ไปตามนัดจดหมายมัน อั๊วจะรีบตามไป”

ดามพ์บอกจ่าเฉยว่าผู้การตกลงจะแลกตัวประกัน จ่าเฉยถามว่าแล้วไอ้เสือสิบล่ะ

“ฉันจัดการเอง” ดามพ์ตอบห้วนๆ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:10 น.