ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สามหัวใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

สามหัวใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ลำแสงพระอาทิตย์สีแดงอมส้มจากทิศตะวันตก เป็นฉากที่ทำให้วัดวาอาราม บ้านเรือนริมน้ำและเกล็ดคลื่นในลำคลองเป็นประกายสวยงาม และเมื่อแสงลับขอบฟ้า ทั่วทั้งบริเวณก็ประดับประดาด้วยแสงไฟระยับยิบในม่านมืด

ผู้คนเริ่มคึกคัก รวมตัวกันหน้าจอทีวีที่มีการถ่ายทอด ชกมวยคู่สำคัญ ที่สำคัญกว่านั้นคือ นักมวยที่ขึ้นชกวันนี้ คือ "ชาย" นักมวยฝีมือดี ลูกคนกลางของแม่ชื่น แม่ค้าขายขนมในละแวกนี้

ที่ร้านกาแฟของอิ่มหนุ่มนะยะรุ่นใหญ่เจ้าของเกสต์เฮาส์ ชาญลูกชายคนโตของแม่ชื่น พี่ชายของชายนั่งดื่มกาแฟเย็นจ้องจอทีวีที่นักมวยกำลังไหว้ครูอยู่

เสียงปี่กลองไหว้ครูในทีวีกับเสียงแฟนมวยที่คุยกันโขมงโฉงเฉงจนหนวกหู บ้างก็ลุกเดินไปโน่นมานี่จนดูวุ่นวาย

เอม ลูกสาวมาดทอมของอิ่มรำคาญเลยลุกเดินออกจากร้าน ผ่านโต๊ะของชาญ

"จะไปไหนล่ะเอม เดี๋ยวไอ้ชายก็จะชกอยู่แล้ว" ชาญทัก

"ไปดูต่อที่บ้านน้าชื่นดีกว่า ไปล่ะ" ว่าแล้วเอมก็เดินยกไหล่มาดทอมออกจากร้านไป

ooooooo

ที่ห้องนอนแม่ชื่น เจ้าตัวเพิ่งปักธูปไหว้กระดูกสามีเสร็จ ก้มกราบแล้วเดินออกจากห้อง ตรงไปเปิดซึ้งนึ่งขนมดู ควันจากซึ้งลอยโขมงจนชื่นต้องเอียงหน้าหลบ

เอมมาถึงพอดี พอเข้ามาก็ถามเสียงดัง

"โอ๊ยน้าชื่น ไม่เปิดทีวีได้ไง ตอนนี้พี่ชายกำลังไหว้ครูอยู่ เดี๋ยวก็ชกแล้ว เปิดดูนะน้านะ"

เอมตรงไปจะเปิดทีวี ถูกแม่ชื่นร้องห้ามไม่ให้เปิด พอดีเสียงปี่กลองไหว้ครูที่แว่วมาจากที่อื่นหยุดลง เอมบอกว่าพี่ชายไหว้ครูเสร็จแล้ว จะเปิดทีวีอีก

"ไม่ต้องเปิด" เสียงแม่ชื่นจริงจังจนเอมชะงัก หมุนตัวกลับร้องบอกว่า

"งั้นฉันไปดีกว่า พี่ชายรอเดี๋ยวอย่าเพิ่งชกนะ" ว่าแล้วเอมวิ่งปร๋อออกไป

"สาธุ  ขอคุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถิด อย่าให้ลูกของแม่ เป็นอะไรไปเลย" แม่ชื่นพนมมือภาวนา แววตากังวล

ooooooo

ระฆังยกที่ 1 ดังขึ้นแล้ว นักมวยทั้งสอง คือชายและสมเดชมาแตะนวมกันกลางเวที แล้วเริ่มชกทันที ครูแนบดูการชกของชายอย่างพอใจ ส่วนพี่เลี้ยงของสมเดชสีหน้าไม่พอใจการชกของนักมวยตนนัก เสียงเชียร์มวยและต่อรองเริ่มเข้มข้นขึ้น

ที่อู่ซ่อมรถ พวกช่างหยุดงานมาออกันอยู่หน้าจอทีวีเชียร์มวยกันสุดฤทธิ์

ชัชลูกสุดท้องของแม่ชื่น น้องชายของชายที่เรียนช่างกลอยู่และมาหารายได้พิเศษที่อู่ กำลังเร่งซ่อมมอเตอร์ไซค์ปุโรทั่งอยู่อย่างเร่งรีบ

"เฮ้ยชัช ดูที่นี่ก็ได้นี่หว่า กว่าเอ็งจะไปถึงเวที พี่ชายคงน็อกไอ้สมเดชแล้ว" จอนเพื่อนสนิทของชัชหยุดเต้นบีบอยกับเพื่อนๆ เดินเข้ามาทัก พอดีเสียงพวกช่างที่หน้าจอทีวีเฮกันลั่น จอนกับชัชหันมอง "เห็นไหม ข้าว่าแล้ว ผิดปากที่ไหน ลองได้เฮแบบนี้ พี่ชายบี้ไอ้สมเดชอยู่แน่ เฮ้ย...จะไปจริงๆ หรือวะ"

จอนตะโกนถามเมื่อชัชสตาร์ตรถติด ชัชบอกว่าตนต้องไปที่เวที แล้วบิดรถไปเลย

ooooooo

ชัชขี่รถไปไม่ทันไรก็เสีย เขาลงมาซ่อมอย่างหงุดหงิด เป็นจังหวะที่เอมเดินอ้าวมาเจอพอดี หัวเราะร่าอย่างดีใจกระโดดขึ้นขี่ซ้อนท้ายทันที พูดอย่างลิงโลดว่า

"โว้ย...ฉันไปด้วยพี่ชัช ฉันไปด้วยนะ แหม นึกว่าไม่ทันซะแล้ว พี่ชายได้มอเตอร์ไซค์แหงๆ เจ๋งจริงๆ เหมือนที่ฉันสอนให้ชกไว้เลย ถีบแทงแล้วชกขวา เครื่องติดแล้วไปเลยพี่ แหม แต่น้าชื่นไม่ยอมเปิดทีวีดูนี่ซิ ฉันล่ะสุดเซ็งจริงๆ"

เอมพูดไม่หยุด ในขณะที่ชัชไม่ปริปากสักคำตั้งหน้าตั้งตาซ่อมรถ พอสตาร์ตติดก็บิดไปทันที เขาทำเหมือนเอมไม่มีตัวตน อยู่ตรงนั้น

ส่วนอิ่มอยู่ที่ร้าน เพิ่งเห็นว่าเอมหายไป บ่นอยู่ข้างโต๊ะที่ชาญนั่งอยู่

"ดูซิไอ้ลูกเวร ไปไหนอีกแล้ว"

"ออกไปเมื่อกี้ มันบอกจะไปดูทีวีที่บ้านแม่" ชาญบอก ตายังจ้องอยู่ที่จอทีวี

ชัชขี่รถแบกน้ำหนักเอมไปด้วยไม่ทันไร รถเสียอีกแล้ว คราวนี้เสียที่หน้าร้านขายของ เอมชักหงุดหงิดลงมาดูชัชซ่อมรถ

ในร้านขายของ จิ๊กโก๋สามคนกำลังซื้อของและดูมวยกันอยู่ เหลือบเห็นเอมก็คันปาก เดินออกมาแซวเอมที่ยืนเก๊กท่าทอมอยู่ เอมหางตามองกวนๆ มันได้ใจเลยยิ่งแซว ถามว่าทำไมไม่ตอบ

ได้เรื่องเลย เอมตอบมันด้วยตีน กระโดนถีบโดนสองคนที่ไม่ทันระวังตัว อีกคนกระโดดเข้ารวบเอมไว้ มันทั้งสามรุมกันเข้ามาทำท่าลวนลามเอม

ชัชวางมือจากการซ่อมรถ ฟิวส์ขาดปราดเข้าชกต่อยมันทันที เลยเกิดวางมวยกันแข่งกับในทีวีชุลมุนไปหมด

ooooooo

ผลการชกบนเวที กรรมการบนเวทีชูมือชายเป็นฝ่ายชนะท่ามกลางเสียงโห่ร้องกันด้วยความดีใจจากสนามมวยและที่ร้านอิ่ม ชาญลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปด้วยความดีใจรีบกลับไปหาแม่ชื่นที่บ้าน

พอแม่ชื่นรู้ว่าชายชกชนะ ก็ถามอย่างเป็นห่วงว่าน้องเจ็บมากไหม หน้ามีแผลแตกหรือเปล่า

"แม่อยากรู้ ทำไมไม่เปิดทีวีดูล่ะ" ชาญถาม พอแม่ชื่นส่ายหน้า เขาบ่นขำๆ "ก็ยังงี้ทุกทีกลัวมันชกแพ้ กลัวมันเจ็บตัว น่าสมเพชจริงๆ ถ้ามันรักเรียนเหมือนลูกชาวบ้านเขา ไอ้ชายมันคงไม่ต้องหากินแบบนี้หรอก"

แม่ชื่นขยับปากจะพูด แต่แล้วก็ไม่พูด กลับง่วนอยู่กับการทำขนมต่อ

เวลาเดียวกันนั้น บนเวทีมวย โฆษกขึ้นประกาศบนเวทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

"พี่น้องแฟนมวยทุกท่าน ถ้าท่านต้องการบรรยากาศแบบนี้ ต้องการดูมวยที่สนุกดุเด็ดเผ็ดมันถึงใจอย่างคืนนี้ ผมขอเสียงปรบมือด้วยครับ" สิ้นเสียงโฆษกเสียงปรบมือก็กึกก้องยาวนาน

โฆษกบนเวทีคอยจนเสียงปรบมือเบาลง จึงประกาศต่อ

"บัดนี้ ทางเวทีจะขอมอบรางวัลสำหรับแชมป์ซูซูกิ 120 ซีซี พร้อมด้วยเงินรางวัลอีกห้าหมื่นบาท มารับไปเลยครับ เชิงชาย ศิษย์ไทรงาม"

เสียงแฟนมวยเฮกันลั่น หลังจากรับรางวัลแล้ว ชายยืนถ่ายรูปคู่กับครูแนบ ต่างยิ้มด้วยความดีใจในชัยชนะครั้งนี้ ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องของแฟนมวยรอบสนาม

ooooooo

ลงจากเวทีแล้วกลับมาที่ห้องพักนักกีฬาเก็บข้าวของเตรียมกลับ ทันใดนั้นเอง เอมก็กระหืดกระหอบเข้ามา ชายถามว่าทำไมเพิ่งมา แล้วชัชล่ะ

"พี่ชัช...พี่ชัชอยู่ที่โรงพัก ถูกตำรวจจับไปแล้ว" เอม พูดไปหอบไป ชายตกใจถามว่าชัชถูกจับเรื่องอะไร ฟังเอมเล่าจึงรีบพากันไปที่โรงพัก โดยมีชาญตามไปสมทบด้วย

ชาญกับชายรับทราบจากร้อยเวรว่า ชัชถูกจับเพราะทะเลาะวิวาทกันทำให้ทรัพย์สินเสียหายและฝ่ายตรงข้ามบาดเจ็บ 3 คน ชาญถามว่าบาดเจ็บขนาดไหน

"มีทั้งหัวแตก มีทั้งแขนต้องเข้าเฝือก อีกคนถูกกัดที่ใบหูฉีก" ร้อยเวรแจกแจง

ชายแย้งว่าน้องชายตนคนเดียวเท่านั้นและอีกคนก็เป็นผู้หญิง ร้อยเวรพูดสบายๆว่าทางฝ่ายโน้นไม่เอาเรื่อง แต่ทางฝ่ายนี้ต้องเสียค่ารักษาให้คนเจ็บและค่าข้าวของในร้านเสียหาย

เมื่อชาญกับชายได้คุยกับชัช เขาบอกพี่ชายทั้งสองว่าพวกนั้นหาเรื่องตนก่อน รถของตนไปเสียที่หน้าร้านโกตา ตนลงจอดซ่อมอยู่ดีๆ พวกมันสามคนก็มาพูดกวนประสาทก่อน ชาญถามว่ามันพูดว่ายังไง

ชัชพูดไม่เต็มเสียงว่า พวกมันหาว่าพี่ชายเป็นขวัญใจกะเทย ชาญทำเสียงตำหนิว่า มันพูดแค่นี้ทำไมต้องตีถึงกับหัวแตก แขนหัก หูฉีก

"ไอ้คนที่หูฉีกไม่ใช่ฉันนะ ฉันไม่ได้กัดมัน" ชัชชี้แจง พอชาญถามว่าถ้าอย่างนั้นใครกัดมัน ชัชมองไปทางเอม "ไอ้เอม เป็นคนกัด"

แม่ชื่นฟังเอมเล่าแล้วทำท่าจะเป็นลม ที่ลูกมีเรื่องถึงกับต้องขึ้นโรงพัก อิ่มเองก็ไปหาแม่ชื่นกับเอมเลยต้องช่วยพัดวีให้แม่ชื่น   พอเอมถูกชัชซัดว่าเป็นคนกัดหูพวกจิ๊กโก๋ ก็ลอยหน้าถามอิ่มผู้เป็นพ่อที่ท่าทางกรีดกรายสวนทางกับลูกสาวที่ทำท่าห้าวว่า

"เป็นพ่อ พ่อก็ต้องกัดมันเหมือนฉัน ฮึ...แค่นี้มันยังน้อยไป มันกอดฉันไว้คน อีกคนจะเข้ามาจูบ"

อิ่มทำท่าจะเป็นลมถามว่ามันไม่รู้หรือว่าเอ็งเป็นทอม เอมสวนไปอย่างท้าทายว่าตนยังไม่ได้ผ่าตัด ท้าว่าถ้าพ่อผ่าตัดเป็นผู้หญิงเมื่อไหร่ตนก็จะผ่าตัดเป็นผู้ชายเมื่อนั้น

"พอแล้ว...พอแล้ว จะเถียงอะไรกันก็ไปเถียงที่อื่น เฮ้อ...ป่านนี้ไอ้ชัชมันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้" แม่ชื่นโบกมือห้ามสองพ่อลูกอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ชาญซึ่งเรียนกฎหมายมาพูดอย่างโล่งใจว่าถ้าเรื่องจบได้แค่โรงพักถือว่าเป็นโชคดีของชัช ส่วนชายก็เจ็บตัวฟรีแถมต้องขายรถที่ได้รางวัลมาอีก บ่นชัชว่าก่อเรื่องไม่ได้หยุด

"ไอ้รถมอเตอร์ไซค์ฉันตั้งใจจะให้ชัชมันอยู่แล้ว ช่างมัน...ถือว่าฟาดเคราะห์ไป แม่จะได้สบายใจ" ชายบอกพี่ชาย มองไปทางจอนที่ขี่รถกลับมาพอดี จอนส่งเงินให้ชายสามหมื่นบอกว่าคนซื้อมันให้แค่นี้ ถ้าไม่เอาก็จะให้เวลาตัดสินใจถึงพรุ่งนี้เที่ยง

ชายถอนใจอย่างเสียดายที่ถูกกดราคา ชาญบอกน้องชายว่าแล้วแต่จะตัดสินใจก็แล้วกัน พูดเคืองๆว่า ปล่อยให้ชัชติดคุกเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ก่อเรื่องไม่ได้หยุด

"ไม่ดีมั้งพี่ชาญ ยังไงไอ้ชัชมันก็เพื่อนรักผม" จอนติงเบาๆแล้วทั้งสามก็พากันเดินเข้าไปหาสิบเวร ทำเรื่องเสร็จ สิบเวรก็หยิบกุญแจไปไขห้องขัง พูดกับชัชว่า

"โชคดีจริงๆไอ้หนุ่ม ที่มีพี่ชายแบบนี้ แล้วอย่ากลับมาอีกนะ"

ชัชออกมาขอบใจจอน จนบอกให้ไปขอบคุณพี่ชายดีกว่า เพราะถ้าไม่ได้พี่ชาย ชัชมีหวังติดคุกยาวแน่ ชัชจึงเดินไปยกมือไหว้ชายและชาญ ขอบคุณพี่ชายทั้งสอง ชาญโมโหตบหน้าชัชเพียะหนึ่ง จะเข้าไปซ้ำอีก ชายรีบเข้าไปขวางบอกชาญว่าพอแล้ว และบอกจอนให้พาชัชไปส่งบ้านด้วย

ชัชร้องไห้โฮอย่างเจ็บใจ  บอกจอนว่า "กูไม่ผิด...กูไม่ผิดโว้ย" จอนตัดบทว่ารู้แล้ว รีบกลับบ้านกันดีกว่า ชัชยังไม่วายบ่นว่า

"แล้วมาตบหน้ากูทำไม บาทเดียวก็ไม่ได้ช่วยเหลือกู พี่ชายนะโว้ยที่ช่วยกู"

"เฮ้ย ชัช มีอะไรไปพูดที่บ้านดีกว่า ไป..." จอนรุนหลังชัชตัดบทไม่ให้โวยวาย

ooooooo

อิ่มกับเอมยังอยู่ที่บ้านแม่ชื่น ชัชกลับมาถึง แม่ชื่นก็ตั้งสำรับไว้แล้ว  ชาญกับชายตามชัชมาห่างๆ พอทั้งสองโผล่หน้ามา เอมกำลังไปคดข้าวจะกินกับชัช อิ่มเห็นหน้าชาญกับชายก็เดาอารมณ์ออก รีบชวน

"หน้าตาแบบนี้สงสัยจะงานกร่อย เอ้า...บ้านใครบ้านมัน กลับกันได้แล้วย่ะไอ้เอม...กลับ"

อิ่มกับเอมมองหน้าชาญกับชายที่เข้ามา อิ่มปรามเอม ว่าถ้าไปก่อเรื่องอีกมีหวังโดนแน่ ชาญเลยเถียงแทนว่าคนที่ก่อเรื่องคือชัชไม่ใช่เอม ชายเดินเลี่ยงเข้าห้อง ชาญเลยฟ้องแม่ชื่นว่า

"แม่รู้ไหม ไอ้ชายมันชกมวยเกือบตาย แต่ไม่เหลือเงินซักบาท นี่ดีนะที่ตำรวจเขายอมให้เป็นทะเลาะวิวาท ถ้าโดนข้อหาทำร้ายร่างกายล่ะก็ มันไม่ได้มานั่งกินข้าวอย่างนี้หรอก"

ชายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง ส่องกระจกดูรอยช้ำบนหน้าตัวเอง ยังได้ยินเสียงชาญแว่วเข้ามาว่า

"โชดดีที่คู่กรณีเขายอมความ แต่ทางเราต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เขา ยังร้านโกตาอีก ตู้กระจกกับทีวีแถมข้าวของตกมาแตกเป็นแถบๆ หมดเป็นหมื่นๆ"

ooooooo
ชัชพยายามกลั้นอารมณ์นั่งกินข้าวกับเอมที่ไม่ได้กลับไปกับอิ่ม ในขณะที่ชาญยังกล่าวโทษไม่เลิกว่า ข้าวของเสียหายยังชดใช้ได้ แต่เสียชื่อให้คนเขาว่าเราเป็นอันธพาลนี่สิ ทำให้ชัชทนไม่ได้โต้ว่า

"แต่ผมไม่ผิดนะแม่ พวกมันมาหาเรื่องก่อน ไอ้เอมก็ถูกมันลวนลาม"

พอชัชเถียง ชาญก็ยิ่งโมโหบอกว่าเราไม่มีหลักฐานแต่ทางเขาหัวแตกแขนหักหูฉีก ชัชฮึดฮัดเถียงว่าถ้าตนไม่ใส่มันก่อนป่านนี้เอมถูกมันลวนลามไปถึงไหนๆแล้ว บ่นพี่ชายอย่างหัวเสียว่า

"โธ่...เรียนกฎหมายได้ไงวะเสียเงินเปล่าๆ" ชาญโมโหลุกขึ้นจะเล่นงานชัชอีก คราวนี้ชัชไม่ยอม ฮึดขึ้นมาท้าว่า "มาเล้ย เข้ามาตบเลย ถ้ากูถอยซักก้าวเรียกไอ้ชัชลูกหมาได้เลย"

แม่ชื่นร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวดเสียใจ บอกให้หยุดทั้งสองคน ถามว่าจะทำให้แม่อกแตกตายหรือ เป็นพี่น้องคลานตามกันมาแท้ๆ แต่ไม่เคยรักกันเลย พูดไปร้องไห้ไปว่า

"แม่ขอเถอะ ขอให้แม่ตายไปก่อน แกสองคนถึงค่อยฆ่าแกงกัน" แม่ชื่นร้องไห้จนพูดไม่ออกอีก ชาญเลยต้องเข้าไปปลอบแม่ ส่วนชัชถือจานข้าวเดินเข้าห้อง ชายเตรียมจะไปอาบน้ำเลยตามน้องเข้าไปในห้องด้วย

ooooooo

ชายเข้าไปเห็นชัชนั่งร้องไห้อยู่หน้าจานข้าว พอพี่ชายพูดอย่างเข้าใจว่ายังไม่กินข้าวอีกหรือ ชัชก็ร้องไห้บอกว่าตนกินไม่ลงแล้ว พูดความจริงเท่าไรพี่ชาญก็ไม่ยอมเชื่อเลย บอกแต่ว่าตนผิดท่าเดียวไม่เคยเชื่อกันเลย ชายปลอบน้องด้วยความรักและเห็นใจว่า

"พี่เชื่อเอ็งคนเดียวก็พอ เอาเถอะวะชัช เรื่องมันก็แล้วไปแล้ว ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องคิดมาก"

เอมเข้ามาสมทบบอกชายว่าชาญถูกแม่ชื่นเทศน์เสีย หน้าจ๋อยไปเลย ชัชไม่พูดอะไรแต่ลุกเดินออกจากห้อง เอมเลยถามชายว่าไปว่าอะไรชัชอีกรึเปล่า

"ข้าจะไปว่าอะไรมัน พูดเข้า มีแต่ปลอบมัน เข้าข้างมัน เอม...ฝากดูมันหน่อยนะ มันกำลังเสียใจ"

เอมฉวยโอกาสขอชายว่าชกคราวหน้าได้รางวัลมาตนขอยืมเงินหน่อยได้ไหม จะเอาไปให้หมอช่วยทำหน้าอกให้เหมือนเขา ด่าพวกจิ๊กโก๋ว่ามันชอบมองหน้าอกตน ตอนที่มีเรื่องกันมันก็เข้ามาขยำหน้าอกตน

ชายสบถขำๆว่า "ไอ้บ้าเอ๊ย" เอมเลยถามว่าไม่เชื่ออยากดูไหมล่ะจะเปิดให้ดู ทำเอาชายร้องห้ามแทบไม่ทัน แล้วย้ำกับเอมให้ช่วยดูแลชัชก่อนออกจากห้องไป

ชัชออกจากห้องแล้วก็ไปแก้เครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ อิ่มมายืนกางร่มกันฝนให้ถามว่าจะไปไหนอีก ชัชไม่ตอบ แต่พอแก้จนสตาร์ตเครื่องติดก็ตะบึงไปเลย เอมวิ่งออกมาจะไปด้วยก็ไม่ทันเสียแล้ว

ooooooo

ชัชขี่มอเตอร์ไซค์ตะบึงไปกลางสายฝนอย่างสับสนว้าวุ่นใจ ระบายด้วยการเร่งเครื่องบ้าง ตะโกน โหวกเหวกบ้าง

ท่ามกลางสายฝนนี่เอง ชัชเจอโฉมเด็กสาวนักเรียนพยาบาลวิ่งเตลิดมาอย่างขวัญเสีย

ครู่เดียวก็เห็นกำพลพ่อเลี้ยงโฉดเจ้าของบ่อนกางร่มวิ่งไล่ตามออกมา กำพลสั่งสมุนที่วิ่งไล่ตามกันออกมาเป็นพรวนว่า

"เฮ้ย พวกมึงจะยืนอยู่ทำไม ไปตามจับตัวมันมาให้ได้"

ชัชดูท่าไม่ชอบมาพากล เขาเลี้ยวรถกลับ โฉมเห็นรถของชัชก็ตะโกนขอความช่วยเหลือ พอชัชหยุดรถเธอวิ่งไปซ้อนท้ายบอกชัชอย่างตื่นตระหนก

"ไปเลยค่ะ มันตามมาแล้ว ไปเลย...ไปเลยค่ะ"

ชัชบิดรถตะบึงไปทันที สมุนของกำพลวิ่งตามมาต่างหยุดมองหน้ากันเหนื่อยหอบอย่างหมดท่า พอกลับไปรายงานกำพลว่ามีรถมอเตอร์ไซค์มารับโฉมไป กำพลก็สบถอย่างแค้นใจ

"อีเด็กไม่รักดี!"

พอชัชพาโฉมหนีพ้นจากพวกสมุนของกำพลแล้ว เขาแวะหาที่หลบฝนถามโฉมว่าหนีอะไรมา เดาไปต่างๆนานาว่า คงไปขโมยของเขามา หรือว่าเป็นเมียน้อยเขา ถูกเมียหลวงจับได้เลยหนีเตลิดมา

"ฉันถูกพ่อเลี้ยงมันเข้ามาจะปล้ำข่มขืน ฉันสู้เต็มที่จนหนีออกมาได้" โฉมเล่าตามจริง

ชัชปล่อยหัวเราะก๊ากหาว่าโฉมเอานิยายน้ำเน่ามาเล่าซ้ำ แล้วจับหันมาดูหน้าให้เต็มตา โฉมไม่ขัดขืนปล่อยให้ชัชมองหน้า เธอเองก็สู้ตาชัช จนกระทั่งน้ำตาไหลเป็นทาง เธอจึงค่อยๆ เบือนหน้าหนี

ชัชละสายตาจากโฉม มองไปในสายฝนข้างนอกอย่างครุ่นคิด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ตะวันขึ้นสูงแล้ว ทุกชีวิตเริ่มต้นตาม กิจวัตรประจำวันของตัวเอง

ชัชลุกมาซักผ้าที่เปียกตั้งแต่เมื่อคืนเอาไปตากที่ราว ชายง่วนอยู่กับการทำกับข้าวที่เตา แม่ชื่นเอาจานมาคดข้าวเตรียมไว้ให้ครบทุกคน ส่วนชาญแต่งตัวดีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอกินข้าวอยู่

เอมเดินเป็นม้าดีดกะโหลกเข้ามา ไม่เห็นชัชก็พรวดเข้าไปในห้อง แม่ชื่นร้องเรียกแต่ไม่ทัน เอมเข้าไปในห้องชัชที่เตียงมีผ้าขึงกั้นไว้ พอเข้าไปก็ตะโกนใส่เตียง

"โบราณเขาว่ารักดีหามจั่วรักชั่วหามเสา โดนพี่ชาญตบกะโหลกซะมั่งก็ดีแหละ ตื่น...ตื่นได้แล้วพี่ชัช" ร้องพลางรัวกำปั้นใส่แล้วกระชากผ้าคลุมเตียงออก

เอมตกใจเพราะที่เตียงกลายเป็นโฉมนอนอยู่ โฉมเองก็ตกใจไม่น้อยกว่ากัน

ส่วนที่ข้างนอก ชัชมาคดข้าวเพิ่มใส่จานที่แม่ชื่นคดไว้แล้ว ตักกับข้าวโปะเข้าไปแล้วยกข้าวกับแกงจืดเข้าห้อง แม่ชื่นถามว่าทำไมไม่กินเสียด้วยกันที่นี่จะได้เก็บล้างเสียทีเดียวเลย

"ในห้องดีกว่าครับแม่ ที่นี่ผมกินไม่ลงหรอก" ชัชอ้าง มั่วๆทำเป็นชำเลืองไปทางชาญ แม่ชื่นเลยบอกว่าถ้าเอมยังไม่ได้กินข้าวก็เรียกมากินเสียด้วยกันเมื่อกี้ เรียกไม่ทัน

พอชัชรู้ว่าเอมเข้าไปในห้องก็หูตาเหลือกรีบเข้าไป หันหลังดันประตูเข้าไปเพราะมือไม่ว่าง พอเข้าห้องก็ถูกเอม ดึงคอเสื้อเข้าไปถามเบาๆว่าไปหิ้วมาจากไหน แล้วทำทะเล้นว่าขอต่อคิวได้ไหม

ooooooo

พอกินข้าวเสร็จ ชายเก็บถ้วยเก็บจานเอาไปล้าง ส่วนแม่ชื่นส่งเงินให้ชาญเอาไว้เป็นค่ารถ ค่ากินกลางวัน ชาญยกมือไหว้บอกแม่ว่าวันนี้เขานัดสัมภาษณ์ สองแห่งน่าจะได้สักแห่ง

"ถ้ามันได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่างหัวมัน ยังไงเราก็มีบ้านอยู่ มีข้าวกินไม่เดือดร้อนอะไร" แม่ชื่นพูดให้กำลังใจลูก

หลังจากเล่าเรื่องโฉมให้เอมฟังแล้ว ชัชกับเอมเดินคุย กันมาที่รถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ ชัชควักกระดาษที่จดขยุกขยิกไว้จากกระเป๋ามาดู บอกเอมว่า

"ใช่จริงๆนึกออกแล้ว ไอ้จอนมันบอกว่าบ้านนี้เคยเปิด เป็นบ่อนปิดๆ เปิดๆ มาหลายครั้งแล้ว"
เป็นเวลาที่กำพลกำลังเข้าไปตรวจสิ่งของของโฉมในห้อง มันบอกพวกสมุนว่า

"มันเรียนพยาบาลปีสุดท้าย ถ้ามันไม่มีของพวกนี้ มันก็ไม่มีทางไปเรียนได้" แล้วสั่งสมุนให้ออกไปตามโฉม กำชับว่ายังไงก็ให้รีบกลับมา เพราะวันนี้เปิดบ่อนต้องมาช่วยกัน

เอมรู้จากชัชเพิ่มเติมว่า โฉมอยู่โรงเรียนประจำเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านนี้ตอนแม่เธอตายนี่เอง เอมถามว่าชัชจะเข้าไปเอาของให้โฉม ถ้าถูกจับได้โดนข้อหาขโมยแน่ ถึงตอนนั้นสิบพี่ชายก็ไม่มีปัญญาช่วย ชัชตัดบทว่าเถอะน่า ตนมีหนทางก็แล้วกัน

ooooooo

ชายทำงานบ้านช่วยแม่ชื่นเสร็จก็อาบน้ำนุ่งผ้าขาวม้าออกมาบ่นกับแม่ชื่นว่า ชัชเอากางเกงไปนุ่งอีกแล้ว นุ่งไม่ว่าแต่พอนุ่งเสร็จก็เอามายัดซุกไว้ในห้องนี่สิชักจะเหลือทน

ชายเดินบ่นพลางเข้าไปในห้องชัชเพื่อหาดูกางเกงของตัวเอง เห็นห้องรกเป็นรังหนูก็บ่นอีก

"ห้องคนอยู่หรือหมูหมาอยู่วะเนี่ย นี่ไงเอามาซุกไว้นี่ เฮ้ออ่อนใจกับมันจริงจริ๊ง"

บ่นแล้วชายก็ทำท่าชกลมส่องกระจกดูตัวเอง

โฉมซุกตัวซ่อนอยู่ จ้องชายเขม็งใจตุ๊มๆ ต่อมๆพริบตานั้น ชายดึงผ้าขาวม้าออก โฉมตะลึงพรึงเพริด เกือบลืมหายใจ!

ooooooo

ตอนที่ 2

ชาญเข้าไปสอบสัมภาษณ์ที่บริษัทแรก พอนั่งหน้าพนักงานหญิงคนหนึ่ง เธอพลิกแฟ้มดูประวัติแล้วมองหน้าชาญ ปิดแฟ้มแล้วบอก

"คุณชาญ ม่านเมฆ ถ้าคุณผ่านสัมภาษณ์ บริษัทฯจะมีจดหมายถึงคุณภายในเจ็ดวัน เรียบร้อยค่ะ กลับได้แล้ว"

พอชาญลุกเดินออกไป พนักงานหญิงคนนั้นก็บ่น

"ใบสมัครไม่มีเลยแม้แต่ชื่อเดียว ไม่ว่าเส้นกวยจั๊บเส้นใหญ่ เส้นเล็กหรือแม้แต่เส้นหมี่ แถมของติดไม้ติดมือก็ไม่มีอีก เฮ้อ...เรียกคนต่อไปเข้ามา"

ชาญออกจากบริษัทนี้ไปยังอีกบริษัทหนึ่ง พอถูกเรียกเขาเข้าไปรายงานตัวเห็นคนยืนรออยู่แล้ว 3 คน เลขาที่มาเรียกตัวชาญบอกเขาว่า พวกนั้นมาสมัครตำแหน่งทนายประจำบริษัทเหมือนเขา

ชาญถามว่าบริษัทต้องการกี่ตำแหน่ง เลขาทำนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ชาญเห็นแล้วเซ็ง มองออกไปเห็นคนมานั่งรอสัมภาษณ์ อยู่ยาวเหยียด บ้างนั่งหน้าเซ็ง บ้างหลับ ชาญตัดสินใจหมุนตัวกลับออกไป

ooooooo

หลังจากชายทำงานที่บ้านช่วยแม่ชื่นเสร็จก็ไปรับรถเช่าจากครูแนบ ขับส่งผักสดที่ตลาด เขาขับรถรับและแบกผักไปส่งเอง จนเจ๊ในตลาดชมว่า ใครมีลูกเหมือนชาย ต้องถือว่าชาติก่อนทำบุญมาดี
วันนี้ ชายขับรถส่งผักไม่กี่เที่ยวก็เอารถไปส่งครูแนบพร้อมค่าเช่ารถ ในมือถือถุงขนมติดมาด้วย

"ยังไม่ห้าโมงเย็น คืนรถจ่ายค่าเช่าแล้ว ยังงี้ข้าได้กำไรซิวะชาย" ครูแนบวางมือจากทำวงกบประตูหน้าต่างทักอารมณ์ดี

"ที่สวนเขาตัดผักเร็ว ฉันก็ส่งเร็ว วันนี้ไม่ได้ซ้อม ฉันก็ไปช่วยแม่เก็บร้าน เดี๋ยวนะครู...เอาขนมให้นันทามันก่อน" ชายถือถุงขนมเลี่ยงเข้าไป แนบมองตามด้วยความรัก

ชายซื้อข้าวเหนียวปิ้งไส้เผือกมาฝากนันทาลูกสาวครูแนบที่เป็นใบ้ เธอหลงรักชายลูกศิษย์ของพ่อ เมื่อชายเอาข้าวเหนียวปิ้งมาฝาก เธอยกมือไหว้และแกะกินอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนจะให้ชายชื่นใจ

ooooooo

แม่ชื่นทำขนมเสร็จก็มาขายที่หน้าบ้าน ขายดิบขายดีไม่ทันไรก็ใกล้จะหมดแล้ว อิ่มเดินยักย้ายเข้ามายกมือเท้าสะเอวบ่น

"เฮ้อ อ่อนใจกับไอ้ลูกคนนี้จริงๆ นึกว่ามันจะมาช่วยแม่ชื่น หลบไปไหนของมันอีก"

"ก็เห็นมันวิ่งๆเดินๆอยู่แถวนี้แหละ  เออ...ฉันเห็น มันถือจานข้าวเข้าไปในบ้าน สงสัยจะกินข้าวแล้วเล่นเกมมั้ง" แม่ชื่นเดา

อิ่มบอกว่าตนยึดโทรศัพท์มือถือไว้แล้วจะไปเล่นได้ยังไง แม่ชื่นพูดให้สบายใจว่ามันไม่ติดผงติดยาก็ดีแล้วอย่าไปอะไรนักหนากับมันเลย

"ฉันก็แค่จะถามมันว่าห่อหมกอร่อยไหม  ถ้าอร่อยจะได้รับมาขาย ซื้อมาสองห่อมันก็เอาไปทั้งสองห่อ เออ...ฉันไม่ยักรู้ว่าไอ้เอมมันชอบห่อหมก" อิ่มบ่นกระปอดกระแปดตามประสา

ที่แท้ เอมเอาห่อหมกมาให้โฉมกินอย่างเอาอกเอาใจ นอกจากนี้ยังเอาเสื้อผ้ามาให้โฉมเปลี่ยนด้วย โฉมถามว่าเอาของใครมา เอมบอกหน้าตาเฉยว่า "ของพ่อฉันเอง" บอกให้โฉมเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อน บ่นงงๆว่า

"เฮ้อ...ให้ตายซิพี่โฉม ฉันยังคิดไม่ออกจริงๆว่า พี่ชัชมันจะไปเอาของพี่โฉมมาได้ยังไง"

โฉมนิ่งไปอย่างคิดหนักเหมือนกัน นึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่าชัชจะเข้าไปเอาของของตนออกมาจากบ้านกำพลได้ยังไง

ooooooo

ที่บ้านกำพลที่เปิดเป็นบ่อนนั้น ตัวบ้านและประตูหน้าต่างปิดมิดชิด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเวรยามเฝ้าอย่างเข้มงวดกวดขัน มีรถเก๋งขับเข้าไปเป็นระยะๆ

ชัชกับจอน ปลอมตัวเป็นคนส่งน้ำแข็งท่าทางขี้ยา เข็นรถใส่น้ำแข็งขอเข้าไปข้างในอ้างว่าเสี่ยอู๋ให้เอามาส่ง เมื่อถูกยามซักถาม ชัชก็ทำเป็นเมายาตอบรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง หลอกด่ามันบ้างเลยถูกสมุนคนหนึ่งเตะเสียกระเด็น

สมุนอีกคนท่าทางจะเป็นลูกพี่สองคนนั้น ด่าลูกน้องแล้วไล่มันให้ขึ้นไปคอยดูแลบนตึกดีกว่า   ข้างล่างนี่ตนจะจัดการเอง จากนั้นไล่ชัชกับจอนให้เอาน้ำแข็งเข้าไปแล้วรีบออกมาไวๆ

ชัชกับจอนเข็นรถใส่น้ำแข็งเข้าไปแล้วหยุดพักเหนื่อย ได้ยินเสียงจิตที่สั่งให้เอาน้ำแข็งไปใส่ถังแช่ถามหาซุปเปอร์แมนจะตามให้มา ดูชัชกับจอนลงน้ำแข็ง

สองคนได้ยินก็สงสัยว่าใครคือซุปเปอร์แมน ครู่เดียวทั้งสองก็สะดุ้ง เมื่อเด็กชายวัย 5-6 ขวบคนหนึ่งกระโดดแผล็วลงมาจากข้างบนส่งเสียงอย่างคึกคะนอง

"มาแล้ว มาด้วยหมัดพิฆาต ตามด้วยเตะฟ้าผ่า" ไม่พูดเปล่ายังชกและเตะชัชจริงๆด้วย

จอนเลยผสมโรงเล่นด้วยเป็นตุเป็นตะ หลอกล่อจนซุปเปอร์แมนพาทั้งสองเข้าไปถึงข้างใน

ooooooo

เอมยังประกบโฉมอยู่ที่ห้องชัช หลังจากเอาชุดของพ่อมาให้โฉมเปลี่ยนแล้ว ถามว่าชัชจีบเธอหรือเปล่า โฉมส่ายหน้า เอมถามอีกว่าแล้วเธอมีแฟนหรือยัง

"ชีวิตฉันเป็นนักเรียนประจำตลอด ปิดเทอมถึงจะได้มาอยู่กับแม่ ผู้ชายคนเดียวที่ฉันรู้จักใกล้ชิด คือผู้ชายที่เป็นพ่อเลี้ยงฉัน ถ้าเขาเพียง...เพียงแต่จะรักฉันเหมือนพ่อ..." โฉมเล่าแล้วจะร้องไห้

"พี่โฉมมาเป็นแฟนฉันดีกว่า" เอมจับมือโฉม วางมาดแมนเต็มที่

ooooooo

ชัชกับจอนผสมโรงเล่นกับซุปเปอร์แมน แล้วชัชก็หลอกซุปเปอร์แมนน้อยว่าฉากต่อไปซุปเปอร์แมนจะปลอมตัวเป็นตำรวจมา เต็มบ้านไปหมด หลอกซุป-เปอร์แมนน้อยว่าต้องถูกทำร้ายจนเลือดออก ซุปเปอร์แมนน้อยคิดออกว่าต้องเอาน้ำหวานมาทำเป็นเลือดว่าแล้ววิ่งลงไปเอาน้ำ หวานข้างล่าง

ชัชรีบเก็บของของโฉมใส่กระเป๋า พลางติดต่อกับจอน ถามว่าตำรวจมาหรือยัง จอนบอกว่าติดต่อไปตั้งนานแล้วน่าจะมาถึงแล้ว ถ้าไม่ถึงก็คงจวนถึง

ชัชเอากระเป๋าและถุงที่ใส่ของของโฉมโยนลงไปให้จอน ก็พอดีรถตำรวจแล่นเข้ามาสามคัน ซุปเปอร์แมนน้อยเห็นตำรวจมาก็สนุกมากเอาน้ำแดงราดทำเป็นบาดเจ็บสาหัส

กำพลเห็นชัชกับจอนสะพายกระเป๋าและห่อของสวนมาก็ตะโกนว่าขโมยชักปืนจะยิง แต่ชัชหนีไปได้ กำพลวิ่งมาหยุดที่หน้าห้องเจอยายจิตแม่ของซุปเปอร์แมนน้อยถามว่าเกิดอะไร ขึ้น ยายจิตร้องไห้โฮยังพูดไม่ทันรู้เรื่องกัน สมุนของกำพลก็วิ่งเข้ามารายงานว่า

"นายแย่แล้ว ตำรวจมาเต็มไปหมดเลย"

กำพลวิ่งไปชะโงกหน้าต่างดู เห็นตำรวจกระจายกำลังกันเต็มพื้นที่ นักพนันบ้างถูกจับบ้างก็วิ่งหนี

"ค่าคุ้มครองกูก็จ่ายให้แล้ว แล้วทำไมทำกับกูอย่างนี้ ทำไม" กำพลโกรธสุดๆ

อีกมุมหนึ่ง จอนอุ้มซุปเปอร์แมนน้อยที่มีเลือดไหลจากปากและจมูก ชัชถือถุงกับกระเป๋าที่ใส่ของของโฉมวิ่งตามกันออกมา ปากก็ร้องขอทางเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล

แต่พออุ้มซุปเปอร์แมนน้อยมาถึงรถมอเตอร์ไซค์ ชัชรีบขึ้นรถสตาร์ตทันที  จอนวางซุปเปอร์แมนลงรีบจัดของ ปะเหลาะว่า เดี๋ยวจะไปเอาแผ่นซีดีหนังใหม่มาให้ แล้วชัชก็ออกรถไปเลย

"เจ๋งเลย เอามาเร็วๆ นะ.." ซุปเปอร์แมนตะโกนโหวกเหวกสนุกเต็มที่

จิตรู้ว่าเสียท่าแล้ว คว้าไม้มาไล่ตามซุปเปอร์แมนลูกชายวัย 5-6 ขวบ ซุปเปอร์แมนน้อยวิ่งหนี เลยถูกจิตวิ่งไล่ตามกันไปจนวุ่นวาย

ooooooo

ครูแนบซ้อมมวยให้นักมวยคนอื่นๆจนเสร็จ เดินกลับเข้าไปในบ้านเห็นชายนอนหลับปุ๋ยมีพัดลมเปิดส่องให้นอนสบาย ไม่ไกลนัก นันทาสีซออยู่อย่างมีความสุข พอเห็นพ่อมาก็ทำหน้าไม่ให้เสียงดัง

"ก็ชายมันบอกกับพ่อว่าจะไปช่วยแม่เก็บร้าน" ครูแนบพูดงงๆ นันทาส่ายหน้า ครูแนบเลยบอกว่า "ไม่ไปก็ไม่ต้องปลุก แล้วหุงข้าวหรือยัง" นันทาพยักหน้า แต่พอถามว่ากับข้าวก็ทำแล้วหรือเธอกลับส่ายหน้า บอกให้พ่อไปทำ

"ให้พ่อทำกับข้าว เฮ้อ ให้มันได้ยังงี้ซิลูก" ครูแนบบ่นขำๆแล้วเดินไปที่ครัว

นันทามองตามพ่อแล้วหันมาสีซอนั่งมองชายที่หลับปุ๋ยอยู่อย่างมีความสุข

ครูแนบทำแกงเขียวหวานหอมฉุย พอชายตื่นขึ้นมาบอกนันทาว่าวันนี้ต้องฟาดสามจานเลย ว่าแล้วก็ไปกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย

กินข้าวเสร็จ ระหว่างนันทาไปล้างจาน ครูแนบเล่าอดีตให้ชายฟังว่า

"ตอนนั้น นันทาซักแปดขวบได้ ข้าเอามวยไปชกที่เชียงใหม่ กลับมา..บ้านก็ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง นันทามันช็อกสลบไปหลายวัน มันคงเห็นภาพที่แม่มันตายในกองไฟ ข้าพามันไปรักษายังไงก็พูดไม่ได้ เราสองพ่อลูกจึงจากเมืองฝางมาอยู่ที่นี่"

นอกจากนั้น ชายยังรู้อีกว่าครูแนบซึ่งทำธุรกิจก่อสร้างในช่วงฟองสบู่แตก บ้านที่เอาไปจำนองไว้ก็มีปัญหาเข้าตาจน หาเงินมาได้ก็ต้องจ่ายดอกหมด ฝากความหวังไว้กับชายว่า

"ถ้าคราวหน้าเอ็งชกชนะข้าก็รอดไปอีกปี"

ครูแนบบอกว่าทุกอย่างมันบังคับให้ต้องวางเดิมพัน ต้องเสี่ยง เพราะรายได้ที่มีก็ใช้กินไปวันๆ รถก็ยังผ่อนไม่หมด

"ฉันยังไม่เคยชกแพ้ใคร ครั้งนี้ฉันจะตั้งใจกว่าทุกครั้ง แต่ถ้าฉันชกแพ้ ก็หมายความว่าฉันสลบคาเวที"

ครูแนบซึ้งใจในความกตัญญูมีน้ำใจของชายจนพูดไม่ออก ได้แต่ตบไหล่เบาๆ แล้วหันหลังเดินปาดน้ำตา เข้าบ้าน ส่วนชายมองตามครูไปด้วยความเห็นใจก่อนหันหลังกลับบ้าน

ooooooo

วันต่อมา อิ่มอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นมีผู้หญิงเดินอยู่ในห้องของชัช รีบมาบอกแม่ชื่นเพราะรับไม่ได้ถ้าชัชจะมีเมียตั้งแต่ยังเรียนหนังสือไม่จบ

ระหว่างที่อิ่มฟ้องแม่ชื่นฉอดๆ ว่าเห็นผู้หญิงอยู่ในห้องชัชนั้น ทั้งชัช โฉม และเอมแอบได้ยินต่างตกใจหาทางแก้ปัญหากันหัวปั่น

อิ่มโวยวายจนแม่ชื่นต้องพาไปร้องเรียกชัชอยู่หน้าห้อง พอเปิดประตูเข้าไปก็ขำแทบหัวเราะก๊าก เพราะเห็นชัชนั่งกรีดกรายแต่งตัวในชุดสาวพยาบาลอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

ชัชจีบปากจีบคอบอกแม่ชื่นว่า อาทิตย์หน้าจะมีประกวดแฟนซีที่โรงเรียนเพื่อนเลยลงทุนให้แต่งแบบนี้ พอแม่ชื่น

บอกว่าอิ่มเห็นมีผู้หญิงอยู่ในห้อง ชัชก็แขวะว่าอิ่มคงกินยาคุมจนเพี้ยนไปกระมัง เอมผสมโรงหาว่าพ่อตาฝาด พอถูกเด็กคราวลูกคราวหลานว่าเอา อิ่มก็จีบปากจีบคอด่าว่า มารุมกันว่าผู้มีพระคุณอย่างนี้มันไม่เจริญหรอก แล้วสะบัดพรืดออกไป

พออิ่มกับแม่ชื่นไปแล้ว เอมจึงบอกให้โฉมที่ซ่อนอยู่

ให้ออกมาได้แล้ว จากนั้นทั้งสามก็ช่วยกันจัดของที่ชัชกับจอนช่วยกันไปเอามาจากบ้านกำพล

"ขอบใจมากนะชัช อุตส่าห์ไปเอามาจนได้ ฉันรู้นะว่ามันไม่ใช่ง่ายๆ ฉันจะพยายามหาทางเรียนให้จบ จะได้มีงานทำ แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง ชีวิตฉันต้องอยู่ในห้องนี้จริงๆ เหรอ"

โฉมร้องไห้อย่างสงสารตัวเอง ทำเอาชัชกับเอมพลอยเศร้าไปด้วย

ooooooo

ตกค่ำแม่ชื่นจัดโต๊ะอาหารไว้พร้อมแล้ว ชัช

แต่งชุดสาวพยาบาลออกมากินข้าว ชาญมองอย่างขวางหูขวางตา เอมก็ทำหน้าตายนั่งกินข้าวด้วยถือตัวเองเป็นลูกแม่ชื่นคนหนึ่งเหมือนกัน

ชาญหมั่นไส้ชัชจนอดพูดแขวะไม่ได้ ทั้งสองโต้เถียงกันอีกตามเคย จนแม่ชื่นถามว่าทำไมต้องหาเรื่องทะเลาะกันทุกวัน

"แก้เซ็ง แม่รู้ไหมวันนี้ผมไปสัมภาษณ์งานมา ขนาดเรียนจบกฎหมาย สอบตั๋วทนายได้อันดับหนึ่ง แต่งานสมัยนี้ มันอยู่ที่เส้นสายเท่านั้น พรุ่งนี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์ ลงประกาศรับทนาย บางทีผมจะค้างกับเพื่อนซักคืนสองคืน" ชาญบอกแม่ชื่น

แม่ชื่นเอาเงินให้สามพัน ชาญไหว้รับเงินไว้ ขอบคุณแม่ สัญญาว่าจะต้องหางานให้ได้

"ไม่ต้องคิดมากซิลูก ยังไงเราก็มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน เดี๋ยวแม่ตักแกงให้" แม่ชื่นให้กำลังใจลูกอีกตามเคย

เมื่อถึงเวลานอน ชัชเป็นฝ่ายหามุ้งหมอนเสื่อออกไปนอนนอกห้อง จนแม่ชื่นแปลกใจถามว่าทำไมไม่นอนในห้อง ชัชปดแม่ว่า เอมทำน้ำปลาหกไว้เหม็นหึ่งไปทั้งห้อง นอนไม่ไหว แม่ชื่นบอกว่าพรุ่งนี้จะให้เอมมาช่วยทำให้

ชัชโล่งอก ปะเหลาะแม่ชื่นว่า พี่ชายยังไม่มาเดี๋ยวตนช่วยแม่ทำขนมดีกว่า พอดีเสียงชายตะโกนเข้ามาว่า "มาแล้วโว้ย"

ชายบ่นว่าทีหลังเอากางเกงไปใส่ก็ซักมาคืนด้วย แล้วชายก็เข้าไปหยิบกางเกงที่ชัชถอดแขวนไว้ พอชายออกจากห้อง ชัชก็ย่องเข้าไป เห็นโฉมกำลังกราบพระอยู่ ชัชถามเบาๆ ว่า พี่ชายเข้ามาเอากางเกงหรือ เห็นโฉมหรือเปล่า

พอรู้ว่าชายไม่เห็น ชัชก็ถอนใจโล่งอก บอกว่าถามแค่นี้แหละ นอนได้แล้ว

รุ่งขึ้น ทุกคนทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองตามปกติ โฉมนั่งซึมกับชีวิตของตัวเองในห้อง

สองวันแล้วที่โฉมมาอยู่ที่ห้องชัช แต่ยังรักษาความลับไว้ได้อย่างดี จนวันนี้ ชัชแต่งตัวจะไปเรียน เขาบอกโฉมที่นั่งซึมอยู่ที่โต๊ะว่า

"อีกวันสองวันได้ห้องเช่า พี่โฉมก็ได้ไปเรียนแล้ว หิวข้าวไหมพี่ ไอ้เอมเอามาให้ก็ยังไม่ได้กิน งั้นฉันไปโรงเรียนก่อนนะ"

ooooooo

เมื่อลูกๆ ออกไปหางาน ออกไปทำงาน และออกไปเรียนกันหมดแล้ว แม่ชื่นก็จัดเตรียมขนมที่ทำไว้จะเอาไปวางขาย แต่ขณะยกหม้อนึ่งจากเตา แม่ชื่นเสียหลักน้ำร้อนหกลวกเท้าอย่างจัง แม่ชื่นร้องด้วยความ เจ็บปวด

โฉมแอบดูอยู่ เธอตกใจรีบคว้ายาสีฟันวิ่งออกไป บอกแม่ชื่นว่า

"อยู่เฉยๆค่ะ อยู่เฉยๆก่อน เดี๋ยวหนูช่วยเอง" โฉมปฐมพยาบาลอย่างมืออาชีพ

แม่ชื่นตะลึงมองโฉมจนเกือบลืมความเจ็บปวด ถามงงๆว่า

"เธอเข้ามาได้ยังไง แล้วเธอเป็นใคร"

โฉมนึกได้เงยหน้ามอง ต่างจ้องหน้ากันนิ่ง

จากนั้น อดีตในวัยเด็กของโฉม ก็พรั่งพรูออกมาอย่างเจ็บปวด เธอเล่าให้แม่ชื่นฟังอย่างละเอียด นับแต่เด็ก จนกระทั่งถึงวันนี้...

ooooooo

โฉมเล่าถึงคืนงานสวดศพแม่บุญธรรมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก และประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ในงานนี้ กำพลดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทั้งพาเธอนั่งฟังพระสวด ลูบผมอย่างปลอบโยน

คืนนั้น โฉมนั่งพนมมือหน้ารูปของแม่ มองรูปและโลงที่แม่นอนอยู่ด้วยสายตาหมองเศร้า เลื่อนลอย

"เมื่อคุณแม่ได้จากชีวิตฉันไป ฉันถึงรู้ว่า...ความทุกข์ ที่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดมันเป็นอย่างนี้เอง คุณแม่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตฉัน แม้ท่านจะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิดที่แท้จริง แต่ ท่านก็รักฉัน เมตตาฉันกว่าทุกคนที่ฉันรู้จัก แม้ทุกวันนี้ ฉันก็ยังถามตัวเองว่า คุณแม่ที่แสนดี...ท่านจากฉันไปจริงๆหรือ..."

โฉมทบทวนถึงชีวิตเด็ก กำพร้าในวันที่แม่ไปรับมาโอบอุ้มว่า

"สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคือบ้าน ของฉัน ความจำบอกฉันอย่างนี้ ฉันคือเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทางบ้านเมืองเก็บมาเลี้ยง เพราะฉันไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องเหมือนเด็กอื่น เด็กกำพร้าทุกคนที่นี่คือพี่น้องฉัน จนกระทั่งวันนั้น ผู้หญิงคนนั้นได้ยื่นมือแห่งความรัก ความเมตตามาให้ฉัน..."

ชีวิตใน บ้านที่โฉมได้รับความรักความอบอุ่นจากแม่ อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ในวันแรกที่ก้าวย่างเข้าไปในบ้าน ก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากท่าทีของพ่อที่แม่แนะนำให้รู้จัก โฉมบรรยายว่า

"จาก บ้านเด็กกำพร้ามาสู่บ้านหลังใหม่ แม้ฉันจะได้ชื่อ ว่าเป็นลูกบุญธรรม แต่ชีวิตฉันก็ผันเปลี่ยนไปทุกอย่าง บัดนี้ ฉันเป็นเด็กที่มีทั้งพ่อทั้งแม่แล้ว เมื่อคุณแม่แนะนำให้ฉันได้ รู้จักคุณพ่อ ความรู้สึกก็บอกฉันว่า คุณพ่อไม่ได้ให้ความสนใจ ฉันเลย ชีวิตฉันจึงผูกพันอยู่กับคุณแม่เพียงคนเดียว..."

โฉมเล่าว่า แม้แต่การไปโรงเรียนคุณพ่อก็ไม่เคยมาส่งเลยแม้แต่วันเดียว มีแต่คุณแม่เท่านั้นที่คอยรับส่งทุกเช้าเย็น ทำให้ยิ่งผูกพันกันมากขึ้น

เวลา ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งโฉมสอบเข้าเรียนพยาบาลได้ดั่งใจ ความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อก็เผยให้เห็นอย่างเด่นชัด โฉมเล่าด้วยสีหน้าที่สลดลงว่า

"ฉันสอบเข้าเรียนพยาบาลได้สมใจ ฉันเป็นสาวแล้ว คุณพ่อหันมาสนใจฉันมากกว่าคุณแม่ ความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อทำให้ฉันเลือกเรียนประจำเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้อง ใกล้ชิด กับคุณพ่อที่บ้าน คุณแม่อยู่ใสภาพน้ำท่วมปาก คุณแม่ตามใจฉันทุกอย่าง แม้แต่การไปอยู่ประจำที่โรงเรียน..."

โฉม หยุดเล่า น้ำตาท่วมขึ้นมาอีก เมื่อเล่าถึงปัจจุบันก่อนเกิดเรื่องจนชีวิตเธอต้องเปลี่ยนแปลงและได้มาเจอ กับครอบครัวของแม่ชื่นว่า

"เมื่อสิ้นคุณแม่ คุณพ่อทั้งขอทั้งขู่บังคับให้ฉันกลับมาอยู่ที่บ้าน คุณพ่อบอกว่า ได้ขายบ้านหลังเก่าและซื้อหลังใหม่เพราะต้องการลืมคุณแม่ คุณพ่อบอกฉันว่า ท่านรักคุณแม่ มาก มีฉันคนเดียวที่จะทำให้คุณพ่อลืมความทุกข์ได้ ฉันไม่สังหรณ์ เลยว่าจะมีสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจที่สุดเกิดขึ้นในคืนนั้น..."

ooooooo

คืน นั้น...คืนที่ฝนตกหนัก ขณะที่โฉมกำลังจัดหนังสือและชุดเรียนอยู่นั้น กำพลมาเคาะประตูในสภาพที่เมาหนัก

เมื่อโฉมถามว่าคุณพ่อมีธุระอะไร หรือเปล่า กำพลตอบอย่างมีเลศนัยว่ามีมากเลย พลางเข้าไปจูงมือโฉมที่ไม่เหมือนพ่อจูงลูก โฉมพยายามบอกว่าพ่อเมามากแล้วพ่อไปนอนก่อน ไว้พูดกันพรุ่งนี้ดีกว่า

"พ่อ จะนอนกับหนูที่นี่ พ่อรักหนูนะ" กำพลบอกแล้วกอดโฉมไว้

โฉมตกใจดิ้น สุดฤทธิ์ กำพลก็กอดไว้สุดแรง จนสุดท้ายโฉมดิ้นหลุดวิ่งออกมาได้ เธอวิ่งเตลิดออกมาท่ามกลางสายฝน จนมาเจอชัชเข้า เมื่อเธอร้องขอความช่วยเหลือชัชจึงย้อนรถกลับมาและพาเธอหนีจากเงื้อมมือของ พ่อเลี้ยงโฉดมาได้

เล่าจบโฉมก็ทำแผลเสร็จพอดี ในขณะที่แม่ชื่นนั่งน้ำตาไหลเงียบๆ โฉมบอกแม่ชื่นว่าแผลต้องทายาทุกวันอย่าให้โดนน้ำ สักอาทิตย์ก็คงหาย แต่เหมือนแม่ชื่นไม่ได้สนใจฟัง เรียกโฉมแล้วบอกว่า

"หนู...หนูไม่ ต้องไปไหนอีกแล้ว มาอยู่ที่นี่ อยู่เป็นลูกสาวป้าอีกคน"

แม่ชื่นลูบ แก้มลูบผมโฉมอย่างสงสารจับใจ โฉมร้องไห้ ออกมาอย่างตื้นตันใจ ก้มกราบแม่ชื่นพึมพำ "ขอบคุณ...ขอบคุณค่ะ..." แม่ชื่นดึงโฉมเข้าไปกอด ต่างร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วยกันด้วยความซาบซึ้งสะเทือนใจ

ooooooo

ชัช ยังไม่รู้อะไร เร่งจอนขณะเปลี่ยนชุดทำงานในอู่ให้หาห้องเช่าให้โฉมเร็วๆ จอนบ่นกระปอดกระแปดว่าจะเอาทั้งดีทั้งถูกไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ แต่คาดว่าอีกวันสองวันน่าจะหาได้เพราะบอกไปกับหลายคนแล้ว

ขณะกำลัง คุยกันอยู่นั้น ชัชก็หยุดกึก เมื่อเห็นกำพลเดินออกมากับวิบูลย์ ชัชรีบหลบ ได้ยินทั้งสองคุยกันถึงเรื่องบ่อนของกำพลที่ถูกตำรวจบุกเข้าไปเมื่อวันก่อน วิบูลย์พูดอย่างทึ่งว่า

"ผมนึกว่าบ่อนโดนปิดไปแล้ว เฮียกำพลนี่เส้นใหญ่ จริงๆ"

"เส้นกวยจั๊บโว้ยไม่ใช่เส้นใหญ่" กำพลลูกเล่นแล้วหัวเราะกันอย่างครื้นเครง

วิบูลย์บอกกำพลว่า เด็กของเขาบอกว่าคนของเฮียมาตามหาลูกสาว กำพลหัวเราะในลำคอก่อนตอบว่า "ลูกสาวที่ไหน อีนี่มันเด็กกำพร้า สงสารเลยขอมาเลี้ยง ไม่ไหวใจแตกเสียคนไปแล้ว สันดานมันเลว เลี้ยงยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง"

ทั้ง คู่หยุดคุยกัน กำพลเตือนวิบูลย์อย่าลืมผ่านเช็คให้เรียบร้อยด้วย วิบูลย์รับคำขอให้กำพลโชคดีแล้วเดินย้อนกลับไปที่ห้องรับรอง ส่วนกำพลไปขึ้นรถขับออกไป

จอนจ้องเขม็ง บอกชัชว่ากำพลนี่เองที่ทำกับโฉมจนต้องหนีออกจากบ้าน เตือนชัชว่า

"ต้อง ระวังตัวกันให้ดีแล้วโว้ย ขืนมันรู้หรือจับได้ว่าเป็นเราสองคน ดูไม่จืดแน่"

คำ เตือนของจอนทำให้ชัชชักคิดหนักเหมือนกัน

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อแม่ชื่นรับโฉมมาอยู่ในบ้านรักและเอ็นดูเยี่ยง ลูกสาวแล้ว ก็กะเกณฑ์เอมให้มาช่วยกันขนของจัดของ ของโฉมให้เข้าที่เข้าทาง

ระหว่าง นั้นมีลูกค้ามาซื้อขนมตาล ปรากฏว่าที่วางขายหมดแล้ว ลูกค้าเห็นมีกองไว้ที่พื้นถามว่าเอาได้ไหม ชื่นรีบบอกว่าไม่ได้เพราะที่พื้นนั้นสกปรกแล้ว เดี๋ยวจะไปดูที่เตาให้ เพราะนึ่งไว้ไม่รู้ว่าสุกหรือยัง

ระหว่างที่แม่ชื่นเดินเขยกๆออกไปดู ขนมนั้น เอมเตือนโฉมขวางๆว่า

"น้าชื่นขาเจ็บยังไม่ออกไปช่วยอีก"

"เออ...จริง ซิ ขอบใจนะเอม" โฉมนึกได้และกล้าที่จะออกไปปรากฏตัวแล้ว โฉมเข้าไปอาสาเอาขนมที่นึ่งสุกออกไปให้ลูกค้าเอง

"ประจบกันเข้าไป ว่าที่ลูกรักคนใหม่ ไอ้คนเก่ามันก็ตกกระป๋องกันไป" เอมค้อนควัก

อิ่ม ส่งเสียงเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้มีคนว่าถั่วแปบไว้   2 ถาดจ่ายเงินแล้วด้วย แต่พอเห็นโฉมถือถาดขนมตาลออกมาก็มองอย่างประหลาดใจถามว่าใครน่ะ โฉมพอรู้เรื่องอิ่มอยู่แล้ว เธอวางถาดยกมือไหว้ อิ่มมองขวางๆบีบเสียงแหลมว่า

"ต๊าย...ทุกคนจะอึ้งกิมกี่กันหมดเลยเห รอ ลูกสะใภ้ละมั้ง ใคร ชาญ ชาย ชัช หรือว่า ชัช ชาย ชาญ คนไหนคือผัวเธอ"

เอม ตะโกนว่าโฉมยังเป็นนักเรียนอยู่ แม่ชื่นเลยรีบออกมาปกป้องโฉมว่า

"โฉม เป็นลูกน้องสาวฉันเองพี่อิ่ม เขามาเรียนเป็นพยาบาลอยู่ที่ราชบุรี"

อิ่ม มองอย่างไม่เชื่อ เอาเงินวางแหมะพูดลอยๆก่อนสะบัดสะโพกไปว่า

"ค่า ถั่วแปบ 2 ถาด ความลับไม่มีในโลก..."

ooooooo

เมื่อเปิดตัว โฉมแล้ว เอมชวนกันออกไปซื้อของใช้ที่ยังขาด ระหว่างทางก็ปลอบใจและแก้ต่างให้พ่อที่พูดประชดกระแทกแดกดันโฉมไว้เยอะว่า

"พี่ โฉมอย่าถือสาคำพูดพ่อนะ พ่อเป็นยังงี้แหละ ปากร้ายใจดี พ่อกับพี่ชายนิสัยเหมือนกัน แต่พี่ชายไม่พูดมาก พ่อพูดมาก"

"พี่ ชาย...พี่ของชัช แล้วอีกคนชื่อพี่ชาญ" โฉมพยายามจำสมาชิกในครอบครัวแม่ชื่น

"พี่ ชาญเป็นพี่ของพี่ชาย เรียกว่าพี่คนโต แต่บางทีก็กวนโอ๊ย พี่ชาญน่ะคนโปรดของน้าชื่นเขา"

พอเริ่มสนิทกัน โฉมถามเอมว่าทำไมไม่เรียนหนังสือ เอมตอบกวนๆตามประสาว่า

"สมองไม่ดี แถมโง่แล้วก็เป็นทอมด้วย พ่อบอกฉันว่าเรียนจบ มศ.5 จะส่งฉันไปต่อเมืองนอก ฉันก็เลยลาออกมันดื้อๆเลย"

โฉมบ่นว่าน่าเสียดาย แล้ววกมาถามว่าเป็นทอมทำไม

"ก็พ่อให้เป็น กลัวฉันจะท้องโต ถามบ้าๆ" เอมตอบแล้วด่าตบท้าย

โฉมฟังแล้วยิ้มขำๆกับความล้นๆของพ่อลูกคู่นี้

ooooooo

พิภพ เป็นทนายความของบัญชา นายทุนที่ครูแนบเอาบ้านกับที่ดินไปขายฝากไว้ ครูแนบทำได้ แค่ส่งดอกทีละเป็นแสนทุกเดือน จนถูกบัญชาบีบหนักเพราะต้องการที่ดินของครูแนบไปทำบ่อตกกุ้งตกปลา

ครู แนบอ้อนวอนขอให้มวยของตนขึ้นชกอาทิตย์หน้าก่อน เชื่อว่าสามารถส่งดอกได้ตรงเวลาแน่

ณรงค์กับชายซ้อมมวยอยู่ ณรงค์ดูออกว่าพิภพมาเร่งรัดครูแนบ ครูขอว่าหลังจากส่งดอกแล้วจะลองคิดดูอีกที ถูกพิภพขู่ว่าถ้าเกิดพลาดผิดสัญญาครูจะไม่ได้อะไรเลย คิดดูให้ดีก็แล้วกัน

ด้วยความเป็นห่วงที่โฉมถูกกำพลสั่งตามล่า ชัชรีบกลับบ้าน พอมาถึงก็ตกใจเมื่อโฉมหายไปจากห้อง เลยแกล้งออกมาถามแม่ชื่นว่า เอมไปไหนแม่เห็นเอมไหม แม่ชื่นรู้แกวแต่ทำไขสือ ถามว่า

"แกถามหามันทำไม มันเป็นทอมนะ"

"โธ่แม่ แม่ก็รู้ว่าผมกับไอ้เอมเหมือนพี่น้องกันแท้ๆ" ชัชบ่นออดร้อนใจที่ยังไม่รู้เรื่องโฉม จนแม่ชื่นสงสารบอกว่าเอมพาโฉมไปเดินเล่นข้างนอก ชัชตกใจที่แม่ชื่นรู้เรื่องโฉมแล้ว จะวิ่งไปตามหา แต่เข่าอ่อนเสียก่อน

ooooooo

โฉมเดินคุยกับเอมอย่างสบายใจที่ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆอีก บอกเอมว่าอีกหน่อยตนก็ต้องสนิทกับทั้งพี่ชาญ พี่ชายเหมือนกับที่สนิทกับชัชกับเอม

เอมตกใจไม่อยากให้โฉมไปสนิทกับผู้ชายถึงสามคนบอกโฉมให้เลิกคิดได้เลย เพราะผู้หญิงอยู่ใกล้ผู้ชายมันก็เหมือนน้ำมันกับไฟ ขู่ล่วงหน้าว่าพี่ชาญนั้นเป็นผู้ชายที่งี่เง่าเรื่องมาก ชัชก็กำลังติดเอดส์ระยะเริ่มต้น ส่วนพี่ชายนั้นเธอจะต้องผิดหวังอย่างหนัก แล้วเอมก็ทำกระซิบกระซาบบอก โฉมฟังแล้วหัวเราะคิก

"จ้างฉันก็ไม่เชื่อ เป็นกะเทยแต่ชกมวย"

"นอกนั้นทำอะไร ช่วยน้าชื่นทำขนม ส่งผักที่ตลาด ตอนเช้าอยู่ในห้องก็เลี้ยงปลา เลี้ยงตะโกดัด แถมเย็บจักรถักโครเช" เอมจาระไนอย่างมันปาก

พอดีชายแวะซื้อฝรั่งดองที่รถแต๊งๆแล้วเดินกลับบ้าน เอมชี้ให้ดูว่าเห็นไหมผู้ชายอะไรกินฝรั่งดอง พอโฉมมองไปก็ตกใจตาโต ไม่ใช่เพราะเห็นชายกินฝรั่งดอง แต่ข้างหลังของชายนั้น สมุนของกำพลกำลังชักแถวตามกันมา

สมุนของกำพลจะมาลากตัวโฉมให้กลับไปอยู่บ้าน โฉมดิ้นรนไม่ยอมกลับก็ถูกพวกมันรุมกันเข้ามา ชายเห็นดังนั้นทนไม่ได้ พรวดเข้าไปผลักพวกสมุนของกำพลกระเด็นเลยถูกพวกมันรุมกันเข้ามาเล่นงาน

ขณะที่ชัชเริ่มกระวนกระวายใจที่โฉมไปเดินเล่นนาน ก็พอดีลุงชาวบ้านคนหนึ่งวิ่งมาบอกว่า

"ไอ้ชายมันมีเรื่อง ถูกรุมอัดอยู่ท้ายวัด"

ชัชวิ่งอ้าวไปท้ายวัดทันที พอไปถึง เห็นชาวบ้านกำลังมุงเชียร์ชายที่สู้กับสมุนของกำพลแบบหนึ่งต่อห้าที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "หมาหมู่"

ชัชไปถึง เป็นเวลาที่ชายกำลังพลาดท่าถูกพวกมันรุมหนัก ชัชคว้าไม้พุ่งเข้าไปยืนขวางประกาศท้าลั่นจนพวกนั้นชะงัก เอมจูงมือโฉมเข้ามาดูด้วยความตกใจเป็นห่วง

สมุนของกำพลจะรุมเข้าเล่นงานชัช ชาวบ้านเลยเข้าไปช่วยทำให้สมุนทั้ง 5 ของกำพลใจเสียพากันถอย ชัชรีบเข้าประคองชายขึ้นมา ชายฟุบอยู่ในแขนของชัช โฉมแหวกคนเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

เมื่อพาชายกลับบ้านแล้ว โฉมรีบทำแผลทายาให้ แม่ชื่นถามว่าจะไปหาหมอไหม ชายส่ายหน้า แม่ชื่นถอนใจบ่นๆว่า

"เราก็เจ็บเขาก็เจ็บ ถือว่าฟาดเคราะห์ แผลข้างนอกไม่เท่าไหร่ โฉมมันกลัวจะช้ำข้างใน"

ชายหันมองแม่ชื่นอย่างสงสัย ชัชเลยบอกว่า "พี่โฉมเขาเรียนพยาบาลปีสุดท้าย"

พอดีโฉมเอายาแก้ปวดแก้ไข้เข้ามา แม่ชื่นพยักหน้าให้โฉมเอายาไปให้ชาย ชายพยายามขยับตัวลองดูว่าเจ็บปวดแค่ไหนแล้วบอกว่า รู้สึกขัดๆข้างในตรงหน้าอกด้วย ชัชบอกชายว่ากินยาเสียจะได้ไม่ปวดไม่เป็นไข้

"ฉันขอโทษ ฉันขอบคุณที่นายช่วยฉัน" โฉมยกมือไหว้ ชายมองแล้วเมินไปทางอื่นถอนใจยาว จนชัชถามว่าพี่ชายคิดอะไรอยู่หรือ ชายจึงบอกความกังวลหนักใจให้น้องชายฟังว่า

"อีกไม่กี่วันข้าจะขึ้นชก ถ้าชกไม่ได้ครูแนบจะถูกยึดบ้าน แต่ถึงจะชกได้ก็ไม่รู้ว่าจะชกชนะเขาหรือเปล่า" ชายถอนใจยาวอีกครั้ง

เอมก็เจ็บตัวไม่น้อย กลับไปทายาที่แก้มซี้ดปากอย่างเจ็บปวด กลับถูกอิ่มผู้เป็นพ่อนะยะหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า

"หนังจีนพากษ์ไทย เขาว่าสวรรค์มีตา โกหกพ่อตอนบ่าย พอตกเย็นก็ถูกตบปาก ดีนะที่ฟันไม่หักหมดทั้งปาก แล้วปากก็ไม่ฉีกถึงใบหู...หึๆ แม่ชื่นก็ตัวดี หน็อยลูกน้องสาว ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงหน้าด้านหนีตามไอ้ชัชมา"

เอมเถียงว่าโฉมไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อพูด ก็ถูกอิ่มฟันธงว่าโฉมเป็นตัวซวย แล้วบอกจะไปดูหน้าสักหน่อย เอมร้องบอกว่าทางนั้นเขากำลังยุ่ง อิ่มสะบัดหน้ามาท้าว่า

"ก็พ่อจะไป ไอ้อีหน้าไหนจะมาห้าม" ว่าแล้วกรีดกรายร้องเพลงลั้นลาไปเลย แต่เพราะลีลามากเกินไปไม่ดูทางเลยสะดุดอะไรที่พื้นจนหัวทิ่ม ดีที่เอมเข้าไปประคองไว้ทัน เลย พากันหัวเราะครื้นเครง

ooooooo

ครูแนบได้ข่าวชายถูกรุมก็พานันทารีบมาเยี่ยมด้วยความเป็นห่วง ชายรีบบอกให้กำลังใจว่ายังเหลือเวลาอีกหลายวันตนหายทันแน่ ครูแนบบอกว่าเรื่องบ้านมันเรื่องนอกกาย แต่สิ่งที่ชายทำนั้นมันบ่งถึงความดีในตัว ในจิตใจของชายเอง

โฉมถือถาดยามาถึงหน้าห้อง ได้ยินเสียงคุยกันข้างในจึงหยุดฟัง ได้ยินชายเล่าว่า

"ผู้หญิงคนนั้นที่ชัชไปช่วยมา แล้วพามาอยู่ที่บ้าน เขาเรียนพยาบาล ก็ดีผมเลยไม่ต้องไปหาหมอ"

"ที่มาเยี่ยมก็เพราะกลัวชายจะคิดมาก" ครูแนบรีบบอก โฉมเลยตัดสินใจเคาะประตูแล้วยกถาดยาเข้ามาบอกว่าถึงเวลาทานยาแล้ว แต่ก่อนทานยาต้องทานข้าวต้มก่อน บอกแล้ววางถาดยาเดินออกไป

นันทามองโฉมที่เข้ามาและเดินออกไปด้วยแววตาสงสัย ทำมือทำปากถามว่าผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมที่ทำให้ชายเจ็บตัว พอชายชี้แจงว่าไม่ว่าใครโดนแบบนี้ตนก็ต้องช่วยเหมือนกัน นันทาเบ้ปากแบบไม่ชอบหน้า

ชายปลอบหยอกนันทาอย่างเอ็นดูว่า ไม่ถูกชะตาไม่ชอบหน้าหรือ อารมณ์เสียเดี๋ยวสีซอไม่เพราะนะ นันทาฟังแล้วทำหน้างอนใส่

ครู่ใหญ่โฉมเอายาจีนที่ให้ชัชไปซื้อมาเมื่อเช้าและเพิ่งต้มเสร็จยกเข้าไปให้ชายดื่มหลังอาหาร   เดินสวนกับ

ครูแนบและนันทาที่ออกมาพอดี โฉมยกมือไหว้ครูแนบ ในขณะที่นันทามองตาขวางๆ โฉมดูออกได้แต่ถอนใจเบาๆแล้วยกยาเข้าไปให้ชายดื่ม ถามอาการอย่างห่วงใย แต่ถามอย่างไรชายก็เอาแต่มองหน้านิ่งๆแล้วถอนใจ

โฉมระแวงว่าชายไม่หายเคืองตน แต่เธอก็พยายามหว่านล้อมให้เขาดื่มเพราะจะช่วยแก้ช้ำในทำให้หายเร็วขึ้น

"ต่อให้เป็นยาเทวดาก็ช่วยไม่ได้...ครูแนบ...ครูแนบมีกรรมจริงๆ" ชายพึมพำ โฉมยิ่งรู้สึกผิดบอกชายว่าตนกราบขอโทษ จะให้ชดใช้ความผิดอย่างไรก็ยินดีทำ ชายมองหน้านิ่งแล้วบอกเมินๆว่า "ยังนึกไม่ออก แต่ตอนนี้ฉันขออยู่คนเดียวได้ไหม"

โฉมพยักหน้าน้ำตาคลอแล้วเดินกลับออกไป ชายหันกลับมามองตาม แต่ไม่เห็นว่าโฉมร้องไห้...

ooooooo

วันนี้ ครูแนบพานันทามากินกาแฟ ปาท่องโก๋ โอวัลตินกับไข่ลวกที่ร้านลุงโก๋ติดกับร้านขายขนมไทยของแม่ชื่น แม่ชื่นชวนกินข้าวด้วยกัน ครูแนบบอกว่า กาแฟไข่ลวกตอนเช้าแค่นี้พอแล้ว อีกทีก็บ่ายเลย

ขณะนั้น นันทาเตือนพ่อว่าวันนี้เขาจะมาเอาบานหน้าต่าง แม่ชื่นยิ้มเอ็นดูชมว่า

"มีลูกดีน่ารักอย่างนี้แหละช่วยเตือนพ่อ ไม่เหมือนของฉัน"

นันทาทำตาโตแย้งด้วยภาษามือของตัวเองว่าพี่ชายเป็นคนดี แม่ชื่นหยอกว่าก็แน่ล่ะ พี่ชายเป็นลูกศิษย์พ่อเรานี่ แล้วเอาขนมฝากให้นันทากิน

พอดีโฉมยกถาดขนมตาลร้อนๆออกมาวาง แม่ชื่นเห็นเลยเรียกให้มานั่ง มองหน้า ถามว่าร้องไห้ทำไม เพราะชายใช่ไหมเดี๋ยวจัดการให้เอง

"โฉมผิดเองค่ะป้า พี่ชายคงกลัวไม่ได้ชกมวย เพราะโฉม ทำให้พี่ชายเป็นอย่างนี้"

แม่ชื่นถามว่าไม่ได้ชกเที่ยวนี้ก็ชกเที่ยวหน้าได้ ชายว่าอะไรหรือ โฉมบอกว่าไม่ได้ว่าอะไร แต่ชายไม่ยอมกินยาจีน แม่ชื่นดึงโฉมเข้าไปกอดปลอบว่าเดี๋ยวป้าจัดการให้ จะข่มให้กินหมดหม้อเลยคอยดู

พอดีมีคนมาถามว่าขนมตาลนี่ทำวันนี้หรือเปล่า แม่ชื่นกับโฉมตอบพร้อมกันว่า "วันนี้จ้า กำลังร้อนๆเลย" ตอบพร้อมกันแล้วมองหน้ากันหัวเราะ ทำเอาคนซื้อชักไม่แน่ใจ

ooooooo

กำพลด่าสมุนที่เจอโฉมแล้วเอากลับมาไม่ได้ สั่งให้ตามหาต่อ พวกมันตามหาจนเจอโฉมขายขนมอยู่หน้าร้านขนมไทยริมคลองของแม่ชื่น รีบโทร.บอกกำพล กำพลให้พิภพจัดการให้โดยด่วน บอกว่า

"ผมจะเอาตัวมันกลับมาอยู่บ้าน ส่วนไอ้คนที่ลักพาตัว ผมอยากให้มันติดคุกหัวโตไปเลย"

พิภพรับงานอย่างกระเหี้ยนกระหือรือและลงมือทำงานทันที โดยทางหนึ่งแจ้งตำรวจไปจับตัวชัชที่อู่ซ่อมรถของวิบูลย์ และอีกทางหนึ่งก็ให้ตำรวจไปตามตัวโฉมที่ร้านขนมไทยของแม่ชื่นให้ไปคุยกันที่โรงพัก

"ป้าชื่น เขาจะเอาตัวโฉมไปทำไม" โฉมกอดแม่ชื่นไว้ ด้วยความหวาดกลัว

"คือตอนนี้คุณพ่อคุณโฉมรออยู่ที่โรงพักครับ แล้วผู้ชายที่ลักพาตัวคุณมาตอนนี้ถูกจับอยู่ที่โรงพักแล้ว" หมวดหนุ่มที่มาตามตัวโฉมบอก

แม่ชื่นร้องไห้โฮ พอดีชาญกลับจากไปสมัครงานมาเจอถามแม่ชื่นว่ามีเรื่องอะไร ร้องไห้ทำไม

พอรู้ว่าชัชถูกจับอยู่ที่โรงพัก ทั้งแม่ชื่นและชาญก็พากันไปที่โรงพักอย่างร้อนใจ

ooooooo

ที่โรงพัก หมวดกำลังอ่านคำแจ้งความของพิภพให้ผู้ถูกกล่าวหาคือชัชฟังต่อหน้าแม่ชื่นและชาญ

"สำนักงานทนายความพิภพพิชิตคดี ได้ดำเนินการแจ้งความให้ดำเนินคดีกับนายชัช ม่านเมฆ เจ้าทุกข์นายกำพล เลิศเตชะ ในข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยวบุตรสาวคือนางสาวโฉมสุดา เลิศเตชะ รวมทั้งคดีพรากผู้เยาว์อีกคดีด้วย"

ชัชโวยวายว่าตนถูกใส่ร้าย กำพลหัวเราะเยาะแล้วลุกไปชวนโฉมกลับบ้านเรากันดีกว่า โฉมโผเข้ากอดแม่ชื่นไม่ยอมไป ชาญลุกจากที่นั่งไปโต้แย้งกับตำรวจว่า

"หมวดครับ ผมเป็นพี่ชายของนายชัช ผู้ถูกกล่าวหา ผมเองก็จบกฎหมายเป็นทนายความเหมือนกัน คุณโฉมขณะนี้ถือว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว และก็เป็นเพียงบุตรบุญธรรมของภรรยาคุณกำพลเท่านั้น"

หมวดหันมองมาทางพิภพและกำพล พิภพมองหน้ากำพลเชิงถาม กำพลหลบสายตาทำหน้าอึกอัก

"นี่เป็นการกล่าวหาลอยๆโดยหลักฐานพยานไม่ชัดเจน ฉะนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาพาคุณโฉมหลบหนีการพยายามข่มขืนจากผู้เป็นพ่อเลี้ยงแต่ในนามจึงไม่เรียกว่าพรากผู้เยาว์ และถ้าหากทางคุณกำพลจะดำเนินคดีต่อไป ผมเองก็จะฟ้องกลับ"

กำพลหน้าเสียนั่งไม่ติด พูดไม่ออก ชัชฟังพี่ชายพูดแล้วยิ้มดีใจมีความหวังขึ้นมา

เมื่อพิภพกับกำพลกลับมาถึงบ้านที่เปิดเป็นบ่อน พิภพโวยวายที่ถูกกำพลหลอกจนตนหน้าแตกยับเยิน โวยวายจนกำพลพูดไม่ออกเถียงไม่ขึ้น สุดท้ายพิภพบอกกำพลว่า ให้เลิกยุ่งกับโฉมเสียเพราะถ้าถูกฟ้องกลับทรัพย์สินที่ดินของเมียเขาที่ทิ้งไว้จะถูกตัดแบ่งไม่มีชิ้นดี

สุดท้าย กำพลก็เดินคอตกเข้าห้องทำงานไปอย่างสิ้นหวัง ความกลัดมันกลายเป็นกลัดหนองแทน

ooooooo

ฝีมือของชาญครั้งนี้ช่วยให้ชัชรอดพ้นจากคดีและโฉมก็ไม่ต้องถูกพ่อเลี้ยงโฉดข่มเหงอีก ทุกคนมีความสุขมาก แม่ชื่นพูดกับอิ่มที่นวยนาดเข้ามาว่า

"พี่อิ่ม ฉันเพิ่งรู้ว่ามีลูกจบกฎหมายมันก็ดีเหมือนกันนะ เราไม่ผิดใครมารังแกชาญเขาก็ช่วยได้"

หลังจากชายทำข้าวต้มปลามากินอิ่มหมีพีมันกันอย่างมีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาแถมสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างโฉมด้วยแล้ว ชัชกระโดดลงคลองไปอาบน้ำบอกโฉมที่มาตักน้ำไปขัดพื้นว่าอาบล้างซวย พลางชวนโฉมมานั่งที่ท่าน้ำ โฉมกระเซ้าว่าจะให้ทำอะไร หรือจะชวนลงไปอาบด้วย

"ผมสั่งพี่โฉมได้ยังงั้นก็ดีน่ะซิ" ชัชถูสบู่ไปพูดไป โฉมบอกว่าเราเหมือนพี่น้องกันทำไมชัชจะสั่งไม่ได้ พลางกวักมือเรียกเอมที่เก็บถ้วยชามล้างอยู่ให้มานั่งด้วย

ชัชหันมาบอกโฉมว่าตนขอสั่งให้เราเลิกเป็นพี่น้องกัน แล้วพรรณนาถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนว่าต่อไปตนอาจเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถชั้นดี  มีเมียมีลูกชายหญิงสองคนและลูกก็จะต้องไม่เป็นกะเทยไม่เป็นทอมด้วย  พร่ำรำพันแล้วถามว่า "พี่โฉมมีความเห็นว่ายังไง"

ชัชหันไปมองเจอเอมนั่งเท้าคางมองตนซึ้งอยู่เลยแผดเสียงกระโจนลงน้ำ เอมลุกขึ้นเดินซึมๆกลับไปอีกทาง

ooooooo

ด้วยการเอาใจใส่ดูแลรักษาอย่างดีจากโฉม ทำให้ชายสุขภาพดีวันดีคืนจนไปซ้อมมวยกับครูแนบได้ แต่โฉมก็ยังเป็นห่วงว่าภายนอกดูดีแต่ภายในยังต้องใช้เวลาอีกสองสามวัน  แต่ชายไม่เชื่อนัก  ถามโฉมว่าเรียนพยาบาลมาแล้วจะรู้อะไรนักหนา ทำให้โฉมอดน้อยใจไม่ได้

จู่ๆคืนนี้ชาญก็ได้รับโทรศัพท์จากสวนอาหารพวงแก้วในเมืองฝั่งโน้นบอกว่าเจ้าของร้านอยากพบจะคุยเรื่องงาน ชาญรีบไปทั้งที่ค่ำแล้ว   และเมื่อไปถึงเจอพิมพรรณลูกสาวเจ้าของร้านซึ่งก็คือพิภพนั่นเอง  เธอให้เขานั่งรอสักครู่คุณพ่อจะออกมาพบ

พิภพเปิดฉากอย่างไม่อ้อมค้อม ชวนเขามาทำงานด้วย บอกชาญว่าคนเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดไฟแรงแถมเป็นคนหนุ่มอีกด้วยอย่างนี้ตนชอบ  อยากให้มาทำงานด้วย  ส่วนเงินเดือนชาญจะเสนอเองหรือให้เขาเสนอก็ได้

คุยธุระเสร็จ  พิมพรรณเดินมาส่งชาญเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังว่าเรียนยังไม่จบเพราะตกแล้วตกอีก เธอชวนชาญทานอาหารเย็นด้วยกัน  ชาญขอตัวบอกว่าจะรีบกลับไปบอกข่าวดีที่บ้านก่อนดีกว่า จึงนัดพรุ่งนี้แทน

พอชาญไปแล้ว พิภพพูดอย่างชิงชังว่า "ผยองพองขนอวดดี ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่คนตัดสินใจเร็วเฉียบขาดมั่นใจตัวเองอย่างนี้ควรจ้างเอาไว้เป็นพวกต่อสู้ให้เราดีกว่าปล่อยให้ไปทำงานให้คู่แข่ง"

คืนนี้ชัชไม่กลับบ้านเพราะต้องเร่งงานที่อู่  พรุ่งนี้ลูกค้าจะมารับรถแต่เช้า ส่วนโฉมก็ยังตั้งอกตั้งใจต้มยาจีนให้ชายอยู่ในครัว ชาญกลับมาถามหาแม่ โฉมบอกว่าแม่ชื่นเพิ่งเข้านอน โฉมขอบคุณชาญที่ช่วยตนไว้

"ก็เราเป็นพี่น้องกันแล้วมันก็ต้องช่วยกันซิ" ชาญจับมือโฉม เธอค่อยๆดึงมือออก ชาญลูบหัวเธอหัวเราะเบาๆก่อนเดินไป โฉมจึงหันมาจัดแจงตักยาใส่ถ้วยเพื่อเอาไปให้ชายกิน

โฉมจัดการตัวเองให้ดูดีก่อนยกถ้วยยาไปที่หน้าห้องชาย ส่วนชายก็เดินวนเหมือนคอยเวลาอยู่ พอโฉมเคาะประตูชายก็เปิดประตูมาพอดี ต่างมองกันนิ่งครู่หนึ่ง ส่งถ้วยยาแล้วโฉมหันหลังกลับ ส่วนชายก็ปิดประตูตามเดิม

ooooooo

เช้านี้ชาญแต่งตัวหล่อจะไปทำงานเจอชัชเพิ่งกลับจากอู่พอดีเลยบอกข่าวดีกับน้องชายเป็นคนแรกว่าได้งานทำแล้ว

ชัชกินข้าวแล้วบอกข่าวดีเรื่องชาญได้งานทำแก่ทุกคนก่อนขี่รถไปส่งโฉมที่โรงเรียน โฉมถูกเพื่อนสองคนแซวว่าแฟนมาส่งหรือ ทำเอาโฉมตอบไม่ออกรีบสาวเท้าเดินหนีไปอย่างลำบากใจ

การมาเรียนครั้งนี้ โฉมถูก ผอ.เรียกไปเตือนว่าปีนี้เป็นปีสุดท้ายและเป็นปีสำคัญในการเรียน ผลการเรียนของเธออยู่ ในเกณฑ์ดี แต่ภาคปฏิบัติและเวลาเรียนน้อย ถ้าไม่แก้ไขกลัวเธอจะไม่จบ

"ระยะนี้ดิฉันมีปัญหาทางบ้านค่ะ แต่ตอนนี้เรียบร้อยแล้ว คิดว่าคงมาเรียนต่อได้ตามปกติ"

โฉมไม่สบายใจนัก  เมื่อเดินคุยกับเพื่อนสนิทเธอปรารภว่าคิดว่าตัวเองเข้มแข็งแล้ว แต่บางทีก็อดท้อไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องนิสัยใจคอคนตนกลัวจริงๆ เพื่อนให้กำลังใจว่าเรื่องร้ายๆในชีวิตเธอผ่านไปแล้ว แต่โฉมก็ยังหวั่นใจว่า ไม่รู้เป็นอย่างไรนับวันรู้สึกตัวเองอ่อนแอลงทุกที

"ฉันเห็นด้วย เมื่อเช้าแค่นังสองคนนั่นมันนินทาเธอ เธอก็ยังไปร้องไห้ในห้องน้ำอีก ไม่รู้ร้องไห้ให้เสียน้ำตาทำไมเธอเป็นนักเรียนพยาบาลนะ ไม่ใช่ดาราเจ้าน้ำตา" เพื่อนหยอกขำๆ ทำให้โฉมค่อยสบายหายเครียดขึ้นบ้าง

ooooooo

นักมวยที่จะขึ้นชกกับชายนัดนี้คือเด่นธรณีนักมวยจากค่ายเทพฤทธิ์เจ้าของสวนองุ่นที่นี่แต่ชอบมวย ให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างดูแคลนว่าอนาคตเด่น-ธรณีคือแชมป์ราชดำเนินหรือไม่ก็ลุมพินี ส่วนฝีมือขนาดเชิงชายจากค่ายไทรงามนั้นเป็นแค่ทางผ่านของเด่นธรณีเท่านั้น

แต่ชายก็มุ่งมั่นเต็มที่ ครูแนบทุ่มเทแนะชั้นเชิงและการฝึกซ้อมสุดฝีมือ ย้ำเตือนชายว่า

"เด่นธรณีมันมีเข่าอย่างเดียว ลูกอื่นไม่ต้องไปสนมัน"

ครูแนบเหลือบเห็นเอมถือถ้วยยามาเลยร้องทัก ชายบ่นว่าเอามาทำไมถึงนี่ เดี๋ยวตนก็กลับไปกินได้แล้ว เอมบอกแบบฟ้องๆว่าขืนทำแบบนั้นโฉมได้เอาตาย โฉมบอกว่ากลางวัน ให้กินสองถ้วยด้วยซ้ำ แต่นี่ตนเอามาถ้วยเดียว ชายเลยรับยาไปดื่ม ท่ามกลางสายตาที่มองอย่างไม่พอใจของนันทา

เมื่อเอมกลับไปเล่าให้โฉมฟัง พอโฉมรู้ว่านันทาเป็นคนน่าสงสารเพราะเป็นใบ้ โฉมก็ถอนใจบอกว่านันทาเคยมาที่นี่ ถามเหม่อๆว่า "นันทาเป็นใบ้เหรอ..."

ooooooo

ชาญไปทำงานวันแรกก็รู้สึกตื่นเต้นกับห้องหับที่จัดไว้อย่างดี ซ้ำพิมพรรณยังมาดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด แต่ที่หนักใจคืองานที่พิภพเอามาให้บอกว่าถ้าชนะคดีนี้บริษัทฯเราดังแน่ แต่ไม่หวังเท่าไร อยากให้ชาญศึกษาดูลู่ทางก่อน ถ้าคิดว่าสู้ไหวก็เอาคดีนี้ไปทำ ไม่ต้องใจร้อน แล้วค่อยคุยกันตอนกินข้าวเที่ยง

พอพิภพออกไป พิมพรรณก็เข้ามาแสดงความยินดีต้อนรับทนายคนใหม่ อ่อยเขาว่าทำงานกับพ่อไม่ต้องห่วง หลายคนมาแค่ตัวเปล่ากับปริญญา อยู่ไปพักเดียวก็มีทั้งบ้านทั้งรถ

ค่ำแล้ว โฉมช่วยงานแม่ชื่นเสร็จก็ลงคลองอาบน้ำ บอกแม่ชื่นว่าตนอาบคนเดียวได้ แม่ชื่นให้เอมอาบเป็นเพื่อน เอมอ้างว่าต้องรีบไปทำบัญชีให้พ่อแล้วผละไป

พอดีชาญกลับจากทำงานหอบแฟ้มมาด้วย เห็นโฉมอาบน้ำคลองก็หัวเราะชอบใจ โฉมถามว่าทำงานวันแรกเป็นอย่างไรบ้าง ชาญบ่นว่าโคตรหนักเลย นี่ยังต้องหอบกลับมาทำที่บ้านด้วย

"น่าสนุกนะคะ อีกเมื่อไหร่โฉมจะได้ทำงานเหมือนพี่ชาญบ้างก็ไม่รู้" โฉมยิ้มสดใส ชาญมองนิ่งอย่างเห็นเสน่ห์ บริสุทธิ์ของเด็กสาว แต่พอเขาจะไปก็ได้ยินเสียงโฉมร้องอย่างเจ็บปวด กุมตาไว้

ชาญรีบเข้าไปช่วยดู พอดีชัชเดินกลับบ้านเห็นชาญใกล้ชิดกับโฉมที่ท่าน้ำก็ชะงักมองอย่างไม่พอใจมาก

oooooo

ตอนที่ 4

ด้วยความไม่พอใจอย่างมากที่เห็นชาญใกล้ชิดโฉม ชัชเข้ามาต่อว่าและคาดคั้นชาญถึงในห้องนอนเป็นการใหญ่ ทำให้ชาญโมโหตอบโต้เสียงดังลั่นห้อง โฉมที่อ่านหนังสืออยู่ข้างล่างได้ยินถึงกับสะดุ้งแหงนหน้ามองขึ้นมา

ชัชหวงโฉมที่ตนเองหมายปองอยู่ จึงระแวงว่าชาญจะจีบโฉม ทั้งที่ชาญแค่เขี่ยผงที่เข้าตาให้โฉมเท่านั้น ชาญเลยด่าชัชไม่เลี้ยง แล้วยังพานทวงบุญคุณชัชอีกด้วย ไม่ฟังว่าชัชจะสำนึกผิดอย่างไร

"กูบอกให้ออกไปจากห้องกู มึงไม่เข้าใจเหรอ มึงไม่ต้อง มาขอโทษกู ไม่ต้องมาสำนึกผิด คนที่สำนึกผิดมันต้องเป็นกู สำนึกผิดที่ตัวกูเองหลงไป กูที่เป็นชาวนา ชาวนาที่ช่วยอุ้มงูเห่าไง คนอย่างมึงมันเลี้ยงไม่เชื่อง ไม่เคยสำนึกบุญคุณใคร กี่ครั้งที่กูช่วยมึงให้พ้นคุกตะราง"

"ฉันแค่ขอร้องพี่ให้เลิกยุ่งกับพี่โฉมเท่านั้น แต่ทำไม..."

"ยัยโฉมมีผงเข้าตา กูแค่เขี่ยผงที่ตาเท่านั้น มึงใส่กูซะยังกะกูกำลังมีอะไรกับเขา ไอ้ปัญญาอ่อนเอ๊ย ครั้งต่อไปถ้ามึงมีเรื่อง อย่าหวังเลยว่ากูจะช่วย"

"ปล่อยมันเลย ปล่อยให้ฉันติดคุกติดตะรางไปเลย" ชัชประชดด้วยความน้อยใจ

"แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้น...ถ้ากูจะยุ่ง กูจะชอบ กูจะรัก มึงจะทำไม ฮึ ไอ้ชัช มึงจะทำไมกู"

สองพี่น้องจ้องหน้ากันเหมือนจะเอาตาย แต่แล้วชัชเป็นฝ่ายถอยออกมาแล้วตรงเข้าห้องตัวเอง รำพึงรำพันทั้งน้ำตาน้อยใจชาญ  ไม่ชอบให้ชาญเข้าใกล้โฉม  ถ้าวันใดชาญรักโฉม  ตนจะควักหัวใจชาญออกมาขยี้...โฉมแอบมองชัชอยู่เงียบๆ น้ำตาซึมออกมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร รู้สึกว่าตัวเองสร้างปัญหาให้กับสมาชิกในบ้านหลังนี้

เช้าแล้ว ชื่นสาละวนอยู่กับการนึ่งขนม ชายทำกับข้าวง่ายๆกินกันกับชาญ ส่วนชัชขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปอู่ตั้งแต่ไก่โห่ พอกินข้าวเสร็จชาญก็ออกมาหาแม่ชื่นที่กำลังจัดขนมใส่ถาดเตรียมไปขาย

"แม่ครับ วันนี้ผมต้องกวนแม่อีกแล้ว"

ชื่นรู้ทันทีว่าไม่พ้นเรื่องเงิน แต่ก็ยินดีให้ลูกรักเต็มที่ ตัวเองมีอยู่สองสามพัน ถ้าไม่พอยังจะไปยืมพี่อิ่มให้อีก ชาญรีบบอกแม่ว่าพอ ตนแค่อยากได้เสื้อใหม่ใส่ทำงานสองตัว แล้วเน็กไทอีกสองเส้น ชายยืนมองทั้งคู่อยู่เงียบๆ ครั้นชาญออกจากบ้านไปแล้ว ชายก็เดินเอาจานข้าวมาส่งให้แม่ พร้อมกับเงินอีกสองพัน

"ชาย ไม่ต้องหรอกลูก เดี๋ยวแม่ก็ขายขนมได้"

"ไม่เป็นไรครับแม่ วันนี้เขาจ่ายค่าส่งผัก อีกอย่างสิ้นเดือนพี่ชาญเขาคงได้ใช้คืนแม่"

"ใช้คืนแม่อย่างเดียวไม่ได้ แม่จะต้องทวงค่าเลี้ยงดูด้วย เดือนละห้าร้อยหรือพันก็ยังดี" ชื่นพูดยิ้มๆ อารมณ์ดี ชายพลอยยิ้มขำไปด้วย

ooooooo

เทพฤทธิ์ ลูกชายเจ้าของค่ายมวยกำลังนั่งสนทนากับบัญชาและกำพลด้วยเรื่องหมัดมวย ซึ่งบัญชาดูจะสนใจเป็นพิเศษ บัญชาเป็นผู้กว้างขวางและมีอิทธิพลในจังหวัด ทั้งเทพฤทธิ์และกำพลจึงให้ ความเคารพยำเกรงประหนึ่งบัญชาเป็นเจ้านาย โดยเฉพาะกำพลที่ได้รับความช่วยเหลืออยู่เนืองๆ ล่าสุดก็เรื่องบ่อนของตน

เมื่อบัญชาสนใจเรื่องหมัดมวย หวังโกยเงินและจะฮุบที่ดินครูแนบจากการเล่นคู่สำคัญที่กำลังจะขึ้นชกเร็วๆนี้ กำพลจึงพามาดูนักมวยถึงค่ายของเทพฤทธิ์ และได้เจอเด่นธรณีคู่ชกของเชิงชายกำลังฟิตซ้อมอย่างหนัก หวังล้มเชิงชายด้วยการน็อกอย่างเดียว บัญชาจึงว่าถ้าเด่นธรณีทำได้แบบนั้นจริงๆจะให้สร้อยทองสองบาททันที

หลังออกจากค่ายมวยมาแล้ว กำพลวิเคราะห์คู่มวยให้บัญชาฟังว่า

"ไอ้เด่นถึงจะเคยชิงแชมป์แต่ไม่เหนือกว่าไอ้เชิงชาย ไอ้เด่นมีแค่กำลังกับเข่า แต่ไอ้ชายฝีมือแท้ๆแถมหมัดสั่งได้"

"ไอ้เรื่องชกมันต้องมีแพ้มีชนะ แต่ครั้งนี้อั๊วะอยากให้เด่นธรณีมันชนะ ทนายพิภพบอกว่า ถ้ามวยของไอ้แนบแพ้ มันก็ไม่มีเงินส่งดอก เพราะฉะนั้นมันจะต้องหาทางสู้เต็มที่"

"พอมันสู้แล้วแพ้ก็เข้าทาง เรา"

"งั้นซิวะ ถึงตอนนั้นไอ้ที่ดินไทรงามนั่นอาจจะได้มาฟรีๆ" บัญชายิ้มกระหยิ่ม ขณะที่กำพลหัวเราะหึๆก่อนถามว่า หัวคิดเจ้านายหรือทนายพิภพ "ทนายพิภพมันเก่งกฎหมาย แต่ กึ๋นข้างในมันยังห่างข้าอีกไกล...ปัญหามันอยู่ที่ว่าทำยังไงจะให้ไอ้เชิงชาย แพ้ แล้วเด่นธรณีเป็นผู้ชนะ"

บัญชาเจ้าเล่ห์คิดอ่านปราดเดียวก็สั่ง การกำพลให้ไปจัดการเชิงชายให้เรียบร้อย กำพลรับคำก่อนกลับเข้าบ้าน จากนั้นก็เรียกสมุนมาสั่งงานด่วนให้ไปทำร้ายไอ้เชิงชายแต่อย่าให้มันถึงกับ ขึ้นชกไม่ได้ เอาแค่ตีแขนขาให้มันเจ็บเท่านั้นก็พอ

จิต แม่บ้านของกำพลซึ่งสนิทคุ้นเคยกับโฉมแอบได้ยิน จึงตัดสินใจออกจากบ้านมุ่งหน้าไปหาโฉมที่โรงเรียน เป็นเวลาเดียวกันกับที่ชัชโทร.หาโฉมเพื่อบอกว่าเย็นนี้ให้เธอกลับบ้านเอง ตนมีงานด่วนที่อู่ไปรับไม่ได้ แต่อาจารย์กลีบบัวรับสายและถามซอกแซกก่อนจะวางสายลงด้วยความหมั่นไส้ แถมไม่ยอมไปบอกต่อโฉมตามที่ชัชฝากเรื่องเอาไว้

ที่สำนักงานทนายความ ของพิภพ ทนายสองคนกำลังถูกพิภพตำหนิการทำงานที่เถรตรงเกินไป พิภพต้องการให้ทั้งคู่ ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงในการว่าความ ทำให้ทนายทั้งสองถึงกับแอบบ่นไม่สบายใจ กลัวถูกถอนใบว่าความ แล้วสองคนก็เดินส่ายหน้าออกจากห้องมา สวนกับชาญที่เอาแฟ้มสำนวนเข้าไปให้พิภพ ปรากฏว่าพิภพพอใจกับสำนวนฟ้องของชาญอย่างมากถึงกับหัวเราะร่า

"สำนวน ฟ้องมันต้องอย่างนี้ แล้วไอ้ส่วนที่ตาบอด คุณทำให้ศาลต้องคิดหนักแน่ ดี ดีมาก ทีนี้ก็อยู่ที่ฝีปากของคุณในศาลล่ะ อ้อ ไอ้ค่าวางศาลกับค่าสืบหาตัวพยาน คุณต้องสำรองไปก่อน เสร็จคดีแล้วถึงจะเบิกจ่ายได้ โชคดีครับคุณชาญ"

ชาญกลับออกมาด้วย สีหน้าหนักใจ ขนาดพิมพรรณที่นั่งฟังอยู่ด้วยยังติงพ่อของเธอว่า

"คุณ พ่อให้คุณชาญเขารับภาระหนักไปหรือเปล่าคะ"

"พ่อกำลังทำให้คุณชาญวิ่ง อยู่ในเกมของเรา เชื่อมือพ่อสิ อยากให้ม้าชนะมันต้องลงแส้ ม้าถึงจะวิ่ง จริงไหมลูก"

พิมพรรณถึงจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็พูดไม่ออก เพราะรู้นิสัยพ่อดี ขืนพูดไปก็ไร้ประโยชน์

ooooooo

จิตมารอ โฉมที่เพิ่งเลิกเรียนเพื่อบอกให้รู้ว่าชายกำลังตกอยู่ในอันตราย โฉมพอได้ฟังก็รีบร้อนกลับไปบ้าน เห็นชายกำลังจับกลุ่มอยู่กับพวกอิ่ม โฉมไม่สนใจใครทั้งสิ้น ตรงเข้าฉุดมือชายออกไป ทำเอาอิ่มหมั่นไส้ถึงกับกรีดเสียงด่าและชี้ชวนทุกคนดูความหน้าด้านของโฉมที่ ฉุดผู้ชายขึ้นห้องกลางวันแสกๆ

ไม่ทันที่โฉมจะพาชายพ้นไปจากแถวนั้น สมุนของกำพลก็ปรากฏตัวและรุมตีแขนชาย ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ ชายพยายามต่อสู้ แต่ก็ถูกพวกมันใช้ไม้ตีแขนบาดเจ็บก่อนจะพากันหนีไป

เอมรีบโทร.ไปบอ กชัชที่อู่ว่าชายถูกตี ชัชตกใจและเป็นห่วงพี่ชายมาก ทิ้งงานที่อู่ออกมาทันที หลังจากตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุและทำการสอบสวนชายและพยานที่รู้เห็นเสร็จแล้ว โฉมก็พาชายกลับบ้าน แต่ชาวบ้านยังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบ โดยเฉพาะอิ่มที่เล่าอย่างออกรสจนถูกเอมขัดคอให้ได้ฮากันครืน แต่ชัชไม่ขำด้วย ผละออกจากกลุ่มขาเม้าท์กลับไปบ้านตัวเอง

ชื่นเป็น ห่วงและสงสารชายที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บ จึงไม่อยาก ให้ชายฝืนสังขารขึ้นชกมวยวันพรุ่งนี้ แต่ชายบอกว่าตนเจ็บแค่นิดเดียว ที่สำคัญถ้าตนไม่ขึ้นชก ครูแนบจะถูกยึดทั้งที่ทั้งบ้าน

"แล้วมัน เกี่ยวอะไรกับชกมวย" ชื่นข้องใจ

"เงินเดิมพันไงครับแม่ ถ้าผมชกชนะ ผมก็ช่วยครูของผมได้"

ชื่นเงียบไปอย่างเข้าใจ พอชายอิ่มข้าวก็เข้าห้อง สักครู่ โฉมตามเข้ามาพร้อมลูกประคบในมือ

"ไม่ ต้องถึงขนาดประคบหรอก เสียเวลาเปล่าๆ ฉันไม่เป็นไร"

"นายขัดใจป้า ชื่นได้ เพราะนายมีความจำเป็น แต่ที่ฉันทำลูกประคบมาประคบให้ นายไม่เห็นจะมีความจำเป็นต้องขัดใจ"

"เอาๆจะเอาอะไรก็ทำ ไม่ต้องพูดมาก" ว่าแล้วชายลงนั่ง โฉมจัดแจงจับแขนชายพาดบ่าของเธอ แล้วเริ่มประคบอย่างจริงจัง บางจังหวะชายเจ็บหน้าเหยเก ทำไปทำมาสองคนออกอาการเขินๆ โฉมจึงกลบเกลื่อนด้วยการชวนคุย

"ฉันไม่ เป็นไร ตอนที่เกิดเรื่องฉันก็อยู่ติดกับนาย เสียงไม้ที่มันตีกระทบแขนนาย ฉันยังรู้สึกไปด้วย แล้วนายจะไม่เป็นไรได้ยังไง"

พอโฉมเงยหน้ามอง ปรากฏว่าชายจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่มองสบตากันนิ่ง ชัชจะโผล่เข้ามาถึงชะงักกับภาพที่เห็น สีหน้าชัชตกใจและเสียใจ ค่อยๆหันกลับออกมาพิงฝา น้ำตาซึม

ooooooo

ชัชออกจากบ้านไป ด้วยความรู้สึกอึดอัดและอัดอั้น ไประบายความทุกข์ใจกับเอม

"ตั้งแต่ นี้ ผู้หญิงที่ข้าไว้ใจได้คงมีอยู่แค่สองคนเท่านั้น คือแม่ข้ากับเอ็ง มันเป็นไปได้ยังไงวะเอม ผู้หญิงคนเดียวหน้าซื่อตาใสจะเป็นคนที่หลายใจได้ กับพี่ชาญก็ทีหนึ่งแล้ว คืนนี้กับพี่ชายอีก...ไม่รู้โว้ยเอม ข้ารู้แต่ว่า ข้าใกล้จะเป็นบ้าเข้าไปทุกทีแล้ว เอ็งบอกข้าที ถ้าข้าจะบ้า ข้าจะบ้าแบบไหน"

"จบ หรือยัง" เอมกระแทกเสียงหลังฟังมานาน

"มันคงไม่จบง่ายๆหรอก แต่ตอนนี้ข้าอยากฟังเอ็งพูดบ้าง เผื่อใจข้ามันจะได้สบายเหมือนคนอื่นเขา"

"ก็ เพราะพี่ชัชเสือกไปรักไปชอบไปหึงพี่โฉม...อย่านะ อย่าเถียง ถ้าจะให้ฉันพูดพี่ชัชต้องหุบปาก วันนี้ถ้าพี่โฉมไม่ช่วยพี่ชาย พี่ชายไม่รู้ตัวอาจจะโดนตีพิการไปแล้วก็ได้"

"เอ็งพูดเข้าทีดีมากไอ้ เอม แต่ถึงยังไง ข้าก็ไม่ได้เป็นอย่างเอ็งพูดว่ะ"

ชัชตัดบทเดินจากไป ทิ้งเอมนั่งเซ็ง อิ่มเดินออกมาจากข้างในร้าน นั่งลงไม่ห่างจากเอมนัก

"ไง ล่ะ ทีนี้เชื่อข้าหรือยัง มีอะไรบ้างที่นังอิ่มพูดแล้วไม่เป็นความจริง ทีแรกก็พี่ชาญ คนที่สองก็พี่ชาย มาถึงตอนนี้ก็พี่ชัช เกิดมาไม่เคยพบ ผู้หญิงอะไรวะมีถึงสามหัวใจ"

"ก็ทีพ่อล่ะ" เอมย้อนทันที

"อุ๊ย ข้าไม่ได้เป็นผู้หญิงเหมือนนังโฉม ข้าเป็นกะเทย เพราะฉะนั้น ข้าจะรักใครชอบใครกี่คนก็ได้" อิ่มพูดลอยหน้าลอยตามั่นใจในเพศของตัวเอง

ooooooo

ที่ บ้านชื่น ชาญเพิ่งกลับจากทำงาน พอรู้เรื่องชายถูกทำร้ายก็แตกตื่นซักถามน้องชาย

"ไอ้พวกที่เคยมี เรื่องกับแกแน่หรือ ที่มันลงไม้ลงมือกับแกวันนี้"

"ก็ไอ้พวกเดียวกัน นั่นแหละ แต่พี่ชาญไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตำรวจเขมา...จะจัดการให้เอง"

"เออ ก็ดี ฉันเพิ่งกลับ เพราะบริษัทเขามีกินเลี้ยงกัน เฮ้ยชาย ปรึกษาหน่อย"

"เรื่อง อะไร"

"ฉันต้องใช้เงินประกันคดีความและต้องใช้สืบหาพยานอีกหลายปาก บริษัทเขาจะใช้คืนให้เมื่อตอนศาลตัดสินหรือคดีสิ้นสุด"

"พี่ชาญต้อง ใช้เท่าไหร่"

"สามหมื่น"

"ในกระเป๋าฉันมีพันกว่าบาทเอง"

"พรุ่ง นี้แกขึ้นชกได้ไม่ถึงสามหมื่นเหรอ"

"ถึง แต่เงินที่ได้จากชกมวย ฉันต้องให้ครูแนบ บ้านของครูแกจะหลุดจำนอง ถ้าไม่เอาเงินค่าดอกไปให้เขา"

ชาญ ฟังน้องแล้วนิ่งไปอย่างไม่พอใจ อีกครู่ต่อมาชาญไปเอ่ยปากกับอิ่มเรื่องเงินสามหมื่น  ปรากฏว่าอิ่มจัดมาอย่างไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

"เอาไปเลยสามหมื่น เราเหมือนญาติสนิทกันไม่ต้องคิดอะไร เสร็จงานแล้วค่อยเอามาคืนก็ได้คุณชาญ"

"ขอบคุณ ป้าอิ่ม แต่ฉันยังเจ็บใจไอ้ชายไม่หาย ฉันไม่รู้ มันคิดยังไง ถึงเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ชายของมัน"

"โถ จะคิดยังไง ก็คิดแคบๆเข้าข้างตัวเองสิคะ รู้มั้ยว่าถ้าเขาชกชนะพรุ่งนี้ ครูแนบต้องได้เงินเป็นแสนๆอยู่แล้วกะอีแค่เงินสามหมื่นน่ะไม่มีความหมายหรอก เขาไม่อยากให้คุณชาญเองต่างหาก"

ชาญขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ขณะเดียวกันนั้น ชายนำพวงมาลัยมากราบขอพรจากแม่ชื่นที่ยังสาละวนกับการทำขนมกับโฉม แม้จะค่อนข้างดึกแล้วก็ตาม

"พรุ่งนี้ผมจะขึ้นชก แม่ให้พรผมด้วยครับ"

ชื่น รับพวงมาลัยจากลูกมาแล้วพนมมืออวยพรอย่างจริงจังตั้งใจ

"แม่ขอให้ ลูกแม่ชกชนะ แม่ขอให้ลูกแม่อย่าได้เจ็บ สาธุ"

"ขอบคุณครับแม่" ชายกราบแทบตักแม่ชื่นที่น้ำตาซึมๆ ลึกๆชื่นก็กลัวลูกจะเจ็บจะแพ้ โฉมเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากแม่ชื่นนัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 17:41 น.