ตอนที่ 17
อีกพักใหญ่ๆ ชาญเดินหน้าเครียดเข้ามาในห้องประชุมที่พิภพกับศักดาและทนายหญิงอีกคนนั่ง หารือกันอยู่ ชาญพอเห็นศักดาก็ขึงขังอย่างมีอารมณ์ จนพิภพต้องปรามด้วยสายตา ก่อนจะบอกให้ชาญนั่งลง
"คุณศักดา คุณยิงน้องชายผมตาย ฆ่าคนตายทั้งคนแล้วคุณมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง" ชาญเปิดฉากหลังจากนั่งลงแล้ว
"ผมเพิ่งประกันตัวคุณศักดาออกมา" พิภพชี้แจง
"คุณศักดา น้องชายผมทำอะไรให้คุณ คุณถึงต้องยิงเขาตาย ตอบผมมาซิ"
"คุณชาญ เราเป็นนักกฎหมายนะ ต้องว่ากันตามเหตุและผล"
"ไม่ใช่แค่เหตุผล นักกฎหมายต้องมีคุณธรรมด้วย เพราะคนที่ตายไปแล้วไม่มีโอกาสเอาเหตุผลออกมาโต้ ความเสียเปรียบมันอยู่ตรงนี้ ผมบอกก่อนนะว่าผมจะไม่ให้น้องผมตายฟรีๆหรอก" ว่าแล้วชาญผลุนผลันออกไปทันที เพราะถ้าขืน ยังนั่งอยู่ เขาอาจจะระงับใจไม่ไหวตะบันหน้าศักดาก็เป็นได้...
ศักดาท่าทางยังยโสไม่เลิก พูดกับพิภพว่า ต่อหน้าเจ้านายและลูกความชั้นดีอย่างตน ชาญออกจะแรงเกินไปหรือเปล่า
"แต่น้องชายเขาทั้งคนนะคะที่คุณศักดายิงตาย" ทนายหญิงทักท้วง ศักดาสวนทันควันว่า
"ถ้าผมไม่ยิงป้องกันตัว ผมก็ต้องตายเหมือนกัน"
หลังจากศักดากลับไปแล้ว พิภพเข้ามาตำหนิชาญถึงในห้องทำงาน
"ทั้งคุณศักดาทั้งคุณบัญชาพ่อของเขาเป็นลูกค้าชั้นดีของเรามาตลอด แล้วอะไรกันล่ะ นี่คุณพูดบ้าๆ คิดบ้าๆอะไรของคุณ เหลี่ยมคูชั้นเชิงในการเป็นทนายของคุณหายไปไหน"
"น้องผมตายทั้งคน ผมต้องการความจริงเท่านั้นว่าทำไมเขาต้องฆ่าน้องผม"
"น้องคุณเอามีดจะเข้าไปแทงเขาก่อน ครั้งแรกก็ขว้างเฉียดหน้าผู้หญิง เฉียดลำคอเขาไปนิดเดียว ผู้หญิงในรถเป็นพยาน คนรับรถ แขกในร้านอีกหลายคนก็เป็นพยานให้เขาได้หมด ก่อนหน้านั้นก็วางระเบิดรถของเขา ผมจึงพิจารณาแล้วว่าเราสู้เขาไม่ได้แน่ ผมจึงยอมรับทำคดีให้เขา"
"ขอโทษครับ ผมต้องไปดูที่บ้านก่อน" ชาญตัดบท เดินหนีออกไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
ooooooo
เอมเป็นอีกคนที่เสียใจต่อการจากไปอย่างกะทันหันของชัช เอมร้องไห้จนตาบวม ข้าวปลาไม่ ยอมกินจนอิ่มต้องมาเตือนสติ อิ่มรู้มาตลอดว่าเอม รักชัช ส่วนชัชก็ชอบเอม ซึ่งอิ่มไม่เคยนึกรังเกียจชัชแม้แต่นิดเดียว เมื่อชัชจากไปอิ่มเองก็เสียใจ แต่ไม่อยากให้เอมจมปลักอยู่กับความเศร้าความทุกข์ ควรจะ เข็มแข็งแล้วไป
ร่วมงานศพชัชจะดีกว่า
อิ่มพาเอมในชุดที่ชัชซื้อให้เป็นของขวัญไปกราบศพชัช เอมยังทำใจไม่ได้ พูดไปสะอื้นไปขณะนั่งอยู่หน้าโลงศพชัช
"อุตส่าห์ไปเลือกซื้อมาให้ เห็นไหมฉันแต่งมาให้ดูแล้ว เห็นเต็มตาหรือยัง โลกนี้มันโหดร้ายกับฉันเหลือเกิน ถ้าฉันไม่มีพี่คอยมาช่วยไว้ ฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันจะอยู่เป็นผู้เป็นคนได้หรือเปล่า พี่ชัชรู้ใช่ไหมว่าฉันรักพี่ พอฉันเริ่มรู้จักมัน... มันก็พาพี่หนีไปจากฉัน ฉันไม่รู้...ไม่รู้ว่าใจฉันมันตามพี่ไปไหน พี่ไปที่ที่ดีที่สุดนะ
แล้วพี่จะรอฉันหรือไม่รอก็แล้วแต่พี่ แต่ฉัน... ชีวิตฉันจนวันที่ฉันตาย ฉันก็ไม่มีวันลืมพี่"
เอมสะอื้นตัวโยน ชื่นเองก็ทำใจไม่ได้ร้องไห้จนเป็นลม คนอื่นๆเห็นแล้วต่างก็สะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่
ชายกับชาญพาชื่นไปหาหมอ โฉมเองก็ห่วงชื่น ตามติดมานั่งรอฟังข่าวอยู่นอกห้อง ส่วนในห้องตรวจ สองพี่น้อง กำลังฟังหมออธิบายอาการของชื่น
"ไม่ค่อยดีนะ คุณแม่คุณจากสองปีก่อนระบุว่าเป็นโรคหัวใจ ตอนนี้หมอขอให้หยุดทำงานก่อนไม่ว่าอะไร คือหัวใจตอนนี้ห้ามเหนื่อย ห้ามคิดมาก โดยเฉพาะการพักผ่อนหลับนอนจะต้องมีการดูแลอย่างมาก"
ชายกับชาญฟังหมอแล้วมองหน้ากันเองอย่างหวั่นวิตก...หลังจากชาญกลับไปแล้ว โฉมอาสาอยู่เฝ้าชื่นที่ยังนอนให้น้ำเกลือ บอกให้ชายกลับไปพักผ่อนที่บ้านเพราะชายเอง ก็ยังไม่หายดี ถ้ามีอะไรด่วนเธอจะโทร.ไปหา
ทันทีที่ชายกลับถึงบ้าน อิ่มปรี่มาหาถามข่าวชื่นด้วยความเป็นห่วง พอชายบอกว่าพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้ อิ่มค่อยโล่งใจไปที จากนั้นก็ฝากชายดูเอมด้วย มันนั่งอยู่ในห้องชัชนานสองนาน ข้าวปลาไม่ยอมกินเอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว...ชายเดินเข้าบ้านตรงไปที่ห้องชัช เห็นเอมหลับทั้งน้ำตาที่อาบหน้าชายเองก็สลดหดหู่กับ
เรื่องราวร้ายๆที่ประดังเข้ามาจนตั้งรับไม่ทัน ถึงกับทรุดลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
ooooooo
แม้จะไม่พอใจการกระทำของพิมพรรณ แต่ยังไงเธอก็ขึ้นชื่อว่าลูกสาว พิภพจึงเอาใจใส่ดูแลพิมพรรณ ด้วยความรัก จนพิมพรรณอาการดีขึ้น หมออนุญาตให้กลับมาพักฟื้นต่อที่บ้านได้ แต่แล้วพิมพรรณก็มีอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก หลังจากเธอโทร.ไปหาชาญแล้วถูกเขาปฏิเสธ
"ผมไม่ว่างไปเยี่ยมจริงๆ งานที่บริษัทก็ทำไม่ทัน น้องชายผมถูกยิงตาย แม่ผมก็ยังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเองขณะนี้ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ฮัลโหลๆๆ"
พิมพรรณตัดสาย แล้วร้องไห้อาละวาดจนแม่บ้านตกอกตกใจ รีบโทร.ไปรายงานพิภพที่สำนักงาน
"คุณคะ...คุณพิมมีอาการเหมือนคุณนายค่ะ"
พิภพฟังแล้วตกใจผลุนผลันออกจากห้องทำงาน
สั่งเลขาฯให้โทร.หาหมอโกศลแล้วส่งรถมารับด้วย เลขาฯลนลานทำตามคำสั่ง ส่วนพิภพเดินลิ่วไปแล้ว ชาญได้ยินแว่วๆลุกมาถามเลขาฯ พอได้คำตอบว่าคุณพิมเป็นบ้า ต้องพาส่งโรงพยาบาลประสาท ชาญอึ้งจนพูดไม่ออกไปเลย...
ooooooo
ชื่นนอนโรงพยาบาลคืนเดียวหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่กำชับให้พักผ่อนมากๆ ชื่นจึงต้องหยุดทำขนมขายเป็นการชั่วคราว โฉมดูแลชื่นอย่างใกล้ชิด ขนาดกินข้าวก็จะป้อนให้
"แม่กินเองได้ ยังไม่ต้องป้อนหรอก โฉมป้อนชายมันก็แล้วกัน"
"ฉันเองยิ่งไม่ต้องใหญ่ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว...อ้าวเอม มากินข้าวต้มด้วยกัน"
เอมเดินมากับอิ่ม เอมลงนั่งข้างโฉม รับถ้วยข้าวต้มมาวางตรงหน้า ชื่นสังเกตเสื้อผ้าที่เอมใส่แล้วทักขึ้น
"อ้าว นั่นเสื้อเจ้าชัชมัน ถึงจะเป็นเอมใส่ป้าก็จำได้ แล้วไอ้ผ้าถุงล่ะลูก"
"มันก็ของฉันซิแม่ชื่น ปุ๊บปั๊บจะเปลี่ยนมาเป็นสาวเป็นแส้ ฉันหมุนตามไม่ทันหรอก เอ้า หมูเค็มของโปรด จะได้กินข้าวได้ เมื่อวานก็ไม่กินทั้งวันทั้งคืน เดี๋ยวได้ผอมเป็นแม่นาคพระโขนงหรอก" อิ่มพูดเป็นต่อยหอย แต่พอเอมจ้องหน้า อิ่มก็เงียบกริบ แต่แอบส่งสัญญาณให้โฉมลุกตามออกไป
พอโฉมโผล่ออกมาหน้าบ้าน อิ่มก็คว้ามือโฉมเดินหลบไปอีกทาง
"เฮ้อ...โฉมเอ๊ย ป้าจะกลุ้มใจตายอยู่แล้ว หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่คน เห็นลูกเป็นอย่างนี้แล้วมันใจคอไม่ดีเลย"
"แต่เอมเป็นผู้หญิงแท้ๆนะป้า ไม่ใช่เป็นทอมหรือดี้อย่างที่ทุกคนคิด"
"ไอ้เรื่องนั้นน่ะรู้แล้ว ที่อยากพูดอยากขอให้แม่โฉมช่วยก็เรื่องที่มันเข้าไปนอนห้องไอ้ชัช อุ๊ย พูดแล้วขนลุก จะพูดต่อก็ขนหัวมันตั้ง เห็นมั้ย"
"เรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป ไม่มีใครรับได้หรอก โดยเฉพาะเอม เอมกับชัชสนิทกันมากเหลือเกิน จนฉันมั่นใจว่าถ้าชัชไม่ตายจากไป คู่นี้ไม่มีทางแยกจากกันแน่"
"นั่นสิ แต่ยังไงป้าก็ฝากโฉมช่วยดูๆเอมมันด้วยนะ"
"ป้าอิ่มไม่ต้องห่วงหรอก เอมมันเหมือนน้องสาวแท้ๆของฉัน"
อิ่มพยักหน้า แต่ใจก็ยังไม่วายกังวลอยู่ดี
ooooooo
เมื่อเสียพนันจนหมดตัว ศักดาจึงพยายามเรียกร้องเงินจากธนาธรโดยอ้างว่าเป็นค่ารักษาทิพยา แต่ ไม่สำเร็จเพราะถูกเทพฤทธิ์ขัดขวาง ทำให้ศักดาเคียด แค้นถึงกับอาฆาตมาดร้ายต่อเทพฤทธิ์
ขณะเดียวกัน ชายก็โกรธแค้นศักดาที่ยิงชัชตาย ชายอยากจะฆ่าศักดาให้ตายตกไปตามกันกับชัช แต่ก็ติดที่เห็น แก่แม่ จึงต้องมาปรึกษาชาญเรื่องคดีความ แต่แล้วชาญกลับทำให้ชายผิดหวัง
"แกไม่ควรทำอะไรทั้งนั้น เพราะหลักฐานมันแน่นหนามาก ทางคุณศักดาเขาพูดได้ว่าเขาป้องกันตัว"
"แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ชาญพูด ฉันชกแพ้เพราะมันวางยา ชัชมันต้องรู้เห็นอะไรมาก่อน...แล้วมันถึงได้ตามไปหาไอ้ศักดา"
"แกคิดไปเองน่ะสิ"
"ตั้งแต่เราเกิดจากพ่อแม่คนเดียวกัน พี่ชาญมองฉันเป็นคนยังไง พูดอะไรเชื่อถือไม่ได้งั้นหรือ"
"แต่นี่มันเป็นเรื่องของกฎหมาย"
"เราพูดกันแบบพี่น้อง พี่ชาญอย่าเอาไอ้กฎหมายบ้าๆมาพูดกับผม กฎหมายที่มีแต่ช่องว่างให้ไอ้พวกระยำมันฉกฉวยประโยชน์"
"จะทำยังไงแกถึงจะเข้าใจ"
"พี่ชาญนึกเหรอว่าที่พี่ชาญนั่งทำงานอยู่นี่ มันจะไม่สกปรกโสโครก ไอ้ชัช...ถึงมันจะบุ่มบ่ามใจร้อน แต่มันก็ไม่ใช่คนเลวถึงกับต้องยิงมันตายหรอก" พูดจบชายผลุนผลันกลับออกไปทันที ทิ้งให้ชาญนั่งซึม หน้าเครียดจัด
ooooooo
พิมพรรณคลุ้มคลั่งจนต้องเข้าไปอยู่โรงพยาบาล ประสาทกับพวงแก้ว...พิภพเห็นสภาพลูกและเมียแล้วกลุ้มใจ แต่โชคดีหน่อยที่พิมพรรณยังพูดรู้เรื่อง พิม-พรรณโกรธแค้นชาญไม่เลิก ยิ่งรู้ว่าชาญกลับไปอยู่บ้านเดียวกับโฉมเหมือนเดิม พิมพรรณยิ่งแค้น จึงเซ้าซี้พิภพให้ไล่ชาญออกจากงาน แต่ถ้าพ่อไม่ทำ เธอนี่แหละ
จะฆ่าชาญด้วยมือของเธอเอง
ไม่ทันจะกลับออกจากโรงพยาบาล พิภพก็ถูกศักดาโทร.ตามให้ไปพบที่บ้าน ศักดาต้องการให้พิภพใช้กฎหมายบีบบังคับพ่อเลี้ยงธนาธรเพื่อเรียกร้องเงินค่ารักษาพยาบาลทิพยาเมียพิการซึ่งอยู่ในความดูแลของตน
"แต่คุณศักดาก็ได้เงินมาจากพ่อเลี้ยงไม่ใช่น้อยๆแล้วนะครับ ทุกครั้งที่จ่ายเขาก็มีทนายบันทึกเอาไว้ เรื่องซื้อใบหย่าจากคุณก็มีบันทึก" พิภพแสดงความเห็นด้วยสีหน้าอึดอัดลำบากใจ
"บันทึกมี...ใช่ แต่เงินอยู่ไหนล่ะ แล้วใครเห็นใบหย่าบ้าง"
"ถ้าทางพ่อเลี้ยงเขาไม่กลัวเรื่องการเป็นข่าว ศาลมีอำนาจสั่งสอบเงินได้ทุกธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัญชีของใคร"
"คุณพิภพทำเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน" บัญชาแทรกขึ้นมา "เราคบกันมานานแล้ว ค่าใช้จ่ายคุณเบิกมา ผมไม่เคยต่อรองแม้แต่ครั้งเดียว"
"ข้อนี้ผมทราบครับ แต่ถ้าอำนาจผมมีไม่ถึงแล้วยังฝืนต่อไป เราจะพังไปด้วยกันนะครับ"
ศักดาสีหน้าหงุดหงิดไม่พอใจอย่างแรง ครั้นพิภพกลับไปแล้ว บัญชาจึงแก้ปัญหาเรื่องเงินให้ศักดาด้วยการตัดสินใจเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ไปจำนอง
ทางฝ่ายธนาธรกับเทพฤทธิ์ หลังจากปฏิเสธไม่ให้เงินแก่ศักดา สองพ่อลูกก็อดห่วงทิพยาไม่ได้ กลัวศักดาจะพาลพะโลเล่นงานทิพยา ดังนั้นในเย็นนี้เทพฤทธิ์จึงตัดสินใจออกเดินทางจากฝางกลับไปยังค่ายมวยของตนเพื่อกระทำการบางอย่าง
ooooooo
เพียงวันถัดมา ศักดาก็หัวเสียสุดๆขึ้นมาอีก เพราะผลการชกของสิงหราชและนักมวยในสังกัดแพ้เรียบ ศักดาทั้งด่าทั้งตบหน้าสิงหราช สร้างความเจ็บแค้นให้สิงหราชอย่างมาก ยิ่งพอรู้ความจริงจากสมาน พี่เลี้ยงที่ถูกศักดาจ้างวานให้วางยาชาย จนตนชกชนะเมื่อครั้งก่อน สิงหราชรู้สึกเสียศักดิ์ศรีและยิ่งอยากเล่นงาน
ศักดาคืนบ้าง จึงรวมหัวกับสมานพากันไปพบชาญ เพราะสมานเองก็ไม่พอใจที่ศักดาให้เงินค่าจ้างไม่ครบตามที่ตกลง แถมยังถูกศักดาไล่กลับเหมือนหมูเหมือนหมา
หลังรับฟังความจริงจากปากทั้งสองคนแล้ว ชาญย้ำถามพวกเขาว่า ถ้าตนฟ้อง พวกเขาจะกล้าให้การชั้นศาลหรือเปล่า...สิงหราชกับสมานตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
"กล้าครับ มันโกงผม มันเห็นผมเป็นหมูเป็นหมา มันตบหน้าผม ลูกผู้ชายหยามไม่ได้ จะมาตบหน้าก็ไม่ได้ครับ"
แต่เมื่อชาญนำเรื่องมาปรึกษาพิภพเจ้าของสำนักงาน พิภพกลับให้ความเห็นว่า
"สองพ่อลูก...คุณบัญชาและคุณศักดาถือว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่ เราได้รับผลตอบแทนอย่างดีมาเป็นเวลานานแล้ว ถ้าเราขุดเรื่องนี้ขึ้นมาก็เท่ากับเล่นงานเขาข้างหลัง สัมพันธ์ที่มีต่อกันมันก็ต้องขาดสะบั้น"
"น้องชายผมชกแพ้เพราะสองพ่อลูกจ้างวางยา น้องชายผมอีกคนต้องตายเพราะฝีมือสองพ่อลูกคู่นี้เหมือนกัน แล้วยังเรื่องลูกสาวพ่อเลี้ยงธนาธรที่ถูกรถชนก็สองคนนี้อีก คุณพิภพครับ จะให้ผมทำไม่รู้ไม่เห็นอีกต่อไป ผมคงจะทำไม่ได้หรอกครับ"
"คุณชาญ...คุณคิดว่าจะทำอะไร"
"ทางบ้านผมพร้อมจะเป็นโจทก์ เรามีทั้งหลักฐานพยานอ้างอิง"
"แต่หน้าคดีอย่างนี้บางทีต้องสู้กันถึงฎีกา เงินก็ต้องมีจ่ายไม่ขาดมือ"
ถูกทักท้วงเข้าแบบนี้ ชาญคิดหนักเหมือนกัน แต่แล้วชาญก็หาทางออกให้ตัวเองด้วยการขึ้นไปที่ฝางเพื่อเจรจากับพ่อเลี้ยงธนาธร พอธนาธรรับรู้ว่าที่ทิพยาถูกรถชนจนพิการมีเงื่อนงำ และน่าจะเป็นฝีมือของสองพ่อลูกบัญชากับศักดา ธนาธรจึงยินดีสนับสนุนเรื่องเงินให้ชาญสิบล้านบาททันที
ต่อมาเมื่อพิภพทราบเรื่องนี้แล้วนำมาบอกบัญชา บัญชาจึงทุ่มทุนให้เงินพิภพมากกว่าธนาธรอีกเท่าตัว แต่มีข้อแม้ว่าพิภพต้องทำคดีนี้ให้ตนเป็นฝ่ายชนะ
"เรื่องนี้คุณบัญชาไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมไม่เคยทำให้คุณบัญชาผิดหวังอยู่แล้ว"
พิภพให้คำมั่น บัญชาถึงกับหัวเราะชอบใจ แต่หลังจากนั้นไม่นาน พอศักดารู้เรื่องจากพ่อ แทนที่จะเริงร่า ศักดากลับเป็นกังวลเรื่องเงินยี่สิบล้านที่พ่อไปรับปากพิภพไว้ แล้วเราจะหาจากไหนมาให้เขา
"อ้าว...ไอ้ที่เอาบ้านนี้ไปโอดีล่ะ"
"ผมกวาดส่งไปให้ไอ้ปั๊วที่มาเลย์หมดแล้ว ถ้าไม่ส่งให้มัน ผมก็อยู่ไม่ได้ จะเหลือจริงๆก็แค่สามล้าน"
"งั้นเอาไปวางล่อไอ้พิภพมันก่อนซักล้านสองล้านก็แล้วกัน เสี้ยนหนามแกก่อไว้มากนะศักดา ถ้าไม่เก็บกวาดให้หมดมันจะย้อนมาทิ่มตำแกภายหลังได้"
ฟังพ่อแล้วศักดาทิ้งตัวลงกับที่นอนด้วยสีหน้าเครียดจัด...ข้างฝ่ายชาญก็เครียดไปเหมือนกัน หลังรู้ว่าพิภพจงรักภักดีต่อบัญชาลูกค้าเก่า แต่ความจริงแล้วพิภพเห็นแก่เงินที่ได้มากกว่าต่างหาก
ooooooo










