ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    วิวาห์ว้าวุ่น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ธงชัยปีนต้นไม้มองลงมาเห็นปวีร์ฉายไฟเดินมาอย่างอ่อนแรง...ในที่สุดไอรดาก็ทรุดลงเพราะหมดแรง ร้องครวญครางด้วยความหิว...แต่แล้วจู่ๆกล้วยน้ำว้าหวีหนึ่งหล่นตุ๊บลงมา ทั้งสองสะดุ้ง ปวีร์ส่องไฟ ไอรดาร้องขึ้น

    "เฮ้ย มีกล้วยด้วย กล้วยจริงๆ" รีบคว้ามาปลิดออกกินแทบไม่หายใจ ปวีร์ร้องเตือนช้าๆ เดี๋ยวติดคอตาย ไอรดาเคี้ยวไป ร้องบอกไม่เคยกินกล้วยที่ไหนอร่อยขนาดนี้

    "คุณไม่รู้สึกแปลกๆหรือ จู่ๆจะมีกล้วยมาตกอยู่ตรงนี้ได้ไง...ดูไปรอบๆซิ มีต้นกล้วยที่ไหน" ชูกล้วยทั้งหวีให้ดู "แล้วดูนี่ ป้ายราคายังติดอยู่เลย"

    ธงชัยแอบฟัง ร้องอุบในคอ บ่นพึมว่าลืมแกะป้ายราคาออก

    "เออ...แฮะ...ของแพงนะเนี่ย อร่อยเชียว" ว่าแล้วไอรดากินต่อเพราะยังไม่อิ่ม แต่ปวีร์ยังเคือง

    "ต้องมีใครสักคนเล่นตลกกับเรา..คิดดู พอมืดปุ๊บก็เจอไฟฉาย หิวก็เจอกล้วยน้ำว้า" ปวีร์ส่องไฟฉายหาตัวการไปรอบๆ ไอรดาบ่นค้านว่า จะมีใคร คนบนเกาะเขาเผลอทำหล่นไว้น่ะไม่ว่า...

    แล้วเสียงมือถือของธงชัยก็ดังลั่นขึ้น ธงชัยรีบลนลานหยิบออกมา เลยเสียหลักหล่นจากต้นไม้ดังตุ๊บ...จุกแทบตาย แต่ธงชัยไม่ยอมให้เสียงหลุดออกมา

    "ใคร..ใครอยู่ตรงนั้น" ปวีร์กับไอรดาขยับ ช่วยกันจ้องมองไปตามแสงไฟฉาย "ใคร ออกมาเดี๋ยวนี้" ไอรดาเห็นท่อนไม้ หยิบขึ้นมาปาไปตามเสียง...ธงชัยในป่าเจอท่อนไม้กลางกบาล กัดฟันกรอด ปิดเสียงแล้วรีบหอบเป้คลานเบาเป็นตีนแมวหนี... ปวีร์
    กับไอรดาตามมา แล้วก็ไม่เห็นมีใครเลย ไอรดาเริ่มปอดแหก บอกว่าเธอกลัว รีบไปจากที่นี่ดีกว่า...ปวีร์พยักหน้ารับ นำไอรดาเดินจ้ำอ้าวๆหนี...

    ฝ่ายธงชัยคลำหัวที่เจอไม้ป้อยๆ หาใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่กำบัง

    "อูย...หัวแตกรึเปล่าวะเนี่ย ไม่รู้ว่าจะโทร.มาตอนนี้ทำไม" กดดูหน้าจอมือถือ "อ้าว คุณหญิงนี่หว่า...สวัสดีครับ คุณหญิงหรือครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ"

    "ฉันโทร.มาถามความคืบหน้าสิ  เป็นไง  ลูกฉันปลอดภัย ดีไหม  ต้องคอยตามดูใกล้ชิด  อย่าให้คลาดสายตานะ  เขาดูแลกัน ดีไหม"

    "ก็เนี่ยครับ  ไม่มีคลาด  จนคุณหญิงโทร.มานี่แหละครับ พอเสียงโทร.ดัง  ผมวิ่งหนีมาซะไกล  แต่จะให้กลับที่เก่า  จำทางไม่ได้แน่ครับ   ส่วนว่า...เขาทำดีกันไหม   ถือว่าดีกว่าที่คิด  คู่นี้แปลก  อยู่สบายทะเลาะกัน  พอลำบากกลับดีกันได้"

    คุณหญิงจึงสั่งสอนว่าคนเราก็อย่างนี้   ลำบากด้วยกันถึงจะรักกันได้ รีบไปตามพวกเขา แล้วรีบรายงานมาด่วนจี๋... คุณหญิงหันไปทางนวลตอง  ปยุต  เล่าข่าวตามที่ธงชัยเล่ามา ปลอบใจนวลตองที่ห่วงลูกสาว  ต้องไปลำบากแล้วยังเป็นผู้หญิงด้วย  คุณ
    หญิงกับปยุตจึงช่วยกันปลอบนวลตอง  ทั้งสองต้องไม่ลำบากแน่

    ที่แท้เจ้าธงชัยสอดตัวเข้านอนในถุงนอนอย่างสบายมาก พึมพำบอกเจ้าป่าเจ้าเขาว่าตอนนี้ขอนอนก่อน   ตามหายังไงก็ไม่พบคนทั้งสอง พรุ่งนี้จึงจะตามหาต่อ

    ไอรดากับปวีร์กลับเดินบุกป่าฝ่าดง   ยังไม่เจอที่นอนพอจะซุกตัวได้ ไอรดาเดินไปบ่นไป

    "ฮันนีมูนแสนหวานกับสามีไม่เอาไหน เหนื่อยแทบตาย แทนที่จะได้อยู่ใกล้ๆคุณรุจน์ ต้องมาติดแหง็กอยู่กับคุณ...โอ๊ย มีอะไรซวยกว่านี้ไหม...ให้ฟ้าผ่าตายไปซิ"

    ขาดคำ...เสียงฟ้าร้องครืน แล้วผ่าเปรี้ยงทันที ไอรดามืออุดปาก มุดหัวลงทันที ปวีร์เห็นแล้วขำจนต้องหัวเราะก๊ากออกมา

    "สมน้ำหน้า  ดันไปท้าทายเทวดาฟ้าดิน  ฮ่าๆๆ  ไปหา ที่หลบฝน เดี๋ยวเปียกเป็นลิงกัง"

    ปวีร์จะดึงมือพาเดิน  ไอรดาสะบัดไม่ต้องมายุ่ง  ปวีร์ หัวเราะ เดินตามอีหนูเจ้าอารมณ์ไป

    ส่วนรุจน์กับมาตติกาสีหน้ายิ้มระรื่น  เมื่ออุ่นใจว่าอยู่ใต้ เพิงหลังคาแน่นหนา  ไม่เปียกฝนแน่  ซ้ำเมื่อรุจน์ซึ่งทำงานหนัก ดูแลมาตติกาต้องผลอยหลับไป มาตติกาเห็นใจจึงยอมเอาตักให้หนุนจนหลับและฝันดี...

    ไอรดาเดินต่อไม่ไหว   ปวีร์พานั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่... ไอรดานั่งพิงปวีร์จนหลับและโงกเงกไปมา   ปวีร์จึงรีบโอบไว้ พอเธอรู้สึกตัวรีบผลักเขาออกทันที   ปรามว่าอย่าฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งแต๊ะเอีย ปวีร์จึงเชิญนอนกับพื้น ไอรดาลงนอน พอถึงพื้นกระเด้งขึ้น
    มาทันที...บ่นว่าไม่ไหว  พื้นมันแข็ง...แล้วดึงปวีร์ มา   เอนตัวลงนอนท่าสบายๆในวงแขนของเขา   ปวีร์ได้แต่งง ไม่รู้ว่าแม่คุณจะมาไม้ไหน

    "ห้ามมาทำมือปลาหมึกยั้วเยี้ยกับฉันเด็ดขาด เข้าใจ๋"

    ปวีร์อ้าปากพูดไม่ออก ได้แต่กลอกลูกตาไปมา...ภาพความหลังที่เขาและไอรดาได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดชนิดจะจูบปากหอมแก้มกันก็หลายครั้ง แล้วยังมีตอนร่างของทั้งสองล้มลงทับกัน แลกลมหายใจกัน จ้องตากันนิ่งเหมือนกำลังมองเห็นหัวใจของกัน
    และกัน...แต่มักจะมีอุปสรรคมาขัดขวางกางกั้นทุกครั้งไป...กระทั่งเมื่อไอรดาหลับ ปวีร์ยิ้มร่าเมื่อจำได้ว่า เขาแอบหอมแก้มเธอได้ถึงหนึ่งฟอด...

    ปวีร์คิดไปยิ้มไป...อาศัยแสงดาวพราวพร่างเหนือเกาะนี้ จับปอยผมไอรดาให้เข้าที่...แล้วพึมพำขออนุญาตเธอสักครั้ง... โน้มหน้าลงไปหมายจะจูบให้เป็นสักขีผีป่าเจ้าเขาสักตาหนึ่ง...

    "ฮัดชิ้วววว..." ไอรดาจามใส่เต็มหน้าปวีร์ เขางึมงำ เจอเต็มๆเลยตานี้...ไอรดางัวเงียลืมตาตื่น ขยี้ตาสองที แล้วถามปวีร์ว่า...มีอะไรเหรอ เขาสั่นหัว จึงถามต่อ

    "ฉันคงหลับไปไม่นานนักหรอกนะ" ว่าแล้วบิดตัวไปมา แล้วเดินอ้าวเข้ารกเข้าพง  ปวีร์รีบฉายไฟตาม  บอกให้รอเขาด้วย แต่ต้องเบรกพรืดทันที เมื่อไอรดาหันมาห้ามไม่ต้องตามเธอไป เธอจะไปฉี่ ปวีร์หันหน้าหนี บ่นว่า แล้วทำไมไม่บอก...

    "ก็บอกอยู่นี่ไง...กลับไปรอที่เดิมเลย...ไป" แย่งไฟฉาย จากมือไปอีก ปวีร์เดินกลับ บ่นว่าไม่รู้เรื่องเลย จะฉี่ก็ไม่บอก... เมื่อไปถึงใต้ร่มไม้ มองไปเห็นเงาตะคุ่มๆ

    นั่นคือนายตุลย์ที่ถือไม้ยาวคู่มือย่องเข้ามาหาปวีร์ ในจังหวะที่เขาหันมา ตุลย์หวดโป๊ะเหนือคิ้ว ปวีร์รับไม้เต็มๆ ร้องได้คำเดียวแล้วทรุดลงหมดสติแทบพื้น...ตุลย์เดินยิ้มมามองอย่างสะใจ

    "เมื่อกี้สำหรับการหักอกน้องสาวฉัน...คราวนี้สำหรับตัวฉันเอง"   ตุลย์ยกไม้ขึ้นแล้วชะงักเมื่อแสงไฟฉายส่องมา เสียงไอรดาบอกตื่นเต้น

    "คุณ...มาดูนี่เร็ว"  ไอรดาโผล่มาจากป่า  "ฉันเห็นแสงไปทางโน้น   มีบ้านคนอยู่แน่นอน"   ฉายไฟไปที่ปวีร์ฟุบอยู่ "คุณ...เป็นอะไรน่ะ"   นั่งลงข้างๆ   พอส่องหน้าถึงกับตกใจ "ว้าย...เลือด  นี่คุณโดนอะไรมา...คุณ คุณปวีร์"   เขย่าตัว...มองไปรอบๆ
    อย่างหวาดหวั่น "ใครทำอะไรคุณ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นคุณปวีร์ ลืมตาตื่นเดี๋ยวนี้เลย อย่าเป็นอะไรไป ทิ้งฉันไว้คนเดียวไม่ได้นะ ลืมตา ฉันสั่งให้ลืมตา..."

    ไอรดาร้องไห้โฮ กอดปวีร์รำพันยาว...แล้วต้องหยุดร้อง เมื่อปวีร์ค่อยๆขยับตัวลืมตาขึ้น

    "คนบ้า...คุณทำฉันตกใจหมดเลย รู้ไหม" ไอรดาด่าด้วยความดีใจ...กอดเขาไว้ ร้องไห้อีก

    "โอย..." ปวีร์ยกมือจับแผล แล้วเอามาดู "เลือด...มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย"

    "ฉันก็ไม่รู้...แต่ฉันเห็นแสงไฟทางโน้น รีบไปขอความช่วยเหลือเขาเถอะ..."

    ไอรดาพยายามพยุงเขาให้ลุกเดิน...แม้จะทุลักทุเลก็ประคองกันไปได้...

    "ไอ้ปวีร์...." ตุลย์เดินออกมา...มองตามไปอย่างอาฆาตแค้น "ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณไอเขาแคร์แกมากขนาดนี้ คืนนี้แกโชคดี แต่แกคงไม่โชคดีอย่างนี้บ่อยๆหรอกนะ"   อารมณ์หึงทำให้ตุลย์ พลุ่งพล่าน

    ooooooo

    ไอรดาพาปวีร์เดินไปจนถึงบ้าน  ก็คือกระท่อมเก่าๆยกพื้นขึ้นมา บันไดหยาบๆพาดแค่สามขั้น...ไอรดาร้องถามขึ้นไปบนบ้านหลายครั้งว่า  มีใครอยู่ไหม?

    "ใคร...มีอะไร" เสียงผู้ชายตะโกนมาจากในบ้าน

    "ขอโทษ เราหลงทางมา มีคนโดนทำร้ายบาดเจ็บน่ะค่ะ..."

    ประตูบ้านเปิดผลัวะ ชายหน้าเหี้ยมถือตะเกียงออกมา... ปวีร์กับไอรดาเห็นแล้วตกใจ ไม่อยากคิดว่า หนีเสือมาปะจระเข้ อีกรึเปล่า...กระซิบถามปวีร์

    "ไอ้ที่ตีหัวคุณ   ใช่คนนี้รึเปล่า"

    "ไม่รู้สิ...แต่ที่ผมรู้ตอนนี้...เรารีบเผ่นกันดีกว่า"   พอจะหันหลังกลับแทบผงะ   มีไอ้โจรอีกสองหน่อมายืนยิ้มเผล่ หนึ่งในสองคนเอื้อนเอ่ยมธุรสวาจา

    "ไหนๆก็มาแล้ว พักกันก่อนละกัน นานแล้วไม่มีคนมาเยี่ยมพวกเรา โดยเฉพาะสาวๆสวยๆอย่างคุณ" มองไอรดา ตาวาวๆ แล้วพวกมันก็แข่งกันหัวเราะอย่างผู้ร้ายในทีวีทันที... ไอรดาแค่นหัวร่อฮ่าๆไปกับพวกมันด้วย...พอมองตากัน ปวีร์ กับไอรดาก็
    ต้องปลงให้ได้ว่า...คราวนี้ซวยเต็มๆไปเลย...

    ทั้งสองจำใจต้องขึ้นบ้านสัปรังเค  มันคนหนึ่งโยน กล่องยาให้ไอรดาชำระแผลใส่ยาให้ปวีร์ ไอรดาทำแผลไป มือไม้สั่น เมื่อปวีร์ถามมัน

    "พวกพี่เป็นชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะนี้เหรอครับ"

    "เฮอ ะ...ทั้งเกาะมีบ้านข้าหลังเดียว เขาเรียกชาวบ้านเหรอวะ บอกให้ก็ได้ พวกข้าหนีตำรวจมาว่ะ"

    "หลบตำรวจ..." ไอรดาร้องขึ้น เสียงสั่นสะท้าน มือจิ้มทิ่มที่แผลจนปวีร์ร้องจ๊าก

    โจรลูกน้องกระซิบถามลูกพี่เบาๆ ลูกพี่จึงหันมาถาม

    "ถามจริงเหอะ เอ็งสองคนเป็นผัวเมียกันจริงรึเปล่า ท่าทางแปลกๆ ไม่เหมือนผัวเมียกันจริงๆเลยนี่" มันเชยคาง ยิ้มให้ไอรดา จนเธอหันหน้าหนีแบบกลัวผีวัดแจ้ง มันยิ่งคำรามต่อ "ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ข้าจะขอค่าที่พักสักคืนก็แล้วกัน"

    "โฮ้ย...ไม่ได้นะ...ฉันกับเขาเป็น เมียผัวกันชัวร์...ไม่มั่วนิ่ม ไม่โกหก" ไอรดาเสียงพร่า

    "ใช่แล้ว พี่...เมียผมจริงๆ" แล้วยื่นปากกระซิบ "เธอเป็นโรคผิวหนัง ทำนองเป็นเชื้อราในร่มผ้า" ปวีร์รีบเกาแขนแกร็กๆให้ดู "ทางที่ดีนะพี่อย่าไปยุ่งกับเธอเลย...ดูซิ ผมยังเกาเหย็งๆอยู่เลย"

    โจร ทำท่าจะแหยงๆ แต่มองไอรดาอีกที กลับลังเล... ไอรดาหันไปถามปวีร์ว่านินทาอะไรเธอ พอปวีร์บอกเปล่า... ไอรดาเคือง รีบเอาทิงเจอร์ราดแผลให้ ปวีร์ร้องลั่น โจรเห็นแล้วพลอยสนุกไปด้วย

    "เออ โว้ย...พวกเอ็งสองคนมันก็น่ารักกันดี...แต่เอาละ ถึงยังไงข้าก็ยังไม่เชื่อ นอกจากพวกเอ็งจะพิสูจน์ให้พวกข้าเห็นซะก่อนว่าเป็นผัวเมียกันจริง จะได้ยกเว้นให้"

    ไอรดาฟังแล้วสยอง นึกด่าไอ้โจรป่าห้าร้อยพวกนี้ มันช่างศีลธรรมสูงแบบบ้าๆดีแท้...

    เมื่อปวีร์หันมามองไอรดาอีก ครั้ง...คิดจนหัวแทบแตกก็ไม่มีทางเลี่ยง พวกมันเข้าไปจัดที่นอนกางมุ้งในห้องให้อย่างดี แล้วชี้ให้ทั้งสองเข้าไป เมื่อไม่มีทางเลี่ยงแล้ว ปวีร์ถือไฟฉายเดินนำไอรดาเข้าห้องไป พวกมันสามคนถือตะเกียงตามเข้าไป นอกจาก
    กางมุ้งให้อย่างดีแล้ว ที่หน้าต่างยังสำรองผ้าขาวม้าพาดไว้ให้หนึ่งผืน...ไอรดาเห็นแล้วรู้สึกอนาถ ชีวิตตัวเองเต็มทน หันไปพูดกับโจรอีกครั้ง

    "มันจะดีเหรอพี่...นี่มัน เรื่องส่วนตัวนะ แล้วฉันก็ไม่ใช่นางเอกหนังเอวีญี่ปุ่นด้วยนะ"

    "ใช่ พี่..." ปวีร์เริ่มขนลุกซู่ หนุนไอรดาทันที "พวกพี่ เล่นมามุงดูกันยังเงี้ย...เทวดาที่ไหนจะมีอารมณ์ประพฤติ..."

    โจรลูก น้องกระซิบข้างหูไอ้หัวหน้าโจร...เจ้าหัวหน้าฟังแล้วหายอยากและรำคาญ

    "เออๆ ๆ เรื่องมากจริงโว้ย...ไม่ดูก็ไม่ดู" มันพากันเดินออกจากห้องไป...ทั้งสองกลั้นหายใจ เกรงว่าพวกมันจะเปลี่ยนใจ...เป็นนานจึงถอนหายใจ รอดตายไปอีกครั้ง...แต่แล้วหัวหน้าโจรกลับหยุด หันกลับมาตั้งแง่ จนไอรดาใจหายหล่นลงไปอยู่ตาตุ่ม

    "แต่...ถึงยังไง พวกข้าจะคอยฟังเสียงพวกเอ็ง...เล่นเพลงยาวกันอยู่ข้างนอก" ไอรดาหุบยิ้มทันที โจรชี้หน้าปวีร์ "ทีนี้เอ็งอย่าบอกนะว่าไม่มีอารมณ์อีก" พวกโจรพากันเดินออกจากห้องไป...

    ไอรดาถอนใจอีกครั้ง แต่กลับชะงัก เมื่อปวีร์ย่างสามขุมมาหาทำท่าจะมีการรำมะนาอย่างหื่นๆอีกคน ไอรดาจึงไม่ระย่อ ตั้งการ์ดรับเต็มที่ชนิดไม่เสียเวลาไหว้ครู

    "คุณจะ ทำอะไรบ้าๆอีกล่ะ"

    "ถ้าคุณกล้าทำอะไรฉันละก็ วันนี้ได้เจอคิกบ๊อกซิ่งคิ้วหลุดอีกข้างแน่"

    "จะบ้าเรอะไง..." ปวีร์รีบอุดปากไอรดา "พูดเบาๆสิ เดี๋ยวมันรู้ความจริงว่ายังไม่ได้เสียเป็นเมียผัว...มันจะมาลากคุณไปจ่าย ค่าที่พักระดับห้าดาวจนห้องพัง...อย่ามาหาว่าหล่อไม่เตือนนะ"

    ไอรดา นิ่งคิด จึงปัดมือเขาออก...แล้วตั้งสติถามว่า แล้วเราจะทำยังไงดี?

    ooooooo

    ไอ้ สามโจรห้าร้อยพากันออกมานอกห้อง แล้วย่องมาเลือกมุมที่จะได้ยินถนัด มาแนบหูฟังเสียงทั้งสองในห้อง...ไม่นานนัก เสียงพูดจากันก็ดังออกมาแว่วๆ เพราะทั้งสองพยายามกระซิบกันให้เบาที่สุด...เสียงไอรดากระซิบขอร้องเบาๆ

    "อย่า ค่ะคุณปวีร์ อย่าทำอะไรฉันเลย ขอร้องละ วันนี้ ฉันไม่พร้อมเลย"

    "อย่า เรื่องมากน่า ฉันทำไปเพื่อเธอนะ อยากถูกพวกโจรมันลากไปนักรึไง"

    "แต่ ฉันไม่พร้อมจริงๆนะ คุณอย่าทำอะไรฉันเลย สงสารฉันเถอะ"

    "สงสารเธอเห รอ...แล้วอย่างนี้ สงสารพอไหม บอกแล้วผมไม่ยอมให้ใครขัดใจ" ขาดคำ เสียงดังมาเหมือนตบตีกัน มีเสียงไอรดาร้องขึ้น...แล้วมีเสียงฉีกเสื้อผ้า เสียงตบประตูพื้นสั่นเสะเทือน สลับเสียงร้องของไอรดา...พวกสามโจรแนบหูฟังแทบไม่
    หายใจ มันพากันลุ้นอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู จากนั้นทั้งสองร่วมกันทำซาวด์เอฟเฟกต์ ฉีกผ้าขาวม้าเหมือนฉีกเสื้อผ้าแบบซาดิสต์ หัวร่อร่าเหมือนทำท่าแปลกๆ ไอรดา แกล้งตีแขนตัวเอง ปวีร์จูบแขนทำเสียงเหมือนจูบอย่างเมามัน ไอรดาร้องขอ อย่าข่มขืน
    เธอ...กระทั่งปวีร์วิดพื้นตบตึงตัง ทำให้กระท่อมสัปรังเคทำท่าจะพังไปเลย...พวกโจรสามร้อยได้ยินเสียงหอบกระชั้น มา ต่างก็บิดตัวไปมาในอาการสยิว ลงไปตีแปลงตามๆกัน...

    แต่หลังจากการ แสดงที่ไม่มีสีแสง มีแต่เสียงผ่านไปแล้ว ต่างก็ล้มตัวลงนอน แต่พวกโจรไม่รู้หรอกว่าปวีร์ถูกไอรดา สั่งให้ออกไปนอนนอกมุ้ง จึงตกที่นั่งตบยุงคันคะเยอตลอดเวลาหลายชั่วโมง จนไอรดาเกิดเวทนายอมให้เข้ามานอนหันหลังให้กันในมุ่ง
    เพราะมีกติกาคือห้ามปวีร์ทำเป็นมือปลาหมึกเด็ดขาด...

    ที่เพิงทาง มะพร้าวชายหาด...ตั้งแต่หัวค่ำแล้วที่รุจน์เอาทางมะพร้าวมาทำเพิงพักเพื่อ หลบฝน ทั้งยังเอามะพร้าวลงมาปอกให้มาตติกากินแก้หิวด้วย พอรุจน์เพลียทำท่าจะหลับ มาตติกาเห็นใจที่เขาทำงานหนัก จึงเสียสละตักให้เขาหนุนนอนจนหลับไป
    ด้วยความขอบคุณเธอ ซึ่งทั้งสองยอมรับว่าโชคดีที่ได้มาอยู่ด้วยกันที่เกาะนี้ มันทำให้ทั้งสองส่งสายตาประสานกัน และซึมซับเป็นความรู้สึกที่ดีๆต่อกันมากขึ้นโดยลำดับ...พอรุจน์ลืมตาตื่นใน ตอนดึก เขาจึงตอบแทนมาตติกาด้วยการเสียสละตักให้มา
    ตติกานอน เป็นการตอบแทน...

    ยิ่งเมื่อทั้งสองตื่นขึ้นมาในตอนเช้า...เห็น ดวงตะวันสาดแสงสีทองระเรื่อทางตะวันออก ต่างมองธรรมชาติยามนี้อย่างมีความสุข นั่นเพราะได้มาชื่นชมธรรมชาติด้วยกัน อย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน...

    ในชายป่าอีกทางหนึ่ง ธงชัยนอนหลับตาอย่างสบายโก๋ แม้ว่าจะสายมากแล้ว...ต้องงัวเงียขึ้นมาเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น พอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ จึงเปิดปากสวัสดีคุณหญิงทันที...เพราะขณะนี้คุณหญิงกำลังติดต่อธงชัย พูดกันต่อหน้าเสี่ยปรีชา ปยุต และ
    นวลตอง บนโต๊ะอาหารเช้าที่รีสอร์ต

    "นี่ เพิ่งตื่นเหรอ...ธงชัยแอบหลับใช่ไหม แล้วลูกๆ

    ฉันล่ะ" ธงชัยสะดุ้งทันที รีบบอกว่ากำลังตามหาเขาอยู่ครับผม คุณหญิงจึงตะโกนผสมตวาด "ยังตามหาลูกฉันยังไม่เจอรึ งั้นรีบลุกขึ้นไปตามเดี๋ยวนี้"

    นวลตอง ถามหาลูกสาว ปรีชาถามหาลูกชายเจอไหม? คุณหญิงจึงเล่าให้ฟังว่าธงชัยยังไม่เจอใครเลย แล้วกรอกเสียงใส่มือถือ "อีกชั่วโมงฉันจะส่งเรือไปรับ ถ้ายังหาไม่เจอ นายเดือดร้อนแน่"

    ธงชัย เจอเสียงตวาดของคุณหญิง รีบตะลีตะลานเก็บข้าวของแทบไม่หายใจ ปากก็งึมงำว่า คุณปวีร์ คุณไอ อยู่ที่ไหนล่ะตอนนี้...

    ooooooo

    ที่บ้านโจร สามคน...ในมุ้งเล็กภายในห้องนอน ปวีร์ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นไอรดานอนขาแขนกอดก่ายเขาเหมือนถูกตราสังข์...เหล่ แล้วเห็นชัดเจ๋ง โดยเฉพาะเล็งไปที่ขาไอรดา ถึงยิ้มกลืนน้ำลายดังเอื๊อก แล้วงึมงำเป็นหมีกินผึ้ง

    "แหม...นอนเพลินเลยนะ ซะหน่อยก็แล้วกัน" จับมือนิ่มๆของเธอมาลูบคลำแล้วดึงขึ้นมาจูบอย่างเพลิดเพลินจำเริญ หัวใจ...แล้วเรื่องก็เปลี่ยน เมื่อไอรดาลืมตาตื่น...ปวีร์ยังจูบมือเธออย่างไม่นับแต้ม เสียงถาม "ทำอะไรน่ะ" ดังขึ้น เขาตกใจร้องวุ้ย รีบ
    ปล่อยมือเธอทันที

    ไอรดาเห็น ขาตัวเองกอดก่ายขาปวีร์ รีบผลักหนีทันที แล้วสำทับ "คุณเอาแขนขาฉันมากอดได้ไงเนี่ย...คุณดึงมากอดก่ายใช่ไหม"

    "โอ้โฮ...ช่าง คิด" ปวีร์ลุกขึ้นมานั่ง "คุณแหละมากอดก่ายผมเอง ผมตื่นขึ้นมาก็เจอบะหราก๋าแล้ว"

    "อะไร บะหราก๋า...เห็นแล้วไม่บอก...ทำท่านิ่งเนียนเลยสินะ"

    "เอ๊า...ไม่ว่า ผมกอดคุณ คุณกอดผม ผมก็ผิดทั้งขึ้นทั้งล่องใช่ไหมเนี่ย"

    พอไอรดา ตะคอกกลับว่าใช่...ปวีร์แหงะหน้าหนี เกิดอาการอภิมหาจอมระอาแล้ว...

    หลัง จากประสานกันด้วยการทะเลาะเล็กๆแล้ว โจรคนหนึ่งก็พาทั้งสองลงมาที่โอ่งน้ำข้างกระท่อม ปวีร์นุ่งผ้าขาวม้า ส่วนไอรดากระโจมอก มันชี้ไปที่โอ่ง สั่งให้อาบตรงนี้ ไอรดาตาโต ถามว่า อาบเป็นหนังกลางแปลงเลยนะ โจรตะคอกกลับ มีน้ำจืดให้
    อาบบุญขนาดไหนแล้ว ข้าเองสามวันแล้วยังไม่เจอน้ำเลย มันขู่ว่าจะอาบรึไม่อาบ...ไอรดารีบบอกว่า อาบจ้า...

    ไอรดาราดน้ำใส่ตัว ร้องว่าหนาวๆๆ ปวีร์ราดน้ำล้างหน้าแล้วจ้อง เปรยขึ้นว่า เธอกระโจมอกแล้วน่ารักดีนะ...เธอย้อนว่า เธอแต่งปกติ ไม่น่าดูเรอะ?

    "คน เราน่ารัก ไม่น่ารัก มันต้องดูนิสัยด้วย...ยิ่งนิสัยอย่าง..." ยังไม่ทันจะว่า ไอรดาสาดน้ำใส่หน้า ถึงกับร้องตกใจ ไอรดาหัวเราะสมน้ำหน้า...

    จากนั้น...ไอรดาก็ทำหน้าที่หุงหาอาหาร โดยมีปวีร์ ช่วยเป็นมือสอง...โจรเร่งให้เร็วเพราะพวกมันหิวแล้ว มันลำเลิก ว่าเมื่อคืนปล่อยให้มีความสุขกันแล้ว เช้านี้ยังอารมณ์ไม่ดีอีกหรือ ไอรดาตะคอกกลับทันที ถ้าไม่พอใจก็ปล่อยเธอไปสิ พวกเราไร้ประโยชน์
    เปลืองข้าวเปล่าๆ

    "พวกข้าไม่โง่นะเว้ย ขืนปล่อยไป พวกเอ็งจะได้พาตำรวจมาจับพวกข้าน่ะสิ อยู่ไปยังงี้แหละ ให้คดีพวกข้าเงียบๆไปก่อน แล้วค่อยปล่อย"

    ปวีร์ฟังแล้วยิ่ง เซ็ง...แต่พอมองไปเห็นเห็ดเมาหลายดอกที่เคยกินจนเมาขึ้นที่โคนต้นไม้ ห่างออกไปเล็กน้อย จึงชี้ให้ ไอรดาดู  เธอยืนยันทันทีว่าเห็ดเมาที่เคยกินมาแล้วแน่นอน...

    ทั้งสองมองตากัน รู้ใจกันทันทีว่า ควรจัดการยังไง?

    เวลาผ่านไปไม่นาน ไอรดากับปวีร์จัดการต้มข้าวต้มใส่เห็ดอย่างสุดฝีมือ ให้ปวีร์ลำเลียงไปตั้ง ตักให้พวกโจรเจ้านายทั้งสามกิน มันต่างก็ชมเปาะว่าไอรดาต้มข้าวต้มอร่อย พวกมันจึงซดกันอย่างมันถึงโคนลิ้น...กินแล้วชมไปพลางหัวเราะไปพลาง แล้วยัง
    แสดงอาการเมาและเล่นกันสนุกสนาน ตัวหัวหน้าบอก อย่างนี้ต้องกักตัวให้อยู่ต้มข้าวต้มให้พวกเรากินทุกวัน...พวกมันหัวเราะ เฮฮาสนุกกันเหมือนเด็กๆ ที่กระโดด โลดเต้นเป็นลิงค่างด้วยความเมา...

    ทั้ง สองมองมันแล้วต่างสับโขกกันตามนิสัย...ปวีร์พูดแล้วเดินหนี ไอรดาถามว่าจะไปไหน ปวีร์หันมาบอกหน้าตาเฉย "ก็เผ่นดิ...อยู่ให้มันจับไปโชว์การผสมเทียมรึไง?"

    ปวีร์คว้าของบาง อย่างที่เตรียมไว้ แล้วรีบอาศัยพุ่มไม้ ใกล้เรือนโจรเผ่นแน่บหนี ไอรดาวิ่งตามอย่างดีใจที่หลบหนี ไอ้โจรป่าเสียที

    พอมาได้ไกลพอแล้ว จึงเอาห่อข้าวที่เตรียมมาพร้อมปลาเค็มสองชิ้นเอามาแบ่งกันเปิบแบบไม่พิสดาร แต่ด้วยความหิว จึงแย่งคนละหมุบหมับ...

    ทั้งสองหารู้ไม่ว่า ขณะที่ธงชัยสะพายเป้ตามหาปวีร์ กับไอรดาไปอย่างร้อนใจนั้น ได้พบตุลย์ในท่าที่โทรมสุดๆด้วยความหิวโหย พอพบธงชัย รีบมาถามว่ามีน้ำไหม...พอธงชัยเอาจากเป้ให้ตุลย์ดื่ม ตุลย์เห็นขนมในเป้ จึงดึงออกมา ธงชัยร้องห้ามว่า
    ขนมปังของเขา ตุลย์กระชากไปกิน โดยทำท่า จะหักคอใครก็ได้ที่มาเป็นมารคอหอย ธงชัยจึงต้องยอม เพราะตุลย์โมโหหิวระดับเห็นช้างเท่าหมู...

    ooooooo

    เมื่อคิด ว่าหนีมาไกลจนปลอดภัยแล้ว ทั้งสอง ก็เอาห่อข้าวที่ปวีร์เตรียมมาลงนั่งเปิบกันด้วยมือคนละหมุบคนละหมับ ยอมรับพร้อมกันว่า ไม่เคยกินข้าวด้วยมือจะอร่อยปานนี้ กินไปมองตากันไป แล้วก็ขำ กันไปที่ข้าวที่เปิบเลอะไปทั้งปากและแก้ม

    ปวีร์เห็นข้าวติด แก้มไอรดา จึงเอื้อมมือไปหยิบออก ให้อย่างนุ่มนวล...ทั้งสองตามองตาถ่ายทอดความรู้สึกที่ดีๆต่อกัน ยิ่งนานก็ยิ่งกำซาบซึ้ง ปวีร์ถึงลืมตัว ยื่นมือประคองแก้มเธอ...ละเมอยื่นหน้าเข้าไปหมายจะหอมแก้มที่เหมือนรอรับ อย่างเต็มใจ พอ
    ใกล้ถึง ไอรดากลับหันหน้าหนี ปวีร์จึงยิ้มเก้อขอโทษเธอ แก้ตัวว่าไม่เจตนา...

    "พอแล้ว...ไม่ต้องพูด" ปวีร์หน้าจืดเป็นไก่ต้ม แต่แล้วกลับตื่นตะลึง "จะหอมก็รีบหอม ฉันไม่ได้ว่าอะไรซะหน่อยนะ"

    "ไม่...ไม่ แล้ว หมดรมณ์"

    "อ้าว...เกิดบ๊องอะไรขึ้นมา...หอมหน่อยน่า.." เมื่อเขายังไม่ยอม ไอรดาจึงเกิดอาการมุทะลุ "ไม่แน่นะ...โอเค...งั้นฉันหอมเอง" ไอรดาจุ๊บแก้มเขาทันที...แล้วสั่งแก้เก้อ "เอ้า รีบกิน เดี๋ยวต้องเดินต่ออีก"

    ปวีร์พยักหน้า...ทั้งสองลงมือเปิบต่อ กินไปด้วยความอร่อยแบบ "เปิบข้าวไปรักกันไป"

    ooooooo

    ที่ ชายหาดด้านหนึ่งบนเกาะ ตุลย์เดินลุยน้ำไปยังเรือที่จอดรับอยู่ พอขึ้นไปบนเรือแล้ว จึงหันมาทำหน้าที่รอดึงมือคนต่อไป...นั่นคือมาตติกา ตุลย์ร้องบอกแล้วยื่นมือรับฉุดเธอขึ้น...ขอบคุณไม่ทันขาดคำ มือที่ยื่นมา ตุลย์รับพลาด ร่างของมาตติกาหงาย
    ผลึ่งลงไป ดีที่รุจน์ยืนรอคิวรีบอ้าแขนรับร่างของเธอไว้ทัน มาตติกาจึงตกอยู่ในอ้อมแขนของรุจน์...ตุลย์มองภาพนั้นเกิดอาการขย้อน อิจฉาตาร้อนในกระดองใจ

    ขณะที่ทั้งสองมองตากัน ส่งความรักผูกพันให้แก่กันอยู่นั้น...เสียงธงชัยดังมา

    "เดี๋ยวก่อนนะ ครับ อย่าเพิ่งออกเรือ รอเจ้านายผมก่อน" ธงชัยสะพายเป้เก้กัง ตะโกนบอกแล้วหันไปทางชายป่า "คุณปวีร์...คุณไอ" ตุลย์ปวดกึ๋น ภาพที่รุจน์มีมาตติกาในวงแขน แล้วยังไม่พอ ปวีร์ยังจะกลับมาขึ้นเรืออีก...เห็นธงชัยดีใจวิ่งไปกอดปวีร์เจ้า
    นายอย่าง ดีใจ แล้วยังเห็นไอรดาเดินออกมาอีกคน ตุลย์เรียกคุณไอรดาอย่างดีใจ

    "คุณ ไอ...รีบขึ้นเรือเถอะครับ จะได้รับกลับรีสอร์ตกัน"

    ไอรดาร้องตอบ ตุลย์ แล้วปวีร์รีบพาไอรดาเดินนำไป ขึ้นเรือ ธงชัยวิ่งตาม...

    ไอ้โจร สามร้อยทั้งสามคนเดินออกมาจากแนวป่ามองตามเรือของพวกปวีร์กำลังออกจากชายหาด ไป...ทั้งสามยังอยู่ในอาการเมาเห็ด สนุกกันด้วยท่าทางต่างๆ เสียงหัวเราะผสมเสียงพูดคุยยิ่งกว่าคนเมา ตัวหัวหน้าดึงมือถือออกมากด มันพูดขาดเป็น
    ห้วงๆ

    "ฮัลโหล...ผู้พันครับ คุณปวีร์กับคุณไอรดาขึ้นเรือไปเรียบร้อยแล้วครับผม..."

    ส่วนผู้พันป ยุตกำลังพูดมือถืออยู่ที่รีสอร์ต มีคุณหญิงพจนีย์ และนวลตองลุ้นอยู่ใกล้ๆ

    "อ้อ...ยัง งั้นเหรอ แล้วเมื่อคืนเป็นไงบ้าง...เป็นไปตามแผนไหม" ปยุตนิ่งฟัง ท่าทางหงุดหงิด "แล้วแกจะมัวหัวเราะหาพระแสงอันใด...ก็เล่ามาเลยสิวะ...เออ...ดีมาก ปีนี้แกเอาไปเลยสองขั้น ผู้พันจัดให้...เอ๊ะ หัวเราะอีกแล้ว...อะไรนะ ดีใจขนาดนั้นเลย
    เรอะ" ปยุตตัดสาย บ่นพึม "ไอ้พวกนี้ท่าจะบ้า ไม่รู้มันขำอะไร"

    "ว่าไง...เป็นไงคะ พวกลูกๆของเราปลอดภัยใช่ไหมคะ" คุณหญิงซักสามีด้วยความเป็นห่วงลูก

    "ไม่ต้องห่วง...คนของผมคอยดูแล แล้ว ไร้ปัญหา" ปยุต ชูหัวแม่โป้ง คุยตบท้าย "แถมยังมีทีเด็ด เผ็ดจี๋ ไอ้พวกนั้นรายงานว่า เมื่อคืนนี้...ฮ่าๆๆ พวกเราเตรียมเป็นปู่ย่าตายายกันได้แล้ว"

    "โล่งอกไปที ยายไอของแม่" นวลตองเองพลอยตื่นเต้นไปด้วย

    "คุณนี่ อะไรก็ไม่รู้" ตีแขนสามีผับ "ส่งลูกน้องไปอีกชุดไม่ยอมบอก ปล่อยให้ฉันกลุ้มอยู่คนเดียว"

    "โธ่ คุณ...ตอนแรกผมไม่ตั้งใจส่งไปหรอก เห็นไอ้ธงมันไม่ค่อยได้เรื่อง ก็เลยส่งชุดปฏิบัติการไปอีกชุด...แล้วมันก็ได้ผลเกินคาดด้วยนะ คุณไม่ดีใจด้วยเหรอ" สองสามีภรรยารุ่นเดอะกลับยกมือตบกันแบบวัยรุ่นอย่างดีใจสุดๆ ที่สามารถแก้ปัญหาลูกๆได้
    สำเร็จ...

    เมื่อเรือเข้ามาเทียบ ท่า...รุจน์กับมาตติกาประคองกันขึ้น ทั้งฉุดทั้งดึงกันเซไปโอบกันไป ปวีร์กับไอรดามองเห็นแล้วเกิดอาการหึงหวงขึ้นหน้า เพราะต่างคนต่างก็เป็นที่หวังของแต่ละคน ตุลย์ขึ้นจากเรือแล้วยื่นมือมาให้ไอรดา เธอจึงยื่นไปให้ตุลย์ดึงขึ้น
    แล้วตุลย์ยื่นมือให้ปวีร์ดึงขึ้นมาอีกคน ปวีร์ไม่ไว้ใจ กระซิบข้างหูตุลย์แบบเอาเรื่อง

    "ผมรู้นะว่าเป็นคุณ...ใครทำอะไรไว้ ย่อมรู้แก่ใจ"

    "คุณพูดเรื่องอะไร ผมไม่เห็นรู้เรื่อง"

    "บน เกาะนั่นไม่มีใครคิดทำร้ายผม...นอกซะจากคุณ" ปวีร์คาดคั้น

    "ผมจะบอก ให้นะคุณปวีร์ คุณจะเที่ยวไปใส่ร้ายปรักปรำใครโดยไม่มีหลักฐานยังงี้ไม่ได้นะครับ"

    "หลัก ฐานงั้นเหรอ" ชี้ที่แผลหางคิ้ว "นี่ไงหลักฐาน"

    "เนี่ยนะหลักฐานจะมา ปรักปรำผม คุณซุ่มซ่ามไปชนอะไรมากกว่า"

    ไอรดาเดินไปกับมาตติกาและ รุจน์ ร้องเรียกปวีร์กับ ตุลย์ให้รีบกลับรีสอร์ตดีกว่า...ตุลย์หันไปบอกว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ แต่ปวีร์ดึงแขนตุลย์ไว้

    "คิดว่าตีหัวผมแล้วจะเดินหนีไปเฉยๆอย่างนี้ เหรอ"

    "คุณบ้าหรือเปล่า...หาหลักฐานมาเล่นงานผมสิ" ยิ้มหยัน "เมื่อไม่มีหลักฐาน คิดซะว่าเสียค่าโง่โดนตีหัวฟรีๆแล้วกัน"

    ตุลย์จะ เดินหนีไป ปวีร์ดึงให้หันมา กำปั้นซัดโป้งกระโดงคางกับกลางปาก ผวาไปหลายก้าว ตั้งหลักได้ ลูบเลือดซิบๆ

    "เราหายกันแล้ว ผมไม่ติดใจอะไรอีก" ปวีร์ปัดมืออย่างพอใจ

    ตุลย์กรากเข้ามากระชากคอ เสื้อปวีร์ กำลังจะตอบโต้ ให้หายแค้น รุจน์โดดเข้ามาขวาง ธงชัยเข้ามาช่วยอีกแรง ทั้งให้ใจเย็นๆ เลิกทะเลาะกัน รุจน์ให้ไอรดาพาปวีร์แยกไปก่อน ไอรดาดึงปวีร์ไป บอกว่าเรามาพักผ่อน อย่าให้เสียบรรยากาศ...

    ตุลย์มองตามปวีร์ไปอย่างอาฆาตแค้น...

    ooooooo

    อันดับแรก ปยุต คุณหญิงพจนีย์และนวลตองให้ธงชัยเอาคำตอบจากงานที่สั่งให้ตามดูแลคู่ฮันนีมูนทั้งสองอย่างใกล้ชิด...ทั้งเอาภาพที่ตามถ่ายปวีร์กับไอรดาบนเกาะมาขึ้นจอดูกันที่ห้องหน้าห้องอาหาร... ต่างก็ชมว่าภาพที่เห็น ทั้งสองก็ดูหวานแหววกันดี
    แต่ คุณหญิงกลับไม่ยอมเห็นด้วย

    "แต่พอกลับมานี่สิ เห็นสภาพโทรมสุดๆ ฉันไม่ไหวนะ วิธีสร้างสถานการณ์ลำบากแบบนี้ ฉันไม่เอาแล้ว สงสารลูก"

    "โธ่ ลูกคุณนวลเขาเป็นลูกสาว เขายังไม่บ่นเลย"

    "ฉันขอถามนายธงชัยหน่อย" นวลตองหันไปจิก "เท่าที่ติดตามดูเนี่ย เขาสองคนรู้สึกดีๆกันรึยัง"

    "ผมว่าก็นิดๆน่ะครับ แต่คืนนั้นคลาดกันไป ผมก็เลยไม่รู้คุณสองคนนั่นอยู่กันยังไง แต่ตอนนั่งเรือกลับมา ก็ไม่เห็นเขาจะหวานชื่นอะไรกันเลยนะครับ" ธงชัยสรุป

    "นี่ตกลงว่าวิธีนี้เหนื่อยฟรีล่ะสิ" คุณหญิงเริ่มจะท้อๆ

    "งั้นพอกลับไป เรารีบหาวิธีใหม่ ที่จะทำให้สองคนนี้ รักกันมากขึ้นให้ได้" นวลตองยังหวัง

    พอธงชัยบอกว่า ทุกท่านนี่เหมือนกามเทพสื่อรักเลย... คุณหญิงแย้งทันที

    "กามเทพตัวจริงน่ะเป็นเด็ก พวกเรานี่แก่แล้ว"

    ปยุตจึงดีดมือเปาะ "ความเห็นคุณหญิงนี่ยอดเลย... กามเทพเป็นเด็ก...สิ่งที่จะเป็นโซ่ทองคล้องใจคู่แต่งงานได้ดีที่สุดคือเด็กไง"

    คุณหญิงและนวลตองฟังแล้ว  ยังไม่รู้ว่าความคิดของคุณปยุตหมายถึงอะไรแน่?

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน

    "โป๊ป-เบลล่า" คัมแบ็ก แท็กทีมดราม่า "ร้อยเล่ห์มารยา" แรง เด็ด เผ็ด มัน
    25 ก.ย. 2563

    08:03 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 เวลา 17:05 น.