ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วิวาห์ว้าวุ่น

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

วิวาห์ว้าวุ่น ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

มอเตอร์ไซค์คันหรูยี่ห้อฮาร์เลย์อันลือลั่น ถูกควบมาอย่างเร็วและแรงจากชายหนุ่มเสื้อหนัง หมวกกันน็อกลวดลายพิสดาร โฉบเฉี่ยวมาอย่างหงส์เหิน... เท่ระเบิดเถิดเทิง...ผ่านสาวๆที่เดินเม้าท์กันเสียงจอแจ ต้องหยุดตาพองมองตาโต กุมชายกระโปรงที่
ถูกลมพัดสะบัดชายจนวี้ดว้าย

ชายหนุ่มใต้หมวกกันน็อก คือนายปวีร์ หันมามองแล้ว ทำท่าตะเบ๊ะเก๋ไก๋โบกมือให้สาวๆที่มองและยิ้มหวานฉ่ำตามหลัง...

ในที่สุด รถฮาร์เลย์ของหนุ่มเจ้าเล่ห์ผสมเจ้าชู้ ก็มาจอดลงหน้ากองถ่ายแฟชั่นริมถนน...สองสาวนางแบบหันมามองเป็นตาเดียว ปวีร์ถอดหมวกกันน็อคออก...เผยให้เห็นใบหน้าหล่อ คมเข้ม...หันไปมอง สองสาวเห็นแล้วอ้าปากหวอ...ปวีร์ยิ่งเก๊กท่าอะร้าอร่าม
ยิ่งขึ้น....แต่มี ช่างภาพร่างยักษ์เขม้นมองด้วยความหมั่นไส้ จึงตะโกนไล่

"เฮ้ย...มาจอดเกะกะอะไรตรงนี้วะ" ปวีร์เห็นแล้วหัวหด ฟอร์มตก "เขาถ่ายแบบกันอยู่ ไม่เห็นเรอะ...หลีกไป๊..."

ปวีร์ยิ้มแห้งผากเมื่อเห็นเจ้าตัวยอยักษ์เขี้ยวใหญ่ จึงค่อยๆ ขยับรถถอย... ดาราสาวน้อย เมษา...แต่งองค์สุดเซ็กซี่ กระโปรงสั้นจู๋ เป็นดาวดังถ่ายแฟชั่น มองเห็นปวีร์ ดีใจจนเนื้อหนังเต้นเยิบๆ

"คุณปวีร์..." ร้องได้แค่นี้ วิ่งไปหา ถามจนลิ้นรัว "คุณปวีร์มารับเมษาเหรอคะ"

"ผมเพิ่งได้คันนี้มา..." ปวีร์ตอบไม่ตรงคำถาม ลูบคลำรถคันงามไปมา "ในเมืองไทยมีอยู่ 3 คันนะ อยากลองนั่งกินลมดูหน่อยไหม"

สาวเมษายิ้มหวานแทนคำตอบ วิ่งไปคว้ากระเป๋าถือแล้ววิ่งระริกมาโดดซ้อนท้าย ปวีร์สวมกันน็อกเสร็จ พาสาวเมษา พุ่งทะยานน้องๆเหาะเหินเดินอากาศไปทันที...

"อ้าว...เฮ้ย..." ช่างภาพยักษ์หัวเสีย "กลับมาก่อน ทิ้งงานกันยังเงี้ยเรอะ...ธ่อเว้ย...ยายเมษา ถือว่าเป็นลูกสาวเจ้าพ่อ แล้วทำตัวยังงี้เรอะ" หันไปสั่ง "เลิกกอง ไม่ถ่ายมันแล้วโว้ย..." เจ้าตัวยักษ์หัวเสีย

ooooooo

ที่สตูดิโอวันนี้...กำลังถ่ายทำรายการทอล์กโชว์... เริ่มด้วยกล้องยิงผ่านหลังพิธีกร...ที่กำลังบันทึกรายการ "เม้าท์แตก" กล้องผ่านมายังเก้าอี้ข้างพิธีกรที่ยังว่าง พิธีกรร่ายยาว แล้วเข้าเรื่อง...

"...ส่วนแขกรับเชิญของเราวันนี้ เธอเป็นหมอดูสาวสวยรวยเสน่ห์ที่กำลังดังระเบิด...จากการที่กล้าออกมาทำนาย พระเอกคนดังอย่างคุณแจ็ค...หรือคุณยุทธชัย...ว่าพระเอกคนนี้เป็นตุ๊ดตู่แอ๊บ แมน หนำซ้ำยังมีดวงเนื้อคู่เป็นไม้ป่าเดียวกันอีกด้วย...เรียกว่า
กระหึ่มกันเป็น บั้งไฟแตกกลางฟ้า..." พิธีกร ผายมือเชื้อเชิญอย่างงดงาม... "ขอเชิญพบกับ...คุณไอรดา..."

สาวงามไอรดาในชุดสวยหรูนวยนาดสู่เวที ไหว้นอบน้อม เธอยิ้มรับเสียงปรบมืออย่างเกรียวกราว...แต่แล้วร่างของเธอก็ทรุดลงไป...แต่ จากนั้นไม่นาน ไอรดาลุกทะลึ่งขึ้นมาอย่างเสียฟอร์มเล็กน้อย....ก่อนจะตั้งหลักใหม่...ได้ แล้วเดินเหมือนลอยมานั่งที่เก้าอี้
ข้างพิธีกรซึ่งรีบแก้สถานการณ์

"เอาละครับ ผมขอเข้าประเด็น...ถามกันตรงๆ ตามแบบฉบับ คุณไอรดา เจ้าของฉายา "หมอไอ ตาทิพย์" หมอไอยืนยันใช่ไหมว่า...คำทำนายที่ว่า คุณแจ็ค ยุทธชัย เป็นตุ๊ดตู่แอ๊บแมน...เป็นเรื่องจริง"

"ตามดวงชะตาแล้ว...ต้องบอกว่า...ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ" ไอรดาไม่ยี่หระใดๆ

"แล้วหมอไอ ยังยืนยันคำทำนายเดิมใช่ไหม ที่ว่าคุณแจ็ค ยุทธชัย มีดวงเนื้อคู่เป็นผู้ชาย ไม้ป่าเดียวกัน" ไอรดา ตอบอย่างไม่หวั่น...เธอยืนยันอีกครั้ง พิธีกรจึงรุกต่อ "แล้วที่พระเอกหนุ่มรายนี้หมายหัวคุณไว้ คุณไม่กลัวหรือไง"

"มีอะไรต้องกลัวคะ...ดิฉันทำนายไปตามดวงชะตา ใครจะฝืนโชคชะตาฟ้าลิขิตได้ล่ะคะ"

"แน่ใจนะครับว่า แม่น ไม่ได้มั่ว"

"แน่ใจค่ะ...ที่ดิฉันได้ฉายาว่า หมอไอ ตาทิพย์ เพราะดิฉันทำนายถูกต้อง...ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ"

"ถ้าหมอไอยืนยันหนักแน่นอย่างนั้น...งั้นเรามาพบแขกรับเชิญแบบเซอร์ไพรส์ ...เชิญพบ คุณแจ็ค ยุทธชัย...ได้เลยครับ"

ไอรดาสะอึก...ตาเหลือก ไม่คาดคิด...หนุ่มหล่อ แจ็ค ยุทธชัย พาหุ่นสำอางย่างสามขุมรี่ออกมา...ตรงมาชี้หน้าไอรดา

"รีบคุกเข่า กราบขอโทษผมเดี๋ยวนี้...เดี๋ยวนี้เลย...ทันที" ไอรดาอื้ออ้าหาทางเลี่ยง แจ็คปรบมือสองสามที หันไปสั่ง "แฟนคลับ...จัดชุดใหญ่ๆให้ชุดหนึ่ง"

สาวๆแฟนคลับของแจ็ค 7-8 คน พากันกรูกันมาอย่างเอาเรื่อง ไอรดาขยับถอย พวกรุมล้อมมา ไอรดาผลักสาวหนึ่งผวาไป ตัวเองได้ช่อง วิ่งหนีตายทันที แจ็คร้องสั่งให้ตามไป แจ็คยืนกอดอก

"สมน้ำหน้า...นังหมอดู จอมปากโป้ง..."

ไอรดาวิ่งแจ้นหนีตาย โดยมีแฟนคลับวิ่งเฮโลตาม หมายจะฉีกเนื้อด้วยความแค้นแทนพระเอกแจ็ค...ไอรดาหลบหนีไปที่ลานจอดรถ พยายามหลบหลีก อาศัยกำบังรถที่จอดหลายสิบคัน แต่ถูกไล่ต้อน แยกย้ายกันล้อมไว้...

ไอรดาคิดหาตัวช่วย แอบกดมือถือถึงศูนย์ฮอตไลน์ หาปุ๊กกี้เพื่อนรัก...

"...สวัสดีค่ะ..." ปุ๊กกี้ครอบหูฟัง และกำลังนั่งหน้าโต๊ะคอมฯ โดยมีพนักงานเรียงรายหลายโต๊ะ "ศูนย์ฮอตไลน์ปรึกษาปัญหาชีวิต ดิฉัน กวินนาค่ะ..." ปุ๊กกี้สะอึก เมื่อรู้ว่าเพื่อน "อ้าว...นั่นแกเรอะ ยายไอ"

"ใช่...ฉันเอง แกช่วยมารับฉันทีได้ไหม ข้างๆสตูดิโอ ที่ฉันมาอัดรายการน่ะ" เสียงถามว่ามีอะไร "จะอะไร พวกแฟนคลับของอีตาแจ็คน่ะสิ มาดักจะฉีกอกฉันกันอยู่เนี่ย" ไอรดาฟังปุ๊กกี้แล้วเหี่ยว

"ก็สมแล้วนี่ยะ ทำปากเก่งไปทำนายเขาเป็นอีแอบอีตุ๊ด อ้างเป็นหมอดูตาทิพย์  ที่ไหนได้  ฉันนี่แหละไปช่วยสืบให้... ตานี้ซวยละสิ"

"อย่ามาซ้ำเติมกันนะ แกก็พอกับฉันแหละ สมรู้ร่วมคิดกับฉันด้วย เฮ้ย อย่าเพิ่งมาด่ากันตอนนี้"

"แต่ฉันไม่เอาความรู้ด้านจิตวิทยาไปหลอกหากินเป็นหมอดูแม่นๆอย่างแกหรอกย่ะ แกทำมันผิดกับสิบแปดมงกุฎตรงไหน...พักนี้แกไม่มาช่วยศูนย์ฮอตไลน์มั่งเลย"

"เฮ้ย...เก็บไว้ด่ากันทีหลังได้ไหม ตอนนี้รีบมาช่วยฉันก่อน" พูดจบ เงยหน้าขึ้น มีนางคนหนึ่งมายืนมอง จ้องตากันครู่หนึ่ง แม่คนนั้นตะโกนเรียกพวกมันว่าอยู่นี่ เท่านั้น...ไอรดาโกยอ้าว หาที่หลบเท่าที่จะมองเห็น...เสียงพวกนั้นสั่งล้อมหน้าล้อมหลังกัน
ระงม...

เมื่อถูกบีบวงล้อมเข้ามา ไอรดาต้องหลบขึ้นกระบะหลังคันหนึ่ง...เมื่อพวกนั้นมาพบกันช่วยกันหาก็ ไม่มี...ไอรดายังยิ้ม คิดว่าตัวเองรอดตัวแน่ๆ...

พวกแฟนคลับจึงชวนกันไปที่กองถ่ายพี่แจ็คกันดีกว่า...ว่าแล้วต่างขึ้นรถ ไปข้างหน้าสอง อีกสี่คนขึ้นกระบะหลัง

ไอรดาแทบร้องไห้ เมื่อพวกสาวๆขึ้นรถมาคันนี้...มันทำไมบังเอิญเป็นคันนี้ด้วย...

รถออกไปได้ไม่นาน...ไอรดาจำต้องเผยตัว...แต่ค่อยๆทำให้กลมกลืนเป็นพวกแฟน คลับให้ได้ คือซ่อนหน้าไว้...รถวิ่งไปได้ไม่นาน แม่คนหนึ่งมองไปมองมาเริ่มนับนิ้ว... "หนึ่ง สอง สาม สี่...ห้า" หยุดมองไปมา "ข้างหน้าสอง เป็นหก เจ็ด...เอ๊ะ" นางหนึ่ง
ถามเพื่อน "ตุ๊กกี้เรามากันแค่ 6 ใช่ไหม" พวกนั้นมองหน้ากัน แล้วต่างก็เพ่งมาที่ไอรดา คนหนึ่งจึงถามขึ้น

"แล้วเธอเป็นใคร"...มีมือมาจับไหล่ ไอรดาจำต้องหันมายิ้มแห้งแล้ง...ทำใจดีสู้เสือ เพราะรถวิ่ง โดดลงก็ตายเปล่า... ทั้งสองฝ่ายจ้องตากัน...พวกนั้นจึงชี้หน้าไอรดาพร้อมๆกัน คนหนึ่งตะโกนบอกคนขับ

"มันอยู่นี่...อยู่ท้ายรถ" เสียงรถวิ่งเบรกเข้าข้างทาง... ไอรดาถูกพวกนี้รุมเหวี่ยงลงจากรถ...สองสาวข้างหน้ามาเสริมกำลัง ไอรดาถูกรุมเสยไปหลายฝ่ามือมรณะ...จึงปัดป้องพัลวัน พอได้จังหวะ ก็พุ่งตัวเหมือนจรวดหนี พวกนั้นตามแต่ชนกันล้มเป็นพินโบว์ลิ่ง
ทำให้ไอรดาเผ่นข้ามถนน...รถราเบรกกันสนั่นท้องถนน...แฟนคลับลุกขึ้นมาได้ ก็สายไปแล้ว

"อย่าให้เจออีกนะ ยายหมอดูปาก...หะมา..." ด่าอาฆาต ก่อนจะชวนกันขึ้นรถกลับ...

ooooooo

อาจารย์พจนีย์  หรือคุณหญิงพจนีย์ที่โด่งดังคับเมืองไทย วันนี้คุณหญิงในชุดไหมไทยอันสวยงาม กำลังตัดริบบิ้นเปิดงานการสอนดนตรีไทยพิณพาทย์ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ  และช่างภาพสารพัดสื่อ... หลังจากเปิดป้ายแล้ว  จึงเดินชมงาน  โดยมีสื่อ
ต่างๆตามสัมภาษณ์เป็นพรวน

"ในฐานะดิฉันทำงานทางด้านส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมาโดยตลอด อยากจะฝากสื่อมวลชนทุกท่านถึงการตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย อันเป็นรากเหง้า เป็นความภูมิใจของชนชาติของเรา"

"ท่านคะ เอ้อ..." นักข่าวสาวตั้งท่าถามประโยคเด็ด "แล้วข่าวคุณปวีร์ ลูกชายของคุณหญิงควงกับนางแบบสาวเปรี้ยวชื่อเมษา แล้วยังมีข่าวอื้อฉาว เรื่องคลิปหลุดออกมา..."

"เอ้อ...หนู...เดี๋ยวก่อนนะคะ คือวันนี้ เราช่วยกันลงข่าวศิลปวัฒนธรรม หรือเรื่องดนตรีไทย อะไรอย่างนี้ ไม่ดีกว่าหรือคะ"

"ในฐานะที่คุณหญิงมุ่งอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันดีงาม อยากถามว่า คุณหญิงรู้สึกยังไงที่ลูกชายคุณหญิงทำตัวเป็นเสเพลย์บอย ควงสาวไม่ซ้ำหน้า" คุณหญิงชักสีหน้ายิ้มแย้ม

"ดิฉันทราบว่าใครๆก็ชอบข่าวอื้อฉาว แต่ขอพื้นที่เล็กๆให้ข่าวศิลปวัฒนธรรมไทยได้เบียดแทรกเผยแพร่บ้างได้ไหมคะ" พอนักข่าวรับว่าได้ ท่านจึงรีบหยิบสติกเกอร์คำขวัญสั้นๆ "ไม่แต่ง ไม่ยุ่ง" แจกนักข่าวคนละ 4-5 อัน อธิบายว่าเป็นโครงการเตือน
หญิงไทยให้เห็นคุณค่าของการสงวนพรหมจรรย์ว่า ถ้าไม่แต่งงานกันก่อนตามประเพณีก็ไม่ยุ่งด้วย

"จะไหวเหรอคะ ผู้หญิงบางคนรักนวลสงวนตัวก็ยังโดนผู้ชายเจาะไข่แดง"

"อันนั้นดิฉันขอใช้คำว่าทุเรศที่สุด พวกมนุษย์ผู้ หรือผู้ชายนี่ควรมีจิตสำนึก ถ้าไม่คิดแต่งงานจริงจังไม่ควรไปยุ่งกับเขา...อย่าลืมนะคะ "ไม่แต่ง ไม่ยุ่ง" ดิฉันเป็นประธานโครงการเองค่ะ"

"โน่นไง...มาโน่นแล้ว..." เสียงนักข่าวคนหนึ่งร้องขึ้น "ปวีร์กับเมษามาโน่นแล้ว"

นักข่าวที่รุมสัมภาษณ์คุณหญิงพจนีย์แตกฮือเผ่นไปหาปวีร์กับเมษากันหมด ทิ้งคุณหญิงพจนีย์ยืนเก้ออยู่คนเดียว

ooooooo

ทันทีที่ถูกรุมล้อมสัมภาษณ์ ปวีร์รีบปฏิเสธนักข่าวที่มะรุมมะตุ้มถามว่าเขากับเมษาเปิดตัวเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม ปวีร์รีบขอตัวแล้วเผ่นหนีทันที นักข่าวจึงเฮไปหาเมษา ซึ่งเธอยืนยันทันทีว่าลงข่าวพาดหัวตัวโตๆไปเลยว่าเป็นแฟนกัน คุณปวีร์น่ารักที่สุดเลย
ไปรับส่งเมษาตลอด รักกันค่ะ เมษาไม่ถือ

"แต่แม่ถือ..." คุณหญิงพจนีย์มีพรายกระซิบเรื่องเมษาประกาศเป็นแฟนปวีร์ เจอหน้าลูกชายจึงตอกหน้าแงทันที "แม่ทำงานวัฒนธรรม แต่ลูกกลับโฉบร่อนไปมาจีบสาว เลิกทำตัวเป็นเด็กแว้นได้แล้ว  หัดคบใครให้มันจริงๆสักทีได้ไหม"

ปวีร์ยิ้ม ทำจุ๊บให้คุณแม่แล้วรีบเผ่น...คุณหญิงบ่นว่า ลูกชายคนนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เสียแล้ว...

เมื่อคุณหญิงไม่สบายใจเรื่องลูกชาย มีโอกาสคุณหญิงก็เอาเรื่องลูกชายเจ้าชู้ไปปรึกษาคุณปยุตผู้สามี ได้คำตอบว่า ตอนมันซะเลยดีไหม คุณหญิงว้ากใส่ทันทีว่าท่านยังต้องการอุ้มหลาน ปยุตให้ปล่อยไป มันโตแล้ว ทั้งได้ยกรีสอร์ตให้ปวีร์ บริหารแล้ว

"ยังไม่พอ ถ้าจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวต้องแต่งงานแต่งการสร้างครอบครัว" คุณหญิงไม่ยอม

"โถ...คุณ...ถ้ามันคิดแต่งงานสิเราจะปวดหัว ดูสาวๆที่มันควงสิ มีข่าวคาวข่าวฉาวโฉ่"

"โฮ้ย...จะไม่ช่วยอบรมลูกเลยใช่ไหม เสียเวลาคุยจริงๆ ฉันคุยกับหมอไอดีกว่า" สามีถามว่าไอเป็นใคร "หมอไอ ตาทิพย์ ฉันนัดเขามาที่นี่ คุยกับหมอดูสบายใจกว่า ช่วยฉันได้มากกว่าคุยกับคุณ"

ปยุตหันไปมองต้นไม้ต้นไร่ไปตามเรื่อง...แต่อดบ่นไม่ได้ว่า...ไอ้ปวีร์เอ๋ย ทำอะไรอย่าให้พ่อเดือดร้อนบ้างได้ไหม?

พ่อบ่นอยู่ที่บ้าน ปวีร์ไปส่งเมษาถึงบ้าน พอจะกลับ ถูกเมษาดึงไว้ เขาอ้างรีบกลับ กลัวแม่บ่น แต่เมษาบอกว่า พอได้สิ่งที่ต้องการจะรีบกลับเลยหรือ เขารีบบอกว่า เราก็เจอกันบ่อยๆ แต่เมษาย้ำเธอยังไม่พอ ทั้งระดมจูบปวีร์อย่างไม่ให้ หายใจ จูบกันตรงนี้ไม่
ต้องห่วง วันนี้ไม่มีคนอยู่บ้าน ปวีร์จึงระดมกำลังลุยจูบเมษาแหลกลาญ

"ปะป๊ะกลับมาหรือยัง" เสียงตุลย์ พี่ชายเมษาดังมา ตัวก็โผล่ ปวีร์ผงะ "ทำอะไรกันเนี่ย" ตุลย์กระตุกเส้น ปวีร์อ้อมแอ้มว่า "ไม่มีอะไรครับ" เช่นเดียวกับเมษา ย้ำว่า เธอไม่ได้ทำอะไรมิดีนะ...แต่พอมองหน้าปวีร์เห็นลิปสติกเลอะเต็มปาก รีบยกมือปิดให้...ตุลย์
ใจดีไม่ว่าอะไร ทั้งชวนปวีร์อยู่ทานข้าวด้วยกัน ปวีร์รีบขอตัวกลับ...ตุลย์มาจับตัวไว้...ปวีร์ตกใจ รีบลาพี่ตุลย์อย่างนอบน้อม ตุลย์สั่ง

"ผมแค่อยากบอกคุณว่า ถ้าทำให้น้องสาวผมเสียใจ ผมเอาคุณตายแน่"

ปวีร์เนื้อตัวเย็นวาบๆ รับปากอย่างไม่รีรอ ขึ้นรถเผ่นไปไม่แลหลัง...

ooooooo

ไอรดาถือนามบัตรอ่านไปเดินดูเลขที่ไปตามบ้าน...ก้มมองนามบัตรในมือหาบ้านคุณหญิง นามบัตรหลุดมือ พอตามก้มลงหยิบ หันไปเห็นมอเตอร์ไซค์คันงามห้อตะบึงตรงมาหา ไอรดาตกใจ จวนจะถึงกลับเบรกอย่างแรง ไอรดาผงะหงายก้นจ้ำเบ้า ร้องลั่น "ไอ้บ้า"

คนขี่หันมามอง...เห็นเธอตั้งตัวลุกขึ้นจึงขับเลยไป ไม่ยอมถอดกันน็อกมาดู ไอรดาแค้นหยิบก้อนหินใกล้มือปาไปด้วยโกรธจัด ปากด่า...ไอ้บ้า ไม่เห็นคนรึไง?

หมวกกันน็อกเจอก้อนหินขนาดเต็มมืออย่างถนัดถนี่ เห็นรถวิ่งปัดๆเป๋ๆแล้วผลุบหายลงไปข้างทางเสียงโครมคราม ทีแรกไอรดามองอย่างสะใจ แล้วต้องตกใจสุดขีดเมื่อคิดว่าตกคลองไปแล้ว จะตายไหมเนี่ย รีบแอบย่องไปมอง...ที่คูน้ำข้างทาง ปวีร์ในชุด
แจ็กเกตหนังสวมหมวกกันน็อกนอนพังพาบ แข้งขาเหยียดเป็นเขียดดิ่งพสุธา

"ตายรึเปล่าเนี่ย...ฉันไม่ตั้งใจนะ" ร่างนั้นค่อยๆขยับ "นั่น...ขยับได้แล้ว...ยังไม่ตายนี่" พอถอดหมวกไอรดาถึงกับอ้าปากค้าง "นี่...คุณปวีร์ ลูกชายคุณหญิงพจนีย์นี่หว่า" รีบหดหัว "เห็นเรารึยังนะ"

ไอรดาก้มหน้างุดๆเดินหนีไปให้เร็วที่สุด...ปวีร์พยายามลุกขึ้น หน้าเหยเมื่อเจ็บร้าวไปทั้งตัว หยิบหมวกกันน็อกได้ บ่นอู้

"ไอ้บ้าเอ๊ย ไอ้แก๊งปาหินพวกนี้ จับใส่ตะรางให้เข็ด" พอจะลุกเต็มตัว ปวีร์ถึงร้องโอ๊ย...บ่นสงสัย "กระดูกหักรึเปล่าเนี่ย" แล้วพยุงตัวขึ้นมาอย่างยากเย็น...

ooooooo

ที่ม้านั่งในสนามบ้านคุณหญิงพจนีย์ นายธงชัยทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำร้อนน้ำชาตามสั่ง ขณะที่ไอรดากำลังดูลายมือให้คุณหญิง ปากก็ทำนายทายทักไป

"เส้นเดินทางเด่นมากนะคะ ดวงชะตาของคุณหญิงมีเกณฑ์ต้องเดินทาง..." คุณหญิงรับว่าถูกที่สุด จะไปเปิดศูนย์ หัตถกรรม ไอรดาทายต่อทันที "ใช่เลยค่ะ ตามลายมือบอกจะไปทางเหนือ"

"แต่ฉันจะไปประจวบฯ" คุณหญิงแย้ง

"นั่นไงคะ...ทางเหนือสุดของภาคใต้น่ะค่ะ" คุณหญิงเลิกคิ้วเห็นด้วย แต่ธงชัยที่ยืนระวังอยู่หัวเราะก๊ากออกมา ทั้งสองหันมามองหน้า ธงชัยรีบหุบยิ้ม ไอรดาทายต่อ "คนที่คุณหญิงจะไปพบเป็นชายเจ้าเนื้อ ผิวสองสี..."

"นี่เป็นศูนย์หัตถกรรมสตรีนะจ๊ะ มีแต่พวกแม่บ้าน"

"อ้อ...เอ้อ ดูผิดไปนิดหนึ่งค่ะ ที่จริงเป็นสาวใหญ่เจ้าเนื้อ ผิวสองสี หน้าตาท่าทางคล้ายผู้ชาย..."

ธงชัยหัวเราะจ๊ากออกมาอีก มองไอรดาแบบเป็นหมอเดาชัดๆ ไอรดาจึงเปลี่ยนโรดแม็ป

"งั้นดิฉันดูดวงลูกชายคุณหญิงดีกว่านะคะ" คุณหญิงตกลงทันที "ดูจากเส้นสายบุตรและบริวาร แต่บริวารชั้นปลายแถว จวนจะเคราะห์ร้าย ถ้าไม่สงบเสียง..." ธงชัยหวั่นใจ หน้าตูมกุมเป้านิ่ง "ดูแล้วต้องบอกว่า...วันนี้ลูกชายคุณหญิงจะประสบอุบัติเหตุ"
"หา...ตาปวีร์ลูกชายฉันเนี่ยนะ" คุณหญิงตกใจเผลอเกาบั้นท้ายสองที

"แต่ไม่ต้องกลัวค่ะคุณหญิง แค่กระดูกกระเดี้ยวเคล็ดยอกเล็กๆน้อยๆ ไม่ถึงกับเลือดตกยางออก"

"ไม่ร้ายแรงใช่ไหม เฮ้อ...โล่งอกไปที"

เห็นคุณหญิงโล่งใจ ไอรดาแอบมองธงชัยอย่างผู้ชนะ คุณหญิงสบายใจขึ้นมาก แต่พอมองออกไปถึงกับอ้าปากค้าง...เมื่อเห็นปวีร์เดินกะเผลกขามา ในมือถือหมวกกันน็อก คุณหญิงชำเลืองไอรดาแล้วอุทาน "คุณพระ...อะไรจะแม่นขนาดนั้น" ไอรดาพยายาม
ก้มหน้า ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นปวีร์จะมองเห็นหน้าเธอรึเปล่า...แล้วแม่ลูกก็ซักไซ้ตอนเกิดอุบัติเหตุตกท้องร่อง ปวีร์ด่าไอ้เด็กปาหินแล้วให้ธงชัยไปดูรถ คุณหญิงจึงแนะนำลูกชายให้รู้จักไอรดา ทั้งสองสวัสดีทักทายกัน

"สวัสดีครับ ผมปวีร์ เดี๋ยวนี้คนเป็นหมอดูเขาหน้าตาน่ารักแบบนี้แล้วเหรอครับ"

"คุณปวีร์ตัวจริง ก็ดูดีกว่าในทีวีเลยนะคะ"

"เหรอครับ..." มองไอรดาแล้วสงสัย "เอ...เหมือนเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับเนี่ย"

"เปล่านี่คะ ไม่มี ไม่เคย ดิฉันเพิ่งเจอคุณปวีร์ครั้งแรกนี่แหละ"

คุณหญิงเริ่มด่าพวกปาหินอย่างไม่ยั้งว่ามันหยาบช้าสามานย์มาก ปวีร์บอกว่า อยากใช้คำว่าเลวจะเหมาะกว่า...ไอรดาแทบจะหลับตาปี๋

"เสียดายผมไม่เห็นหน้ามัน ไม่งั้นจะเอาคืนเป็นสิบๆเท่า...เพี้ยง ให้กรรมตามสนองมันด้วยเถิ้ด..."

"ดิฉันเปล่านะคะ..." ไอรดาเผลอแก้ตัว แม่ลูกหันมามองแปลกๆ ไอรดารีบแก้ "เอ่อ...ใช่ค่ะ มันเลวแบบนี้ต้องรับกรรมชนิดติดจรวดเอ็ม 79 แต่คิดว่าถ้ารู้จักอภัยไม่อาฆาตเป็นทานอย่างหนึ่งนะคะ"

คุณหญิงรีบพาลูกชายเข้าไปทำแผลข้างใน ปวีร์ยังหันมาส่งสายตาเยิ้มใส่ ไอรดาเคลิ้มเข้าขั้นปิ๊งปวีร์ถึงกับงึมงำลำเลิก "หล่อขั้นเทพจริงๆผู้ชายคนนี้..."

คุณหญิงทำแผลให้ลูกชาย แต่ลูกชายกลับบอกว่าไม่เคยเห็นหมอดูน่ารัก เซ็กซี่ผิวดีชีๆแป๊ะๆ แม่ดุว่า เห็นแป๊บเดียวเก็บละเอียดขนาดนี้เหรอ อย่าไปทะลึ่งกับเขา หมอดูคนนี้เขามีองค์นะ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เขาดูแม่นยังกะตาทิพย์...

แม่ทำแผลเสร็จ ขอตัวไปคุยกับหมอต่อ...ปวีร์นั่งยิ้มฝันหวาน ปากพึมพำ

"สวยอย่างนี้น่าจะชื่อนางฟ้าพยากรณ์ซะมากกว่านะจ๊ะ..."

คุณหญิงมานั่งให้ไอรดาทายต่อไป ทายแบบใช้จิตวิทยาผสมการเดาหลายเรื่องจนคุณหญิงยกนิ้วให้แม่นมาก แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อไอรดาบอกว่า ขอให้คุณหญิงอย่าโกรธเธอ คุณหญิงรับรองไม่โกรธ แล้วเร่งให้ทาย

"ดวงครอบครัวคุณหญิงกำลังตกอยู่ในฤกษ์ราหูเพชฌฆาต พูดง่ายๆ ดวงชะตาถึงฆาตยกครัว"

"จริงเหรอ ตายแล้ว" คุณหญิงตบอกตัวเองสามผาง "จะทำยังไงดีเนี่ย...ตาย...ฉันไม่ไหวนะหมอ"

"ยังไม่ตายค่ะคุณหญิง ยังพอมีหนทางแก้ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ฤกษ์เพชฌฆาตแบบนี้ต้องใช้ฤกษ์มงคลแก้ ฤกษ์มงคลที่ดีที่สุดคือฤกษ์มงคลสมรส...ทางที่ดีคุณหญิงควรรีบหาทางจัดงานมงคลสมรสคนในครอบครัวขึ้นมา มิฉะนั้นดวงชะตาต้องถึงฆาต
ชนิดยกครอบครัวเลยนะคะ"

ไอรดาสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์

หลายขุม แล้วแอบเหล่มองคุณหญิงที่นั่งเซ่ออยู่กับคำว่า...ตายแน่ๆ จะทำยังไงดีหนอคราวนี้...

เมื่อถึงตอนธงชัยออกมาส่งไอรดาที่หน้าบ้าน ธงชัยเปรยขึ้นว่า ถึงเขาเป็นคนรับใช้แต่มองออกถึงพฤติกรรมบางอย่าง

"ผมขอร้องว่า...ถ้าจะหากินแบบนี้ไปหากินที่อื่น เจ้านายผม ผมก็รักและปกป้องเท่าชีวิต"

ไอรดายังไม่ทันโต้กลับ ปวีร์เดินมาถามธงชัยว่าคุยกับใคร ธงชัยรีบถอยไป ปวีร์เห็นไอรดาหน้าเครียดจึงถามมีอะไร เมื่อไม่มีอะไรจึงอาสาไปส่งไอรดา สั่งธงชัยไปเตรียมรถเก๋ง

ไอรดาติงว่า เพิ่งขับมอเตอร์ไซค์ลงคลองจะขับเก๋งไหวหรือ

ปวีร์คุยว่าขับเรือบินยังได้ ทั้งสองต่างมองตากันอย่างท้าทาย เหมือนมวยกำลังชั่งน้ำหนัก ก่อนจะตะลุยกัดใบหูกันให้ขาดกระเด็นไปข้าง...

ขณะนั่งไปในรถปวีร์ทั้งสองก็คุยกันเหมือนกับว่ากำลังโต้วาทีออกอากาศ ปวีร์ไม่เชื่อว่าไอรดายังไม่มีแฟน ไอรดาย้อนว่าเขาก็กำลังถูกนางแบบไล่งับอยู่ไม่ใช่รึ ปวีร์ร้องลั่น อย่างเขาไม่ให้ใครมางับได้ง่ายๆ คุยกันไป คิดในใจ เยาะหยันแล้วขย้ำนิดๆไปในตัว...

เธออยากจะบอกปวีร์ว่าอย่างนายคนนี้ เธอจะจับให้อยู่หมัดเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนปวีร์บอกว่า ถึงเขาเจ้าชู้แต่ก็รักจริงไม่ทิ้งขว้าง เขาให้เกียรติสตรีเสมอ แต่ในใจกลับอยากบอกว่า เธอเซ็กซี่ น่ากินไปทั้งตัว แล้วคิดเลยไปว่า พอลงรถไปส่งถึงห้องนอนแล้ว แม่เจ้าโว้ย
อะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากคิดต่อเลยว่ะ...ไอรดาเองก็คิดตอบโต้ในใจ

"ไอ้ตากะล่อนเอ๊ย คงคิดว่าฉันง่ายๆอย่างที่เคยเจอมาละสิ กะล่อนทองอย่างนายมันต้องเจอผู้หญิงร้ายๆอย่างฉัน ฮิๆๆๆ" แล้วบอกเขาว่าใกล้ถึงบ้านแล้ว เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ถึง

"ครับ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมส่งถึงสวรรค์...เอ๊ย ถึงบ้านคุณเลย" ต่างมองตากันอย่างมีชั้นเชิง ปวีร์คิดในใจอีก "แบบนี้ รับรองจะทำให้ติดใจไม่รู้ลืมเลยละน้องเอ๋ย"

"เล่นกับใครไม่เล่น..." ไอรดาโต้ในใจเช่นกัน "มาเล่นกับฉัน แล้วนายจะรู้สึก นายหื่นเอ๊ย"

ทั้งสองคนต่างอมยิ้ม มั่นใจตัวเองว่า "เหนือฟ้า ยังมีอาตมานั่งอยู่..."

พอปวีร์ขับรถไปถึงหน้าบ้านเช่าจึงจอดรถ ลงมาเปิดประตูให้ไอรดา...มองดูบ้านของเธอ คงจะเช่าไม่แพงนัก เขาจึงมั่นใจว่าคราวนี้หวานคอแร้งกาแน่แล้ว...มองตามบั้นท้ายไอรดาแล้วกลืนน้ำลายเสียงดังเอื๊อก ไม่ได้ยินที่เธอขอบคุณ เดินตามไปที่ประตู
กำลังจะตามเข้าไป กลับสะดุ้งร้องลั่นขึ้นเพราะถูกเธอปิดประตูดัก บานประตูอัดตรงเป้าจนต้องกุมจนตัวงอ

ไอรดาตกใจถามว่าเจ็บมากไหม ปวีร์ยิ้มแหยแต่ไว้เชิง...บอก "ไม่เป็นไร ยังจะพอใช้การได้...ผมว่าเรารีบไปคุยข้างในดีกว่า..." ไอรดารีบคล้องกุญแจแกร๊กทันที ใครจะให้เขาเข้าไป แล้วโบกมือบ๊ายบายทันที

"เฮ้ เดี๋ยวสิคุณ จะเจอกันอีกเมื่อไหร่ เบอร์โทร.ก็ไม่ให้"

"ฉันต้องไปดูหมองานวันเกิดคุณหญิง ต้องเจอกันอีกแน่" ไอรดาชม้ายตาหวานฉ่ำโปรยเสน่ห์เต็มสตีม ก่อนจะหันสะอิ้งเอวมาช้าๆ เตือนให้เขาขับรถดีๆ แต่ในใจนั้นกลับไม่ดีด้วย

"หึ...ฝันไปเถอะ ชาตินี้ทั้งชาติ นายไม่ได้แอ้มกะแหลมแป๋มฉันหรอก"

ปวีร์เกาะรั้ว ทำตาออกอาการหื่นอยู่วาบๆ แล้วกลับกัดกรามกร้วมๆ

"คราวนี้เพราะฉันกะปล่อยเธอไปก่อนหรอกนะ แต่ คราวหน้า...เธอจะถูกพะบู๊ประตูพังแน่"

พอไอรดาเข้าบ้านเจอปุ๊กกี้รี่เข้ามาถามอย่างตื่นเต้น ที่เห็นปวีร์ดาราคนดังควงสาวสวยไฮโซไม่เลือกหน้ามาส่ง ถามว่ารู้จักเขาได้ไง ไอรดาแจง...แม่เขาเป็นลูกค้าดูหมอ แล้วเตือนเพื่อนว่า นายคนนี้ไม่ใช่คนดีหรอก เสือจะตาย ไม่รู้สาวๆชอบยังไง ในสมองตา
คนนี้คงคิดอยู่เรื่องเดียวแหละ

"แกคอยดูเหอะ มาเจออย่างฉัน อยากรู้เหมือนกันว่าจะเป็นเสือโฮกๆหรือเสือกะบากแน่"

ปุ๊กกี้เห็นท่าทางแบบนี้ของไอรดาแล้วรีบเตือนว่า ระวังจะถูกเสือขย้ำตาย...

แล้วในที่สุด...ไอรดาก็เก็บไปฝันว่าไปบ้านปวีร์ เอาน้ำส้มมาต้อนรับ เธอดื่มไปหน่อยเดียว สะลึมสะลือ แล้วปวีร์ก็เข้ามากอดปล้ำ ไอรดาร้องห้ามลั่นๆ พอลืมตาเห็นแขนใครมา กอดรัดทาบที่หน้าอกจึงยันโครมไป พอลืมตาตื่นเห็นปุ๊กกี้ตกลงไปที่พื้น ลุกขึ้นมา
ถามเอาเรื่องว่าทำไมทำแบบนี้ ผีเข้าเรอะ สองสาวตอบโต้กันเรื่องผู้ชายที่มาชอบไอรดา แล้วเธอตะเพิดเขาไปทุกราย ไอรดาบอกว่า แม่สอนว่าผู้ชายตอนมาจีบใหม่ๆก็ดีทุกราย...จากนั้นสองสาวเถียงกันเรื่องผู้ชายรูปหล่อ ถูกปุ๊กกี้ย้อนว่า ถ้าไอรดาไม่ชอบผู้ชาย
รูปหล่อแล้วจะชอบแบบไหน?

"ฉันชอบผู้ชายแบบรวยๆ เลี้ยงดูฉันกับแม่สบาย ไม่ต้องทำอะไรได้ตลอดชีวิต"

"แล้วในโลกนี้จะไปหาแบบนั้นได้ที่ไหนเล่า แกเอ๋ย... ตื่นจากฝันซะที"

"มีสิยะ...แล้วฉันก็ได้เจอเขาแล้วด้วย" ไอรดาว่าแล้วยิ้มร้ายๆ เหมือนกำลังขายฝันอยู่อีก

"ว่าไงนะ...เฮ้ย อีกแล้วเรอะ ยิ้มแบบนี้ฉันเสียวแทนทุกที งานนี้ใครจะเป็นเหยื่อให้แกอีกล่ะเนี่ย?"

ooooooo

งานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงพจนีย์เริ่มขึ้นอย่างครึกครื้นในสวนหย่อมในบ้าน แขกมากันเพียบ นักข่าวชายหญิงแทบชนกันหัวโน ของขวัญกองพะเนินเทินทึก เสียงสรวลเสเฮฮา ทั้งแก่ดีกรีและของขบเคี้ยว...ทุกคนดูมีความสุข แสงสีละลานตา เสียงเพลงขับ
กล่อมเหมือนลอยบนสรวงสวรรค์ แต่ปวีร์กลับนั่งซึมกะทือ...ขวัญตาเมียธงชัยให้สามีไปดูแล ปวีร์บอกธงชัยว่าจะสนุกได้ไง ดูคนมางานนี้สิเลขห้าเลขหกขึ้นทั้งนั้น...

ตอนหนึ่ง คุณปยุตสะกิดพจนีย์มาหยิบกล่องสร้อยเพชรส่งให้ อวยพรวันเกิดอย่างหวานฉ่ำ คุณหญิงตื้นตันทรวงใน แล้วยังสวมให้อีก ยิ่งซึ้งตรึงใจคุณหญิงยิ่งนัก...ทั้งสองชมกันไปมาว่ายังไม่แก่ หยอกกันอย่างมีความสุขแล้วสะดุ้งเมื่อธงชัยเข้ามาสาระแน
ว่าเชิญคุณหญิงไปร้องเพลงเปิดงาน

ปวีร์นั่งเบื่ออยู่คนเดียว แล้วได้ยินเสียงเพลงระดับสุนทราภรณ์ตอนแต่งเพลงใหม่ๆสมัยแตกเนื้อหนุ่ม...ปวีร์ฟังพ่อแม่ร้องเพลงคู่ยังไม่หนำใจ มองไปเห็นผู้คนย่องแย่งไปทำท่ารำวง บ้างก็เต้นรำ ล้วนระดับสูงวัยทั้งสิ้นแล้ว...อยากจะดื่มให้เมาตาย...

แต่แล้วปวีร์ก็ต้องร้องขอชีวิตไว้ทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นไอรดาในชุดราตรีงามล้ำเลิศเฉิดฉวี เยื้องย่างมาสามสี่ก้าว ก็ทรุดลงไปทันที ปวีร์ตกใจแทบตาย...แล้วค่อยยิ้มออกมาได้ เมื่อไอรดาโผล่ขึ้นมา จัดเสื้อผ้าผมเผ้าให้เข้ารูป บ่นว่าใส่ส้นเข็มละเป็นแบบนี้ทุกที ปวีร์รีบแต้เข้าไปหา เชื้อเชิญเธอและขยับเก้าอี้ให้พร้อมอาสาไปหาเครื่องดื่มมาต้อนรับ

"คุณหญิงท่านจ้างฉันมาดูหมอให้แขกในงานค่ะ"

แล้วมีหญิงสูงวัยท่านหนึ่งมาทัก "หมอไอ ตาทิพย์" แล้วขอประเดิมดูชะตาราศีทันที ไอรดาเชิญไปรอที่โต๊ะทางโน้น เดี๋ยวเธอตามไป...ปวีร์ต้องรีบชวนคุย หยอดไปว่า ไม่รู้ว่าหมอไอจะดูแม่นรึเปล่า ไอรดาต้องยืดอกยืนยันว่าดูแม่แน่นอน เขาขอให้ดูเนื้อคู่ให้

ไอรดาบอกต้องตามคิว พอจะเดินไป ปวีร์ ยังดึงเกมว่า...เขายังไม่ได้บอกเธอเลยว่าวันนี้คุณสวยมาก...ทั้งสองหนุ่มสาวตามองตา สายตามาจ้องมองกัน...ไม่มีเสียง...แต่ก็พอจะรู้ว่าทั้งสองตกหลุมรักกันตูมใหญ่เข้าแล้ว...

ooooooo

ที่โต๊ะหมอดู ไอรดาดูให้รายแรกจนจบไป มีมาพร้อมกันอีกสามคน ต่างแย่งกันไปมา อ้างว่ามาพร้อมกัน จนต้องดูให้พร้อมกันสามคน...ดูคนนี้ อีกสองคนถามบ้าง ยื่นมือมาใกล้ๆกว่าคนอื่น ไอรดาต้องดูแล้วตอบไป เมื่อยทั้งมือทั้งปากจนตาแทบกลับ...ในที่สุด
แทบลมใส่ จึงรีบขอตัวไปห้องน้ำ ขอให้รอเดี๋ยว...

ไอรดาเดินเข้าไปในบ้านผ่านห้องนั่งเล่นเห็นโซฟา จึงเร่ไปเอนพัก กางแขนขาท่าสบายให้หายเหนื่อย...หลับตาลงได้ครู่เดียว เสียงกระแอมดังขึ้น เธอลืมตามอง รีบเด้งตัวขึ้นทันที พอเห็นปวีร์จึงยิ้มออก...เขาเดินมาในมาดวาเลนติโน ค่อยๆวางมาดเท่ ยื่นมือ
แบไปให้ ถามว่าถึงคิวเขาหรือยัง ไอรดาขยับมาใกล้จับมือเขามาดู ปวีร์ยิ้มฟันแทบหัก จีบซะเต็มคำว่า คืนนี้เขาต้องดวงดีมีผู้หญิงสวยๆมาจับมือ...เธอดูไปครู่หนึ่ง พอเงยหน้ามองเห็นเขาจ้องเขม็งเหมือนตาค้าง พอเธอถาม เขาก็บอกว่า เขาก็ดูหมอไง?

"ดูหมอ...อ๋อ ดูหน้าหมอ...ตายแล้ว...กล้าเล่นนะคะ อู้ฮู นี่ไงคะ เส้นเจ้าชู้งี้ชัดมากกก..."

"คุณคงทายผิดแล้ว ผมน่ะรักเดียวใจเดียว ทุกวันนี้ผมมองหาคู่ชีวิตเพียงคนเดียว จะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า" ไอรดาย้อนว่า พูดกับสาวๆแบบนี้ทุกคนหรือไร ปวีร์สะอึกเล็กน้อย "คุณดักคอเก่งจัง...งั้นช่วยดูเรื่องเนื้อคู่หน่อยได้ไหมครับ"

"เนื้อคู่เหรอคะ" ยิ้มลึก ทำท่าดึงมือมาดูใกล้ๆแล้วตกใจ "นี่ดวงคุณจะได้พบเนื้อคู่นะคะเนี่ย" ปวีร์แสร้งหาว่าพูดเล่น "พูดจริงๆค่ะ นี่เกณฑ์จะได้พบเนื้อคู่เร็วๆนี้" ปวีร์ รุกเมื่อไหร่? "ก็...คืนนี้แหละค่ะ"

ไอรดาลุกขึ้นชม้ายตาทอดสะพานให้...ปวีร์หรี่ตามอง ในใจคิดอย่างระทึกขวัญ

"หึๆๆๆ   คืนนี้เธอไม่สามารถหลุดรอดง่ามมือฉันไปได้... ฟันธง...แน่นอน"

"หึๆๆๆ คืนนี้นายไม่รอดง่ามมือฉันไปได้...ฟันธง ฟันให้หักไปเลย" ไอรดายิ้มแล้วเดินหนีไป

ปวีร์หรือจะไม่ตามไอรดาไป...ที่โต๊ะหมอดู แขกที่มาต่างเข้าคิวดูหมอกันด้วยความศรัทธา เพราะหลายคนบอกต่อๆกันไปว่า ดูแม่นยังกับจับวาง...แต่ไอรดาดูไป ก็มองปวีร์ ที่ถือแก้วเครื่องดื่มมายืนดื่มไป ตาจ้องมองไอรดาไป เหมือนกลัวจะหนีหายไปต่อหน้า...

ไอรดาดูให้แขกคนหนึ่งอย่างมั่นใจ ทายไป ตาจ้องมองปวีร์บ่อยๆ ยืนยันเนื้อคู่แขกที่ดู

"เนื้อคู่คุณพี่มีจริงๆค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวย..." ไอรดาไม่มองแขกที่ทาย กลับมองไปทางปวีร์ที่มองมากรุ้มกริ่ม ไอรดา ทายต่อไป

"ถ้าจับได้อยู่มือละก็...สบายไปทั้งชาติ...ฉันไม่ปล่อยนายให้หลุดมือไปแน่"

"ว่าอะไรนะ" แขกหญิงสงสัยที่หมอทาย ไอรดารู้สึกตัว รีบแก้ตัว

"อ๋อ...เปล่าค่ะ เอ้อ...เดี๋ยวดิฉันคงต้องขอตัวกลับก่อนแล้ว..."

คุณหญิงพจนีย์เดินมาทักหมอไอว่าเหนื่อยไหม นี่เกินเวลาที่ตกลงไว้เยอะ พร้อมส่งซองให้ว่าเป็นค่ายกครู ไอรดารับมาไหว้ขอบคุณ เสนอตัวว่า ถ้าจะให้รับใช้ขอให้นึกถึงเธอ คุณหญิงรับคำ ยกย่องว่าทุกคนต่างบอกว่าทายแม่นมาก ปีหน้าให้จองตัวหมอไอ
มาอีก ไอรดาไหว้ขอลากลับ จะให้ธงชัยไปส่ง เธอปัดว่าไม่เป็นไร แค่นี้ก็กรุณามากแล้ว...ไอรดาเดินไป ได้สองสามก้าว มองปวีร์ ขยิบตาให้ ปวีร์หรือจะไม่รีบตามไป

ไอรดาแอบดูเงินในซอง   ถึงตาโตที่คุณหญิงจ่ายมางามมาก...พอยืนรีรอด้านหน้า แท็กซี่โฉบมา เธอเห็นปวีร์เดินมาแต่ไกล จึงไล่แท็กซี่ไป ปวีร์ตามมาถามว่า แท็กซี่นั่นทำไมหรือ เธอรีบบอกว่าแท็กซี่คันนี้พูดจาลวนลามไม่น่าไว้ใจ   ปวีร์จึงตกหลุมเสนอไปส่ง
จะปลอดภัยกว่า เธอทำเสียงออดออเซาะว่า ปลอดภัยจริงหรือ ปวีร์จึงตอบทันทีว่า ก็ต้องลองดู...แล้วเชิญไอรดาขึ้นรถ

ขณะที่ปวีร์ขับรถไป ไอรดานั่งนิ่ง ต่างคนต่างคิดวางแผน แต่ไอรดาดูท่าทางเหมือนคนเมา ทำท่างอกแงก สั่งให้เขาเลี้ยวไปอีกทาง  ปวีร์ว่า  เมื่อก่อนมาส่งเธอไม่ใช่ทางนี้  ไอรดายืนยันให้ เลี้ยวซ้ายแล้วเลี้ยวขวา แล้วตรงไปก่อนเลี้ยวอีกที

"เลี้ยวซ้าย...ขวา...แล้วย้อนยูเทิร์น ไอไม่เทิร์น..." เสียง เธอทำให้เขาเอะใจ ถามว่าเมารึเปล่า ไอรดายืนยันเสียงเฮาะแฮะว่า ไม่มาว...เขาแย้งว่า ไม่เห็นเธอดื่มที่ไหนนี่...ไอรดาแก้ว่าเมารถ...เขาขับต่อ แล้วมองมาเห็นเธอคอพับคออ่อน จึงจอดรถข้างทางเขย่า
ตัวถามเท่าไหร่ ก็ไม่ตื่นเสียแล้ว

ปวีร์นั่งจนด้วยเกล้า จะไปส่งเธอถึงบ้านได้ไง? จึงพูดกับเธอเป็นการขู่

"คุณไอ...ถ้าคุณไม่ตื่น...ผมพาคุณไปบ้านผมนะครับ คุณไอ" เอามือปัดๆที่ตรงหน้า เธอไม่รู้สึกแล้ว ปวีร์นึกขึ้นได้ ดีใจเหมือนได้แก้ว "ไม่ตื่น....ฮ้า ไม่ตื่นก็ดีแล้ว...ฟลุก...ฟลุก จริงไม่อิงนิยาย เสร็จไอ้โจรสลัดเนื้อสันแน่คืนนี้...ไปห้องเราโลดลิ่วปลิวไสวไปเดี๋ยว
นี้..." ว่าแล้วปวีร์ก็ออกรถเลี้ยวไปอ้าวๆ มุ่งหน้าไปยังห้องนอนที่บ้าน...

ไอรดาที่นอนคอพับคออ่อนระแน้อยู่นั้นค่อยๆหรี่ตาขึ้น แล้วก็ยิ้มออกมาได้ ยิ้มอย่างราชสีห์ตัวเมียที่มองเห็นหมูผู้ตัวอ้วน ที่หล่นลงไปในหลุมพรางของตน...

ทันทีที่เอารถเข้าบ้าน ปิดประตูแล้วปวีร์รีบเร่งเหมือนคนที่คันไปทั้งตัว...บอกตัวเองว่า ช้าไม่ได้ สวรรค์น้อยๆกำลังรอที่เตียงนอน วิ่งมาอุ้มแล้วต้องวาง วิ่งไปเปิดประตูบ้าน จนไอรดาแอบมองแล้วด่า...อีตาหื่นเอ๊ย...เขาวิ่งมา เธอทำเป็นหลับ ถูกอุ้มเข้าบ้านใน
ที่สุด

พออุ้มเข้าห้อง วางเธอลงบนเตียง ยืนมองแล้วปากสั่นงึมงำเป็นหมีกินผึ้ง

"สวย...สวยไปโหมดทั้งตัว...หาที่ติมิได้...โอ๊ย...ไม่ไหวแล้ว แก้วตาเอ๋ย"

ปวีร์รีบถอดเสื้อกางเกงไปด่าตัวเองไปที่ยืนเสียเวลา เหลือชั้นใน ขยับย่างสามขุมมาที่เตียง นั่งลงไล้เบาๆที่แก้มเธอ งึมงำภาษาขมุหรือภาษาอะไรไม่รู้ได้...

ปวีร์แทบลืมหายใจ ก้มลงบรรจงจะจูบที่ปากเธอ แล้วสวรรค์ก็หายวับไป เมื่อมือของไอรดายันปากเขาไว้ ปวีร์ต้องผงะ "อ้าว...คุณไอ...รู้สึกตัว แล้วเหรอครับ"

"นี่...ฉัน...อยู่ที่ไหน" แสร้งสะลึมสะลือต่อ

"ไม่ต้องกลัวครับ คุณปลอดภัย...นี่บ้านผมเอง"

"แล้วนั่น...คุณถอดเสื้อผ้าทำไม"   ปวีร์มองดูตัวเอง ร้องตกใจ รีบวิ่งไปหยิบเสื้อผ้ามา บอกว่ามันร้อนเตรียมจะอาบน้ำ... ไอรดาเริ่มมาในมาดใหม่ บอกว่าเธอคอแห้ง เขาเสนอจะดื่มอะไร เธอบอกอยากดื่มไวน์ ทำให้ปวีร์ได้กลิ่นอายความระรื่นหื่นกระหายขึ้น
มาทันที เธอย้ำอีก

"บรรยากาศอย่างนี้   เราควรเริ่มต้นด้วยการจิบไวน์ ด้วยกัน ดีไหมคะ"

"โฮ้ย...ดีครับ ดีมากๆ โลกนี้ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว" เขารีบดิ้นตายไปหาสิ่งที่เธอต้องการมาให้ ไอรดาหรี่ตามองตาม ความเจ้าเล่ห์ซ่อนไว้มิดชิด...ยิ้มสบายๆ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน...

ooooooo

พอรินไวน์แดงใส่แก้วก้านสองแก้ว มองอย่างอารมณ์ดี มีฮัมเพลงจีนขงเบ้งบรรเลงขิมในคอ...หยิบกุหลาบแดงจากแจกันมาคาบไว้ กำลังจะยกไป มือถือดันดังขึ้น ถึงกับเคืองขุ่น ด่าว่าโทร.มาทำบ้าอะไรตอนจะเข้าด้ายเข้าเข็ม...จำต้องวาง แล้วหยิบมือถือมารับ

"เฮ้ย..." ปวีร์สะดุ้งแปดกลับ เมื่อเสียงสาวเมษาโทร.มา จึงกรอกเสียงดุไปทันทีว่า โทร.มาทำไมตอนนี้ แม่เมษายิ่งสงสัยทำไมจะโทร.มาตอนนี้ไม่ได้ มันเป็นท่าไหน?

ปวีร์เดินเลี่ยงไปอีกทาง อธิบายว่าตอนนี้กำลังยุ่งขิงเป็น ลิงเก็บเห็ด แล้วอ้างว่ากำลังเสิร์ฟไวน์ วันนี้วันเกิดคุณแม่...แล้วแกล้งหันไปทักคุณลุงคุณป้าไปตามเรื่อง แล้วขอตัวไปทำงาน เมษาร้องเดี๋ยว ขอไปหาเขาที่บ้านตอนดึก ปวีร์ร้องบอกทันทีว่า ตอนนี้เขาอยู่
บ้านคุณแม่ นอนที่นี่ด้วย พรุ่งนี้พบกัน แล้วทำท่าพูดติดขัด บอกว่าแบตจะหมดแล้ว ฟังไม่ได้ยิน ไว้คุยพรุ่งนี้ แค่นี้นะ...ปวีร์รีบตัดสายปิดเครื่องไปเลย...ยืนถอนใจแปดเฮือกก่อนจะรีบวิ่ง ไปบรรจงจับแก้วไวน์และดอกไม้ร่อนถลาไปเหมือนไก่จะบิน...

หลังจากวางแก้วไวน์อย่างนุ่มนวลต่อหน้าไอรดาที่ยิ้มเยิ้ม อ้าแขนต้อนรับอย่างเต็มที่ จ้องตากันจนลืมโลก จิบไวน์ คนละจิ๊ก...ปวีร์ทำเป็นวัยรุ่นใจร้อนซดไวน์ตัวเองอีกหนึ่งโฮก จับแก้วไวน์ในมือเธอไปไว้อีกทาง แล้วเอื้อนเอ่ยขึ้น

"ผมว่า เลิกจิบไวน์หันมารำมะนาทำอย่างอื่นกันดีกว่านะจ๊ะ" ปวีร์ดึงแขนไอรดาเข้ามาแบบรวบรัด...เธอขืนตัว ร้องสั่งให้เขาดื่มไวน์หมดแก้วเสียก่อน...ปวีร์ยิ้มสบายมาก ยกไวน์ของตนดื่มโฮกเดียวเกลี้ยงแก้ว...คว้าแขนไอรดามาอีก ย้ำเสียงยังกับเสือขย้ำเหยื่อ
"หมดแก้วแล้ว...ทีนี้มาทำอะไรเล่นได้รึยัง"

ปวีร์รุกคืบประชิดติดพัน ยื่นจมูกมาหา หมายจูบให้ มันเป็นการปฐมฤกษ์เบิกม่านรัก

"เดี๋ยวสิคะ...ใจเย็นๆก่อน"

"อะไรอีกล่ะคุณ...ไม่เย็นไม่แยนแล้ว...ดูสิเนื้อตัวผมร้อนยังกะไฟ..." ว่าแล้วถอดเสื้อผ้าพัลวัน เหมือนกลัวใจตัวเองจะขาดรอนๆ เหลือแต่เสื้อกล้ามกับลิงที่เป็นผ้าติดตัว แล้วพุ่งเข้าใส่หมายฟัดเหยื่อให้แหลกคาเขี้ยว ไอรดาร้องลั่น ดิ้นหนีตาย

"อย่า...เดี๋ยว...อย่าเพิ่งสิคะ" ปวีร์ผีเปรตเข้าแล้ว...ไอรดา สู้จนแรงอ่อนล้า เขาล็อกเธอไว้ ยื่นหน้าไปหมายจูบปาก ไอรดา ใช้มือช่วยยันหน้าไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะยันไว้ได้

"แหม...มีดิ้นพราดๆแบบนี้ชอบนะ ออกรสชาติจนของขึ้นเลยนะเนี่ย" พอบุกตะลุยหมายพิชิตเขาเอเวอเรสต์ ทั้งซุกทั้งไซ้ไต่ซอกเขาเข้าขั้นอันตราย...ไอรดาตบเปรี้ยงเข้าที่หน้า ปวีร์ชะงักหน้าหัน ทีแรกชักฉุน ทำเสียงโฮกๆในคอ แต่แล้วก็ยิ้มออกมาได้

"อ๋อ...รู้แล้ว...จับรหัสได้แล้ว...ซาดิสต์...ชอบแบบรุนแรง ได้เลือด...แล้วก็ไม่บอก"

"ฮ้า...ไม่" ไอรดานึกได้ ร้องจนตาถลน "ไม่ใช่ชอบอย่างนั้นนะ" ปวีร์คำรามไม่เป็นภาษาคนแล้วถาโถมโจมจู่เข้ามาหา ไอรดากรี๊ด...ทันใดนั้น ขณะที่เขาจะโถมใส่เต็มพิกัดซาดิสต์คิดว่าเธอชอบ...พลันร่างของนายปวีร์ผี เข้าก็ร่วงผล็อย หัวปักดิ่งใส่หมอน
นอนหมดสภาพคนเป็นๆอยู่ข้างๆไอรดานั่นเอง ทีแรกไอรดาก็ตกใจ แต่พอมองปวีร์เห็นหลับสนิท... หน้าที่เสียไปเมื่อครู่ กลับยิ้มโล่งออกมาได้...

"รู้จักฝีมือแม่ไหมล่ะ...ตานี้ใครแน่...เหนือฟ้ายังมีอาตมาอยู่เสมอ..."

นายปวีร์ตอนไปรินไวน์ มีแม่สาวเมษาโทร.มากวนและ จะตามมาหา  จึงหันไปหามุมที่ไม่ให้ใครได้ยิน  โทร.ปรามเธอไม่ให้รบกวนนั้น...ไอรดาแอบย่องมาใส่ยานอนหลับในแก้วไวน์ของปวีร์ ก่อนจะย่องหนีกลับมานอนรอที่ห้องนอน...

ooooooo

ตอนที่ 2

ไอรดามองปวีร์เหมือนลูกไก่ในกำมือ แต่ยื่นหน้ามองใกล้ๆบ่นว่าใส่ยาเต็มกำมือเพิ่งจะออกฤทธิ์ตอนนี้เอง...แล้วไอ รดาแตก
ตื่นหัวใจแทบหยุดเต้น

"ชอบแรงๆใช่ม้าาา?" ปวีร์งัวเงียถามขึ้น สองมือกอดเธอหมับ ไอรดาร้องห้ามลั่นห้อง ขี้หดตดหาย...แล้วปวีร์ก็คอตกอ่อนยวบ
ไปทั้งตัวหลับคาไหล่ไอรดา เธอผลักลงไปหงายท้องบนเตียง ไอรดามองอย่างปลงๆแล้วบอกตัวเองว่า ก็ต้องมาจัดฉากให้เก๋ๆต่อ
ไป...

ไอรดาจำต้องเดินตามแผน ทั้งๆที่จะต้องเริ่ม ก็ใจระทึกโครมๆขึ้นมา ค่อยๆเอามือสั่นๆถอดเสื้อกล้ามเขาออก แล้วมาถึงถอดลิง
ผ้าปราการสุดท้ายของท่านชาย...กล้าๆกลัวๆยึกยักพักหนึ่ง คีบเอากางเกงตัวสุดท้ายที่ใช้ผ้าน้อยที่สุดของเขาออกมาจนได้...
แวบเดียว ใจหายวาบ ต้องเบือนหน้าหนีร้องอี๋เรียกหาอาอี๊...คีบมาสุดขยะแขยง แล้วโยนทิ้ง ก่อนจะกล้าหันมามองจุด
ยุทธศาสตร์ของเขาอีกครั้ง

"หยึย...น่าเกลียดน่ากลัวที่สุดเล้ย..." แล้วรีบดึงผ้าห่มมาปิดด้วยความรู้สึกขนลุกขนพอง...

ooooooo

ถึงจะหมดพิธีการงานวันเกิดคุณหญิงไปแล้ว ถึงตอนมาช่วยกันดื่มกินตามอัธยาศัย...กลุ่มคุณหญิงกำลังร่วมวงอาหารทะเลเผา
กันอย่างสนุกสนาน โดยมีขวัญตากับธงชัยช่วยบริการอย่างใกล้ชิด...ไม่นานธงชัยเอามือถือมาส่งให้ คุณหญิง ท่านมือเลอะ จึง
ให้ ธงชัยรับแทน เมื่อรู้ว่าปวีร์โทร.มา ทั้งให้เปิดเสียงฟัง ด้วย...คุณหญิงยื่นหน้าไปใกล้มือถือ ถามว่าเป็นไงลูก พูดมาดังๆเลย...

"อย่า...ไม่นะคะ...คุณปวีร์...อย่าค่ะ" เสียงที่ดังมาเป็น เสียงผู้หญิง แล้วยังมีเสียงฟืดฟาดเหมือนกำลังออกแรงเต็มที่... คุณหญิง
ตาถลน...ทุกคนที่ล้อมวงอยู่แตกตื่นตามๆกัน...ผู้พันปยุตอ้าปาก กุ้งยังไม่ทันเคี้ยวยังคาอยู่ คุณหญิงสั่งเฉียบ

"ธงชัย ปิดเสียงก่อน...ปิดเสียง" ธงชัยรับคำทันที แต่กดไป เสียงยิ่งดังขึ้น

"อย่า...อย่าข่มเหงดิฉันยังงี้สิคะ...คุณปวีร์...อย่า..."

"ไอ้ธง...นั่นมันปุ่มเพิ่มเสียง" ขวัญตาด่าสามี ทั้งเบิ๊ดกะโหลกสามีสองทีซ้อน ขณะเงอะงะกันไปมา เสียงไอรดาที่จงใจทำซาวนด์
เอฟเฟกต์ด้วยการกรอกเสียงมาทั้งตีแขนปวีร์ ตุ๊บตั๊บเหมือนถูกข่มขืน ปากก็ร้อง

"โอ๊ย...พอทีค่ะคุณปวีร์...ไม่นะคะ ถ้าไม่คิดรับผิดชอบตัวฉัน อย่าย่ำยีกันเลย..ไม่...ฮือๆๆๆ"

คุณหญิงทำท่าจะลมใส่ ขวัญตาปิดเสียง รีบประคอง ผู้พันปยุตสั่งธงชัยเตรียมรถมาให้ท่านกับคุณหญิงเดี๋ยวนี้... คุณหญิงเร่ง
ขวัญตาพาท่านไปที่รถเร็ว ทั้งสั่งขวัญตาเอามือถือท่านมา แล้วถูกดุที่ยังดันเอาแนบหูฟังอยู่อีก...ขณะคุณหญิงพาสามีไป มี
แขกหญิงตามไปหลายคน นักข่าวตาไวหูไวสะกิดกันตามไปบ้านปวีร์ทันที จึงเห็นเป็นการเดินทางเร่งร้อนเป็นขบวนยาว...

ขณะเดียวกันนี้...นวลตองแม่ของไอรดาขับรถมาหาลูกสาว แวะเติมน้ำมัน ก็ได้รับโทรศัพท์จากไอรดาว่าแม่ไม่ต้องไปหาเธอที่
บ้านของเธอแล้ว แม่ไม่พอใจที่ลูกสาวให้มาหา ใกล้ จะถึงแล้วจะไม่ให้ไปเสียอีก อย่างนี้แม่เสียหาย แทนที่จะได้ ขายของฝรั่งที่
ชอบมาซื้อตอนดึกๆ ไอรดาจึงรีบอธิบาย

"แม่ใจเย็นๆก่อน...แม่จ๋า ไอกำลังต้องการความช่วยเหลือจากแม่ แม่ขับรถมาหาไอที่นี่ด่วนเลย" นวลตองตกใจ เสียงสั่นว่าลูกมี
เรื่องอะไร เป็นอะไรหรือเปล่า "เดี๋ยวแม่มาถึงก็รู้เอง...ฟังดีๆจะบอกทางให้"

นวลตองหูผึ่งฟังอย่างตั้งใจ...

ooooooo

ขณะที่คุณหญิงลงรถนำหน้าทุกคนเข้าบ้าน ลูกชาย พ่อปยุตเห็นคนตามมาเป็นขบวน บอกคุณหญิงว่า มันจะเอิกเกริกไปหน่อย
ไหม คุณหญิงว่าเรื่องมันเปิดออกมาจนป่านนี้แล้ว พวกเขาห่วงเรามากกว่า แล้วคุณหญิงขอตั้งสติ ก่อนจะเข้าบ้านไปดูลูกชาย
ทำบัดสี บัดเถลิง...

เมื่อเสียงเดินเสียงพูดอึกทึก ไอรดาบอกตัวเองว่า เขามากันแล้ว รีบจัดแจงถอดบรา กางเกงในโยนทิ้งไป เอาน้ำในแก้วใกล้มือ
มาแตะลูกตา ทำท่าร้องไห้ร่ำไรเป็นเผาเต่า

ประตูห้องเปิดผางออกมา คุณหญิงกับปยุตยืนตะลึงจังงัง แต่พวกตามมาเรียงเป็นตับมองตาโตเป็นไข่ห่าน แล้วแลกเปลี่ยน
ความเห็นกันระงมถมถืด ไอรดาทำตกใจรีบดึงผ้ามาห่มถึงคอ ร้องสะอึกสะอื้นเหมือนจะเด๊ดสะมอเร่ ทุกคนอดเวทนาไอรดาไม่
ได้ บางคนเอามือถือกดถ่ายภาพ จึงถูกมองอย่างรังเกียจ

คุณหญิงไม่รู้จะเริ่มยังไง ให้ไอรดาเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น คุณปยุตรีบปรามว่า เพิ่งเกิดขึ้นจะให้เล่ายังไง คุณหญิงไปสะกิดปวีร์ สั่ง
ให้เล่ามาเองเลย เขย่าลูกชายหลายทีก็ยังไม่ตื่น แม่หาว่าจะหนีปัญหาไม่ได้นะ เป็นลูกผู้ชายต้องลุกขึ้นมารับผิดชอบ...ไอรดา
ร้องไห้ไป หันมาทุบปวีร์

"ได้ยินไหม คุณต้องรับผิดชอบฉันนะ ที่คุณใช้กำลังข่มเหงฉันแบบนี้"

คุณหญิงสงสารไอรดา จึงหันมาปลอบให้ไอรดาหยุดร้อง มาคุยกันก่อน คุณปยุตรีบบอกไม่ต้องห่วง ลูกชายเขาทำแบบนี้ ยังไง
เราต้องรับผิดชอบ แล้วเร่งให้เธอลุกมาคุยกัน

"จะลุกออกไปยังไงล่ะคะ...ก็...คุณปวีร์เขาฉีก เขาทึ้งเสื้อผ้าฉัน..." ร้องไห้โฮๆ มองหาเสื้อผ้า "เขาปลุกปล้ำถอดเสื้อผ้าฉันทิ้งไป
ไหนไม่รู้...ฉันจึงโป๊อยู่นี่ค่ะ"

"ไอ้ปวีร์...แกทำเกินไปแล้ว ตั้งแต่แกจำความได้ ฉันเฝ้าสอนแกเป็นสุภาพบุรุษ ไม่บ้ากามข่มขืนผู้หญิงอย่างนี้" ปยุตตรงเข้าเขย่า
ตัวลูกชาย จนหอบยังไม่กระดิกหู "อ้อ...นี่แกล้งหลับใช่ไหม งั้นฉันจะปลุกแกใหม่นะ" ว่าแล้วปยุต ตบหน้าลูกชายฉาดใหญ่ แต่
ไอรดากลับทำคอย่น สงสารปวีร์ "ชะช้า...ยังแกล้งหลับเฉย เอาไปอีก" ปยุตซัดฝ่ามือใส่อีกฉาด แล้วซ้ำอีกฉาด...ยังนิ่ง ปยุตเงื้อ
จะลงมืออีกฉาด

ไอรดาทนเห็นเขาฆ่าหมูดูไม่ได้ ยื่นแขนมากันไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว

"เขาจะตื่นรึไม่ตื่น ฉันก็เรียกสิ่งที่ฉันเสียให้เขาไปคืนมาไม่ได้อยู่ดี" ไอรดาร้องโฮๆ คุณหญิงรีบมานั่งโอบ ลูบไล้ปลอบใจไปมา

"ฉันเห็นใจหนูนะ ตามประสาลูกผู้หญิงด้วยกัน ฉันเข้าใจว่าสิ่งที่หนูเพิ่งเสียไปมันมีค่ามากมายขนาดไหน" ไอรดา ได้ทีโผกอด
คุณหญิง เร่งสตีมเสียงร้องดังขึ้นหลายเดซิเบล "หยุดร้องเถอะนะ ฉันกับผู้พันให้สัญญาต่อหน้าทุกคนตรงนี้ว่าฉันจะรับผิดชอบ
และดำเนินการให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม...มา มาสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนดีไหม ไหน เสื้อผ้าอยู่ตรงไหน"

ธงชัยหันไปหยิบยกทรงขึ้นมาชู บอกว่าอยู่นี่ตัวหนึ่ง ชูขึ้นมาใกล้หน้า ทั้งกลืนน้ำลายเอื้อก ขวัญตาตบกบาลสามี หนึ่งที แล้วสั่ง
"รีบคืนเขาไป อยากดูนานๆกลับไปดูของฉันที่บ้าน"

ทุกคนในห้องช่วยกันหยิบทุกชิ้นส่วนในห้องไปให้ไอรดา เธอค่อยๆสวมใต้ผ้าห่ม...แล้วชะงัก เมื่อเสียงนวลตองดังขึ้น เจ้าตัวโผล่
เข้ามาในห้อง

"เกิดอะไรขึ้น ไอลูกแม่" นวลตองวิ่งมาหาลูก ต้องชะงักเมื่อเห็นลูกยังอยู่บนเตียงกับผู้ชาย "ลูกแม่..." นวลตองเข้ากอดไอรดาแน่น
"นี่ใครทำอะไรลูกแม่ บอกแม่มา" หันไปหาทุกคน "แล้วนี่พวกคุณเป็นใคร"

คุณหญิงหลบหน้ารู้สึกผิดที่ลูกชายข่มเหงคนอื่น แต่มองไปทางสามี ปยุตกับนวลตอง ทำไมจ้องตากันนิ่งนาน

"นวลตอง...นั่นคุณจริงๆใช่ไหม"

"ปยุต คุณมาทำอะไรที่นี่" นวลตองย้อนถามปยุต

"นี่....รู้จักกันด้วยหรือ" คุณหญิงเริ่มเข้าใจลางๆ ปยุตเดินมาหานวลตอง ตาจ้องตานิ่งนาน...ภาพความหลังหลั่งไหลสู่ความ
ทรงจำ ภาพของปยุตกับนวลตองเดินจูงกันด้วยความรักไปตามชายหาดพัทยา ทั้งสองหยอกเย้ากระเซ้าแหย่กันอย่างมีความสุข
วิ่งไล่กอดกันด้วยความรัก ที่สุดหวานชื่นระรื่นจิต เมื่อครั้งสามสิบกว่าปีมาแล้ว...

เมื่อไอรดาเห็นเงียบไปนาน จึงถามแม่ว่า รู้จักพ่อปวีร์ ด้วยหรือ?

"ใคร...นายปวีร์" นวลตองมองปวีร์ที่ยังหลับตรงหน้า "ไอ้นี่ใช่ไหมที่มันทำอะไรลูกแม่ อย่าบอกนะว่ามันข่มขืนลูก" ลูกสาวอึก
อักน้ำตาพรู "ไอ้..." นวลตองตบหน้าปวีร์อย่างมันมือไม่ยั้ง

"แม่...พอ...พอแล้วแม่ ใจเย็นๆก่อน" ก้มมองหน้าตาชอกช้ำเป็นปื้น ถึงบ่นอุบ "เจอไปหลายขนานนะเนี่ย เดี๋ยวไม่ฟื้นพอดี"

"ฉันพอจะจับเรื่องได้แล้ว..." นวลตองตบปวีร์ไปแล้วเริ่มสงบลง...ลุกไปพูดกับปยุต "ลูกชายของคุณขืนใจลูกสาวของฉันยังงั้นใช่
ไหม" ปยุตพยักหน้ารับ นวลตองกระชากคอเสื้อมาอย่างสุดแค้น "ชีวิตฉันก็มีแต่ลูกสาวคนนี้คนเดียว คุณกับลูกชายต้องรับผิด
ชอบนะยะ ไม่งั้นฉันแจ้งความจับลูกชายคุณแน่ๆ" ปยุตขอให้ใจเย็นๆ "ไม่เย็นแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันไม่ยอมหรอกนะ ถึงเรา
สองคนจะเคยรักกันมาก็เหอะ"

คุณหญิงฟังแล้วสะดุ้งวาบ ถามทันที "นี่เป็นคนรักเก่ากันเรอะ"

"ก็น่าจะเป็นยังงั้นมังคะ" นวลตองเล่นสำนวน ธงชัยคันปากยิบๆ

"อย่างนี้ไม่เรียกว่าน่าจะเป็นแล้ว...ชัดๆเลยละ แฟนเก่ากัน...ชัวร์" ธงชัยถูกคุณหญิงจ้องรีบหลบ

"แล้วไหน...คนไหนเป็นแม่ของไอ้หมอนี่" หันไปจิกตา คุณหญิงใจหายวาบ นวลตองเดินเลยไปหาขวัญตา "คุณต้องรับผิดชอบ
ที่ลูกชายคุณทำลายลูกสาวฉัน" ขวัญตานิ่วหน้า บอกว่าเธอเป็นแค่คนใช้ ธงชัยออกมาบอกว่า เมียของเขาเอง ไม่ใช่เมียท่านผู้
พัน นวลตองประกาศไม่รู้ละ ใครมาใช้กำลังขืนใจลูกสาวเธอล่ะ บอกว่าพูดถึงไอ้บ้ากามของขึ้นเลย ขออีกสักทีเถอะ หันไปตบ
หน้าปวีร์อีกหนึ่งเปรี้ยง ไอรดากำลังจะใส่เสื้อผ้า จึงยังไม่ได้ใส่ รีบมาช่วยคุณหญิงห้าม...ตลอดเวลานี้ ช่างภาพจับภาพตลอด

"พอแล้ว...อย่าทำลูกฉัน..." คุณหญิงหันไปมองปวีร์ ร้องขึ้น "อ้าวปวีร์ รู้สึกตัวแล้วเหรอลูก"

"ทำไมหน้าชาๆ" ปวีร์ลืมตาตื่น คลำหน้าตัวเองที่ช้ำเป็นปื้นเพราะฝ่ามือใครต่อใคร แล้วร้องอย่างเจ็บปวด...มองไปมองมาที่หน้า
แม่ "คุณแม่...คุณพ่อ ธงชัย มาทำอะไรกันที่นี่ครับ"

"ดูดู๊...มันยังมีหน้ามาถาม...ยังงี้ไม่ไหวแล้ว" นวลตองโดดตบปวีร์ หลายคนกรูเข้ามาแยก ปวีร์ร้องลั่น ถามว่าตบเขาทำไม แล้วยัง
เรียกร้องหาเสื้อผ้า...นักข่าวหญิงคนหนึ่งยกขึ้น บอกว่าอยู่นี่...ปวีร์กับไอรดารีบเอาผ้าห่มปิดป้องตัวเป็นพัลวัน เมื่อนักข่าวช่าง
ภาพยิงกล้องกระหน่ำวาบๆไม่ยอมหยุด

จนคุณหญิงกางแขนขวาง ทั้งขอร้องให้ออกไปก่อน ทั้งขู่ว่า ถ้าไม่ออกเจอข้อหาบุกรุก ขอร้องแขกที่มาช่วยกันนักข่าวช่าง
ภาพออกไปนอกห้อง นวลตองกับปยุตช่วยกันล็อกประตู...

ooooooo

แม้จะถูกดันออกมาอยู่ทางหน้าบ้าน คุณหญิงตามออกมาขอร้อง ขอเรื่องการเสนอข่าวด้วย แต่เมื่อนักข่าวยืนยันว่าพวกเขามี
หน้าที่เสนอข่าว โดยเฉพาะเมื่อคุณหญิงทำงานด้านวัฒนธรรมนี้ ลูกชายกลับมาพร่าพรหมจรรย์ผู้หญิง คุณหญิงจึงวางเงื่อนไข

"เอางี้...ถ้าทุกคนยอมลบภาพที่ถ่ายเมื่อกี้ซะ แล้วไม่พูดถึงข่าวนี้ ฉันจะให้ทุกคนที่นี่เป็นนักข่าววีไอพี ได้สิทธิ์ทำข่าวในพิธีแต่ง
งานของเด็กสองคนนี้"

"อ้าว...ตกลงสองคนนี้เขาจะแต่งงานกันเหรอคะคุณหญิง"

"ก็...แน่นอนสิคะ ได้ไหมคะ ดิฉันขอ นี่ถ้าพวกสื่อที่อื่น ดิฉันจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในบ้านเลยนะคะ อนุญาตแค่หนูสี่ห้าคนนี่
แหละ" พวกนักข่าวช่างภาพหันหน้าไปหารือ  แล้วตกลงตามนั้น คุณหญิงจึงขอบคุณนักข่าวช่างภาพสื่อมวลชน... คุณหญิงขอ
ร้องแขกที่ตามมาช่วยดูแลสื่อ  อำนวยความสะดวกกลับบ้าน แล้วขอตัวไปสะสางเรื่องราวกันต่อ...

ภายในห้องนอน ความเครียดยังตึงตัวเต็มที่ ปวีร์นั่งหน้าช้ำหัวใจชอก ก้มหน้านิ่งงัน ยังลำดับภาพตัวเองว่าได้ทำอะไรลงไปตาม
ที่ถูกตราหน้าว่าทำบัดสีบัดเถลิง คุณหญิงมาสมทบปยุตที่นั่งมองลูกชายอย่างเจ็บปวด...นวลตองเล่า ก็กอด ไอรดาไว้ปลอบใจ
คุณหญิงหันมารุกลูกชายอีก

"เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้แล้ว ลูกก็พูดอะไรออกมาบ้าง เอาแต่นิ่ง แม่ไม่ไหวแล้วนะ"

"เดี๋ยวสิครับคุณแม่...ผมกำลังคิด แต่ยังจำไม่ได้ว่าผมล่วงเกินอะไรคุณไอรดาตั้งแต่เมื่อไหร่"

"ทำกับฉันขนาดนี้ คุณยังไม่ยอมรับอีกเหรอ" ไอรดาสะอื้นฮักๆ ทำท่าหัวใจจะวอดวาย

"ก็จริงนี่...ผมจำได้ว่าผมอุ้มคุณมานอนบนเตียง แล้วเราจิบไวน์กัน...แล้วผมก็ตื่นมาอีกทีเมื่อกี้"

"หยุดทีเถอะ แค่อ้าปากว่าอุ้มลูกสาวฉันมานอนบนเตียง มันก็เคลียร์แล้ว" แม่หันไปทางคุณหญิง "ว่าไงคะ คุณจะรับผิดชอบลูก
สาวฉันยังไง"

"เอ้อ...คือ...แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะ"

"คุณนี่ คิดก่อนถามรึเปล่า...ฉันจะอยากได้อะไรจากคุณ คิดว่าฉันจะมาเรียกเอาตังค์คุณรึไง ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ ก็เรียก
ตำรวจมาตกลงดีกว่า" หยิบมือถือขึ้นมา

ปยุตรีบห้ามเรื่องจะอื้อฉาว แล้วเสนอ

"ผมจะจัดการให้นายปวีร์ลูกชายผมแต่งงานกับลูกสาวคุณให้ถูกต้องตามประเพณี"

ปวีร์สะอึกปึ้กทันที...ไอรดาแอบกำหมัดอัดลมเข้าไป เริงรื่นชื่นในหัวใจ

"แต่ง...งานเลยเหรอ...ไม่นะครับคุณพ่อ" หันไปทางคุณหญิง "คุณแม่ คิดดูสิครับ"

"แม่ก็เห็นด้วยว่าลูกต้องแต่ง"

"คุณแม่ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำทำอะไร ทำไมต้องแต่ง"

"อ๋อ จะไม่รับผิดชอบ ยังหวงความโสด...ดี ไปโสดในคุกก็แล้วกัน" นวลตองควักมือถือออกมาขู่

"เดี๋ยว...นวลตอง คุณเชื่อสิ ผมกับเจ้าปวีร์ ลูกผู้ชายพอ กล้าทำกล้ารับผิดชอบ...ใช่ไหมปวีร์"

"ก็...พ่อว่าใช่ ก็ใช่ครับ" ปวีร์เสียงอ่อย กลัวคุกจนขนลุก

"งั้นตกลงตามนี้ เอ๊ะเดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ถามลูกสาวฉันเลย" แม่หันไปหาลูกสาว "ลูกไอจะแต่งไหม"

"ไอยังมีทางเลือกอีกเหรอคะ" ว่าแล้วสะอื้นงึดๆ "ไอถูกย่ำยีขยี้ยับเยี่ยงนี้ มีทางเลือกอีกหรือคะ"

"คุณแน่ใจเรอะว่าผมทำอะไรคุณ ถ้าทำจริงๆ ผมน่าจะจำได้บ้าง"

"หุบปากเดี๋ยวนี้" ปยุตตวาดลูกชายจนหน้าเหี่ยวทันที "เป็นลูกผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง แกเอาเปรียบเขาแล้วยังมาถาม แกพูด
จาทำร้ายคนที่จะมาเป็นภรรยาแกนะ"

"ฮือๆๆๆ ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ ไอให้อภัยคุณปวีร์ได้ค่ะ"

"เห็นไหม..." ปยุตตบเข่าฉาด "เขาโดนแกข่มเหงแล้วยังออกตัวปกป้องแก" หันไปหาไอรดา "ตะกี้เรียกคุณพ่อใช่ไหม อืมม์...ฟัง
แล้วดีจังเลยนะ" ยิ้มให้คุณหญิง "เราจะมีลูกสาวแล้วนะคุณหญิง"

คุณหญิงไม่ยิ้มด้วย บอกปัดเอาไงก็เอา อย่าให้เสียชื่อก็แล้วกัน ปยุตหันไปยิ้มกับไอรดาแล้วบอกทุกคนว่า วันนี้แยกย้ายกันไป
พักผ่อน พรุ่งนี้มาว่ากันอีกที หนูคงเหนื่อยมากสินะ?

"ก็...ค่ะ คุณพ่อ..." ไอรดาซ่อนหน้าเจ้าเล่ห์ไว้พองาม ปยุตยิ่งซึ้งตรึงใจว่าที่สะใภ้หนักขึ้น

"เรียกคุณพ่ออีกแล้วดีจัง ยังไงพ่อต้องขอโทษแทนลูกชายพ่อด้วยนะ หนูไม่ต้องห่วง ต่อไปนี้ เราทุกคนจะช่วยดูแลหนูอย่างดี...
ใช่ไหมจ๊ะคุณหญิง"

คุณหญิงมองไอรดา แล้วยิ้มรับคำสามี ขวัญตาพลอยซึ้งไปด้วย แต่ธงชัยมองไอรดาอย่างจับผิด รู้สึกแคลงและคาใจไอรดาอยู่มิ
รู้วาย...

ooooooo

ต่อหน้าพ่อแม่ ปวีร์ต้องยอมรับไอรดาตามใจพ่อแม่ แต่พอนวลตองพาไอรดาขึ้นรถจะขับออกจากบ้าน นายปวีร์วิ่งมาขวางหน้า
รถ นวลตองเกือบชนตาย...หยุดรถ ตะโกนใส่

"อะไรอีกล่ะ เดี๋ยวแม่ขับชนหงายท้องตายตรงนี้เลย"

ปวีร์เดินมาขอคุยกับน้องไอ นวลตองจึงเชิญคุยกันเลย ปวีร์ขอคุยสองต่อสอง แม่ให้ไว้คุยพรุ่งนี้ ไอรดาเสริมว่า เธอเหนื่อยมาก
แล้ว นายปวีร์ตาขวางใส่

"ผมจะคุยเดี๋ยวนี้ ผมกับคุณจะแต่งงานเป็นผัวเมีย ขอคุยกันสองคนไม่ได้รึครับ"

แม่นวลตองใจอ่อน ให้ลูกสาวลงไปคุยกับว่าที่สามีก็น่าจะได้ ไอรดาบ่นออดว่า แม่ชักจะเริ่มเข้าข้างว่าที่ลูกเขยแล้วนะ พอไอ
รดาลงรถไป ปวีร์รวบไหล่ดันพาเข้าไปในบ้าน จนไอรดาร้องไห้เบาๆ

"เอาละ...ทีนี้เราอยู่กันสองคน บอกความจริงมาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"นี่...จะให้ฉันพูดอีกกี่รอบ..." ว่าแล้วบีบน้ำตาอีกโจ๊กใหญ่ "คุณจะมาตอกย้ำฉันไปถึงไหน"

"หยุดบีบน้ำตาได้แล้ว...ผมผ่านผู้หญิงมาเยอะ ถ้าผมปล้ำจริง ต้องรู้สึกอะไรบ้างสิ"

"จะรู้สึกรู้สาอะไร ก็นายเมาไม่รู้เรื่อง แถมหลังจากนั้น...ก็หลับเป็นตาย"

"ไม่เมา ไม่มีทาง บอกมาซะดีๆ มันอะไรกันแน่"

"คุณนี่ท่าจะพูดภาษาคนไม่รู้ฟัง...เอางี้ ตอนคุณตื่นเห็นอะไรมั่ง...ตัวคุณเป็นยังไง"

"เห็นคุณนอนข้างๆ ตัวผมก็ไม่มีเสื้อผ้า ล่อนจ้อน..." ปวีร์หน้าจืด เริ่มเสียท่า

"นั่นไง...ล่อนจ้อนแล้วยังมีหน้ามาถามยอกย้อน...ทีหลังอย่าเซ้าซี้ เสียเวลา ฉันไปละ แม่รออยู่"

ไอรดาเดินอ้าวไป แอบยิ้มที่เอาชนะได้...เสียงปวีร์ร้องตาม

"เดี๋ยว...คุณ...ว้า..." แล้วหยุดนิ่งคิด "เป็นไปได้ไงวะ ปล้ำ ทำเราทำเขา...โดยไม่รู้ตัว จำอะไรไม่ได้เลยนะ...โอ๊ย...บ้ามันซะเลยดี
ไหมเนี่ย" ปวีร์ทรุดลงกุมขมับอยู่คนเดียว...

แค่นั้นยังไม่พอ...เมื่อคุณหญิงพจนีย์กับผู้พันปยุตเดินมาหาลูกชาย จิกคนละหนับอีกครั้ง แม่ดึงหูให้จำไว้เป็นบทเรียน ปยุตบอกลูกชาย

"สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมว่ะ ไอ้ลูกชายเอ๋ย..."

แต่ปวีร์ยังยืนกรานไม่ยอมแต่ง ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ได้ทำอะไรเธอ ทั้งพ่อทั้งแม่ไม่ฟัง ช่วยกันอบรมอย่างหนัก แม่เอานิ้ว
จิ้มหน้าผากไปหลายที ย้ำว่าลูกต้องแต่งงาน แม่ได้บอกนักข่าวไปหมดแล้ว...คุณหญิงพาสามีเดินหนีด้วยความระอา

ส่วนขวัญตากับนายธงชัย สองผัวเมียบริกรเก่าแก่กลับไปถึงบ้านคุณหญิงแล้วยังเม้าท์กันไม่เลิก โดยเฉพาะธงชัยยังแคลงใจไอ
รดาไม่หาย ว่าไอรดาจ้องจับคุณปวีร์ คอยดูเขาจะคอยจับให้ได้ ขวัญตาเตือนระวังจะตกงาน เขากำลังจะมาเป็นนายเราแล้ว
สงสารไอ้ไข่มุกลูกสาว...แล้วขวัญตาก็บอกสามีว่า เธอพูดกับท่านทั้งสองแล้ว จะขอเอาไข่มุกมาอยู่ด้วย ท่านทั้งสองก็ยินดี
เพราะท่านรักเด็ก

ค่ำคืนเดียวกันนี้...ปยุตไม่นึกว่าจะได้พบนวลตอง ทำให้เขาเก็บมาคิดก่อนนอน ถึงชีวิตรักที่ผูกพันกันมาถึงเจ็ดปี...ปยุตตัดสินใจพูดกับนวลตอง ขณะพบกันที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ นวลตองดีใจคิดว่าเขาจะขอหมั้น หรือไม่ก็ขอแต่งงานกับเธอ...

"ผมอยากจะขอ...ขอให้คุณเลิกรักกับผม" นวลตองถามย้ำขณะตกใจสุดๆ "ผมขอให้คุณเลิกรักกับผม แล้วก็ไปจากชีวิตผมซะ"
นวลตองถามหาเหตุผล "ผมต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณพ่อคุณแม่ท่านขอร้อง...ไปจากผมเถอะนะ ผมไม่อยากเห็นคุณต้อง
ร้องไห้" นวลตองฟังแล้วร้องไห้โฮๆ ก่อนหันมาจ้อง

"สายไปแล้วล่ะค่ะคุณปยุต" นวลตองตื้นตัน จนคอหอยตีบ ปยุตน้ำตาพรั่งพรู ขอร้องไม่ให้นวลตองร้องไห้ แล้วทั้งสองก็กอดกัน
ร้องไห้ เหมือนจะขาดใจลงด้วยกัน...

นี่คือความฝันถึงวันคืนที่ต้องจากกันด้วยความรักอันแสนเศร้าหมอง...ปยุตครวญครางออกมาด้วยเสียงเครือ "ฮือ...นวลตอง..."

คุณหญิงพจนีย์ที่นอนข้างๆลืมตาโพลง โงหัวมองสามีที่ละเมอต่อ "อย่า...อย่าร้องไห้สิ นวลตอง ผมยังรักคุณอยู่นะ" คุณหญิง
โกรธจนลมพวยพุ่งจากสองรูหู ลุกขึ้นนั่งหมายจะสังหารสามีให้ปี้ป่น...แต่มองเห็นปยุตนอนกรนครอกๆ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรใน
โลกนี้

"ชะช้า...ถึงกับเอานังนวลตองมาเพ้อเลยเหรอเนี่ย...มากไป...มากไปแล้วคุณ..."

คุณหญิงทั้งหึงทั้งขุ่นหมุนจี๋ในอก เห็นเพดานเป็นศัตรู ตาพองใส่แทบไหม้เป็นจุณ...

ooooooo

ที่ห้องรับแขกบ้านคุณหญิงเช้านี้จัดไว้อย่างสวยงาม คุณปยุต คุณพจนีย์กำลังนั่งคุยกับแขกสำคัญ คุณนวลตองแต่งตัวสวยงาม
จนคุณปยุตชมเปาะ คุณหญิงฟังแล้วหมั่นไส้มองตาเขียวปั๊ด...ปวีร์แต่งหล่อเดินมา ปยุตต่อว่าลูกชายชักช้า คุณนวลตองมารอ
นานแล้ว... นวลตองชมว่าปวีร์ในชุดใส่เสื้อผ้าเต็มที่ดูดีไม่น้อย คุณหญิงจึงย้อนถามว่า แล้วลูกสาวคุณนวลล่ะคะ

พอดีไอรดาในชุดเสื้อผ้าทั้งเรียบทั้งสง่างามแท้แลตะลึง ปวีร์มองไอรดาตาลุกโพลงหลงใหลในเสน่ห์ หนุ่มสาวมองตากัน ต่าง
เริ่มหลงใหลกันและกัน...

คุณปยุตบอกทุกคนว่า เรามาเริ่มพูดจากันเรื่องการแต่งงานของลูกๆกัน นวลตองรีบบอกว่าเธอพร้อมแล้ว...ปยุตเริ่มอารัมภบท
ตามธรรมเนียม แล้วคุณหญิงพูดเรื่องสินสอดทองหมั้น จะดูแลให้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ไอรดากับแม่ซักตัวเลขว่ามันเท่าไหร่แน่

คุณหญิงอ้างลูกชายคนเดียวย่อมจะให้ไม่น้อยเกินไปแน่ นวลตองตอบโต้อย่างสุภาพ แล้วสรุปลงตรงที่ลูกสาวเธอเสียท่าแล้ว ก็
ต้องยอมรับแบบมัดมือชกอยู่แล้ว พจนีย์ไม่สบอารมณ์ แต่ปยุตสามีสะกิดไว้ นวลตองจึงให้มาพูดเรื่องฤกษ์ยามวันแต่งจะพา
ทั้งสองคนไปหาหมอดูช่วยหาฤกษ์ ไอรดาสะกิดแม่ แล้วชี้ที่อกตัวเอง

"แม่...มีหมอดูนั่งอยู่ทนโท่ทั้งคน จะไปหาหมอดูที่ไหนอีก...เดี๋ยวไอดูให้เอง"

ปยุตจึงให้ข้ามไปเรื่องสถานที่จัดงาน...ปวีร์นั่งฟังมานาน ทนต่อไปไม่ไหว ร้องจ๊ากกลางวง

"เดี๋ยวครับคุณพ่อ..ผมยังไม่พูดสักคำว่าอยากแต่ง...ทุกคนพูดคุยกันเหมือนไม่มีผมอยู่ในโลก"

ทุกคนชะงักมองปวีร์ แล้วไม่มีใครสน เริ่มคุยกันต่อ จนปวีร์เอ็ดตะโรขึ้น

"นี่...ไม่มีใครเห็นหัวผมเลยใช่ไหม" ไอรดาแอบปิดปากหัวเราะ "ผมมีตัวตน มีชีวิตจิตใจนะครับ จะคุยเรื่องแต่งงานผม ไม่ถาม
อะไรผมซักคำเลยนะเนี่ย" แม่ย้อนว่า

ที่ลูกก่อเรื่องไม่เห็นถามแม่ซักคำ แบบนี้แม่ไม่ไหวแล้ว "คุณแม่จะไหวหรือไม่ไหวผมไม่รู้...แต่ผมไม่แต่ง...ยังไงผมก็ไม่แต่ง"

"อ้าว เอายังไงกันคะเนี่ย...เอายังไงแน่" นวลตองร้องลั่นๆ ไอรดาสะอื้น บีบน้ำตาไหลพรู แล้วแถมร้องไห้เสียงดังโฮๆ ก่อนจะ
ถามดังๆ

"นี่มันอะไรกันคะ เดี๋ยวแต่งเดี๋ยวไม่แต่ง เห็นไอเป็นตัวงี่เง่า เต่าปูปลารึไงคะ" ว่าแล้วไอรดาลุกพรวดเดินปึงปังออกไปทันที นวล
ตองร้องเรียกลูกสาวแล้วหันมาทางคุณหญิงกับสามี

"แล้วยังไงคะ คุณสองคนเป็นผู้ใหญ่ประสาอะไร พูดจากลับกลอกยอกย้อนไปมา"

"นวลตอง คุณใจเย็นๆ ผมจัดการให้เรียบร้อยแน่ๆ" หันไปทางลูกชาย "ไอ้ปวีร์ แกทำให้ผู้หญิงเขาร้องไห้....แกรีบไปปลอบเขาสิ
แค่นี้ต้องให้บอกด้วยเรอะ" ปวีร์ลังเล ถูกตวาดซ้ำ "ไป๊" ปวีร์รีบครับๆๆ แล้วแล่นไปทันที...ผู้ใหญ่ทั้งสามสบตากัน แล้วเป็นกลุ้ม
พอกัน...

ooooooo

ไอรดาวิ่งมาหยุดในสวนหย่อมภายในบริเวณบ้าน มองไปมาว่าใครจะตามมาบ้าง พอเห็นปวีร์ตามมา จึงบีบน้ำตาออกมาอีกครั้ง
ส่งเสียงร้องฮือๆ

"ไม่ต้องมาปลอบฉันหรอก..."

"ใครบอกว่าผมจะมาปลอบคุณ" ปวีร์เสียงกร้าว ไอรดาเช็ดน้ำตาแล้วหันมา "เราต่างรู้กันดีว่า ผมไม่ได้ทำอะไรคุณ"

"คุณอุ้มฉันขึ้นเตียง แล้วยังมาพูดบ้าๆ ช่างเป็นลูกผู้ชายแท้ แมนแท้ๆ หรือว่าแมวแท้ๆ"

"ถามจริงๆ คุณหวังอะไรแน่ ที่พยายามจับผม"

"หลงตัวเองไปหน่อยแล้ว...คนมาเห็นว่าอยู่บนเตียงด้วยกัน ถ้าคุณไม่รับผิดชอบ เจอข้อหากระทำชำเราแน่" เขายังยืนยันว่าไม่
ได้ล่วงเกินเธอถึงขั้นนั้น "ขั้นไหนก็มีเจตนาล่วงเกิน ยังไงก็ต้องรับผิดชอบ" ไอรดาเดินหนีจะเข้าบ้าน ปวีร์ ดึงแขนไว้

"เดี๋ยว...ฟังให้ดี...คุณคิดเหรอว่าถ้าแต่งงานกับผมแล้วจะทำให้ชีวิตคุณมีความสุขน่ะ" ไอรดาสั่งให้เขาปล่อย...เธอเจ็บ "เขารู้กันทั่วว่าผมเจ้าชู้ขนาดไหน...ก็เอาสิ อยากแต่งกับผมนักก็ลองดู รับรองว่าคุณต้องเสียใจภายหลัง ผมจะทำให้ คุณต้องทุกข์ทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยคอยดู"

ไอรดาร้องไห้กระซิกกระซี้ กลัวจนตัวสั่น ปวีร์หัวเราะสะใจ

"แล้วหลังจากนั้น ผมจะหาเรื่องหย่ากับคุณซะ ทีนี้พอนึกออกรึยังว่าถ้าแต่งกับผมแล้วคุณจะเจอนรกขุมไหน...รีบๆไปซะให้พ้น
หน้าผมดีกว่า อย่างน้อยคุณจะได้ไม่ต้องเสียประวัติ เป็นแม่ม่ายตั้งแต่ยังสาว"

ไอรดาฟังแล้วตัวสั่นสะท้าน สะอึกสะอื้นเหมือนจะตายดับลับโลกให้ได้ ปวีร์หัวเราะในคอ

"ตัวสั่นเป็นลูกนกเชียวนะ...กลัวผมมากสิท่า..."

ไอรดาสะอื้นอยู่แปดฮัก แล้วจู่ๆก็ชูเครื่องบันทึกเสียงเอ็มพี 3 ขึ้นมาดู...แล้วยิ้มร้ายกาจ ปวีร์เห็นแล้วหน้าเหี่ยว แสบไปถึงกึ๋น
อะไรจะพลาดท่าให้แม่คนนี้บ่อยเสียจริง...

ไม่กี่อึดใจต่อมา...ไอรดาเอาเทปมาเปิดให้ทุกคนฟัง โดยมีปวีร์ตามมานั่งหน้าตูมอยู่ด้วย...เปิดมาถึงตอนที่เขาท้า เธออยาก
แต่งนัก เขาจะทำให้เธอทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น หลังจากนั้นเขาก็จะหาเรื่องหย่ากับเธอ...ไอรดาร้องไห้โฮ ปิดเครื่องทันที
หันไปร้องไห้กับแม่ว่า แล้วใครจะประกันได้ว่าชีวิตเธอจะไม่เหมือนตกนรก ปวีร์สวนทันทีว่า "ก็อย่าแต่งสิ"

"ไม่ได้นะ...คุณทำฉันด่างพร้อย ต้องรับผิดชอบ"

นวลตองปลอบว่า ท่านปยุตเป็นนายทหารเก่า มีศักดิ์ศรี เขาต้องรับผิดชอบ แล้วหันไปถามปยุตว่าใช่ไหม ผู้พันปยุต รับคำชัดเจน
นวลตองจึงย้อนไปถามเรื่องลูกชายท่าน ทำไงจะไม่ให้ลูกสาวเธอตกนรก ไม่ยอมดูแลแล้วยังหาเรื่องหย่าอีก ปยุตมองหน้าคุณ
หญิง...

"จะเอาไงดี...ทางไหนหนูพอใจว่ามาเลย ฉันยอมทุกอย่าง" สิ้นคำคุณหญิง ไอรดารีบอุ๊บอิ๊บทันที

"จริงนะคะ...ไอขอให้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นประกันไม่ถูกเขี่ยและหย่าทิ้ง"

"สัญญาเหรอ...ได้สิร่างมาดู เงื่อนไขยังไง" คุณหญิงอยากดู

"ก็ในเมื่อคุณปวีร์จะหาเรื่องหย่าทิ้ง...ถ้าคุณปวีร์ขอหย่าทิ้งไอจะร่างสัญญา ถ้าคุณปวีร์ขอหย่าจะต้องจ่ายค่าหย่าเป็นจำนวน
เงิน...เอ้อ..."

"เท่าไหร่ล่ะจ๊ะ...ว่ามาเถอะ" คุณหญิงเร่งใคร่รู้

"เป็นเงิน...สี่สิบล้านบาทค่ะ" ไอรดาพูดจบ...ปยุตกับพจนีย์ผงะ ครางคำว่าสี่สิบล้านออกมา

"สี่สิบล้าน..." ปวีร์ตะคอก "คุณจะบ้าเรอะ" หันไปทางพ่อแม่ "เห็นไหมครับ ผู้หญิงคนนี้เขามาจับผมก็เพราะหวังเงินนี่แหละ"

"นี่...หยุดพูดจาดูถูกลูกสาวฉันเลยนะ ถ้าคุณไม่จ้องจะขอหย่า คุณจะเดือดร้อนเสียเงินทำไม พวกคุณว่าจริงไหม"

"อือม์..." ปยุตหันไปหาคุณหญิง "ถ้าลูกชายเราเป็นฝ่ายขอหย่าต้องจ่ายสี่สิบล้าน แต่ถ้าไม่หย่าก็ไม่ต้องจ่าย"

ปวีร์นั่งกุมขมับอยู่ พอฟังไปคิดได้ เงยหน้าขึ้นมาอย่างมีความหวัง

"ถ้าฝ่ายตาปวีร์ขอหย่า หนูไอจะได้เงินสี่สิบล้านตามสัญญา แต่ถ้าหนูไอเป็นฝ่ายขอหย่าซะเอง อันนี้ก็จะไม่ได้ แม้แต่บาทเดียว"
เสียงคุณหญิงทบทวนไปมา ปวีร์มองไอรดา ต่างคนต่างคิดว่าตัวถือไพ่เหนือกว่า...สองตามองกันเป็นสี่ตา... ไม่มีใครยอมใคร...

นวลตองขับรถพาลูกสาวกลับจากบ้านคุณหญิง แอบมองลูกสาวบ่อยครั้ง จนไอรดาสงสัยถามแม่ว่ามองเธอทำไม...

ในที่สุดแม่ก็ถามลูกสาวตรงๆ

"จริงๆแล้วนายนั่นยังไม่ได้ทำอะไรแกใช่ไหม" ไอรดาฟังแล้วถึงสะอึก รีบทำไม่รู้ฟัง "แม่เลี้ยงแกมากับมือ รู้นิสัยดีว่าคนอย่างแก
ไม่น่าพลาดท่าให้หมอนั่น...บอกความจริงแม่ มานะ แกยังไม่เสียอะไรนายนั่นใช่ไหม" ลูกสาวก้มหน้างุด "ทั้งหมดเป็นแผนแก
ใช่ไหม...มองหน้าแม่แล้วพูดความจริงมา"

นวลตองเอามือเชยคาง เห็นน้ำตาลูกไหลออกมาน่าสงสาร

"แม่...ถ้าแม่ยังรักไอ หยุดถามแบบนี้เถอะ ไอถูกเขาเอาเปรียบมายังจะมาตอกย้ำ จะให้ไอเล่าเป็นฉากๆละเอียดยิบเอาไหม...
มันเป็นอย่างนี้นะ...เริ่มต้น..." ไอรดาถูกปิดปาก แม่ ร้องห้ามเล่า แม่ที่ไหนจะทนฟังได้

"แม่ขอโทษนะลูก อย่าโกรธแม่นะ" แม่มองตรงไปข้างหน้า นึกตำหนิตัวเอง...ส่วนไอรดายังร้องไห้ แต่แอบหันไปถอนใจ รู้สึกผิด
จึงได้แต่คิดในใจ ขอโทษที่โกหกแม่ แต่ในวันหนึ่งแม่จะเข้าใจว่าเธอทำเพื่อแม่นั่นเอง...

ooooooo

วันนี้ปวีร์ขับรถกลับเข้าบ้าน เห็นประตูแง้มคิดว่าขโมยขึ้นบ้านแน่ จึงคว้าไม้ใกล้มือมากระชับย่องเข้าไป ได้ยินเสียงกุกกักยิ่งแน่
ใจ พอเปิดประตูผลัวะ ยกไม้เตรียมหวดกลางกบาล แล้วต้องชะงักเมื่อคนที่หันมาคือเมษานั่นเอง...เธอบอกว่าเข้ามาได้เพราะประตูไม่ได้ล็อก

ปวีร์ทิ้งไม้ เดินไปทรุดลงที่โซฟา ท่าเหมือนกำลังจะลาโลก เมษาดารานางแบบสวยหมายจะล็อกปวีร์ให้ได้ แม้พี่ตุลย์ ของเธอจะ
เตือนว่าจะเสียท่านายปวีร์จอมเพลย์บอย แต่ปรีชาผู้พ่อบอกว่านายปวีร์ไม่เสียหายอะไร แม่ของเขาก็ดูดี ถ้าวันหนึ่งจะหาแม่
ใหม่ให้ลูกต้องแบบคุณหญิงพจนีย์แน่นอน...เมษาจึงมีอิสระจะคบนายปวีร์ได้อย่างเสรีนิยมไปเลย

พอเมษาถามว่าเขาเป็นอะไรท่าทางเป็นคนเบื่อโลก เขาจึงบอกเธอว่า เขาเจอมรสุมลูกมหึมาเข้าแล้ว เมษาขอให้เล่า เธอจะอยู่
เคียงข้างและปลอบโยนเขาได้เสมอ

"ผมกำลังจะแต่งงาน" ขาดคำ...เมษาที่หน้าหวานระรื่นให้เขาถึงกับผงะ ตีหน้ายักษ์ขะหมูขี

"อ๊าก...แต่งงาน" ตวาดแว้ด "แต่งงานกับคนอื่นเนี่ยนะ" ว่าแล้วคว้าต้นคอมาเหมือนจะหัก จนปวีร์ร้องลั่นผวาหนี ถูกเมษากระชากกลับ บีบคอจนไอแค่กๆ "บอกมาเดี๋ยวนี้นะ...คุณจะแต่งกับใคร...นังนั่นมันเป็นใคร หา?"

ขณะเดียวกัน ปุ๊กกี้กับไอรดาที่บ้านเช่า พอรู้ว่าไอรดาจะแต่งงานอย่างกะทันหัน ปุ๊กกี้ก็แตกตื่นเตือนเพื่อนว่า รู้จักหมอนั่นดีพอแล้วหรือ การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะเพื่อน

"ก็ฉันพลาดท่าเสียทีให้เขาไปแล้วนี่ รีบๆแต่งซะมันก็ถูกแล้ว"

"แกน่ะเรอะเสียท่าเขา อย่าโกหก อย่ามาปิดบัง...ไม่งั้นอย่ามาคบเป็นเพื่อนกันก็ได้" ปุ๊กกี้จริงจัง

"เดี๋ยวก่อนยายปุ๊กกี้...ก็ได้...ฉันรับรองว่ายังไม่ได้ พลาดท่าเสียทีให้นายนั่นหรอกน่า"

"งั้นบอกความจริงมา แกแต่งเพราะหวังเงินเขา" ไอรดาพยักหน้ารับ...ปุ๊กกี้ตำหนิว่าเดี๋ยวนี้ไอรดายอมแต่งเพราะเงินแล้วรึ มันคุ้ม
ไหม ถามจริงๆ เงินที่แกหวังน่ะมันมากมายขนาดไหน

"ก็...สี่สิบล้านน่ะ"

"สี่...สิบ...ล้าน..." ปุ๊กกี้ตาถลนเท่าไข่ไดโนเสาร์ เข้าข่ายอาการช็อก...

เพื่อนทั้งสองต่างคิดเตลิดไปคนละทางสองทาง แล้วมาสรุปลงที่ไอรดารีบแต่งเพราะอยากได้เงินสี่สิบล้านมานอนกินตลอดชาติ

"แต่พูดแล้วน่ากลัว พวกคนรวยเขาไม่ยอมจ่ายเงินง่ายๆ เขาเกิดเสียดายเงินจ้างมือปืนมาเก็บ หรือจ้างมาอุ้มแกไปหมกป่า ก็ไม่
ต้องจ่าย"

"แกอย่ามาขู่ฉันเล่นน่า...ฉันกลัวนะ" ไอรดาเริ่มจะหนาว แต่ทำใจดี "ไม่น่ะ พ่อแม่เขาใจดี"

"ฉันหมายถึงตาปวีร์ ช่วงนี้แกระวังตัวหน่อย ป่านนี้อาจว่าจ้างคนมาตาม...เพื่อเก็บแกแล้วก็ได้"

นี่เป็นเรื่องใหม่ที่ไอรดาเริ่มคิด แม้ตอนค่ำจะเอาขยะมาเททางประตูรั้ว ต้องหันหลังกลับเข้าบ้าน ไม่ทิ้งขยะมืดๆ จะดีไหม?

ooooooo

สำหรับดาราสาวน้อยเมษา ซักถามปวีร์ที่บ้านเขา พอรู้ว่ามันมีเงินเดิมพันถึงสี่สิบล้าน...เมษาถึงกับแทบช็อกตายเช่นกัน ปวีร์จึง
เล่าต่อว่าถ้าเขาหย่าต้องจ่ายให้แม่คนนั้นสี่สิบล้าน แล้วต้องตอบย้ำให้เมษาเข้าใจว่าเขาไม่ได้รักใคร่แม่คนนั้นเลย ไม่ได้นอกใจ
เมษาด้วย ที่แต่งเพราะสถานการณ์มันบังคับ

"ไม่รักแล้วไปนอนกับมันทำไม" เมษาว่าแล้วร้องไห้ ฮือๆ "นี่เมษาต้องเสียคุณให้มันจริงๆใช่ไหม" แล้วสบถออกมาดังๆ "ให้ตายสิ
อยากเห็นนัก นังนั่นหน้าตามันเป็นยังไง มันดีอะไรถึงมาเทียบกับเมษาได้" เมษาเปล่งรังสีอำมหิต และอาฆาตแค้น...

เวลาผ่านไปนานจนเมษาทนไม่ไหว เมื่อกลับจากบ้านปวีร์จึงนั่งมอเตอร์ไซค์ไปส่งหน้าบ้านไอรดา...คนขับรับเงินแล้วบอกว่านี่
คือบ้านผู้หญิงที่เป็นหมอดู ก่อนขับรถกลับไป เมษามองบ้าน เห็นซอมซ่อ จึงคิดว่ามันจนยังงี้เองถึงอยากจับคุณปวีร์ ดีแล้ว คืน
นี้จะตบให้ฟันหักแปดซี่ เมษางึมงำ เอาหมวกกับแว่นตามาใส่ปิดหน้าตาไว้...

ไอรดาถือถุงขยะออกมาทิ้งอีกจนได้ แต่อีกมือมีอาวุธถนัดมือมาด้วย...เมษาเห็นไอรดาเดินมา จะหลบหนีไปซ่อนไม่ทัน เห็น
ข้างถังขยะ จึงวูบลงไปแอบมอง แม่คนนี้เองนึกว่าจะสวย ไม่เห็นจะมีอะไรมาเทียบกับเมษาได้...

พอไอรดาเดินมาใกล้ถังขยะ เมษาก็โผล่ขึ้นมา ไอรดาตกใจโยนถุงขยะใส่หน้า เมษาตกใจร้องลั่น หงายผลึ่งก้นจ้ำเบ้าข้างถังขยะ
ไอรดาถาม ตกใจพอกัน "เธอเป็นใคร" เมษาลุกขึ้นได้

"ก็เป็นคนที่จะมาตบแกน่ะสิ" เมษาพุ่งเข้าไปตบไอรดาฉาดหนึ่งจนร้องลั่น  พอจะตบอีก  ไอรดานึกได้จึงชูปังตอขึ้นจะสับ... เม
ษาเห็นคมปังตอถึงผงะถอยทันควัน

"ปังตอ..เฮ้ย...อย่านะ" เมษาวิ่งหนีไป ปัดขยะที่กระจายใส่หัวไปไม่เหลียวหลัง ไม่ยอมฟังเสียงไอรดาที่ร้องถามว่าแกเป็นใคร
มาตบเธอทำไม ไอรดาไม่รู้หรือว่ามันจะตอบเธอให้โง่ จึงกลับเข้าบ้าน คิดแปดตลบก็ไม่รู้ว่าใคร มาตบเธอทำไม?

ปุ๊กกี้ที่เข้านอนไปแล้ว ไอรดามาบอกว่าเกิดเรื่องจึงรีบถามเพื่อน แล้วชะเง้อมองจากหน้าต่างไปหน้าบ้าน...หันมาบอกเพื่อนว่า
มันคงหนีไปแล้ว ปุ๊กกี้สำทับอีกว่าเตือนยังไม่ทันขาดคำ แล้วให้เพื่อนเร่งระวังตัวให้ดีก็แล้วกัน...ไอรดาบอก เพราะฟังคำเตือน
ของปุ๊กกี้จึงถือปังตอไปด้วย ไม่งั้นเจอหนักกว่านี้ แล้วขอให้เพื่อนอย่าบอกแม่เธอ เดี๋ยวแม่เป็นห่วง

"แล้วแกจะอยู่ที่นี่ไหวเหรอ มันมาดักถึงหน้าบ้านแบบนี้"

"ฉันคงอยู่ที่นี่อีกไม่กี่วันแล้ว คงต้องย้ายเข้าบ้านคุณปวีร์แล้ว"

"เฮ้อ ฉันห่วงแกจริงๆนะยายไอ การแต่งงานที่ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องนี่ ผลลัพธ์มันจะออกมาอีท่าไหนกัน" ปุ๊กกี้มองเพื่อนอย่างเป็นห่วง ไอรดาเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตมันจะคดจะงอไปท่าไหน ยังไม่อาจตอบได้ คิดแล้วยิ่งหนาว...

ooooooo

ตอนที่ 3

ดาราสาวเมษาหลังจากหวิดเจอปังตอของไอรดา ต้องเผ่นหนีตายกลับมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง เสี่ยปรีชาผู้พ่อต้องมานั่งปลอบใจ   ส่วนพี่ตุลย์ก็สมน้ำหน้าน้องสาวที่บอกว่านายปวีร์มันเจ้าชู้จะตาย ยังไปหลงคารมมัน...เสี่ยปรีชาจึงปลอบเมษาว่า เตี่ยจะหาทางช่วยไม่ให้แม่คนนั้นแต่งกับนายปวีร์ให้ได้ ให้แม่คนนั้นมันหายไปให้ได้ เตี่ยชี้ไปที่นายตุลย์ในฐานะพี่ชายให้ไปจัดการ...

ส่วนที่บ้านคุณปยุตกับคุณหญิงพจนีย์นั้นเล่า นับแต่ ได้พบนวลตอง หลังจากไม่ได้พบกันมาหลายสิบปี ปยุตถึงกับเพ้อหานวลตอง ยังบังเอิญได้พบรูปถ่ายเก่าๆคู่กับนวลตองสมัยรักหวานชื่น ยิ่งเก็บมาเพ้อ จนบางครั้งต้องหลบการจับผิดของคุณหญิงไปได้
อย่างหวุดหวิด

ทางด้านนายปวีร์นั้นเล่า...ใจหนึ่งก็หลงใหลได้ปลื้มไอรดา แต่ยังมีสัญญาเรื่องว่าถ้าไอรดาขอหย่าก่อน เธอจะไม่ได้อะไรเลย แต่ถ้าเขาขอหย่าจะต้องเสียสี่สิบล้านให้ไอรดา...ยิ่งคิดก็ยิ่งหนาวจับขั้วหัวใจ...

ยามนี้...ปวีร์นั่งจิบกาแฟที่โต๊ะอาหาร แล้วไอรดาในชุดสั้นจู๋มีผ้ากันเปื้อนทับ ยกอาหารเช้ามาวาง ปวีร์เห็นแล้วลืมมองอาหาร กลับจ้องไอรดาไปทั่วร่างสุดเซ็กซี่ ตาจ้องมือถึงบั้นท้าย ถูกเธอตีเพี๊ยะให้ บอกให้กินอาหารก่อน แล้วจะให้กินของหวาน โดยชี้มาที่อกเธอ...ปวีร์จอมไว (อากร้า) รีบสวาปามอาหารเช้าแทบจะแค้นคอกา ซดกาแฟ น้ำเปล่า และลุยอาหารพริบตาเดียวหมดเกลี้ยง...พอจะทวงสัญญากินของหวาน เกิดอาการจุกร้องโอดโอยเหมือนจะตายชัก

"เอ๊ะ...ผม...ผมเป็นอะไรไป...มันแน่น แน่นที่หน้าอก... โฮ้ย" มองเห็นไอรดาหัวร่อร่าฮ่าๆเอิ๊ก "มันอะไรกันเนี่ย"

"ก็ยาพิษน่ะซียะ...ชีวิตคุณมีเวลาเหลือแค่ 5 นาที"

ปวีร์สิงห์ร้ายลุ่มเจ้าพระยาถูกกุดหาง ร้องถามไอรดา "คุณจะฆ่าผมเรอะ?" ไอรดายิ้มหวานปานน้ำผึ้ง สั่นหัวดิกๆ

"เปล๊า...ตรงกันข้าม...ที่รัก ฉันจะช่วยชีวิตคุณต่างหาก...ฉันถึงเตรียมไอ้นี่มา" ชูขวดยาสมุนไพร "ยาแก้พิษ...แค่จิบเดียวจะช่วยชีวิตคุณได้ทันที"

"งั้น ขอ...ขอผม ได้โปรด..."

ไอรดาบอกทันทีว่าได้เลย...พร้อมกับยื่นเอกสารกับปากกาให้ "แต่ต้องเซ็นนี่ก่อน"

"เซ็นอะไร...นี่ผมจะตายอยู่แล้ว ขอยาแก้พิษก่อน"

"เซ็นใบคำร้องขอหย่าน่ะสิ...ถ้าไม่อยากตายก็รีบๆเซ็นซะ...เร็วเข้า"

"เซ็น...ถ้าเซ็นผมก็ต้องเสียเงินสี่สิบล้านให้คุณ... สี่สิบล้าน" ปวีร์ตะโกนลั่น

"ฮะฮ้า..." ไอรดาหัวเราะ หน้าเหมือนนางยักษ์เขี้ยวใหญ่ "ก็ใช่น่ะสิยะ แล้วจะเอาไหมยาแก้พิษเนี่ย" ไอรดายื่นหน้ามา ปวีร์เห็นเหมือนแยกเขี้ยว เสียงเกรี้ยวกราดคุกคามเอาชีวิต "จะยอมเซ็นดีๆ หรือว่าจะยอมตายโหง..."

ปวีร์ดิ้นทุรนทุราย มีหมอนและผ้าห่มปิดหน้าอยู่บนเตียง ดิ้นสุดชีวิต พยายามหายใจ

"ไม่...ผมไม่เซ็น...โอ๊ย...ผม...ผมหายใจไม่ออก...ผมจะตายแล้ว..."

ปวีร์ค่อยๆดิ้นพลิกตัว รวบรวมสติดึงหมอนปิดจมูกออก เหวี่ยงผ้าห่มทิ้ง หอบหายใจลึกๆหลายที รวบรวมสติได้ลุกขึ้นนั่ง ลำดับเรื่องด้วยความแค้น...

"โธ่เว้ย...ก็แค่ฝัน...ฮี่ธ่อ...ฝันไปเลย...แต่ถ้าเป็นจริง บาทเดียวก็อย่าหวังได้เลย นังหมอดูลวงโลก"

ยิ่งเมื่อลงมาเดินคุยกันที่หน้าบ้าน...ปวีร์ยิ่งมั่นใจว่าไอรดาไม่มีทางได้แอ้มเงินสี่สิบล้านของเขาแน่ๆ เขามองแฟ้มบางๆที่เธอหนีบมา แล้วหัวเราะเยาะถามว่า นั่นร่างสัญญาที่เอามาด้วยใช่ไหม เธอพยักหน้ารับ เขายิ่งยิ้มเยาะ ถามอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

"หน้าตาผมมันดูโง่นักเรอะ คุณคิดจะได้สี่สิบล้านจริงๆหรือ...ผมว่าไม่มีทาง"

"อ้าว ถ้าคุณขอหย่าก่อน  คุณต้องจ่ายสี่สิบล้านตามสัญญา"

"แล้วถ้าไม่มีสัญญาล่ะ" ว่าแล้วปวีร์ดึงแฟ้มมาฉีกอย่างเมามัน  เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย  ไอรดายืนมองเฉย  ปวีร์ย้อนถามว่าไหนสัญญา รีบเก็บเศษพวกนี้ไปปะติดต่อดังเดิมสิ... ไอรดาด่าว่าเขาบ้ารึเปล่า ปวีร์ร้องรับว่าเขาบ้าแล้วหัวร่อร่า ถามว่าไหนสัญญา?

"อยู่ในบ้านไง" ไอรดาตอบ...เสียงหัวร่อของปวีร์สะดุด ชี้ไปที่เศษกระดาษ เธอจึงบอก "อยู่ในบ้านที่ผู้ใหญ่กำลังเซ็น" ชี้ไปที่พื้น "พวกนี้เป็นสำเนาที่ฉันปริ๊นต์ไว้ร้อยชุด...อยากได้อีกไหม จะไปแบกมาให้...โธ่ ตาบ๊องเอ๊ย" ปวีร์มองไอรดาอยากจะฉีกอกเธอ แล้วดูดเลือดกินให้หมดด้วยความแค้น

ขณะเดียวกันบนบ้าน...นวลตองกับคุณหญิงพจนีย์กำลังอ่านสัญญาก่อนจะเซ็น ปยุตนั้นมองนวลตองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนกำลังเป่าถ่านไฟเก่าอย่างสุดแรงข้าวต้มให้มันคุขึ้นมาอีก ส่วนพจนีย์ก็ได้แต่ต่อรองให้นวลตองลดลงมา เมื่อผิดสัญญาแค่ยี่สิบหรือ
สามสิบล้านไม่ได้หรือ นวลตองปากหวานบอกไม่ใช่คิดจะเอาเงิน แต่อยากให้ปวีร์รักกันแล้วอยู่กับไอรดานานๆ เงินนั้นก็ไม่มีใครแตะได้ เป็นการป้องการการเบี้ยวของปวีร์เท่านั้น

"พูดง่ายๆ   ถ้าลูกชายคุณดูแลลูกสาวฉันดีๆด้วยความรัก จริงใจ ไม่ว่าอนาคตจะเป็นไง ฉันก็ไม่แตะต้องเงินคุณเลย จะช่วยให้ไอรดาเป็นภรรยาที่ดีของลูกชายคุณตลอดไป"

"อือม์  ถ้าพูดแบบนี้...ฉันก็จะช่วยดูแลปวีร์ให้เป็นสามีที่ดีของหนูไอรดา"

"อือม์...ดี เราทุกคนช่วยสอดส่องเด็กสองคนให้อยู่กินกันราบรื่น อีกหน่อยจะมีเจ้าตัวน้อยๆๆ" ปยุตพูดแล้วยิ้มจนหุบไม่ลง คุณพจนีย์ต้องเตือนสามีอย่าเว่อร์ รีบเซ็นเอกสารซะดีๆ

ที่หน้าบ้าน...ปวีร์กับไอรดายังไม่มีใครยอมใคร ปวีร์ ยังย้ำว่า อย่าฝันหวานนัก นอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังต้องชดใช้ อย่างสาสมที่มาเล่นกับเขา...ทั้งสองต่อปาก ยื่นหน้า จมูกแทบชนกัน ต่างกำหมัด จวนจะซัดกันด้วยกำปั้นไม่มีรู...

"อ้าว...ว่าไง ว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว" คุณหญิงพจนีย์เดินนำหน้านวลตองและปยุตมาหา "กำลังคุยกันหนุงหนิงละสินี่" ไอรดารีบมากอดนวลตองไว้...ปยุตจึงแนะว่า เพื่อให้ทั้งสองสร้างสัมพันธ์อันดี ปวีร์ควรพาน้องไปทานอาหารข้างนอกกัน ปวีร์ จะค้าน ปยุตกำชับให้ดูแลน้องให้ดีๆในฐานะแม่ของลูกในอนาคต ปวีร์จะค้านอีก คุณหญิงกลับเร่งให้พาน้องไป ไอรดาบอกว่าเธอจะต้องไปส่งแม่ นวลตองรีบเร่งให้ลูกสาวไปกับปวีร์ ปยุต หันมาสั่งและเร่งลูกชายให้พาไอรดาไป ปวีร์เหมือนถูกจับหมดประตูสู้ ตีหน้าแหย รับคำชนิดหมดท่า...

ooooooo

ไม่เฉพาะแต่ทั้งสองจะจำใจไปด้วยกันอย่างรังเกียจเท่านั้น พอสั่งอาหาร บริกรแนะนำแต่ละอย่าง ไอรดารับหมด จนปวีร์ทนไม่ไหวร้องว่า จะกินแก้บนหรือจะเอาโล่ กินเปลืองแบบนี้ ทีหลังไม่พามาด้วย

"นึกว่าฉันอยากมากินกับคุณนักเรอะ"

"ก็เหมือนกัน...มานั่งกินกับคุณ หันหน้าเข้าข้างฝา ยังกินอร่อยกว่า"

"งั้นเอาสิ หันไปกัดข้างฝาก็ได้ หันมามองฉันทำไม...หันไปเลย"

"โธ่...โถ...ฟ้าดินเป็นพยาน..." บ่นอู้อี้ "จะได้แต่งงานแต่งการทั้งที ก็ดันมาได้เมียแบบนี้...ชีช้ำ"

"บ่นอะไร...ฉันได้ยินนะ" ปวีร์หันหน้าเข้าข้างฝา เงยขึ้นไปทางหน้าต่าง...ไอรดาตาเขียวใส่

ขณะที่บริกรลำเลียงอาหารมาวางจนล้นโต๊ะ และกำลังลงมือกินไป พอสบตากัน มีเพียงสี่ตาที่ทั้งเขียวและขวางใส่กัน...

หารู้ไม่ว่า ตุลย์นั่งรถมากับโชค โดยมีชัยเป็นคนขับ เมื่อใกล้ร้านอาหารอันเป็นเป้าหมาย ตุลย์สั่งให้เตรียมตัว โดยใส่หมวกไหมพรมคลุมหน้าตา สั่งให้เรียกเขาว่าเจ้านายเท่านั้น ห้ามเรียกชื่อตุลย์เป็นอันขาด...

เมื่อกินเสร็จ ถึงคราวคิดเงิน ปวีร์มีหน้าที่จ่าย แต่ควักหากระเป๋า บอกลืมไว้ที่รถ จึงขอให้ไอรดาออกให้ก่อน ไปถึงรถจะคืนให้ ไอรดาจำต้องจ่ายไปก่อน...พอไปถึงรถ ก็ไม่เห็นลืมไว้ตรงไหน ไอรดาไหวทัน ล้วงกระเป๋ากางเกงปวีร์จนเขาดิ้นจั๊กจี้ แต่เธอดึงกระเป๋ามาจากกางเกง ที่แท้ปวีร์หลอกให้เธอจ่าย เธอจึงดึงเงินในกระเป๋าตามชอบใจ เพราะไม่บอกว่าจ่ายไปแล้วเท่าใด ปวีร์ไม่ยอมจะดึงกระเป๋าคืน

ขณะแย่งกันนั้น รถตู้ของตุลย์วิ่งมาจอดใกล้ๆ บุกมารวบตัวไอรดา มีโชคตามลงมาช่วย ขณะกอดไอรดา ตุลย์มองลอดช่องไหมพรม เกิดปิ๊งเธอขึ้นมาทันที ขณะตะลึง โชครีบเข้ามากระชากไอรดาช่วยกันพาเธอขึ้นรถตู้ ปวีร์ห่วงแต่กระเป๋าเงิน รีบผวาตามขึ้น
รถตู้ไปด้วยอีกคน...

ขณะรถตู้ห้อตะบึงไป โชคเห็นปวีร์มาด้วย มองตุลย์ แล้วถามว่า คนนี้ใครกันเจ้านาย ปวีร์เองก็งงถามทันที

"นี่มันอะไรกันวะ พวกแกเป็นใคร" ตุลย์ให้โชคปิดปากไอรดาไว้ ตัวเขาหันมาตะบันหน้าปวีร์หนึ่งเปรี้ยง แล้วถามว่า แกขึ้นมาทำไมวะ ตุลย์ซัดอีกหมัด ไอรดาพลอยเจ็บไปด้วย พอตุลย์ซัดอีกหมัด ปวีร์จึงรวบตัวตุลย์กอดฟัดกัน ขณะที่ประตูยังไม่มีใครปิด...ตุลย์เสียท่าถูกปวีร์กดคอไว้ใกล้ประตูอย่างหวาดเสียว พอหัวตุลย์ยื่นออกไปนอกรถ ทั้งกลัวตกและกลัวประตูเลื่อนมางับคอขาด ตุลย์หวาดเสียวร้องสั่งให้จอด...

"ไอ้ชัย...จอดรถก่อนเว้ย"

รถตู้วิ่งเข้าข้างทาง เบรกสนั่นจอดทันที เจ้าชัยคนขับหันมาต่อว่าตุลย์ที่ยังถูกกดคอ

"เจ้านาย...ไหนตกลงกันแล้วว่าจะไม่เรียกชื่อจริงไง"

"มาพูดอะไรตอนนี้ รีบมาช่วยฉันก่อนเร็ว" ตุลย์บอก แล้วรวบรวมกำลังดีดตัว ปวีร์ไม่ปล่อย ทั้งสองตกลงไปข้างรถ ออกแรงฟัดกันอย่างนัวเนียต่อ ผู้คนริมถนนแตกตื่นวิ่งมาเป็นไทยมุง ปวีร์ยังได้เปรียบ...ไอรดาเห็นได้ที กัดมือโชคเต็มเขี้ยว มันร้องจ๊ากเหมือนควายถูกเชือด...ไอรดาได้ช่องโดดรถ แต่ ปวีร์จะลั่นหมัดใส่ตุลย์ ถูกไอรดาพุ่งมาชนหกคะเมนแอ้งแม้ง ตุลย์กับชัยช่วยกันรุมอัดรุมตื้บ โชคตามมาเอี่ยวอีกคน...ไอรดา วิ่งหนีพลางร้องลั่น

"ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ตำรวจ ตำรวจ...ใครเรียกตำรวจที" ตุลย์กับพวกวิ่งตามไอรดาไปไม่กี่ก้าว เห็นคนฮือมา ตุลย์สั่งหนีก่อน ตำรวจมาแน่...ทั้งสามหันหลังกลับมาที่รถ ปวีร์ลุกขึ้นมานั่งสะบัดหัวไปมา จึงถูกเจ้าสามตัวฉลองอีกคนละมือละตีนจนล้มลงไป
โอดโอยอีกครั้ง พอเงยหน้ามองตามรถตู้ จึงได้แต่ถามว่าพวกมันเป็นใครกันแน่?

ไอรดาเห็นพวกมันไปแล้ว จึงกลับมาหาปวีร์ ถามว่าเป็นอะไรมากไหมเนี่ย...ปวีร์แตะหางคิ้ว พอเห็นเลือด จึงร้องขึ้นว่าได้แผลเลย...ไอรดาค่อยยอมเห็นใจ ว่าไปบ้านเธอจะใส่ยาให้...

จากนั้นไม่กี่อึดใจพระพุทธ...ไอรดาก็พาปวีร์มาบ้านเช่าของเธอ ทำการชำระบาดแผลและใส่ยาให้ โดยมีเสียงร้องอย่างเจ็บแสบแผลของปวีร์เป็นการสลับฉาก จนเธอหาว่าเขาเป็นผู้ชายใจเสาะ

ปวีร์ถามเธอว่า ทำไมไอ้พวกนั้นถึงมาจับตัวเธอ ไอรดาตอกกลับทันทีว่า จะไปรู้มันหรือ

"นี่ถ้าไม่เห็นว่าคุณโดนตื้บสภาพเนี้ย ฉันคงคิดว่าคุณจ้างคนมาอุ้มฉัน"

"บ้าเรอะ จะอุ้มคุณ ผมอุ้มเองไม่ดีกว่ารึ ไปจ้างคนอื่นให้เมื่อยมือทำไม คืนนั้นยังอุ้มคุณขึ้นเตียงมาแล้ว...ทำลืม... โอ๊ย" เจอทิงเจอร์จิ้มพรวดเดียว ร้องเจี๊ยกทันที "ไม่ช่วยไม่ว่า ยังจะมาซ้ำแผลอีก ถามจริงแน่ใจนะว่าไม่มีศัตรูที่ไหน" ไอรดายืนกรานไม่มีแน่นอน "หรือว่า...คุณเคยไปดูหมอทำนายให้เขาแค้นจนมาเล่นงานคุณ...ไม่งั้นจะมาจับตัวไปทำไม"

"ไม่ต้องเดาได้ไหม" ไอรดาจิ้มทิงเจอร์ใส่อีก ตานี้ร้องดังกว่าเก่า "บอกว่าไม่มีศัตรู ถ้าจะมีก็คุณนี่แหละ...ฉันคิดว่ามันจะปล้นหรือรังแกฉัน หวังจะเอาไปขาย...เฮ้ย หยุดถาม รำคาญเต็มทีแล้ว"

"ถามด้วยความเป็นห่วง...ก็มาย้อนศรเอาอีกแฮะ"

"โทษที...อันที่จริง ถ้าคุณไม่ตามไปช่วยฉันไว้ ไม่รู้ ป่านนี้ฉันจะอยู่ในสภาพไหน ขอบใจมากนะ"

"ขอบใจผมเนี่ยนะ" จ้องหน้าไอรดา แล้วหัวร่อร่าฮ่าๆๆ

"หยุดนะ...ขำอะไรนักหนา"

"ก็ขำน่ะสิ นี่คิดจริงๆหรือว่า ผมช่วยคุณ"

"ก็คุณขึ้นรถมา แล้วต่อยกับพวกมัน"

"ก็ใช่...แต่ผมจะเอากระเป๋าสตางค์ของผมคืน"

"อ้าว...คุณไม่ได้ตั้งใจจะช่วยฉันหรอกหรือ"

"เปล่า...ฮ่าๆๆๆ จะให้ผมช่วยคุณเนี่ยนะ" พูดใส่หน้า "ฝันไปเหอะ ผมจะช่วยคุณทำไม ยิ่งคุณเป็นอะไรไปสิ ยิ่งดี ผมจะได้ช่วยที่ล้าน ประหยัดไปตั้งสี่สิบล้าน...โอ๊ยยยย"

ไอรดากดสำลีใส่ทิงเจอร์ บีบแผลด้วยความแค้น ปวีร์ ร้องดังไปแปดสิบบ้าน เธอเอาสำลีปาใส่หน้าซ้ำ "งั้นก็ทำแผลเองแล้วกัน ที่ทำให้เพราะคิดว่าช่วยฉันนะ เฮ้ยยย..."

ไอรดาลุกปึงปังไป โกรธจนมือไม้สั่น...ปวีร์ร้องเจ็บแสบแสนสาหัส มองตามไป แล้วเกิดความรู้สึกขำ...จบลงด้วยหัวใจที่ลดดีกรีวูบ มีความเอ็นดูแทรกขึ้นมาแทนที่...

ไอรดากลับไปบนห้องอย่างขุ่นในอารมณ์ เดินหาปลาสเตอร์มาปิดแผล...เดินพลางบ่นอู้ผิดหวังที่เธอนึกว่านายปวีร์จะตามเธอขึ้นรถไปช่วย ที่ไหนได้ ตามไปเอาชีวิตเข้าแลกเพราะกระเป๋าสตางค์ ฟังแล้วแสนเซ็ง...ขณะที่ไอรดากำลังเขย่งตัวค้นปลาสเตอร์มาปิดแผลบนตู้ ไม่รู้ปุ๊กกี้เก็บไว้ไหน...

"คุณไอ..." เสียงปวีร์ดังลั่นขึ้นข้างหลัง หัวใจเธอตกถึงตาตุ่ม ร้องว้ายได้คำเดียว ไอรดาหงายผลึ่งลงมาหาปวีร์ มือกำปลาสเตอร์แน่น ปวีร์ทำท่าโอบรับไว้ แต่ไม่สง่างาม จึงถูกร่างไอรดาม้วนทับใส่ ไขว้หัวหางกันไร้ทิศทาง...เสียงร้องพร้อมกันแต่คนละระดับเสียง เท้าไอรดากางอยู่แถวหน้าปวีร์ เธอกอดขาเขาไว้ พอตั้งสติพยายามลุกหนี แต่ไม่ไหว...ทั้งสองต่างกล่าวหากันว่า มาไม่ให้สุ้มเสียง...แต่พอจะขยับขยายจากกัน กลับพันกันยุ่ง จะลุกขึ้น จึงเสียหลักทับกันลงไปอีก...คราวนี้หน้าคนทั้งสองมาจ้องตากันใกล้ชิด มือไม้สอดรับกอดกันพอดิบพอดี ทั้งสองตาโตตกใจตัวแข็งทื่อ...

ปุ๊กกี้ไม่รู้เข้าบ้านมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร้องว้ายสุดเสียง เมื่อเห็นภาพคนกอดและจูบกันอย่างแน่นิ่งเหมือนคนตายแข็งทื่อ แล้วทั้งสองคนต่างตกใจ...ปุ๊กกี้ตะลึงคาประตู หันไปบอกนวลตองที่ตามมาอย่าเพิ่งเข้าไป แต่ช้าไป นวลตองเห็นทั้งสอง ที่ยังทำท่าเหมือนจูบกันนิ่งอยู่ จึงหวีดร้องเหมือนเห็นผี จึงปิดตาแต่กางนิ้วดู...ว่าที่สามีภรรยาทั้งสองคนพยายามผละจากกันอย่างลำบากแสนเข็ญ นวลตองออกตัวว่า...แม่ไม่เห็นอะไรเลยนะจ๊ะ แล้วสั่งปุ๊กกี้ให้ถอยออกมา แล้วปิดประตูทันที

ไอรดามองไปมาสุดจะคับแค้นแน่นหน้าอก แล้วทั้งสองเปิดฉากฉะกันอีกรอบ เธอหาว่าเขาเข้ามาไม่ให้สุ้มเสียง แล้วสั่งให้ผละไปจากตัวเธอได้แล้ว ปวีร์กลับตอกกลับว่า ตัวเธอทับเขาอยู่ จะให้เขาลุกได้ยังไง ไอรดามองตัวเองแล้วยิ้มแหย ยอมรับจะพยายาม
แกะดึงตัวออก ปวีร์ยิ้มทำหน้าเป็น

"หรือว่า...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาต่อจิ๊กซอว์ปากต่อปากกันไปเลยดีกว่า" ปวีร์หลับตา ห่อปากจู๋ ยื่นมาทำท่าจะให้จุ๊บ... ไอรดายิ้มเหี้ยม แปะปลาสเตอร์ในมือปิดปากปวีร์ทันที...เสียงร้องลอดออกมาอู้อี้ ด่าเปิงที่ไอรดาเล่นไม่ซื่อ...ไอรดาถอยไปยืนยืด หัวเราะลง
ลูกคออย่างผู้ชนะ

จากนั้นไอรดาก็ไปแก้ตัวสารพัดกับแม่และปุ๊กกี้ว่า เธอไม่ได้ทำอะไรอย่างที่แม่คิด แต่แม่ก็บอกว่า แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน รู้ดีว่าข้าวใหม่ปลามันเป็นยังไง ไอรดาให้เพื่อนช่วยชี้แจง แต่ปุ๊กกี้กลับเห็นตามแม่นวลตอง...ไอรดาพยายามชี้แจง แต่แม่ไม่เปลี่ยนใจ

"ลูกกำลังจะแต่งงานวันสองวันนี้แล้ว เรื่องจุ๊กจิ๊กไม่น่าเกลียดหรอกน่า สมัยนี้แล้ว ไม่ต้องอายน่า"

"โฮ้ย...ไปกันใหญ่แล้ว..." ไอรดาหันรีหันขวาง มองปวีร์ที่ยืนซื่อบื้อ "นี่คุณ...ช่วยฉันพูดด้วยซี"

"ผมดูท่าทางของลูกขุนทั้งสองแล้ว คุณปฏิเสธข้อหาอะไรไม่ทันแล้ว" ปวีร์บอกแล้วหนีไปหัวร่อร่าห่างๆ ข้างนวลตองกับปุ๊กกี้

"ดี...ดีเลย เป็นไปกันหมด ฉันเสียหายอยู่คนเดียวนะงานนี้" ว่าแล้วระดมกำปั้นใส่ปวีร์ไม่นับ...

ครั้นถึงตาไอรดาเดินมาส่งปวีร์ถึงรถของเขาที่จอดหน้าบ้าน...นวลตองกับปุ๊กกี้ยืนส่งหน้าบ้าน ปวีร์ขอบคุณที่เธอมาส่งเขา ไอรดาบอกอยากแสดงให้แม่ดีใจและสบายใจ ปวีร์จึงชวนสร้างภาพให้ดีขึ้นกว่า ว่าแล้วจุ๊บแก้มเธอหนึ่งฟอด เธอตวาดแว้ด ไม่พอใจ ถึงตบไปหนึ่งฉาดมือแบ ด่าซ้ำอีตาบ้า ปวีร์จุ๊ปากอย่านะ แม่กำลังมอง...เธอหันไปเห็นแม่กับเพื่อนตบมือชอบใจ ปวีร์จึงบอกลาเมียจ๋า ไอรดาตาขวางรับไม่ได้ แต่แม่นวลตองที่ยืนมองอยู่หันไปบอกปุ๊กกี้ว่า คู่นี้ช่างน่ารักแท้... ปุ๊กกี้สอพลอทันที

"ต้องได้อุ้มหลานเร็วๆนี้แน่นอน"

แล้วคู่ที่ได้ชื่อว่ากำลังรักกันจี๋จ๋า แม่จะได้อุ้มหลานนั้น...ไอรดายังจะถูกตามราวีต่อไป เพราะเมื่อนายตุลย์ถอดหมวกไหมพรมทำเป็นไอ้โม่งทิ้งไป เพราะฉุดไอรดาไม่สำเร็จ ตุลย์ รับรองกับน้องสาวว่า ต่อไปจะไม่พลาด และไม่ฉุด จะใช้ วิธีนิ่มนวล...เมษาฟังแล้วโกรธ

"พูดเหมือนพี่ตุลย์จะจีบนังไอรดา...อย่าบอกนะว่าพี่ปลื้มนังนั่น"

"เปล๊า...ไม่ได้ปลื้ม...ที่ฝืนใจเพราะเสียสละให้น้องสาวของพี่...คอยดู จะทำให้คุณไอหลงรักพี่ปานจะกลืน คลั่งไคล้ใหลหลงหัวปักหัวปํา..."

"พอแล้วพี่ตุลย์ แค่นี้ก็เป็นปลื้มลืมตายแล้ว เมษาฝันว่าจะได้คุณปวีร์คืนสู่อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ชาตินี้ไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว ให้ตายดับ" ตุลย์มองน้องสาว ไม่น่าเชื่อจะหลุดโลกไปเสียแล้วน้องข้า...

ooooooo

ปวีร์เริ่มจะคิดทำงานการจริงจัง โดยเฉพาะรีสอร์ตที่ผู้พันปยุตยกให้เขาไปบริหารให้เป็นเรื่องเป็นราว ปวีร์คิดไปมาไม่นาน จึงเดินทางไปพบธราดล เพื่อนซี้ที่ถนัดในทางการเกษตร...ปวีร์ไปพบเขาที่สวนผัก ธราดลแต่งตัวซอมซ่อแบบชาวสวน แต่อ้างว่าเป็นการแต่งเสื้อผ้าช่วยภาวะโลกร้อน ปวีร์จึงดีดมือเปาะ บอกเพื่อนว่า ที่เขามาหาก็เพราะเรื่องนี้

หลังจากคุยกันพอท้วมๆ จึงเข้าจุดว่าขณะนี้โลกร้อน เศรษฐกิจการท่องเที่ยวลำบากมาก

"อยากให้เพื่อนช่วยคิด...ตอนนี้กระแสเรื่องสุขภาพกำลังแรง เราจะจัดกิจกรรมเพื่อสุขภาพให้กับรีสอร์ตของฉัน เอาที่มันน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวน่ะ เอาชนิดที่ให้ทั้งความสนุก และเพื่อสุขภาพด้วย"

"งั้นเรอะ...ได้เลย เรื่องแบบนี้ฉันถนัดอยู่แล้ว"

ธราดลเริ่มนึกสนุก...จากนั้นไอเดียเริ่มกระฉูด แล้วเสนอปวีร์ คนสมัยนี้รักสุขภาพและชอบปรุงอาหารเอง เราก็จะจัดกิจกรรมสอนปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ โดยให้แขกที่มาพักทุกคนได้มีโอกาสปรุงอาหารด้วยตนเอง โดยมีเชฟช่วยสอน เสร็จแล้วจะได้กินอาหารที่ตนปรุง ทั้งสนุกทั้งอร่อยด้วย... ยังไม่เท่านั้น ธราดลยังมีข้อเสนอเด็ดดวงยิ่งกว่า ถ้ารีสอร์ตจัดให้มีการสอนโยคะตอนเช้าๆที่ชายหาดวิวสวยๆ ตอนนี้สาวๆคงมาที่รีสอร์ตปวีร์กันตรึม ธราดลดักคอว่า ปวีร์คงไปกอดเสารีสอร์ตไม่ไปไหนแน่ละตานี้  ปวีร์ต่อว่าเพื่อนที่รู้ทัน

"แต่ว่า...จะไปหาคนสอนทำอาหารเพื่อสุขภาพและสอนโยคะได้จากที่ไหนล่ะ"

"ฉันรู้จักอยู่คน รับรองว่าตรงกับที่แกต้องการเป๊ะเลย" สิ้นคำธราดล...ปวีร์โล่งใจสบายตัวทันที

ปวีร์ยังไม่แก่จึงใจร้อนอย่างวัยรุ่น ให้ธราดลพาไปพบครูสอนโยคะ ถึงบ้านที่จัดทำเป็นสำนักสอนโยคะ บางครั้งก็เปิดคอร์สล้างพิษ สอนทำเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพ และยังมีรายการทีวีเรื่องสุขภาพ มีสอนทั้งโยคะ เรื่องการกินอยู่เพื่อสุขภาพด้วย...ปวีร์ฟังแล้วตามเพื่อนลิ่วๆไปหาคุณครู ซึ่งเพื่อนบอกว่าเธอคือครูมาตติกา...

พอปวีร์เข้าไปเห็นมาตติกาในชุดโยคะ ปวีร์เห็นแล้วตาค้างเติ่ง มองสำรวจถี่ยิบไปตามเรือนร่างที่กำลังร่ายรูปแบบให้ลูกศิษย์สามคนทำตาม...ภาพนั้นมาตติกาช่างสวยน่ารัก จนปวีร์ต้องซื้ดเอาลมเข้าปอดไปอัดไว้ ไม่ให้กระเส่าเกินเหตุ... ปวีร์ยิ้มอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่ารักแรกพบมันเป็นแบบนี้หรือไฉน

จากนั้นไม่นาน ปวีร์ก็ได้สัมผัสกลิ่นนวลเนื้อนางในระยะใกล้จะเป็นเผาขน ทุกสัดส่วนล้วนแม่เจ้าโว้ย...มองแล้วมันน่าร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดเสียจริงๆ น่ารักไปหมด จนเพื่อนสะกิดให้เริ่มเรื่องราว...ว่าจะให้ไปเปิดคลาสโยคะ และสอนทำอาหารที่รีสอร์ตของปวีร์

"ก็เป็นได้นะคะ ถ้านานๆครั้ง มาตว่า...มาตก็น่าจะไหว"

"จริงๆนะครับ" ปวีร์ปากสั่นดีใจ "งั้นเดี๋ยวผมขอเบอร์ โทร.คุณมาตไว้ จะได้ไม่ต้องผ่านนายดล..." ปวีร์ลายออก เจอสาวงามแล้วหวงก้าง จนนายดลกระแอมรู้ทันในนิสัยของเพื่อน มาตติกาส่งนามบัตรให้...จากนั้นนายปวีร์จึงบอกเขาขี้เกรงใจ แต่คุณมาตเพิ่งสอนโยคะเสร็จท่าจะหิว เราไปหาอะไรทาน แล้วคุยกันต่อดีกว่า มาตติกาจะปฏิเสธ แล้วเธอจึงชวนคุณดลไปด้วย ปวีร์กันทันที บอกว่านายดลกำลังจะกลับบ้าน ปวีร์ดึงดันร้องตัดบทว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวซื้อใส่ห่อฝากที่บ้านให้...ธราดลได้แต่ถอนใจในความกะล่อนทองของเพื่อน...

ooooooo

วันนี้มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากสำนักพิมพ์ของนิตยสาร "เลิฟแอนด์เวดดิ้ง" ให้ไอรดาไปเขียนคอลัมน์ "ดูดวง" ซึ่งไอรดารีบบอกทันทีว่า เธอถนัดเรื่องดูดวงอยู่แล้ว ทางนั้นจึงให้เธอไปติดต่อนิตยสารดังกล่าว โดยให้ไปพบคุณรุจน์เย็นวันนี้เลย ซึ่งไอรดารีบจดที่อยู่ และเบอร์โทร.ไว้เรียบร้อย

วางสาย แม่นวลตองก็แต่งตัวเดินออกมา โดยมีปุ๊กกี้หิ้วกระเป๋าตามมา นวลตองบอกลูกสาวว่าจะกลับพัทยาเพราะทิ้งร้านมาหลายวันแล้ว แล้วแม่จะกลับมาช่วยเรื่องจัดงานแต่งงานของลูกด้วย แม่ลูกกอดกันด้วยความรักคิดถึงและห่วงใย แม่เตือนว่า ลูกกำลัง
จะออกเรือน อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วรีบหาหลานมาให้แม่อุ้มเร็วๆ

ปุ๊กกี้เอากระเป๋าใส่ท้ายรถให้นวลตอง แม่ร่ำลาแล้วสตาร์ตรถ แต่แล้วสตาร์ตไม่ติด ไอรดากับปุ๊กกี้ต้องช่วยกันเข็นครู่ใหญ่จึงติด ไอรดากำชับให้แม่ขับระวังให้ดีๆ อย่าตายกลางทาง เธออยากให้แม่ขับรถดีๆ แต่ก็ไม่มีเงิน แม่ขับรถไปแล้ว ไอรดาจึงมีความคิด
ที่ติดแน่นในใจว่า เธอจะต้องหารถใหม่ให้แม่ขับให้ได้...

พอได้เวลานัด ไอรดาเดินทางไปพบคุณรุจน์ตามที่นัดไว้ คุณรุจน์ต้อนรับ เชิญให้เข้าไปนั่งรอคุณรุจน์ในห้อง แล้วไอรดาก็ได้เห็นคุณรุจน์ ก็คือคนที่ต้อนรับเธอนั่นเอง...ที่สำคัญคือความรู้สึกของไอรดาในนาทีแรกที่พบคุณรุจน์ บอกได้ทันทีว่า นี่คือผู้ชายในสเปก ผู้ชายที่เธอฝันไว้นานมาแล้ว

ไอรดาชมว่า แทนที่จะเป็นคนแก่ แต่ บก.รุจน์ ไม่นึกว่าจะหนุ่มแน่นแล้วก็ยังดูดี รุจน์ฟังให้หูผึ่ง แล้วรีบตอบด้วยคำหวานอย่างยืดยาว จนไอรดาฟังแล้วเคลิ้ม เพราะแต่ละคำ ชมเธอว่าแต่งตัวดีพร้อม เป็นหมอดูรุ่นใหม่ ไปกันได้กับแฟนนิตยสารที่ล้วนมีแต่คนรุ่นใหม่สดใสวัยสาว...ไอรดายิ้มม้วนไป มาสามรอบ

"เออ...ผมพูดไปเรื่อย...ยังไม่รู้เลยว่าคุณไอจะปฏิเสธเราหรือเปล่า"

"ไม่ปฏิเสธเลยค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก และร่วมงานกับคุณรุจน์ ค่ะ" ยิ้มให้ ส่งใจให้รุจน์อย่างแรง...

พอดีเลขาฯโทร.มาเตือนรุจน์เรื่องเวลาอาหารเย็น

ไอรดาเห็นเข้าทางเธอพอดี จึงสวมรอยฉับ

"ทำไมเราไม่ไปคุยงานกันต่อที่ร้่านอาหารเลยล่ะคะ" รุจน์หรือจะปฏิเสธ ไอรดายิ้มพอใจที่จะได้ไปทานอาหารกับคุณรุจน์อย่างไม่คาดฝันมาก่อน...

ooooooo

ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งของบางกอก ปวีร์กับมาตติกาช่วยกันดูเมนูว่าจะสั่งอะไรดี มาตติกาเริ่มสั่งเซ็ตปลาย่าง ผักนึ่งแล้วซุปเต้าหู้ แต่พอปวีร์สั่งสเต๊กเนื้อติดมันพร้อมเฟรนช์ฟราย เห็ดผัดเนย เท่านั้น

มาตติการีบค้านว่าเนยนี้คอเลสเทอรอลสูง ปวีร์รีบให้ บริกรเปลี่ยนทันที มาตติกาย้ำว่า เนื้อติดมัน เฟรนช์ฟราย ไขมันสูงมาก ปวีร์หัวหดรีบเปลี่ยนทั้งหมด แล้วเอาเนื้อวัว มาตติกาบอก เนื้อไม่เป็นมิตรกับลำไส้ ปวีร์รีบบอกไม่เอาแล้ว

"พี่ครับ...ที่งดนี่ เหลือแต่จานเปล่านะครับ"

"งั้นพี่ขออย่างแบบพี่ผู้หญิงก็แล้วกัน"

บริกรไปแล้ว ปวีร์ยังรีบชมว่าคุณมาตระวังเรื่องอาหารดีนะ มิน่าหุ่นถึงดีมากๆ

"นี่คุณวีร์แอบมองหุ่นมาตหรือคะ" ปวีร์สำลักน้ำพรวด รีบเช็ดปากเหย็ง มาตติกายิ้มอย่างเอ็นดู

ส่วนไอรดากำลังทานอาหารอยู่กับคุณรุจน์ ทานไปคุยกันไปเรื่องนิตยสารเกี่ยวกับความรักและการแต่งงาน คุณรุจน์ น่าจะมีประสบการณ์มาก รุจน์รีบปฏิเสธว่าเขายังไม่เคยมีชีวิตคู่เลย ไอรดาแอบกรี๊ดในอก เขาว่าต่อ แม้แต่แฟนสักคนยังไม่มี ยิ่งทำให้เธอดีใจจนเนื้อเต้นเฉิบๆ เธอบอกไม่อยากเชื่อ รุจน์รีบสาบานให้ฟ้าผ่า...

เสียงฟ้าร้องครืนขึ้นมาทันที...ต่างมองตากัน บริกรถามจะย้ายเข้าข้างในไหม รุจน์ไม่อยากย้าย จะเสียฟอร์ม บริกร เสนอว่าไม่เกี่ยวกับฟ้าผ่า แต่ฝนจะตก ไอรดาจึงให้ย้ายไปดีกว่า...

เมื่อย้ายมานั่งโต๊ะใหม่ด้านใน ยังฝอยกันเรื่องสาบาน เรื่องฟ้าผ่า รุจน์ไม่เชื่อ แล้วยื่นมือมาให้เธอดูว่าลายมือบอกว่าเขาโสดหรือไม่ ยื่นมือมาตรงหน้า ไอรดายิ้มดีใจจนเนื้อเต้นตุบๆ จับมือเขา รังสีเสน่หาวิ่งปร๊าดซ่านไปทั่ว เธอชมในใจว่า มืออะไรช่างนุ้มนุ่มเป็นผู้ดีปานฉะนี้...เธอดูไปคลำไปจนเพลิน รุจน์รีบบอกว่า ดูแล้วเป็นไง?

"เส้นเนื้อคู่ชัดแจ๋ว ตัดกับเส้นชีวิตตรงเนินนี้ มีเกณฑ์จะเจอเนื้อคู่เร็วๆนี้ค่ะ" ไอรดาเงยหน้าขึ้น บริกรที่มายืนบังอยู่เมื่อครู่ผละไป ไอรดามองไปตกใจแทบตาย ตัวร้อนฉ่าตาค้าง เพราะที่โต๊ะนั่น ปวีร์กำลังนั่งกรุ้มกริ่มกับมาตติกา รุจน์เห็นท่าตะลึงจึงถามว่า ลายมือเขามีเรื่องร้ายๆหรืออย่างไร?

ปวีร์กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม สายตามองมาสบตาไอรดาเปรี้ยงเดียวถึงสำลักน้ำทันที...ไอรดาหายตะลึง เหมือนจะมีเขี้ยวแยกออกมาจากมุมปาก อีกมือที่ไม่ได้จับมือรุจน์ชี้บุ้ยใบ้ ไปที่มาตติกาให้รู้ว่าเธออยากรู้นัก ปวีร์มากับแม่คนนั้นนั่นมันใครกัน ปวีร์ส่งภาษาใบ้โต้กลับทำท่าเชือดคอให้ตาย เมื่อชี้ไปที่นายรุจน์ว่าไอรดามากับมัน มันอยากตายรึไง?

มาตติกาถามว่าคุณปวีร์เป็นอะไร หน้าตึงๆ ปวีร์จึงเปรยขึ้นว่า บังเอิญเขานึกถึงเรื่องแย่ๆขึ้นมาเรื่องหนึ่ง...

"ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง กำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ดันไปเจอเจ้าสาวแอบไปกินข้าวต้มกับไอ้หนุ่ม...แถมยังจับมือกันไม่ยอมวางอีก ด้วย"

ไอรดาฟังแล้วจี๊ด สะอึกไปสามที...แล้วรีบปล่อยมือรุจน์ทันที นายรุจน์ถามแปลกใจว่า เกิดมีอะไรขึ้น พอถาม ไอรดาจึงเล่าเสียงไม่เบานัก

"มีเรื่องไม่สบายใจค่ะ ไอถามคุณรุจน์นะคะ ถ้ามีผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ยังแอบไปกินข้าวกับกิ๊กนี่ เราจะเรียกผู้ชายห่วยๆพันธุ์มักง่ายนี้ว่าอะไรดี"

"คงเรียกว่าพวกเจ้าชู้...คลำดูหางไม่มีเป็นกวาดเรียบ" ปวีร์สะดุ้งวาบ รีบแคะหูฟังต่อ รุจน์ตอกย้ำคำเก่าอีก ปวีร์ฟังแล้วฉุนขาด ได้แต่ขยับก้นไปมาด้วยความแค้น มองไอรดาแล้วส่งซิกใบ้บ้าไปมา ให้เธอตามเขาไป...ปวีร์ขอตัวมาตติกา แล้วลุกไปห้องน้ำ

ไอรดาก็ขอตัวรุจน์ไปห้องน้ำ เธอเดินไป กำหมัดแน่นพร้อมจะระเบิดศึกในยุทธภูมิหน้าห้องน้ำ...

ปวีร์ไปยืนส่ายไหล่ ทุบอกตูมๆเหมือนลิงยักษ์ พอไอรดาเดินมา จึงคว้าข้อมือ คำรามใส่

"ทำยังงี้ได้ไง...หา...คนเขาจะมองผมยังไง ดูบนหัวนี่ซิ มีเขางอกมาไหม จะแต่งกับผมสองสามวันนี้ ยังแอบมากับกิ๊ก กุมมือกันไม่วางรึ?"

"ปล่อย...ฉันเจ็บ...ทีคุณล่ะ พากิ๊กมาออเซาะกัน นี่ถ้าไม่มาเห็นก่อน คงพากันไปถึงไหนๆ"

"อย่าว่าเขานะ เขาเป็นผู้หญิงดี ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด"

"ฉันไม่ได้ว่าผู้หญิง ฉันว่าคุณ ผู้ชายห่วยแตก จะแต่งงานกับฉัน ยังมักมากกับหญิงอื่น"

ผู้คนมาห้องน้ำและที่นั่งอยู่ห่างออกไปต่างจ้องมาหาปวีร์ เขาเริ่มหนาว ดึงข้อมือไอรดาเข้าไปคุยในห้องน้ำชาย เธอให้ปล่อยมือ ปวีร์ลำเลิกว่า ทีมือไอ้หมอนั่นไม่ยอมปล่อย ไอรดาจึงย้อนถามว่าหึงเรอะ?

"ทำไมโกรธเป็นไฟ เห็นฉันมากับกิ๊ก...เอ๊ย...มากับคนอื่น"

"ฮะ ยังยอมรับเป็นกิ๊กอีก...บ้าชะมัด ไม่ใช่หึงว้อย...มันศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย...แบบนี้มันลบเหลี่ยมกัน"

ปวีร์คว้าแขนไว้ ลากมาที่อ่างล้างหน้า สั่งว่าถ้ายังไม่เคลียร์ไปไหนไม่ได้ จึงเกิดการพันตูกันขึ้น มีการฟ้อนเล็บอุตลุด ไอรดาเปิดบีบปากก๊อกฉีดน้ำใส่ปวีร์จนร้องลั่น ชายกลาง คนเปิดประตูออกมามอง ไอรดาได้ทีวิ่งหนีออกไป ปวีร์ได้แต่ยืนเป็นเบื้อในสภาพเปียกปอน...

ไอรดามาถึงโต๊ะ บอกรุจน์ให้รีบเช็กบิล กลับกันเพราะเธอปวดหัวมาก รุจน์ขอเข้าห้องน้ำก่อน...ปวีร์เดินสวนมานั่งข้างมาตติกา ตาจ้องไอรดาเหมือนจะให้ไหม้จนวอดวาย บ่นเสียดสี ผู้หญิงบางคนไม่เคยนึกถึงคนอื่น แม้คนจะเป็นสามีตัวเองแท้ๆ มันทุเรศ อุบาทว์จริงๆ ไอรดาฟังแล้วเดือดปุดๆ ถึงจุดแตกหัก คว้ากระปุกพริกไทยปาใส่หัวปวีร์ดังโป๊ก ร้องโอยได้คำเดียว กุมหัว กระโจนใส่ไอรดา...มาตติการ้องตกใจ ปวีร์กุมหัวยืนประจันหน้าถาม ปาหัวเขาทำไม?

"สมควรไหมล่ะ อยากว่าฉันอุบาทว์ทำไม"

"รึไม่จริง จะแต่งงานอยู่แล้วแท้ๆ ยังควงผู้ชายอื่นมานั่งลูบกัน มันหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายกันนี่"

"แล้วทางกลับกัน ฉันก็มีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเหมือนกัน... ทีคุณควงกิ๊กคุณมาล่ะ" ชี้ไปที่มาตติกา เธอหันมาถามว่ามันอะไรกัน ไอรดารีบบอก "ไม่ต้องงงหรอก อีตานี่เป็นว่าที่สามีฉันเอง"

"หา...คุณกำลังจะแต่งงานกันเหรอคะ" ปวีร์รับ "มาต ยินดีด้วยค่ะ" หันไปแสดงความยินดีกับไอรดา ถามปวีร์ว่า จะไม่แนะนำให้รู้จักเจ้าสาวคุณหรือ?

ปวีร์จึงแนะนำคุณมาตติกากำลังจะไปช่วยงานที่รีสอร์ตของเขา แล้วแนะนำไอรดาว่ากำลังจะเป็นเจ้าสาวของเขา

"ขอโทษนะคะ ที่เมื่อกี้พูดไม่ดีกับคุณ"

"ไม่เป็นไรค่ะ คนเราเข้าใจผิดกันได้" มาตติกาหยิบแก้วขึ้นมา "มาตขอดื่มแสดงความยินดีล่วงหน้าให้กับว่าที่คู่บ่าวสาวด้วยนะคะ...เอาสิคะ"

ทุกคนยกแก้วน้ำ ทั้งน้ำส้ม น้ำแดง มาตติกาชูแก้ว

"แด่ความรักที่สวยงาม และการแต่งงานกันเป็นนิรันดร์... ดื่มค่ะ" ปวีร์กับไอรดาจ้องหน้ากัน เหมือนจะฟัดกันให้จมเขี้ยว... ปวีร์ร้องขัดขึ้น

"เดี๋ยวก่อนครับ...เดี๋ยวก่อน" ทุกคนชะงัก "ก่อนจะดื่ม ผมขอกล่าวเสริมอีกนิด แด่ความรักที่มีแต่ความโลภ และการแต่งงานที่เจ้าสาวยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อหวังฮุบเงินก้อนใหญ่"

ไม่ทันขาดคำ ไอรดาสาดน้ำแดงใส่หน้าปวีร์ มาตติกา ร้องจ๊าก ปวีร์ปาดน้ำแดงจากหน้า

"นี่คุณคิดว่าผมไม่กล้าสาดคุณเหรอ"

รุจน์กลับเข้ามาเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาแทรกกลาง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหน้ารุจน์ก็รับน้ำส้มจากแก้วปวีร์เต็มหน้า ทุกคนตกใจ บริกรชายหญิงวิ่งมาถาม

"ไม่มีอะไร" บอกบริกรแล้วไอรดาดึงแขนรุจน์ "รีบไปเถอะค่ะคุณรุจน์" รุจน์ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน "เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะคะ รีบไปเถอะค่ะ" ไอรดาดึงแขนรุจน์เดินอ้าวไป ปวีร์ทำท่าฮึดฮัด มาตติกาหยิบกระดาษที่ใกล้ที่สุดกำใหญ่มาซับหน้าตาให้ ปวีร์จึงค่อยลดดีกรีความแค้นลงได้บ้าง

ตอนที่ 4

เมื่อรุจน์ขับรถมาส่งไอรดาถึงบ้านเช่า เธอขอบคุณแล้วชวนเข้าไปล้างหน้าตาก่อนก็ได้ รุจน์ เกรงใจ บอกว่ามันค่ำแล้ว เข้าไปในบ้านเธอคงไม่เหมาะ... ไอรดาฟังแล้วสะท้อนใจ ชมว่าคุณรุจน์ช่างเป็นสุภาพบุรุษโดยแท้ ไม่เหมือนกับนายนั่น...

"หมายถึงผู้ชายที่ร้านหรือครับ ผมขอถามได้ไหม ถ้าเป็นส่วนตัวไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบนะครับ...นายคนนั้นเป็นใคร เกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องสาดน้ำใส่ผมอย่างนั้น"

"คือ...เขาชื่อปวีร์น่ะค่ะ...เขากำลังจะแต่งงานกับไอค่ะ"

"อ้าว...ถ้างั้นเขาคงโกรธผม อาจหึง หรือเข้าใจผิดยังงั้นใช่ไหมครับ"

"ก็...ประมาณนั้นละค่ะ" ทำหน้าโอดกาเหว่าชวนสงสาร "เขารักไอมาก คอยตามหึงหวง...แต่คุณรุจน์ดูสิ่งที่เขาทำกับไอสิคะ" ว่าแล้วไอรดาสะอื้นฮักๆ ซบไหล่รุจน์ทันที รุจน์ ตัวสั่นวางมือไม้ไม่ถูก   แต่แล้วกลับไปวางที่ต้นแขนเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
ประโลมหัวใจน้อยๆของเธอ "ฮือๆๆ...เขากำลังจะแต่งงานกับไอ แต่พาผู้หญิงคนนั้นไปจู๋จี๋ในร้าน แล้วยังมาอาละวาดใส่ไอ ที่มานั่งคุยกับคุณ" ไอรดาร้องไห้โฮๆ รุจน์จึงผสมโรงว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ไหวเลยนะครับ "ค่ะ...เขาย่ำยีความรู้สึกของไอมาตลอด"

"อย่าหาว่าผมยุ่งเรื่องคนอื่นเลยนะครับ จากประสบการณ์ ที่ทำหนังสือผู้หญิงมา คลุกกับเรื่องชีวิตคู่มา ถือว่าเคสของคุณนี้ร้ายแรงมาก" ไอรดาช้อนสายตามอง ถามร้ายยังไงเท่านั้น น้ำตาพรูออกมาอีกหนึ่งร้อยซีซี...รุจน์ก็ใส่ไฟสุมขอนไปเรื่อยๆ "ก่อนแต่ง
งานเขายังมีความเจ้าชู้และหึงรุนแรงขนาดนี้ ยิ่งแต่งงานอยู่กินกันไป พฤติกรรมร้ายๆจะยิ่งทวีคูณเรื่อยๆน่ะสิครับ"

ไอรดาฟังแล้วยิ่งร้องโฮดังขึ้น "แล้วไอจะทำยังไงดีคะ ต่อไปนี้ชีวิตไอจะอยู่ยังไง ในเมื่อต้องแต่งงานอยู่กินกับผู้ชายที่ทำร้ายจิตใจไอให้ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ไอกลัว ไอไม่มีใครให้เป็นที่พึ่งอีกแล้ว"

"ไม่ต้องกลัวนะครับ..." รุจน์ตบไหล่เธอเบาๆ "ยังไงก็ยังมีผมทั้งคนยืนอยู่ตรงนี้" ไอรดาแอบยิ้มระรื่นที่ได้ยิน "ถ้าคุณต้องการกำลังใจ หรือว่าปรึกษาหารือ แม้แต่เขาจะมาทำร้ายคุณทั้งจิตใจหรือร่างกาย ผมจะพร้อมอยู่ข้างคุณนะครับ"

โอย...อะไรจะเอาเสน่ห์โปรยปรายใส่เหยื่อล่อจิ๊กเดียวได้ผลสำเร็จมหาศาลปานฉะนี้...แล้วยังได้สุดยอดอภิมหาสเปกเยี่ยงนี้ ถ้าได้เงินสี่สิบล้าน เธอจะทะยานมาอยู่กับเขาโดยมิชักช้า...

รุจน์ร่ำลาไอรดาอยู่นานมากกว่าจะขับรถกลับออกไป... ปุ๊กกี้โผล่พรวดมาจนเพื่อนตกใจร้องลั่น...แล้วปุ๊กกี้ก็ถามว่าใครมาส่ง เห็นคุยหนุงหนิงท่าทางจะรวยเข้าสเปก ทั้งเพอร์เฟ็กต์ อีกแล้ว

"ใช่แล้ว...เก่ง รวย ฉลาด ใจดี" ปุ๊กกี้โบกมือห้าม ถามว่านี่มันคนหรือเทวดา แล้วสั่งสอน

"ยายไอ...นี่แกกำลังจะแต่งงานกับคุณปวีร์ไม่กี่วันนี้แล้วนะ"

"แล้วไง...แต่งได้ก็เลิกได้นี่ แล้วถ้าฉันหย่าเมื่อไหร่นะ คนที่ฉันจะบอกให้รู้เป็นคนแรกก็คือคุณรุจน์นี่แหละ" ไอรดายิ้มมองหาสวรรค์ฝันหวานบนท้องฟ้า...ปุ๊กกี้เหล่มอง มันชักยังไงๆซะแล้วนะเพื่อน...

ooooooo

ส่วนปวีร์ พ่อมหาจำเริญมาส่งมาตติกาถึงบ้าน พอลงรถได้ก็เดินตามมาตติกาเข้าไปในบ้านอย่างย่ามใจ แล้วต้องชะงัก เมื่อมาตติกาหยุดหันมาขอตกลงกันก่อน

"ตอนนี้คุณปวีร์กำลังจะแต่งงานแล้ว มาตให้คุณปวีร์ แค่เข้ามาล้างหน้าตา แล้วจะหาเสื้อเปลี่ยนให้ แล้วคุณปวีร์ ต้องรีบกลับออกไป เข้าใจตามนี้นะคะ"

"แหม...คุณมาตนี่ อย่าบอกนะครับว่าไม่ไว้ใจผม"

"ก็ไม่ได้ไม่ไว้ใจนะคะ แต่มาตเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกัน ลองนึกว่าถ้ามาตเป็นคุณไอ ก็คงไม่สบายใจ ถ้ารู้ว่าคุณมาบ้านมาตมืดๆค่ำๆแบบนี้"

"แต่คุณมาตก็เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนยังไง แค่ผมมาคุยงานกับคุณเขาก็หึงหวงฟาดงวงฟาดงา..." ปวีร์ทำเสียงครืดๆ เหมือนกำลังจะตายชัก "ในขณะที่เขาเองกลับพาผู้ชายอื่นมานั่งกุมมือกัน" ว่าแล้วก้มหน้าดูดินเหมือนจะสิ้นดินฟ้า...มาตติกาเห็นแล้วเกิด
อาการสงสาร วูบวาบจับหัวใจอยู่รอนๆ

ในที่สุดปวีร์ก็ได้เข้าห้องน้ำล้างหัวหู ใส่เสื้อใหม่ค่อนข้างจะคับ พอนั่งลง มาตก็ชงชาร้อนๆมาให้ พอยกขึ้นซดก็แทบจะพ่นพรวดออกมา แต่ยั้งกักไว้ในท้อง มาตบอกว่า นี่เป็นชาสมุนไพรเห็ดสด ดื่มแล้วจะดีต่อร่างกาย

"แล้วมีชาอะไรดื่มแล้วดีต่อจิตใจ...ผมกำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงที่แอบมี กิ๊กแล้วยังขี้วีน ถึงในที่สาธารณะยังอาละวาด ถ้ามีมีดปืนใกล้มือ ผมคงตายไปแล้ว"

"เท่าที่เห็น คุณไอเธอก็ไม่ร้ายกาจเท่าใดนัก ลองหันหน้าปรับความเข้าใจกัน...คงจะดีขึ้น"

"ผู้หญิงคนนี้คิดจะจับผม จะฮุบเงินผม ผมไม่เคยได้รับความรักความจริงใจจากผู้หญิงคนนี้" ปวีร์ทำท่าเหมือนถูกย่ำยี "ไม่...ไม่ได้..." มาตซักว่าไม่ได้อะไร ปวีร์เลี่ยงไป "ผมเป็นผู้ชาย ต้องไม่ร้องไห้ จะร้องต่อหน้าคุณมาตได้ไง"

"ถ้าอดทนถึงที่สุดแล้ว ก็ร้องเถอะค่ะ การร้องไห้คือกลไกของร่างกายใช้ระบายความเสียใจ คุณปวีร์ร้องไห้กับมาต ก็ได้นะคะ จะได้รู้สึกดีขึ้น"

"จริงเหรอครับ" ปวีร์ถามหน้าตาตื่น

"ถ้ามันจะทำให้คุณปวีร์รู้สึกดีขึ้น มาตก็ยินดีค่ะ" เสียงมาตติกาสิ้นสุดลง ปวีร์ก้มหน้าแอบยิ้มเล็กน้อย แล้วปล่อยโฮออกมา พร้อมฉวยโอกาสโอบกอดมาตติกา ยิ่งกอดยิ่งแน่น ยิ่งร้องไห้ดังเหมือนโลกจะแตก...ใต้เสียงร้องนั้น ปวีร์ ซ่อนความปรีดาและความเจ้า
เล่ห์ไว้มิดชิด...

ooooooo

เมื่อปวีร์กลับถึงบ้านในตอนดึก ธงชัยมาคอยต้อนรับที่หน้าบ้าน ชมปวีร์ว่ายิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนคนที่สุขใจเพราะกำลังจะแต่งงาน ปวีร์เริ่มหงุดหงิดบอกธงชัยว่าพูดเรื่องแต่งงานทีไร เขาสมองจะแตกตายให้ได้

ธงชัย จอมสาระแนจึงเดาใหม่ว่า ที่ปวีร์สดใสเพราะกำลังตกหลุมรักใครสักคน อันนี้ปวีร์ยิ้มเริงร่าเต็มหน้า แต่รีบบอกว่าไม่ใช่รักยายหมอดูลวงโลกที่เขาไม่อยากแต่งงานด้วยเลย ยิ่งพอธงชัยแจ้งข่าวที่คุณหญิงให้มาบอกว่าพรุ่งนี้ให้คุณปวีร์ กับคุณไอรดาไป
กราบหลวงพ่อเทียนที่ท่านนับถือด้วยกัน ยิ่งทำให้ปวีร์ร้อนรุ่ม เพราะคงไปหาฤกษ์ยาม...ปวีร์คิดสมองแทบแตก

ธงชัยเอาน้ำเย็นเจี๊ยบมา ให้ปวีร์ดื่มคลายเครียด ธงชัยพยายามจะคิดหาทางช่วยปวีร์ไม่ให้ได้แต่งงานกับไอรดา...คุยกันไป ดูทีวีนิยายฮิตสุดๆของเกาหลี...ต่างก็บ่นเพราะมันเรื่องเก่า พระเอกความจำเสื่อม...ธงชัยว่า ถึงพลอตจะเก่า แต่ก็ยังสนุกไม่น้อย...

"ฉัน ไปอาบน้ำก่อน..." ปวีร์ลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้ธงชัยส่ายหัวไปมา ไม่รู้จะช่วยเจ้านายได้ยังไง...ธงชัยจึงหันไปดูทีวีต่อ

เสียงหกล้ม ดังตึง พร้อมเสียงร้องโอ๊ยของปวีร์...ธงชัยตาเหลือกวิ่งไปห้องน้ำทันที...

ooooooo

คืนนี้ ขณะที่หมอในห้องฉุกเฉินกำลังเช็กร่างกายของปวีร์ด้วยเครื่องสารพัดไฮเทค โดยมีธงชัยยืนคอยช่วยข้างพยาบาลอีกแรง คุณหญิงกับผู้พันปยุต วิ่งมาดูลูก ไอรดาตามมาอีกคน คุณหญิงถามร้อนรนกว่าใครๆ ถามหมอแล้วก็ถามลูกชายที่ยังมึนงง

"ใจเย็นๆครับ" คุณหมอหันมาบอกญาติทุกคน "เท่าที่ดูอาการเบื้องต้นก็ไม่มีบาดแผลอะไรในร่างกายภายนอก" คุณหญิงถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกไปที ไอรดาสวนขึ้นทันที

"งั้นก็ กลับบ้านไปแต่งงานได้เลยใช่ไหมคะคุณหมอ"

"แต่งงาน..." ปวีร์ทำหน้าเป๋อเหลอ "แต่งงานคืออะไร มิทราบ?"

"คืองี้ครับ...ภายนอก ดูปลอดภัย ที่ศีรษะมีโนเล็กน้อย แต่ยังสงสัยจะกระเทือนทางสมองครับ ตอนนี้ดูเหมือนคุณปวีร์ ยังจำอะไรไม่ได้" สิ้นคำของหมอ ทุกคนหน้าเสีย คุณหญิงร้องขึ้นว่าอยากเป็นลม  ปยุตประคองคุณหญิงถามหมอว่า

แล้วจะ หายไหม ทั้งขอให้หมอช่วยด้วย...หมอปลอบว่า ยังไม่มีอะไร ให้หมอเข้าไปสแกนสมองดูผลก่อน ถ้าโชคดีความจำจะกลับมาได้ในไม่กี่วัน  แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจำอะไรไม่ได้ตลอดไป

"โห...ฉันก็ไม่ได้แต่งงานน่ะ สิคะ" ไอรดาร้องอู้อย่างลืมตัว คุณหญิงต้องปลอบว่า เรื่องแต่งเอาไว้ก่อน มาช่วยภาวนาให้ปวีร์หายก่อน ปยุตเร่งหมอให้รีบไปสแกนสมองปวีร์เร็วๆ เจ้าหน้าที่เอารถเข็นมารับ หมอรีบพาปวีร์ไปอีกห้องทันที... คุณหญิงหันไป
เล่นงานธงชัยที่ไม่ดูแลลูกชายท่านให้ดี ธงชัยแก้ตัวแล้วต้องถอยหลังหลบมะเหงกคุณหญิง...

หลังจากใช้เวลาใน ห้องสแกนนานพอดู ปวีร์จึงถูกนำมายังห้องพิเศษที่เตรียมไว้ แล้วหมอก็บอกญาติๆที่มาล้อมหน้าสลอนว่า ปวีร์จะสมองเสื่อมไปอีกนานแค่ไหน?

"หมอ คงบอกเวลาแน่นอนไม่ได้ครับคุณหญิง บางคนสัปดาห์เดียว บางคนเป็นเดือน หรือเป็นปี หรือว่าอาจเสื่อมตลอดไป..." ประโยคหลังไอรดาโพล่งออกมา แล้วแก้ตัวกับทุกคน

"ไอกลัวน่ะค่ะ...ถ้าวันนั้นไอเกิดบังเอิญท้อง ลูกของไอจะทำยังไงที่มีพ่อความจำเสื่อมแบบนี้"

ปยุตเตือนไอรดาว่า พ่อเข้าใจ แล้วหันไปย้ำกับหมอว่า ลูกท่านจะมีหวังรักษาหายไหม หมอก็เปิดเต็มที่ว่า "ตอนนี้ขอให้สบายใจว่าไม่มีเลือดออกในสมอง ถ้าไม่มีการแทรกซ้อน สมองจะค่อยๆรักษาตัวมันเอง"

ปวีร์บอกหิวน้ำ ธงชัยรีบจัดการเอาน้ำมาพร้อมหลอดดูด ปวีร์รับมาดูด แต่ดูดผิดดูดถูก เงอะงะเหมือนคนอัมพาต ทุกคนวิตกเมื่อเห็นน้ำหกเลอะเทอะ พ่อแม่หน้าเสียที่ลูกชายช่วยตัวเองไม่ได้ คุณหญิงหันไปกำชับไอรดาให้ช่วยดูแลปวีร์ด้วย ความรักของหนู
ไอเท่านั้นที่จะช่วยได้ ในใจของไอรดากลับรับไม่ได้ เธอนึกเขม่นในใจว่า รักกับแมวอะไร ถ้าไม่หวังสี่สิบล้านไม่รับทานหรอก...แล้วไอรดาถึงกับร้องลั่นเมื่อปวีร์ พ่นน้ำใส่หน้า...ไอรดาจ้องตาขวางใส่เหมือนอยากจะจิกกบาลมาตีเข่าให้กระจับ แตก

เรื่องสมองเสื่อมทำให้ทุกคนในบ้านทุกข์ร้อนไปตามๆกัน ยิ่งเมื่อปวีร์กลับมารักษาตัวที่บ้าน เห็นหน้าพ่อบอกว่าแม่ เห็นหน้าแม่บอกว่าพ่อ เห็นไอรดาเรียกแม่ แล้วเติมอีกว่าแม่มด จนไอรดาสงสัยว่าสมองจะเสื่อมจริงรึเปล่า?

ไอรดาถึงคราวปวดหัวหนัก เมื่อคุณหญิงกับท่านปยุต จะเดินทางไปประชุมต่างจังหวัดที่เชียงใหม่ คุณหญิงขอให้ไอรดาดูแลปวีร์ให้ดีด้วย ไม่ค่อยไว้ใจนายธงชัยนัก...

วัน นี้เมื่อได้เวลาอาหารเย็น ธงชัยจัดข้าวปลาอาหารมาให้แล้ว ขอตัวไปทำงานอื่น ไอรดาตกที่นั่งต้องดูแลปวีร์ทุกมื้อ...เมื่อเห็นปวีร์ตักอาหารใส่ปากก็ไม่ ตรง ทำให้ข้าวปลาอาหารหกเลอะเทอะจึงจำต้องป้อน แต่ปวีร์เคี้ยวแล้วกลืนไม่ค่อยได้ เลอะปากจนเธอ
แทบคายของเก่าออกมาด้วย พอชี้จะกินจานนี้ พอตักกลับจะกินอย่างอื่น ทั้งยังเรียกแม่มดให้อีก ไอรดาอยากจะเอาของในจานราดหัว จึงแก้ด้วยการสั่งให้อ้าปาก แล้วตักป้อนไม่ยั้งจนปวีร์เคี้ยวไม่ทัน พ่นข้าวจากปากกระจายใส่หน้าไอรดาจนต้องหยุดป้อน
ปวีร์จะกินอีก แต่ไอรดากลับยืนยันว่า เธอจะไปอาบน้ำแล้ว...

หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อปวีร์มานั่งที่ห้องนั่งเล่นอยู่กับธงชัย ไอรดานั่งอ่านหนังสืออีกมุม ปวีร์เกิดอยากอาบน้ำขึ้นมา เธอให้ธงชัยพาปวีร์ไปอาบ ธงชัยชูมือมีผ้าพันแผลทั้งสิบนิ้วให้ดู บอกนี่เป็นแผลจากเบาหวาน หมอห้ามโดนน้ำ จึงเร่งให้ไอรดาพาปวีร์ไปอาบ
เพราะปวีร์ทำท่าอยากอาบน้ำจนน่าทุบ แล้วดันถอดเสื้อผ้าออก เมื่อเห็นว่าจะเปิดโชว์กลางบ้าน ไอรดาจึงต้องดึงตัวปวีร์ไปห้องน้ำ

ขณะ นั่งในอ่างเหลือชั้นในตัวเดียว เธอต้องเปิดก๊อกน้ำให้อาบ แล้วปลงว่าชีวิตเธอไม่น่าตกอับขนาดนี้ สงสัยลืมดูดวงให้ตัวเอง พอสบู่หล่นลงตรงที่นั่งในอ่าง จะหยิบเองก็ไม่ได้ ไอรดาจะต้องช่วยหยิบสบู่ที่ไหลลงไปที่ก้น เธอจำต้องไปล้วงให้ พอเจอสิ่ง
แปลกปลอมถึงร้องกรี๊ด วิ่งหนีออกจากห้องน้ำ  ปวีร์ถึงหัวเราะก๊าก  หยิบสบู่ขึ้นมาถูตัวอย่างสบายๆ

ครั้นถึงเวลานอน...ไอรดานั่งเล่นใน ห้อง ธงชัยมาอีกแล้ว ขอให้ไปดูปวีร์ ช่วยกล่อมหน่อยเพราะเขาไม่นอน คงฝันร้าย เขากล่อมเองปวีร์ไม่ยอม จะให้คุณไอไปกล่อม

ไอรดาไปถึง ปวีร์กลับร้องเรียกหาแม่มดให้มากล่อม นายธงได้ทีชิ่งหนี ทิ้งให้ไอรดาอยู่กับคนบ้าสมองเสื่อมตามลำพัง แล้วลืมตัวบอก "เดี๋ยวฉันก็โดนปล้ำกันพอดี" พูดไปแล้วกลัวปวีร์ได้ยิน รีบหุบปาก

ป วีร์หันมา ย่างสามขุมใส่ ปากก็คำราม "ปล้ำๆๆๆ ปล้ำ" ไอรดาตวาดไล่ "อย่าทำบ้าๆนะ" วิ่งหนีไปจนมุม เธอจะตบ ปวีร์จับข้อมือไว้ แล้วดึงมาตบที่ก้นของเขาเอง...

"กล่อมๆๆๆ ตบก้นให้หน่อย" แล้วตบก้นตัวเอง ไอรดารู้แต่ร้องขึ้นอย่างสุดจะขยะแขยงที่โตเป็นควายให้ตบก้นกล่อมนอน...ไอ รดาหมดทางหนี ชี้ไปที่เตียง ปวีร์จึงเดินไปนอนคว่ำลง สั่งให้กล่อม เธอ...ไอรดาจำต้องทำ ตบก้นนานๆไป เธอค่อยๆหมดแรง
ทั้งคู่หลับไปด้วยกันในที่สุด...

ooooooo

เช้านี้ธงชัยมาที่ ห้องอาหาร บริการปวีร์ไปหัวเราะชอบใจไป โดยเฉพาะไอรดาที่จนป่านนี้ยังไม่ตื่น เพราะถูกปวีร์เล่นงานหนัก ปวีร์ยิ้มอย่างผู้ชนะ บอกว่าเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับนายปวีร์

ขณะ ที่ทั้งสองนายบ่าวหัวเราะกันอยู่นั้น ไอรดาหน้ายู่ยี่อิดโรยเดินลงมาได้ยินเสียงหยุดฟัง...เสียงปวีร์บอกธงชัย

"แผน แกเนียนจริงๆว่ะธงชัย ตอนนี้ก็ยืดเวลาแต่งงานออกไป จะได้สักระยะ แกว่าเราจะมีทางทำอะไรอีกไหม ให้ฉันไม่ต้องแต่งงานกับยายปลิงทะเลนี่"

"คุณ ปวีร์แกล้งเสื่อมนานๆสิครับ สัก 6 เดือน ผมว่าคุณไอก็ร้องเจี๊ยก เผ่นหางจุกตูดไปแล้ว"

ทั้งสองตกลงกันว่าจะแกล้งไอรดาให้หนักขึ้น แล้วระเบิดหัวเราะลั่นๆ

"อ้อ...เล่นกันอย่างนี้เองเหรอ...ได้เลย... ชะช้า รู้จักแม่น้อยไป" ว่าแล้วลงส้นปึงปังลงบันได ปากบ่นว่ายังไม่หายง่วงเลย...ปวีร์หันไปยิ้มกับธงชัย เธอจึงทักทาย ปวีร์เริ่มแสดงบทหิวข้าวจนพุงยื่น ธงชัยจะไปจัดอาหาร ไอรดาห้ามไว้ เช้านี้เธอขอจัดเอง ไอรดา
ไปแล้ว ปวีร์บ่นแปลกใจว่าแม่คนนี้เกิดขยันขึ้นมา คงอยากได้เงินเต็มแก่...

ไอรดายกถาดอาหารมาวางพร้อมแก้วน้ำ บอกปวีร์ว่าอาหารวันนี้น่าทานทั้งนั้น ธงชัยขอไปทำงานอื่น ไอรดาจึงให้ซื้อหินขัดตัว เอาเบอร์ที่หยาบที่สุดด้วย...จากนั้นเธอก็สั่งให้อ้าปาก นึกในใจว่าวันนี้จะป้อนให้ปวีร์จำไปไม่รู้ลืม... แล้วป้อนปวีร์อย่างถี่ยิบ สั่งให้
อ้าปากกว้างๆ ป้อนเข้าไปจนเคี้ยวไม่ทันกลืนไม่ลง...พอจะอ้วก เธอรีบอุดปาก...ปวีร์เริ่มดิ้นขลุกๆเพราะตอนนี้ความเผ็ดที่ถูกประเคนลงไป นั้นเริ่มออกฤทธิ์ ปวีร์ยกมือกุมคอ พัดปากฟู่ๆ เหงื่อเริ่มผุด เขาร้องร้อนเบาๆเพราะข้าวเต็มปาก

ธงชัยเอาหินขัดมาส่งให้ ไอรดาบอกปวีร์ว่าเมื่อมันร้อน ก็ต้องไปอาบน้ำเย็นๆ ปวีร์รีบลุกไปทันที...พาเขาลงนั่งในอ่าง พอจะเปิดก๊อกน้ำ ปากบอกน้ำเย็นชื่นใจ กลับเปิดก๊อกน้ำร้อน... ทันทีปวีร์สะดุ้งร้องจ๊าก "โอ๊ย...ร้อน..." ควันขึ้น ไอรดาร้องบอก "ขอโทษค่ะ
เปิดผิด...เปิดใหม่...เย็นๆดี..."

จากนั้นเสนอถูหลัง ปวีร์รีบบอกให้ถูทันที ปวีร์ยิ้มอย่างพอใจ เธอถูเบาๆแล้วค่อยๆกดไปหาหนัก...ถูแรงขึ้น ปวีร์เริ่มร้องห้าม

"พอได้ แล้ว พอ...เฮ้ย ยายแม่มดบ้า...พอ หยุด ยายแม่มดลวงโลก" ไอรดาปากร้องนี่แน่ะๆๆ ปวีร์ร้องโอดโอย แสบไปหมดทั้งตัวแล้ว...ไอรดาหัวร่อร่า ร้องถาม

"อ้าว...หายความจำเสื่อมไปหมดแล้วเหรอ ไอ้คุณปวีร์" ไอรดาปาหินขัดลงพื้น เกิดไปลงหลังเท้าปวีร์ถึงร้องลั่นบ้าน "โอ๊ย...นี่จะทำร้ายกันไปถึงไหน..." ไอรดาโต้กลับใครเล่นสกปรกก่อน  ปวีร์ย้อนว่า  ถึงสกปรกก็ไม่เจ็บปวดขนาดนี้  ไอรดา ขู่ว่าจะขัดอีกไหม
คว้าก้อนหินขึ้นมา ปวีร์ร้องด่าแม่มดซาดิสต์ แล้วปวีร์ถึงกับผวาหนี เมื่อไอรดาทำท่าจะเอาหินขัดตรงปากให้เข็ด ปวีร์ปัดป้องพัลวัน ทั้งหลับตาปี๋ศิโรราบเด็ดขาด...

ธงชัยกับปวีร์ยอมรับสารภาพ ธงชัยจึงโทร.ไปหาคุณหญิงที่เชียงใหม่ บอกว่าปวีร์หายความจำเสื่อมแล้ว คุณหญิงแปลกใจมากที่รู้ว่าแค่คุณไอถูหลังให้เท่านั้น เกิดจำแม่นขึ้นมาทันที เสียหายแค่หลังถลอกปอกเปิกเล็กน้อย...ปวีร์ยืนเนื้อตัวแดงโร่ อยู่ใกล้ๆ รีบ
รายงาน

"ไม่นิดหน่อยหรอกไอ้ธง...คุณแม่ครับ ผมปวดแสบปวดร้อน ไปทั้งตัวแล้ว" ไอรดาพรวดมากระชากโทรศัพท์ไปกรอกเสียง "หนูเองค่ะ คุณหญิงไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้คุณปวีร์หายสนิทแล้ว"

คุณหญิงชมไอรดาว่าเก่งมาก ท่านจะรีบกลับพาไปหา หลวงพ่อให้ท่านดูฤกษ์ยามให้ ไอรดายิ้มรับข้อเสนอคุณหญิงทันที...ตัดสาย หันมายักคิ้วให้ ยกหินขึ้นมาทำท่าจะขัด ปวีร์ หัวหด ร้องสั่ง อย่ามาทำบ้าๆอีกนะ ไอรดาทำท่าขัดหิน ปวีร์ หันหนีหวาดเสียว
เข็ดขี้อ่อนขี้แก่...

ooooooo

คุณหญิงเดินนำหน้าพาปวีร์กับไอรดาไปกราบหลวงพ่อที่วัด โดยมีธงชัยกับขวัญตาเดินหอบหิ้วเครื่องสังฆทานตามไป...คุณหญิงเตือนทุกคนว่าในเขตวัดนี้ ห้ามพูดปด ห้ามโกหกกับพระท่านเด็ดขาด...เล่ากันมาว่า ใครพูดโกหกหลวงพ่อ   กลับไปไม่เจอ
อุบัติเหตุก็เจอเคราะห์ใหญ่...ปวีร์ขนลุกซู่ มองไอรดาที่ก็รู้สึกแหยงๆ เพราะทั้งสองคนโกหกไฟแลบกันมาแล้ว

จากนั้นหลังจากกราบหลวงพ่อเทียนแล้ว ท่านดูหนุ่มสาว ทั้งสองแล้วก็เห็นว่าเหมาะสมกันดี คงจะครองเรือนไปจนแก่เฒ่า แล้วหลวงพ่อก็ถามบ่าวสาวทีละคำถาม

"ที่แต่งงานเนี่ย เพราะอยากครองเรือนกันไปนานๆใช่ไหม" ธงชัยกับขวัญตารีบเตือนปวีร์อย่าโกหก

"ผมไม่ค่อยแน่ใจอนาคตน่ะครับหลวงพ่อ"

"ไม่เป็นไร ดีแล้ว ทางพุทธเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด การยึดมั่นคาดหวังอนาคตเกินไป ก็ใช่ว่าจะดี" ปวีร์ฟังแล้วสาธุ โล่งอก หลวงพ่อหันไปถามไอรดา "อาตมาจะให้ศีลให้พร มันก็แค่ลมปาก ไม่เกิดผลดีเท่ากับหนูปฏิบัติดีต่อคู่ครอง ดูแลเขา รักเขาอย่างจริงใจ
หนูคิดว่าทำได้ไหม"

"เอ้อ...หนูไม่ค่อยแน่ใจค่ะ แต่ก็จะทำเท่าที่หนูพอจะทำได้ค่ะ" ไอรดาตอบอย่างโล่งไปที พอหลวงพ่อถามอยากมีลูก กันไหมเนี่ย...ปวีร์อึกอักนาน จึงตอบโยนไปให้แล้วแต่ฝ่ายหญิง... เล่นเอาไอรดาสะดุ้ง แล้วตอบเลี่ยง "หนูยังไม่ได้ตรวจสุขภาพ หรือเตรียม
ความพร้อมอะไรเลยค่ะหลวงพ่อ"

หลวงพ่อบอกคู่นี้ถามอะไรตอบอึกอัก หนุ่มสาวสมัยนี้ ห่างวัด จะพูดกับพระจึงขัดๆเขินๆ ปวีร์กับไอรดามองหน้ากัน อย่างไม่ยอมลงให้กัน....

ขณะเดียวกัน ตุลย์ให้ลูกน้องนำช่อดอกไม้ไปที่บ้านไอรดา   แต่ลูกน้องดันเอาไปให้ปุ๊กกี้ที่ออกมารับ   ตุลย์เห็นผิดท่าจึงรีบมาขอช่อดอกไม้กลับ   ปุ๊กกี้จึงบอกว่าเธอชื่อปุ๊กกี้   ส่วน ไอรดาเธอไปวัดกับคุณปวีร์คู่หมั้นของเธอ   ตุลย์กับลูกน้องจึงล่าถอยตามระเบียบ 
ปุ๊กกี้ชักจะอิจฉาไอรดา  ทำไมถึงได้ฮอตขนาดนี้...

กลับมาที่วัด หลวงพ่อได้แจกฤกษ์งามยามดีทั้งหมั้นและแต่งงาน ฤกษ์งามยามดีเป็นแค่วาระ ที่สำคัญคือ กรรมดี กระทำดี...ทุกคนกราบหลวงพ่อ...หลวงพ่อถามหนุ่มสาวคู่นี้อีก

"เราสองคนนี่มาตกลงปลงใจแต่งงานกันได้ยังไงเหรอ"

เสียงเตือนห้ามโกหก...ไอรดาจึงตอบเลี่ยงอีก เธอเป็นฝ่ายหญิงตอบไปจะไม่งาม  ให้ฝ่ายชายตอบดีกว่า  ปวีร์จึงเริ่มต้น ด้วยการเล่า

"ผมรู้จักเธอในงานวันเกิดคุณแม่...แล้วผมก็ต้องรับผิดชอบ เพราะตื่นขึ้นมาเห็นเธอนอนข้างๆ" คุณหญิงร้องห้ามลูก ปวีร์ ไม่ยั้งแล้ว "ผมพูดความจริงครับ ผู้หญิงคนนี้เขาคิดจะจับผมน่ะครับหลวงพ่อ"

"คุณว่าไงนะ...ก็คุณตั้งใจจะล่วงเกินฉัน คุณก็ต้องรับ ผิดชอบสิ"

ทั้งหลวงพ่อและหลวงแม่ช่วยกันห้ามทัพ   ให้เอาไว้ พูดเรื่องอื่นหรือไปข้างนอกดีกว่า แต่ไอรดาของขึ้นแล้ว

"พูดตรงนี้ค่ะ เขาจะได้พูดความจริง  บอกมาสิว่าคืนนั้นคุณคิดจะทำอะไรกับฉัน กล้าพูดความจริงไหมล่ะ"

"ใช่..ผมยอมรับว่าผมคิดแบบนั้น แต่คุณก็เหอะ ผู้หญิงอะไรเมาไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้ผู้ชายลากไปสวรรค์ลากลงนรกก็ได้"

"ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่ดีต้องพาฉันกลับบ้าน ไม่ใช่พาขึ้นเตียง" คุณหญิงหายใจขัด ขอร้องให้ลูกพอก่อน แต่ปวีร์ ยังย้อนไอรดาว่า ผู้หญิงดีคงไม่ยั่วยวนชวนขึ้นเตียงขนาดนั้น... ไอรดาโต้ว่าเธอยั่วเขาที่ไหน ไอ้ผู้ชายหื่นกาม...คุณหญิงคอพับไปทันที ทุกคนร้อง
ระงมมาช่วยปฐมพยาบาลคุณหญิง...

จากวัดมีอันต้องย้ายไปโรงพยาบาล...คุณหญิงพจนีย์ นอนหลับให้น้ำเกลือบนเตียงในห้องพิเศษ ปวีร์กับไอรดานั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆ ธงชัยกับขวัญตายืนอยู่ไม่ห่าง ทุกคนเป็นห่วงและกังวล...ไอรดารู้สึกผิด ไม่รู้มาก่อนว่าคุณหญิงเป็นโรคหัวใจและความดัน ไม่งั้น
เธอคงจะไม่ทำให้ท่านไม่สบายใจ

"อย่าว่าแต่คุณเลย ผมเองก็เพิ่งรู้จากปากคุณหมอเมื่อกี้ นี้เองเหมือนกัน ผมนี่เป็นลูกที่แย่จริงๆ ไม่เคยรับรู้ปัญหาสุขภาพของคุณแม่เลย" ปวีร์โอดกาเหว่า...ธงชัยจึงย้ำคำคุณหมอว่า อย่าทำให้คุณหญิงกระทบกระเทือนจิตใจ ขวัญตาเสริมทันทีว่า มิฉะนั้น
คุณหญิงจะเป็นอันตรายถึงชีวิต ปวีร์กับไอรดาฟังแล้ว ซึมจัด แต่พอเห็นคุณหญิงรู้สึกตัวปรือตาขึ้นมาเรียก...ทุกคนโล่งใจ

คุณหญิงท่าทียังเพลียๆ พูดเสียงแหบแห้งขอร้องลูกชายกับว่าที่สะใภ้เลิกทะเลาะกันได้ไหม ทั้งคู่รับปาก  แต่มีข้อแม้ อีกฝ่ายต้องไม่หาเรื่องกวนประสาทก่อน...ว่าแล้วก็ฮึ่มฮั่มใส่กัน จนคุณหญิงมีอาการแน่นหน้าอก   หายใจติดขัดขึ้นมา   ทั้งคู่
จึงยอมสงบหันมาดูแลคุณหญิง   แล้วยอมรับปากอย่างจริงจังต่อหน้าท่าน

แต่พอลับหลัง ตอนที่คุณหญิงให้ไปพบพี่ลูกหมีซึ่งจ้างให้ดูแลเรื่องงานแต่งอย่างครบวงจร   ทั้งเรื่องชุด   การ์ดและของชำร่วย ปวีร์กับไอรดาที่รับปากกันดิบดีว่าจะไม่ทะเลาะกัน ก็อดไม่ได้อีกตามเคย   เพราะต่างฝ่ายต่างกวนกันเหลือเกิน พี่ลูกหมีเห็นแล้ว
หนักใจ ถึงกับบ่นว่างานนี้กะเทยท้อแท้ เพราะไม่ว่าจะเลือกและลองชุด   กว่าจะถ่ายภาพออกมาได้สวยสมใจ หรือแม้แต่เลือกของชำร่วยและการ์ด ทุกสิ่งอย่างไม่เคยเออออห่อหมก   ขัดแย้งกันตลอด   จนพี่ลูกหมีเวียนหัว   ต้องทำหน้าที่ กรรมการหย่าศึก
เพิ่มอีกตำแหน่ง   แต่เมื่อลองชุดถ่ายรูปแล้ว ทั้งคู่สวยหล่อหาที่ติไม่ได้ พี่ลูกหมีก็เป็นปลื้มลืมตายหายเหนื่อยในบัดดล  ขนาดปวีร์เองก็ยังนึกชมไอรดาไม่ได้ว่าเธอสวยจริงๆ

ปยุตมาเฝ้าภรรยาข้างเตียง พลางก็พูดคุยกันเรื่องชีวิตรัก ของลูกชาย ธงชัยกับขวัญตาก็ยังอยู่ จึงเห็นด้วยที่คุณหญิงเสนอให้แอบเฝ้าดูปวีร์ โดยธงชัยอาสาไปสอดส่องที่บ้านปวีร์เอง ส่วนไอรดานั้น คุณหญิงจะให้ขวัญตาไปประกบตอนที่แต่งงานแล้วย้าย
เข้ามาอยู่บ้านปวีร์ ปยุตทักท้วงกลัวจะเป็นการยุ่มย่ามชีวิตคู่ ของลูกเกินไป แต่คุณหญิงยืนยันเรามีเจตนาดี อยากให้เขารักกัน อยู่กินกันอย่างมีความสุข ปยุตเลยไม่ขัดอะไรอีก ทั้งยังเสนอจะลองไปปรึกษานวลตองแม่ของไอรดาให้ช่วยอีกทาง...คุณหญิงตา
ขวางใส่สามีทันที

"รีบเลยนะ...รีบเสนอตัวเชียว   ฉันรู้นะว่าผู้พันคิด อะไรอยู่"

"คิดอะไรเล่าคุณหญิง"

"ก็เห็นๆอยู่ว่าแม่นวลตองนั่นกับผู้พันเคยเป็นอะไรกัน ฉันไม่ไหวนะคุณ ฉันไม่ไว้ใจถ่านไฟเก่า"

ธงชัยกับขวัญตาหูผึ่ง ยื่นหน้ายื่นตาตั้งใจฟัง

"โถ...แต่ถ่านไฟเก่าที่มันมอดไปแล้วร่วมสามสิบปี คุณหญิงจะไปกังวลทำไม"

"ก็ไม่รู้ล่ะ เกิดมันจุดติดพึ่บพั่บขึ้นมา ฉันกลัวว่าจะดับไม่ทัน"

"นั่นสิคะ ถ่านไม้เก่าเนี่ย เขาว่าติดไฟดีกว่าถ่านไม้ใหม่ๆ นะคะ"

"นังขวัญตา ใครเขาถามแก" ธงชัยฮึดฮัดกำราบเมีย... ปยุตเองก็เหล่ขวัญตาอย่างไม่ชอบใจเหมือนกัน...แล้วปยุตว่าต่อ หาว่าคุณหญิงคิดมากเกินไป น่าจะเอาเวลามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะช่วยลูกเราให้มีชีวิตคู่กับหนูไอให้ดีๆได้ยังไง

"ก็นี่ไง   ฉันเพิ่งจ้างคนมาช่วยดูแลเขาสองคนให้ได้ ตระเตรียมการแต่งงานด้วยกัน จะได้เปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิด ได้พัฒนาความสัมพันธ์ คนหนุ่มคนสาว ถ้าได้อยู่ใกล้กันมากๆ เดี๋ยวอะไรๆมันก็หวานชื่นกันไปเอง"

มันเป็นอย่างนั้นซะที่ไหน...ปวีร์กับไอรดาแทบบีบคอกันตายต่อหน้าพี่ลูกหมีหลายรอบแล้ว   ถ้าพี่ลูกหมีไม่คอย ไกล่เกลี่ยรอมชอมก็อย่าหวังว่าวันนี้สองคนจะทำภารกิจสำเร็จลุล่วง...

ooooooo

ตุลย์นำพาโชคกับชัยสองสมุนไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาด แล้วเกิดมีเรื่องกันเบาะๆเพราะแม่ค้าตัวแสบขอผัดผ่อนอีกแล้ว ตุลย์ให้สองสมุนจัดการ ตัวเองหอบช่อดอกไม้ไปรอที่รถ ปรากฏว่าไม่นาน โชคกับชัยก็ตามออกมาพร้อมเงินประมาณสามพันบาท ตุลย์บ่น
นิดหน่อยก่อนสั่งให้สองคนไปเฝ้าหน้ารั้วบ้านไอรดาไว้ ถ้าเขากลับมาเมื่อไหร่ให้รีบโทร.ตามตน ทันที ตนจะกลับบ้านก่อน พูดพลางก็ยื่นช่อดอกไม้ ฝากสมุนไว้ แล้วเดี๋ยวตนจะตามไปส่งให้ไอรดาด้วยมือของตนเอง...

ปวีร์กับไอรดาหายไปทำภารกิจร่วมกันทั้งวัน กลับมาที่โรงพยาบาลอีกทีก็มืดค่ำ พอรู้ว่าคุณหมออนุญาตให้คุณหญิงกลับบ้านได้แล้ว ไอรดาดีใจ แสดงว่าท่านแข็งแรงดีแล้ว คุณหญิงกลับตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าพอไหว ขณะที่ปยุตเน้นย้ำว่า หมอกำชับว่าต้อง
พยายามดูแลสภาวะอารมณ์ อย่าให้มีเรื่องสะเทือนใจ หรือผิดหวังเสียใจ ไม่งั้นคุณหญิงอาจไม่โชคดีรอดชีวิตมาคุยกับลูกๆแบบนี้

ทั้งไอรดาและปวีร์ได้ฟังก็รู้สึกผิด ต่างกราบขอโทษคุณหญิง ไอรดาสัญญาจะไม่ทำให้คุณหญิงแม่เป็นอะไรอีก... คุณหญิงแอบขยิบตากับผู้พันปยุตอย่างรู้กัน

"เอ้า...ไหนๆ ที่ว่าไปถ่ายรูปมา ให้เขาปริ๊นต์รูปเล็กๆให้แม่ดูหรือเปล่า อ้อ...นี่ใช่มั้ย"

คุณหญิงหยิบซองบนโต๊ะ ดึงรูปข้างในออกมาดู แล้วฉีกยิ้มแก้มปริ โดยมีปยุตยื่นหน้าดูด้วย และขวัญตาชะเง้อคอดู ฉีกยิ้มไปด้วยอีกคน พจนีย์กับปยุตยิ้มแฉ่ง สบตากันก่อนเปรยให้สองคนได้ยิน

"น่ารักเนอะ"

"เจ้าสาวนี่ก็สวยอย่างกับเจ้าหญิงเลย"

"ใช่...แต่ตาปวีร์นี่ก็ใส่ชุดสากลแล้วดูเท่ดีนะ ยิ่งชุดไทย ยิ่งหล่อเข้าไปใหญ่"

ไอรดากับปวีร์เผลอยิ้มอย่างเป็นปลื้ม แต่พอหันมาเจอกันสองคนก็เบะปากใส่กัน ทำท่าหมั่นไส้ใส่กันไปมา

"อุ๊ย ดูรูปนี้สิคุณ มีกุมมือมองตากันด้วย นี่ถ้าสองคนรักกันได้หวานชื่นอย่างนี้ ฉันก็คงจะสบายใจ ไม่ต้องวูบ ไม่ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลอย่างงี้"

ปวีร์กับไอรดามองกันอย่างรู้สึกสำนึกผิด พจนีย์กับปยุต แอบสะกิดกันเหล่มองทั้งสองคน ขวัญตาที่อยู่ข้างหลังก็รับรู้ พลอยกลั้นขำไปด้วย

ooooooo

โชคกับชัยขับรถมาจอดซุ่มหน้าบ้านไอรดาตามคำสั่งตุลย์ แต่รอนานเกินไป สองคนเลยผล็อยหลับคารถ จึงไม่เห็นตอนไอรดากลับเข้าบ้าน...

ส่วนปวีร์ พอถึงบ้านกำลังยืนไขกุญแจต้องสะดุ้งโหยงตกใจเพราะธงชัยดันโผล่ออกมาจากเงามืดเงียบๆ

"ธงชัย...ทำไมชอบมาดึกๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงอย่างงี้ ไม่กลัวฉันหัวใจวายบ้างหรือไง แล้วนั่นกระเป๋าอะไรน่ะ"

"กระเป๋าเสื้อผ้าผมเองครับ"

"หา...นี่หมายความว่า..."

"คุณหญิงกับท่านผู้พันเป็นห่วงกลัวคุณปวีร์จะลำบาก เลยส่งผมให้มาอยู่คอยรับใช้ที่บ้านนี้ครับ"

"แน่ใจนะว่าไม่มีจุดประสงค์อื่น อย่างเช่นว่า...จะมาคอยจับตาสังเกตการณ์อะไร"

"รู้ได้ไง เอ๊ย...ไม่มีครับ ไม่มีจุดประสงค์แอบแฝงอะไร... ขออนุญาตนะครับ" ธงชัยแบกกระเป๋าเสื้อผ้าเข้าบ้าน ปวีร์ มองตามอย่างรู้ทันว่าพ่อแม่ส่งธงชัยมาสังเกตการณ์ตนแน่นอน...

ส่วนที่หน้าบ้านเช่าของไอรดา โชคกับชัยนอนหลับสบายในรถ ตุลย์รู้สึกนานผิดสังเกตจึงตามมาดู พอเห็นสมุนหลับน้ำลายยืดเลยเบิ๊ดหัวไปคนละฉาดใหญ่ๆ   แล้วถามหา ช่อดอกไม้ที่ฝากไว้ โชคหันไปหยิบที่เบาะหลังยื่นให้เจ้านาย... ปรากฏว่ามันเหี่ยวเฉา
คอพับคออ่อนไร้ความงาม ตุลย์โกรธถึงกับเอามันฟาดหัวสมุนคนละทีสองที จังหวะนี้เองเสียงไอรดาร้องถามออกมา

"มาหาใครเหรอเปล่าคะ"

ตุลย์สะดุ้งโหยง หันขวับมาหาเอาดอกไม้ซ่อนไว้ข้างหลัง...ตุลย์เรียกคุณไอ ทำให้ไอรดาแปลกใจว่าเรารู้จักกันด้วยหรือ ตุลย์อึกอักไปไม่เป็นจนไอรดาร้องอ๋อ หรือว่าจะมาดูหมอกับเธอ ตุลย์จึงสวมรอยตอบรับทันที

แต่แล้วปุ๊กกี้ตามออกมา พอเห็นหน้าตุลย์ ปุ๊กกี้บอกเพื่อนทันทีว่าคนนี้ไง เมื่อวานเอาดอกไม้มาให้แก...ตุลย์ผงะ จะขยับหนีก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ทำนิ่งเข้าไว้

"คุณคือคนที่เพื่อนฉันเล่าว่าเอาดอกไม้มาให้ฉันเหรอคะ แล้วถ้างั้นคุณเป็นใครกันแน่คะเนี่ย"

"เอ่อ...ผม...ผมตุลย์ครับ"

ไอรดางงว่าตุลย์ไหน? ปุ๊กกี้กลับหาว่าไอรดาลีลาอยู่ได้ เขาอุตส่าห์มีน้ำใจมารอหน้าบ้านตั้งแต่เมื่อวานก็รับๆช่อดอกไม้ เขาไว้เถอะ   ไอรดาจึงถามหาดอกไม้   พลางดึงมันออกมาจากข้างหลังเขา ตุลย์หน้าเสียไม่รู้จะพูดยังไง ไอรดาเห็นความอัปลักษณ์
ของดอกไม้แล้วปี๊ดแตก ถามว่าเอามาจากกองขยะ ที่ไหน

"คือ...ผมอธิบายได้นะครับ"

"อ๋อ นี่เป็นพวกโรคจิตใช่ไหม ไป๊...ปุ๊กกี้ รีบไปโทร. แจ้งตำรวจเร็ว"

"เดี๋ยวสิคุณไอ ฟังผมก่อนสิครับ"

"อย่าเข้ามานะ บอกว่าอย่าเข้ามา" ไอรดาร้องเสียงหลง ตุลย์ยังก้าวเข้าหา เลยโดนช่อดอกไม้ในมือไอรดาฟาดกระหน่ำไปหลายที โชคกับชัยที่ดูอยู่รอบนอกถึงกับคอย่นเจ็บแทนเจ้านาย

ตุลย์ยังพยายามจะชี้แจง แต่ไอรดาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ไล่เขาลูกเดียว จนตุลย์อยู่ไม่ได้ต้องวิ่งหนีขึ้นรถให้สมุนพาหนีไป...ไอรดาเหวี่ยงดอกไม้ตามหลัง แล้วยืนหายใจลึก

"ยัยไอเอ๊ย ตั้งแต่แกจะแต่งงานกับคุณปวีร์ ก็มีคนแปลกๆ มาดักที่หน้าบ้านไม่เว้นแต่ละวัน"

คำพูดของปุ๊กกี้ทำเอาไอรดาร้อนๆหนาวๆ

"นั่นน่ะสิ...หรือว่าจะเป็นอีตาปวีร์จ้างคนมาจัดการฉันอย่างที่แกเคยบอกจริงๆ"

ขณะเดียวกันนั้น ที่บ้านปวีร์...เมษาพรวดพราดเข้ามา กอดรัดชายคนหนึ่งจากด้านหลัง แล้วรำพันน้ำตาแตกเรื่องปวีร์จะแต่งงานกับไอรดา ซึ่งเธอยอมไม่ได้

"นี่มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ เมษาเสียคุณปวีร์ให้กับนังนั่นแล้วใช่มั้ย ฮือๆ บอกเมษามาสิคะว่าคุณปวีร์จะไม่ยอมเข้าพิธีแต่งงานกับนังนั่น บอกเมษาสิคะว่าคุณปวีร์รักเมษาคนเดียว"

ร่างที่หันหลังให้หันหน้ากลับมา ปรากฎว่าเป็นธงชัยไม่ใช่ปวีร์ เมษาถึงกับผงะร้องกรี๊ด ผลักธงชัยแทบกระเด็น ปวีร์เพิ่งลงมาจากชั้นบน ถามเมษาว่าร้องไห้ทำไม?

"ต้องถามด้วยเหรอว่าเมษาร้องไห้ทำไม หัวอกผู้หญิงคนนึงที่กำลังจะเสียคนที่รักที่สุดไป แค่ร้องไห้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ โฮ..."

"ไม่เอาน่าคุณ ร้องไห้ไปก็แค่นั้น งานแต่งงานถูกกำหนดไว้หมดแล้ว เราเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ทันแล้ว"

"ไม่นะ...เมษาไม่ยอม"

"แต่ยังไงผมก็ต้องแต่งงานอยู่ดี"

"ไม่มีอะไรที่แน่นอนบนโลกนี้ คอยดูนะ เมษาจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้งานแต่งงานของคุณกับนังนั่นต้องมีอันล้มเลิกให้ได้" เมษาทั้งเศร้าทั้งเคียดแค้น ร้องไห้น้ำตานองหน้า ธงชัยเอาน้ำดื่มมาให้ เมษายกขึ้นจิบเล็กน้อย ปวีร์ มองเธออย่างครุ่นคิด แววตา
ของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์

"เมื่อกี้คุณบอกว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้งงานแต่งงานของผมกับคุณไอใช่ไหม"

"ใช่...เมษาจะหาทางขัดขวางไม่ให้มันเกิดขึ้น"

"ผมก็อยากจะให้มันเป็นความจริงนะ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้ อยากแต่ง   แต่ความจริงก็คืออย่างที่ผมบอกไป   เราทำอะไรไม่ทันแล้ว คุณแม่ผมขอฤกษ์ยาม กำหนดวันแต่งงาน ตระเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว"

"จะอะไรก็เหอะ แต่เมษาไม่ยอมงอมืองอเท้านั่งอยู่เฉยๆแน่ ยังไงเมษาก็จะต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้น"

"คุณฟังนะ ผมจะย้ำอีกครั้ง งานแต่งงานครั้งนี้มันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"

"ก็ถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ เมษาก็จะบุกเข้าไปพังงานแต่งครั้งนี้ให้มันล่มซะ คอยดูสิ เมษาจะพังให้ราบเลย"

"ดี...ดีเลย...ผมสนับสนุน" ปวีร์แสดงอาการลิงโลด ที่จะมีคนมาช่วยล้มงานแต่งที่ตนไม่เต็มใจอยู่แล้ว...

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:15 น.