ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ทวิภพ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คุณหญิงสรเดชยังติดใจสงสัยประยงค์ปีนต้นไม้ขึ้นไปทำไม ตามมาถามคาดคั้นจนเธอยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง คุณหญิงสรเดชพอใจมากแบบนี้ เท่ากับว่าหลวงอัครเทพมีใจให้ลูกสาวของเธอ

“แปลว่าที่พากันปีนต้นไม้ขึ้นไปดูน่ะ ไม่ใช่เพราะอยากจะเล่นซน จะไปดูคุณหลวงว่าอย่างนั้นเถอะ”

“อย่าดุลูกเลยนะเจ้าคะ ทีหลังลูกจะไม่ทำอีก ไม่ทำแล้วจริงๆเจ้าค่ะ”

“ถ้ารับปาก งั้นครั้งนี้ก็คาดโทษไว้ก่อน จริงสิ ขอถามอะไร หน่อยแม่มณีรู้สึกอะไรไหม เรื่องที่หลวงเทพมีใจให้กับลูกน่ะ”

“แม่มณีต้องรู้สึกอะไรด้วยหรือเจ้าคะ” ประยงค์งง

คุณหญิงสรเดชไม่อยากบอกลูกว่าเคยเห็นมณีจันทร์กับหลวงอัครเทพชอบพอกัน เกรงลูกจะเสียใจ เลยเปลี่ยนเรื่องพูด ชวนลูกไปเรือนหลวงอัครเทพ คุณหญิงสรเดชมีแผนไว้จัดการกับมณีจันทร์แล้ว...

ไม่นานนัก คุณหญิงสรเดชกับประยงค์มาถึงเรือนอัครเทพ ประยงค์แยกไปหามณีจันทร์ ส่วนคุณหญิงสรเดชไปคุยกับ คุณหญิงแสร์ที่เรือนครัว เธอแนะให้คุณหญิงแสร์ส่งมณีจันทร์เข้าวังเพื่อขัดเกลากิริยามารยาทจะได้เลิก ทำตัวเป็นลิงเป็นค่าง คุณหญิงแสร์อึกๆอักๆไม่เห็นด้วยที่จะส่งมณีจันทร์ไปอยู่ที่อื่น

“ทำไมล่ะเจ้าคะ ถามจริงๆเถอะมีหลานอย่างแม่มณีน่ะ แม่แสร์ไม่อายเขารึ แล้วท่าทางแบบนี้เรื่องออกเรือนจะมีใครเอา”

คุณหญิงแสร์ลำบากใจที่จะปฏิเสธตรงๆ บ่ายเบี่ยงขอคิดดูก่อน คุณหญิงสรเดชไม่ยอมลดละ ถ้าคุณหญิงแสร์ยังไม่อยากส่งมณีจันทร์เข้าวัง เธอกับประยงค์จะช่วยอบรมกิริยามารยาทให้เอง แล้วถือวิสาสะสั่งให้ม้วนไปตามมณีจันทร์มาพบที่โถงกลางเรือน คุณหญิงแสร์หนีไม่ออกได้แต่พยักหน้าให้ม้วนเป็นเชิงอนุญาต แล้วจะตามไปดูคุณหญิงสรเดชอบรมมณีจันทร์ด้วย แต่เธอไม่ให้ไป

“ยิ่งแม่มณีเห็นว่าแม่แสร์อยู่ ก็รู้สิว่ามีคนให้ท้าย ไม่ใช่เพราะให้ท้ายกันหรอกรึ แม่มณีถึงเป็นแบบนี้ เชื่อใจอิฉันเถอะ หลานคนนี้ อิฉันจะดูแลให้แม่แสร์เอง” คุณหญิงสรเดชพูดจบ มุ่งหน้าไปที่เรือนใหญ่

อิ่มรีบตามมากระซิบถามว่าจะเสียเวลาอบรม

มณีจันทร์ทำไมกัน คุณหญิงสรเดชเห็นว่าหมู่นี้หลวงอัครเทพดูจะมีใจให้ประยงค์ เธอไม่อยากให้เขาลังเลอีก เลยจะพามณีจันทร์ไปเข้าวัง

“อูย...แต่ท่าทางคุณหญิงแสร์จะไม่ยอม”

“ก็นั่นน่ะสิ แต่ไม่เป็นไร เรื่องนี้ต้องค่อยๆพูด ข้านะอยากจะตอกย้ำให้ทุกคนรู้ว่าผู้หญิงที่ดีงามแท้จริงคือลูกข้าไม่ใช่แม่ ลิงค่างนั่น ความถูกต้องต้องเป็นความถูกต้อง เอ็งว่าถูกไหม”

“ถูกมันก็ถูกแหละเจ้าค่ะ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“หากแม่ประยงค์แต่งงานเข้ามาอยู่เรือนนี้ก็กลายเป็นคนในครอบครัวเดียวกับคุณ หลวง แล้วลูกข้าก็เป็นคนหัวอ่อน ดูอย่างคราวที่แล้วนั่นปะไร แม่มณีให้ปีนต้นไม้ก็ปีนกับเขา

อีกหน่อยอยู่ด้วยกันแม่ประยงค์มิต้องมาเสียคนเพราะแม่

มณีรึ” คุณหญิงสรเดชอธิบาย อิ่มก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

ooooooo

ทันทีที่คุณหญิงสรเดชเจอหน้ามณีจันทร์ สั่งให้ลองเดินให้ดู มณีจันทร์หันมองหน้าม้วนเป็นเชิงถาม นี่มันเรื่องอะไรกัน ม้วนพยักพเยิดให้ทำตามที่คุณหญิง สรเดชสั่ง มณีจันทร์เดินแบบตามสบายเหมือนคนยุค ปัจจุบัน คุณหญิงสรเดชโวยวายลั่นที่มณีจันทร์เดินลงส้นเท้าจนเรือนสะเทือน

“อิฉันเกิดในบ้านตึก คนสมัยอิฉันก็เดินแบบนี้ทั้งนั้น มีโอกาสเดินในบ้านไม้บ่อยๆที่ไหนล่ะเจ้าคะ”

คุณหญิงสรเดชสั่งให้มณีจันทร์เดินใหม่ เวลาเดินอย่าเอาส้นเท้าลงก่อน ให้ใช้ปลายเท้าเดิน มณีจันทร์นึกสนุกเต้น บัลเล่ต์ให้ดูเสียเลย ประยงค์ก้มหน้าขำ คุณหญิงสรเดชไม่ตลกด้วยหันมาเอ็ดลูกสาว

“หยุด...แม่ประยงค์...นี่แม่มณี หล่อนทำไมต้องเห็นทุกอย่างเป็นของเล่น“

“ก็อิฉันไม่ทราบนี่เจ้าคะว่าท่านจะให้ทำอะไร มาถึงท่านก็สั่งๆๆ” มณีจันทร์เถียงคำไม่ตกฟาก

“ต่อไปนี้ ฉันกับแม่ประยงค์จะมาปรับปรุงความประพฤติของหล่อน ถือเป็นการลงโทษเรื่องพาแม่ประยงค์ไปปีนต้นไม้คราวที่แล้ว...คราวนี้ได้ยิน ชัดไหม”คุณหญิงสรเดชเสียงลั่น มณีจันทร์หน้าจ๋อย...

ใช้เวลาไม่นาน มณีจันทร์เดินแบบกุลสตรีได้อย่างถูกต้อง เดินช้าๆ ค้อมหัวลงเล็กน้อยและใช้ปลายเท้าเดิน จากนั้น คุณหญิงสรเดชสอนเรื่องการพูดการจาต่อ มณีจันทร์ชิงถามขึ้นก่อน จะให้เธอพูดช้าๆเหมือนการเดินด้วยหรือเปล่า

“ใช่...พูดช้า...แต่ยังไม่พอต้องหยุดพูด”

“โอ๊ย...เอาอิฉันขึ้นลานประหารไปได้เลย ไปตามเพชฌฆาตมาเลยให้หยุดพูดเนี่ย ตายไปเลยง่ายกว่า นิ่งๆไม่พูดไม่จา สมองก็ฝ่อพอดี” มณีจันทร์โวยบ้าง คุณหญิงสรเดชสอนให้มณีจันทร์เข้าใจว่าการฟังนั้นได้ประโยชน์มากกว่าการพูด เพราะผู้ฟังเท่ากับเป็นผู้รับ ผู้พูดเท่ากับเป็นผู้ให้ ผู้รับจึงเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์

“คนฉลาด คนเก่งเป็นนักฟังที่ดีทั้งนั้น มีแต่คนโง่ที่ชอบพูดมากกว่าฟัง คราวนี้หล่อนยังคิดอีกไหมว่าการหยุดพูดจะทำให้สมองฝ่อ”

“ไม่แล้วเจ้าคะ โอเค...อิฉันจะพูดให้น้อยลงฟังให้มาก ขึ้น” มณีจันทร์เหมือนจะเชื่อฟัง จังหวะนั้น ม้วนเข้ามาถามว่า ถึงเวลาของว่างแล้วหิวกันหรือยัง มณีจันทร์นิ่งเงียบ ประยงค์อาสาจะไปจัดของว่างมาให้ ถามมณีจันทร์ต้องการอะไรพิเศษไหม มณีจันทร์นึกสนุกอีกเช่นเคยทำเสียงแบะๆๆเหมือนคนใบ้

คุณหญิงสรเดชทนไม่ไหว หยิกมณีจันทร์“นี่แน่ะ ให้หยุดพูดไม่ใช่ให้เป็นใบ้ มันเหมือนกันซะที่ไหน”

ประยงค์ ม้วนกับขาบขำกันยกใหญ่...

หลังฝึกมารยาทเบื้องต้นสำเร็จไปสองข้อ มณีจันทร์เตรียมตัวจะสอนภาษาอังกฤษให้ประยงค์ คุณหญิงสรเดชสั่งว่าวันนี้ไม่ต้องเรียนภาษาอังกฤษ ให้ไปเรียนทำครัวแทน

“ได้เจ้าคะ อิฉันจะสอนคุณประยงค์เอง”มณีจันทร์ไม่วายป่วน คุณหญิงสรเดชเสียงเขียวทันที

“ไม่ใช่...ให้แม่ประยงค์สอนแม่มณี หัดเรียนการบ้านการเรือนบ้าง วิชาความรู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้หญิงคือการบ้านการเรือน ไม่ใช่ที่อยู่ในตำรานั่นสักหน่อย”

ooooooo

ประยงค์สอนการทำลูกชุบให้มณีจันทร์เป็นบทเรียนแรก เพราะทำง่าย เธอใช้ถั่วเขียวนึ่งสุกบดละเอียดใส่น้ำตาลทรายกับกะทิลงไปคนให้เข้ากันแล้วกวนด้วยไฟอ่อนๆจนร่อนไม่ติดกระทะ จากนั้น พักถั่วกวนไว้ให้เย็น แล้วนำมาปั้นเป็นรูปผลไม้ต่างๆ ประยงค์ปั้นเป็นผลไม้หนึ่งลูกอย่างคล่องแคล่วสวยงาม มณีจันทร์ถึงกับออกปากชมไม่หยุด คุณหญิงสรเดชได้ที คุยอวดลูกสาวตัวเองตามเคย

“แม่ประยงค์เป็นคนช่างประดิษฐ์ ลูกชุบของแม่ประยงค์คิดออกแบบรูปร่างและสีใหม่ๆไว้เยอะ นิสัยเจ้าความคิดสร้างสรรค์เป็นนิสัยที่หล่อนควรเอามาจากแม่ประยงค์”

“นิสัยเจ้าความคิดสร้างสรรค์งั้นหรือ โอเค...อิฉันจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์บ้าง เริ่มเลยนะเจ้าคะ” มณีจันทร์พูดจบหันไปคว้าถั่วกวนมาปั้นอย่างคล่องแคล่วว่องไวออกมาเป็นยอดมนุษย์อุลตร้าแมนกับก๊อซซิล่า คุณหญิงสรเดชมองตัวประหลาดในมือมณีจันทร์ สงสัยตัวอะไร

“ความคิดสร้างสรรค์ไงเจ้าคะ วันนี้มณีจันทร์ขอเสนอ ละครลูกชุบชุดอุลตร้าแมนปะทะก๊อซซิล่า” มณีจันทร์หยิบตุ๊กตาถั่วกวนสองตัวมาต่อสู้กัน โดยมีขาบช่วยถือตัวก๊อซซิล่าเป็นที่สนุกสนาน ม้วนกับประยงค์หัวเราะขำกันยกใหญ่ แต่คุณหญิงสรเดชไม่ขำด้วย เดินมานั่งตรงหน้ามณีจันทร์ พูดช้าๆชัดถ้อยชัดคำ

“ตลกแบบนี้นี่เอง คนที่หล่อนหมายปองถึงเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น” สิ้นเสียงคุณหญิงสรเดช เสียงหัวเราะเงียบกริบ มณีจันทร์หน้าจ๋อยทันที คุณหญิงสรเดชได้ทีรุกไล่ต่อ

“จำอวดก็คือจำอวด นางเอกก็คือนางเอก ไม่มีวันที่จำอวดจะเป็นนางเอกไม่มีวันที่นางเอกจะเป็นจำอวด หล่อนถามตัวเองสิ หล่อนเป็นอะไร” คุณหญิงสรเดชจ้องหน้ามณีจันทร์เขม็ง มณีจันทร์หมดสนุก ขอตัวกลับไปทำงานแปลเอกสารให้หลวงอัครเทพ คุณหญิงสรเดชไม่ยอมรามือ ตามติดเพื่อจะกำราบมณีจันทร์ให้อยู่หมัด

“หล่อนมีความสำคัญตรงนี้สินะ ช่วยงานคุณหลวง ทั้งคุณหญิงและคุณหลวงถึงขาดหล่อนไม่ได้ หล่อนคิดอย่างนี้ ใช่ไหม ถือว่าตนมีดี คุณหญิงแสร์กับคุณหลวงจึงต้องลงให้หล่อน”

“ไม่...ไม่นะเจ้าคะ...อิฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองมีดี”

“เขาว่ากันว่าผู้หญิงอีกหน่อยจะได้เรียนหนังสือจะได้ทำงานเหมือนพวกแหม่ม ดูแต่แม่ประยงค์ลูกฉันยังมุมานะเรียนนั่นเรียนนี่ทั้งที่ไม่ได้ใช้”

“โลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เราคิด ในยุคสมัยของอิฉันเราจะได้เห็นผู้หญิงรู้หนังสือผู้หญิงเก่งมากมาย”

“ผู้หญิงเปลี่ยนแล้วผู้ชายเปลี่ยนด้วยหรือเปล่า...ถ้าผู้ชายไม่ได้เปลี่ยน ให้ผู้หญิงเปลี่ยนยังไงก็ไม่มีประโยชน์ อย่าถือดีอวดดีในความเก่งกล้าของตน เพราะวันหนึ่งหล่อนอาจจะพบว่ามันไม่ได้มีประโยชน์สำหรับผู้ชายที่หล่อนรัก ชีวิตของลูกผู้หญิงไม่ว่ายุคสมัยไหน ให้เก่งแค่ไหนต้องไม่ลืมหน้าที่ เป็นเมียและเป็นแม่”

“เหมือนแบบคุณประยงค์ เป็นเมียและเป็นแม่ที่ดี แถมยังเป็นคนฉลาดที่รู้จักเก็บความฉลาดของตนเองเอาไว้ ไม่เอาออกมาเที่ยวอวดใครต่อใคร”

“หล่อนเข้าใจแล้วนี่ เข้าใจสิ่งที่ฉันพูดได้ทะลุปรุโปร่ง หากผู้ชายคนไหนจะเปลี่ยนใจจากหล่อนมาชอบแม่ประยงค์ หล่อนก็คงไม่นึกสงสัยในตัวเขา คงยอมรับแล้วสินะว่าเขาคิดถูก” คำพูดของคุณหญิงสรเดชแทงใจดำมณีจันทร์ถึงกับเศร้าไป รวมทั้งความมั่นใจในตัวเองก็ถดถอยลงเช่นกัน...

ถึงเวลาอาหารเย็น หลวงอัครเทพตั้งหน้าตั้งตากินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย ออกปากชื่นชมอาหารตรงหน้าไม่หยุด แต่พอรู้ว่าอาหารทั้งหมดเป็นฝีมือทำครัวของประยงค์ เขาแทบจะสำลักรู้ตัวพลาดไปแล้ว วางช้อนหันมองหน้ามณีจันทร์ซึ่งสีหน้าหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด

“คุณหลวงท่าทางถูกปากในรสมือของคุณประยงค์มากนะคะ” มณีจันทร์พูดจบขอตัวลุกออกไปทันที หลวงอัครเทพพลอยกินข้าวไม่ลงไปด้วยรีบลุกตาม มณีจันทร์เดินมาเก็บเอกสารที่ศาลากลางสวน หลวงอัครเทพตามมาชวนคุยเรื่องงานแปลเอกสารไปถึงไหนแล้ว วันนี้มณีจันทร์จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะโดนคุณหญิงสรเดชปั่นหัวเลยไม่ได้งานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พอโดนถามเรื่องงานเลยอารมณ์เสียใส่

“หล่อนหัวเสียเรื่องอะไร”

“ฉันไม่มีสิทธิ์หัวเสีย ที่นี่บ้านของท่าน ชีวิตของท่าน ฉันต่างหากเป็นส่วนเกิน” มณีจันทร์เดินงอนออกไป ทิ้งให้หลวงอัครเทพยืนงง

ooooooo

หลังจากคุณหญิงสรเดชทราบเรื่องจากอิ่มว่าหลวงอัครเทพชื่นชอบกับข้าวฝีมือประยงค์ เธอไม่รอช้าชวนลูกไปเรือนหลวงอัครเทพทันที ถึงจะไม่เจอหลวงอัครเทพเพราะออกไปทำงานแต่เช้า แต่คุณหญิงสรเดชก็ได้สะใจที่เห็นท่าทางเปลี่ยนไปของมณีจันทร์ที่เอาแต่นั่งซึมถามคำตอบคำ ไม่ฉอเลาะเหมือนเคย...

วันนี้คุณหญิงสรเดชอารมณ์ดีเป็นพิเศษเรื่องมณีจันทร์เสียความมั่นใจ จึงอนุญาตให้ประยงค์เรียนภาษาอังกฤษ แต่มณีจันทร์ไม่มีกะจิตกะใจจะสอน คุณหญิงสรเดชเลยให้ประยงค์สอนการทำครัวให้มณีจันทร์แทน โดยสอนตั้งแต่การเลือกเก็บผักจากสวนครัว ขาบ ม้วน และยาวช่วยกันพายเรือพามณีจันทร์กับประยงค์ข้ามคลองไปยังสวนครัวของที่นี่ มณีจันทร์ตื่นเต้นไม่รู้มาก่อนตรงนี้มีสวนผักด้วย

“สวนผักกับสวนสมุนไพรเจ้าคะ มีนาข้าวตรงนั้นด้วยของคุณหญิงแสร์ทั้งหมดแหละเจ้าค่ะ” ม้วนชี้มือประกอบคำพูด “มีทาสมาทำงานแล้วขนขึ้นเรือนไป คุณก็เลยไม่เคยลงมา”

มณีจันทร์กับประยงค์สนุกสนานกับการเก็บผักสารพัดชนิด ทั้งฟัก แตงโม ถั่วฝักยาว และพริก โดยมีขาบ ม้วนกับยาวหิ้วตะกร้าเดินตาม ประยงค์มองไปที่ริมฝั่งคลอง แถวท้ายสวนก่อนจะหันมาบอกมณีจันทร์

“คุณพี่อยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ เดี๋ยวน้องกับยาวจะไปเก็บ มะเขืออีกหน่อย ตรงริมคลองทางโน้น ที่มีอยู่คงไม่พอ” ประยงค์พูดจบเดินนำยาวแยกไป ระหว่างนั้น หลวงเจน– พาณิชย์นั่งเรือที่บ่าวพายผ่านมาเห็นประยงค์กับบ่าวรับใช้ เดินมาเก็บผัก ตาวาวขึ้นมาทันที

“เอ๊ะนั่นคุณประยงค์นี่หว่า...เฮ้ย...พายเรือไปจอดที่ท่าตรงโน้น...ข้าเจอคนรู้จัก”

พอขึ้นฝั่งได้หลวงเจนพาณิชย์ก็จ้ำพรวดๆไปหาประยงค์ เจตนาคว้ามะเขือลูกเดียวกับที่เธอเอื้อมมือจะเด็ดเลยกลายเป็นจับมือเธอ หญิงสาวตกใจ ขอร้องให้ปล่อยมือ

“พี่พายเรือผ่านมา ยังนึกสงสัยว่านางฟ้าที่ไหนมาอยู่ในสวนเงียบๆแห่งนี้ พอมาดูใกล้ๆถึงเห็นว่าเป็นน้องประยงค์นั่นเอง” หลวงเจนพาณิชย์สีหน้ากรุ้มกริ่มจับมือประยงค์ไม่ยอมปล่อย ประยงค์พยายามดึงมือออก เขายิ่งยื้อไว้ ยาวเกรงบารมีคุณหลวงได้แต่นั่งก้มหน้าทำอะไรไม่ถูก...

ด้านมณีจันทร์เดินเก็บผักช้าๆเนิบนาบไม่ปราดเปรียวเหมือนเมื่อก่อนจนขาบต้องบอกให้เธอเร่งฝีเท้าขึ้นอีก ประยงค์หายไปเก็บผักนานแล้ว ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ทันใดนั้นมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าไปยังต้นเสียง เห็นหลวงเจนพาณิชย์กำลังจับมือถือแขนประยงค์อยู่ท้ายสวน ขาบโกรธมาก ฮึดฮัดจะเข้าไปช่วย แต่ม้วนดึงมือไว้

“เฮ้ย...ไม่ได้ ท่านเป็นถึงคุณหลวง มีเรื่องขึ้นมาหัวเอ็งขาดแน่ ไปบอกคุณหญิงบนเรือนเร็ว”

“โฮ้ย...กว่าจะไปกว่าจะกลับทันที่ไหน ฮึ่ม...คุณหลวงคนนี้เจอคุณมณีกำราบมาแล้ว แค่นี้ไม่คณาดอก” ขาบว่าแล้วหันมองหน้ามณีจันทร์ มั่นใจว่าเจ้านายสาวจะจัดการหลวงเจนพาณิชย์ได้เหมือนครั้งก่อน แต่มณีจันทร์กลับทำหน้าเอ๋อไม่เก่งกาจเหมือนเคย ขาบรอมณีจันทร์คนเก่ากลับมาไม่ไหว แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าพากันเข้าไปหาประยงค์พร้อมกับส่งเสียงเอะอะ หลวงเจนพาณิชย์เห็นมีคนมาจำใจปล่อยมือ

“แหม...ทำหน้าทำตาตกใจกันไปได้ ฉันแค่ล้อเล่นนะ ตามประสาคนรู้จักกัน นี่หล่อน...สติสตังไม่ดี พากันมาถึงนี่ เดี๋ยวตกน้ำตกท่าไปจะลำบากนะ” หลวงเจนพาณิชย์มองหน้ามณีจันทร์ซึ่งยิ้มแหยๆให้

“แหะ...บังเอิญเป็นคุณมณีคนใหม่ จะโกรธเรื่องลวนลามคุณประยงค์ก็ไม่ได้ จะทำบ้าบอก็ไม่ได้ ผู้ใหญ่ท่านสอนมาเป็นกุลสตรีต้องรู้จักข่มใจ โกรธไม่ได้บ้าไม่ได้...แต่...ถ้าสุภาพ– สตรีไปเจอบุรุษที่ไม่มีความสุภาพจะเอาแต่ข่มใจก็คงไม่ถูก ผู้หญิงเราถึงยังไงก็ต้องรู้จักป้องกันตัว คิดได้ดังนี้แล้วก็ นี่แน่ะ”

ขาดคำมณีจันทร์ต่อยเปรี้ยงเข้าเต็มหน้าหลวงเจนพาณิชย์จนเซ ขาบกับม้วนดีใจที่มณีจันทร์คนเดิมกลับมาแล้ว กระโดดโลดเต้นตบมือส่งเสียงไชโยลั่น

“นี่เรียกว่าหมัดกุลสตรี ขอย้ำนี่คุณมณีคนใหม่นะเจ้าคะ ถ้าคุณมณีคนเก่าต้องกระทืบยอดอก ถึงจะหายแค้นที่มารังแกผู้หญิงเจ้าค่ะ” มณีจันทร์แกล้งบ้าเดินเข้าหา หลวงเจนพาณิชย์ยังขยาดคราวที่แล้วไม่หายถอยกรูด ม้วนสบช่องสั่งยาวซึ่งยืนมองตะลึงให้พาประยงค์หนี ยาวได้สติคว้ามือเจ้านายสาวดึงออกมายืนข้างหลังม้วน มณีจันทร์รุกไล่หลวงเจนพาณิชย์ห่างจากประยงค์ออกไปทุกที ม้วนตะโกนลั่น

“คุณหลวงเจ้าขา คุณประยงค์ลานะเจ้าคะ ท่านต้องรีบไปเก็บสายบัวเดี๋ยวแดดนายจะร้อนเจ้าค่ะ กราบลาเจ้าคะ...  ไปเร็วไป” ม้วนอ้างไปเรื่อย แล้วคว้ามือประยงค์วิ่งหนีไปกับยาว หลวงเจนพาณิชย์พยายามจะตามประยงค์ แต่มณีจันทร์ขวางไว้ แต่เขาหลบหลีกเธอไปจนได้ มณีจันทร์ชวนขาบวิ่งตาม

ฝ่ายประยงค์อารามรีบร้อนสะดุดก้อนหินหกล้มเดินต่อไม่ไหว ม้วนรีบพาเธอไปซ่อนตัว แล้วชวนยาวไปล่อหลอกหลวงเจนพาณิชย์ว่าประยงค์ลงเรือพายกลับไปเรือนใหญ่แล้ว หลวงเจนพาณิชย์หลงเชื่อ ลงเรือพายตาม มณีจันทร์วิ่งปรู๊ด มาถึงกระโจนลงเรือไปกับหลวงเจนพาณิชย์ ขาบโดดตามไม่ทันได้แต่ยืนมองอยู่บนฝั่ง

กว่าหลวงเจนพาณิชย์จะทันรู้ตัว มณีจันทร์คว้าไม้พายพายเรือพาเขาออกไปกลางคลองแล้ว หลวงเจนพาณิชย์ไม่รู้ จะทำอย่างไรคว้าไม้พายอีกอันหนึ่งมาพายบ้าง ต่างคนต่างพาย เรือเลยวนอยู่กลางคลองไม่ไปไหน หลวงเจนพาณิชย์สั่งให้ มณีจันทร์หยุดพายเรือ แล้วปล่อยให้เขาพายคนเดียว มณีจันทร์ ไม่สนใจ พายไปร้องเพลงไปอย่างมีความสุข

ooooooo

อีกด้านหนึ่งท้ายสวนผัก หลวงอัครเทพนั่งเรือที่บ่าวพายให้ผ่านมาทางนั้น เห็นเรือพายลำหนึ่งจอดอยู่ที่ท่าน้ำ สั่งให้บ่าวพายเรือไปจอดเทียบ บ่าวของ

หลวงอัครเทพตะโกนถามแทนเจ้านาย

“เฮ้ย...เอ็งเป็นใครวะ นี่คือหลวงเทพเจ้าของที่ดินแถวนี้”

บ่าวของหลวงเจนพาณิชย์ตกใจ รีบยกมือไหว้หลวงอัครเทพ แล้วแนะนำตัวเองก่อนจะบอกว่าหลวงเจนพาณิชย์

ขึ้นไปหาคนรู้จัก สั่งให้เขารออยู่ที่นี่ หลวงอัครเทพแปลกใจ สงสัย  แถวนี้มีแต่ทาสมาทำงาน จะมีคนที่หลวงเจนพาณิชย์รู้จักได้อย่างไร...

เรือที่มณีจันทร์นั่งยังคงวนอยู่กลางคลอง หลวงเจนพาณิชย์รำคาญเข้าไปแย่งไม้พายในมือมณีจันทร์ แต่เธอยื้อไว้สุดฤทธิ์ ทั้งสองคนแย่งไม้พายกันไปมาจนเรือโคลง อยู่ๆมณีจันทร์ก็ร้องโวยวายขึ้น

“โอ๊ย...ช่วยด้วย ผู้หญิงแรงน้อยอ่อนแอ กุลสตรีมณีจันทร์จะไปสู้แรงอะไรผู้ชายได้ โอ๊ย...สู้ไม่ได้ๆ” มณีจันทร์ว่าพลางยกไม้พายฟาดหลวงเจนพาณิชย์ไม่ยั้ง “ช่วยด้วยๆๆ กุลสตรีมณีจันทร์ถูกทำร้าย กุลสตรีมณีจันทร์น่วมไปทั้งตัวแล้ว” ขณะมณีจันทร์พูดยังคงใช้ไม้พายตีหลวงเจนพาณิชย์อยู่ตลอด

“เจ็บนะเว้ย...โธ่โว้ย...หยุด บอกให้หยุด”

มณีจันทร์สนุกมือฟาดไปเรื่อย หลวงเจนพาณิชย์ทนไม่ไหวลุกขึ้นกระชากไม้พายจากมือมณีจันทร์อย่างแรง คราวนี้หญิงสาวไม่ยื้อด้วย ปล่อยมือหน้าตาเฉย หลวงเจนพาณิชย์ไม่ทันตั้งตัวหงายหลังตกน้ำตามแรงกระชากของตัวเอง ขาบ ยาวกับม้วนหัวเราะชอบใจ มณีจันทร์ค่อยๆพายเรือกลับท่าน้ำอย่างสบายอารมณ์เพื่อจะมารับประยงค์กลับเรือนใหญ่ ปล่อยให้หลวงเจนพาณิชย์ลอยคอด้วยความแค้นใจอยู่กลางคลอง...

ทางด้านหลวงอัครเทพเดินมาเจอประยงค์นั่งกุมข้อเท้าอยู่เพียงลำพังกลางสวนผัก สอบถามได้ความว่า ออกมาเก็บผัก บังเอิญเหยียบพลาดหกล้มข้อเท้าแพลง ประยงค์ไม่กล้าเล่าเรื่องหลวงเจนพาณิชย์ให้ฟัง

“ไหนขอดูหน่อยซิ...อืม...เริ่มบวมแล้ว เดี๋ยวนะ เอายามาบดสักหน่อย สวนสมุนไพรอยู่ข้างหลังนี่เอง” หลวงอัครเทพพูดจบเดินไปอีกด้านหนึ่งของสวน อึดใจเดียว เขากลับมาพร้อมสมุนไพรในมือ จัดแจงบดสมุนไพรเข้าด้วยกัน แล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อไว้ ก้มลงจะพันขาให้ประยงค์ หญิงสาวตกใจ

“โอ๊ะ...ไม่ได้เจ้าคะ ไม่เหมาะไม่ควรเดี๋ยวคาถาอาคมเสื่อมหมด ไปตามคนมาช่วยดีไหมเจ้าคะ”

“น้องไม่พูด พี่ไม่พูด ใครจะไปรู้ รีบเข้าเถอะ เดี๋ยวจะบวมมากกว่านี้...พี่ไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ครูแหม่มที่โน่นทั้งจับทั้งตีหัวพี่ ถ้าคาถามันเสื่อม มันเสื่อมไปตั้งนานแล้ว” หลวงอัครเทพพูดจบก็พันข้อเท้าให้ประยงค์เสร็จพอดี บอกให้เธอลองยืนขึ้น

ประยงค์ลุกขึ้นยืน พอทิ้งน้ำหนักลงเท้าก็เจ็บแปล๊บ เซจะล้ม หลวงอัครเทพเข้าไปประคองไว้ ทั้งสองมองสบตากันนิ่งงัน เป็นจังหวะเดียวกับ  ขาบ  ม้วน  ยาว และมณีจันทร์เดินมาถึง มณีจันทร์หน้าเสีย ม้วนกับขาบสงสารมณีจันทร์มากที่ต้องเห็นภาพบาดตา หลวงอัครเทพปล่อยมือจากประยงค์สีหน้า เป็นปกติ เพราะไม่ได้คิดอะไร ขณะที่ประยงค์ยืนเขินอายอยู่ฝ่ายเดียว

“เอ้า ไปไหนกันมา ทำไมทิ้งคุณท่านไว้คนเดียว”

หลวงอัครเทพต่อว่า แล้วถามว่ามีใครเห็นหลวงเจนพาณิชย์บ้างไหม ยังไม่ทันจะได้คำตอบ หลวงเจนพาณิชย์เดินตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเข้ามา หลวงอัครเทพตกใจ ทำไมเขาถึงมีสภาพแบบนั้น

“คุณหลวงเทพ ท่านต้องจัดการให้กระผม กระผมไม่ยอมจริงๆด้วย” หลวงเจนพาณิชย์มองหน้ามณีจันทร์หน้าตาเอาเรื่อง ส่วนมณีจันทร์เบือนหน้าไปทางอื่นทำไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

หลวงอัครเทพพาทุกคนกลับมาชำระความที่เรือนใหญ่ โดยมีคุณหญิงแสร์กับคุณหญิงสรเดชนั่งฟังอยู่ด้วย หลวงเจนพาณิชย์เล่าเหตุการณ์ที่ปั้นแต่งให้ฟังว่า

“เรื่องของเรื่องบ่าวของผมบอกว่า ทางลัดนี้อยู่หลังเรือนหลวงเทพ กระผมก็เลยอยากจะแวะมากราบมาทักทายคุณหญิงแสร์กับคุณหลวง แต่พอมาถึงพบคุณคนนี้เธอก็มายั่วกระผม มาแกล้งกระผมขั้นตกน้ำตกท่านี่ยังไม่นับที่เอาไม้พายตีกระผมนะขอรับ”

หลวงอัครเทพไม่เชื่อมณีจันทร์จะเที่ยวแกล้งใครโดยไร้เหตุผลอย่างนั้น แต่พอถามไถ่มณีจันทร์ เธอกลับยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านว่าที่หลวงเจนพาณิชย์เล่าเป็นความจริง คุณหญิงแสร์ไม่เชื่อตะล่อมถาม

“แม่มณี...มีอะไรก็บอกมาตามตรงนะลูก”

“แม่แสร์นี่ ท่าทางแม่จะหลงใหลหลานสาวคนนี้มากนะ แม่มณีพูดออกมาเองว่าทำจริงๆแม่แสร์ก็ได้ยินแล้ว คนเราจะอบรมลูกหลานมันต้องใจแข็ง จะรักใคร่ไม่ลืมหูลืมตาไม่ได้” คุณหญิงสรเดชถือโอกาสสั่งสอน ประยงค์สงสารมณี–จันทร์อ้าปากจะบอกความจริง มณีจันทร์ไม่อยากให้ประยงค์ เสียหายชิงพูดขึ้นก่อน

“อิฉันน่ะเป็นผู้หญิงบ้าไม่รู้ประสีประสา คุณหลวงเจนจะต่อว่าต่อขานอย่างไรก็ได้ อิฉันไม่ถือ”

“ฉันไม่ได้ใส่ร้ายหล่อน” หลวงเจนพาณิชย์โกหกหน้าด้านๆ

“พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก อีกาตัวสีดำ นกแก้วตัวสีเขียวจุ๊กกรูๆ ความจริงเหล่านี้หนีไม่พ้น ความเลว คนเลว หนีไม่พ้น คนทำรู้อยู่แก่ใจตำแหน่งสูงส่งอาจปิดบังได้ แต่บาปกรรมย่อมหนีไม่ได้” มณีจันทร์ลอยหน้าลอยตาพูดจบ ลุกออกไป คุณหญิงสรเดชด่าไล่หลังมณีจันทร์ ทำผิดแล้วทำไมไม่รู้จักขอโทษ

“ช่างเถอะขอรับ กระผมไม่เอาเรื่องแม่มณีดอก แค่จะมาแจ้งให้ทราบเฉยๆ กระผมขอกราบลาเลยแล้วกัน...ลาขอรับ” หลวงเจนพาณิชย์ไหว้อย่างนอบน้อมก่อนจะกลับไป คุณหญิงแสร์ได้แต่มองตามกลุ้มใจ...

หลวงอัครเทพยังติดใจสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้น ตามมาซักถามมณีจันทร์อีก เธอยังยืนยันคำเดิมว่าเธอแกล้งหลวงเจนพาณิชย์จริงๆ หลวงอัครเทพรู้จักมณีจันทร์ดีแม้เพิ่งจะพบกันไม่นาน หัวใจดีงามของเธอมีแต่จะช่วยเหลือคนอื่น ไม่เคยคิดกลั่นแกล้งใคร มณีจันทร์ซึ้งใจมากที่เขาเชื่อมั่นใน

ตัวเธอ แต่ภาพที่เขาประคองประยงค์เมื่อครู่ยังติดตา ทำให้ เธอเศร้าใจมาก ถึงกับน้ำตาคลอ

“คนที่เชื่อมั่นจำเป็นต้องเป็นคนที่รักกันไหมเจ้าคะ...มีคนที่รักกันในโลกนี้มากมายที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นธรรมดาอย่างหนึ่งของโลก...ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครได้จริงในโลกนี้ ต่อให้เป็นคู่กันก็ไม่มีใครอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของใครได้ ฉันไม่ใช่ เจ้าของท่าน ท่านไม่ใช่เจ้าของฉัน”

“หล่อนพูดอะไรของหล่อน...ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ หรือว่าคุณหญิงสรเดช...”

“วันนี้ท่านเชื่อมั่นในตัวฉันโดยไม่ต้องการคำอธิบาย สำหรับฉันมันเกินพอแล้ว ท่านจะมีใจให้ใครก็เป็นสิทธิ์ของหัวใจท่าน ฉันจะไม่เรียกร้องสิ่งใดจากท่านทั้งนั้น” มณีจันทร์มองชายที่ตนรักสุดหัวใจอย่างอาลัย ก่อนจะเดินจากไป หลวงอัครเทพงง ไม่รู้จริงๆ พักนี้มณีจันทร์เป็นอะไรไป

ooooooo

ประยงค์ไม่ค่อยสบายใจนักที่มณีจันทร์ถูกเล่นงานทั้งที่ทำไปเพราะช่วยเธอแท้ๆ บ่นกับม้วนและขาบว่า แบบนี้ไม่ถูกต้อง ไม่รู้หลวงอัครเทพกับคุณหญิงแสร์ จะเข้าใจมณีจันทร์ผิดๆหรือเปล่า

“นายของม้วนทั้งสองท่านกับคุณมณี...เอ่อ...จะพูดว่ายังไงดี...ท่านผูกพันเข้าใจกันแน่นแฟ้น ม้วนคิดว่าคงไม่กระไรเจ้าค่ะ...จะมีก็แต่...คุณหญิงสรเดช คุณแม่ของคุณประยงค์ นั่นแหละเจ้าค่ะ”

“นั่นสินะ ยังไงก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาช่วย ไม่ได้พวกของม้วน ฉันก็แย่...อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวทำให้ถือเป็นรางวัล” ประยงค์มองม้วนอย่างรอคำตอบ ม้วนยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร

ขาบชิงตอบคำถามแทนม้วน “แกงคั่วที่เมื่อวันก่อน ทำให้คุณหลวงน่ะขอรับ กระผมลงมาถึงกินกันเรียบไปแล้ว ขนาดขอดกินแต่น้ำแกงก้นหม้อยังอร่อยติดปาก เมื่อคืนยังฝันถึงเลย”

ประยงค์รับปากจะทำให้ ม้วนกับขาบเถียงกันยกใหญ่ตกลงรางวัลจะเป็นของใครกันแน่...

คุณหญิงสรเดชยังไม่ยอมรามือง่ายๆ ยุให้คุณหญิงแสร์ กำราบมณีจันทร์จะปล่อยให้เที่ยวเกเรใครต่อใครแบบนี้ไม่ได้

“แม่มณีไม่ใช่คนเกเรหรอก แม่มณี...เอ่อ บางทีก็ไม่ใคร่เข้าใจว่าแบบไหนถูกหรือผิดสำหรับคนอย่างเราๆ”

“มีคำแก้ตัวให้อีกแล้ว ทำไมนะ...ทำไมถึงดูดายเรื่องนี้นัก”

“คุณหญิงไม่ค่อยสุงสิงกับก๊กหลวงเจน คือพ่อจุ้ยน่ะ ...คุ้นกันดีกับทางอิฉัน ตั้งแต่เด็ก...เอ่อ...เขาก็ออกจะ...อืม...เป็นคนใจร้อน หุนหันผิดเทือกเถาเหล่ากอของเขาอยู่สักหน่อย”

“ไฮ้...เอาที่ไหนมาพูด ท่านเป็นถึงคุณหลวงย่อมต้องเป็นผู้ใหญ่มีหลักการ แต่แม่มณีนี่สิ ฮึ...อุตส่าห์เสียเวลาอบรม แทนที่จะเชื่อฟังกันบ้าง ฉันว่านะ พาแม่มณีเข้าไปฝากให้เสด็จท่านดูแลในวังเถอะ ขืนทิ้งไว้แบบนี้ไม่พ้นเป็นสาวเทื้อคาบ้าน ไอ้ที่จะได้หวังพึ่งพาคงไม่มีทาง เอาอย่างนี้ ฉันจะรับเป็นธุระจัดการให้เอง ฉันจะเข้าไปคุยกับเสด็จในวังให้” น้ำเสียงและสีหน้าจริงจังของคุณหญิงสรเดชทำให้คุณหญิงแสร์พูดไม่ออก...

ไม่นานนัก แกงคั่วหอมกรุ่นน่ากินฝีมือประยงค์ก็เสร็จ ม้วนถือหม้อดินใส่แกงเดินไปยังเรือนทาสโดยมีขาบตามติดด้วยความอยากกิน อิ่มกำลังนินทามณีจันทร์ให้พวกบ่าวที่เรือนทาสฟังอย่างสนุกปากเรื่องเธอเกเรเอาไม้พายฟาดหลวงเจนพาณิชย์ ม้วนทนไม่ได้ปราดเข้าไปด่าอิ่มเป็นชุด ขาบเห็นท่าไม่ดีคว้าหม้อใส่แกงมาถือเอง ยังไม่จะเดินถอยพ้นรัศมี สองสาวคว้าไม้คานขึ้นมาตีกัน พลาดโดนหม้อแกงคั่วแตกกระจายเหลือแต่หู

“โฮ...เหลือแต่หู...ฮือๆๆแกงของข้าๆๆ...ฮือ” ขาบทรุดลงไปนั่งกับพื้นร้องไห้โฮ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ที่บ้านมณีจันทร์ ขณะตรองกับกุลวรางค์แวะมาถามข่าวคราวเรื่องมณีจันทร์จากนุ่ม คุณหญิงมาลิดาโทร.ทางไกลจากต่างประเทศเข้าเครื่องโทรศัพท์บ้านพอดี กุลรางค์ถือโอกาสถามคุณหญิง มาลิดาว่ามณีจันทร์เคยบอกเรื่องที่ไป ตจว.บ้างไหมว่าไปจังหวัดไหน ไปทำอะไร

“เคยจ้ะ...บอกว่าไปทำงานการกุศลจ้ะ แต่ไม่ได้บอกว่าจังหวัดอะไร ทำไมหรือจ๊ะ ติดต่อเมณี่ไม่ได้หรือ”

กุลวรางค์ไม่อยากให้คุณหญิงมาลิดาเป็นกังวลเลยโกหกว่าติดต่อได้ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูดถามถึงเหตุการณ์ในประเทศที่ท่านอยู่ เห็นในทีวีรายงานข่าวว่าจะเกิดสงคราม เช่นนี้ท่านคงยังกลับเมืองไทยไม่ได้ คุณหญิงมาลิดาเป็นห่วงท่านทูตณรงค์พ่อของมณีจันทร์และห่วงคนไทยที่นี่ คงยังกลับไม่ได้ แล้วนึกเอะใจขึ้นมา

“...เอ...กุล วันนี้ท่าทางแปลกๆนะมีอะไรหรือเปล่า”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ ไม่มี...เอาเป็นว่ากุลจะบอกเมณี่ให้นะคะ แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ” กุลวรางค์รีบวางสายก่อนที่คุณหญิงมาลิดาจะจับพิรุธได้ ตรองสงสัยทำไมกุลวรางค์ถึงไม่บอกเรื่องมณีจันทร์หายไป

“ประเทศทางโน้นกำลังจะมีสงครามกลางเมือง ธุรกิจและคนไทยที่นั่นกำลังวุ่นวาย ท่านทั้งสองมีงานใหญ่ต้องทำ ฉันยังไม่อยากบอก บางทีเมณี่อาจจะกลับมาเองเหมือนที่เธอเคยทำ”

ตรองเป็นกังวลเพราะครั้งนี้มณีจันทร์หายไปนานกว่าปกติ กุลวรางค์นึกอะไรขึ้นมาได้ มือถือของมณีจันทร์ทีิ่ทิ้งไว้ในห้องนอนอาจจะมีเบาะแสบางอย่าง เธอจะเอากลับไปเช็กดูว่ามณีจันทร์ติดต่อใครบ้าง

ooooooo

ณ เรือนหลวงอัครเทพอีกฟากหนึ่งของกระจกข้ามภพ มร.จอห์นร้อนใจมากต้องการจดหมายของตนคืนลงทุนขนทั้งผ้าตัดเสื้อ ยารักษาโรคและเครื่องเพชรมาเป็นของกำนัลให้คุณหญิงแสร์โดยมีหลวงเจนพาณิชย์เป็นคนพามา คุณหญิงแสร์รู้เท่าทันมร.จอห์น ยกข้าวของมีค่ามาให้มากมายแบบนี้จะให้ตนจ่ายด้วยอะไร

“ไม่ต้องจ่ายขอรับ กระผมขอไมตรีเล็กๆน้อยๆ พูดตรงๆนะขอรับ ผมอยากได้รับความสะดวกจากคุณหลวงเทพเรื่องเอกสารต่างๆ แค่นั้นขอรับ”

“แล้วบอกไม่ต้องจ่าย อืม...จ่ายมากโขอยู่ ของพวกนี้ราคาแพงจริงๆ อย่างที่คิดไม่ผิด”

“จ่ายมากโขยังไงขอรับ” มร.จอห์นนิ่วหน้าสงสัย

“จ่ายด้วยผลประโยชน์ของชาติ ด้วยเกียรติยศของข้าราชการในพระเจ้าอยู่หัว ด้วยศักดิ์ศรีของคนไทยแค่นี้น้อยอยู่รึ” คุณหญิงแสร์น้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตาจับจ้องมร.จอห์นกับหลวงเจนพาณิชย์เขม็ง

มร.จอห์นถึงกับอึ้ง หลวงเจนพาณิชย์มองออกคุณหญิงแสร์ไม่ยอมรับสินบนแน่ๆ แอบลุกออกไปเพื่อหาทางขโมยจดหมายคืน ขาบเห็นท่าทางไม่น่าไว้ใจของหลวงเจนพาณิชย์ก็ลุกตาม จากนั้นหลวงเจนพาณิชย์เข้าไปรื้อค้นมาตามตู้ตามชั้นวางของ ขาบแอบมองโดยตลอด รีบวิ่งไปฟ้องมณีจันทร์

ครู่ต่อมา มณีจันทร์ย่องมายืนข้างๆหลวงเจนพาณิชย์ที่กำลังค้นตู้โน้นตู้นี้ให้ควั่ก เขามัวแต่หาจดหมายไม่ทันเห็นเธอ หญิงสาวแกล้งส่งเสียงจุ๊ๆๆ หลวงเจนพาณิชย์สะดุ้งโหยง หันมาเห็นมณีจันทร์ยืนเกาะข้างฝาทำท่าเหมือนจิ้งจกแลบลิ้นแผล่บๆ แถมร้องเพลงเกี่ยวกับจิ้งจกลอยหน้าลอยตาเหมือนคนสติไม่ดี

“...เป็นจิ้งจกเหรอดีแล้ว งั้นจิ้งจกก็อยู่ส่วนจิ้งจกนะ เกาะข้างฝาไป นั่นๆแมลงมาแล้ว”

มณีจันทร์มองตามมือหลวงเจนพาณิชย์ที่ชี้ไปยังข้างฝาอีกด้านหนึ่ง พอหันกลับมาอีกทีคุณหลวงตัวดีหายไปแล้ว มณีจันทร์รีบเดินตาม เห็นหลวงเจนพาณิชย์ไปที่ศาลากลางสวน ตรงเข้าค้นกองเอกสาร หญิงสาวโดดผลุงมายืนเกาะเสาส่งเสียงจุ๊ๆๆอีก หลวงเจนพาณิชย์รำคาญไล่เธอไปพ้นหน้า

“โบราณว่า จิ้งจกทักเราต้องหยุด”

“ยายเด็กบ้านี้ ไปไป๊...ไปบ้าที่อื่น อย่ามายุ่งแถวนี้” หลวงเจนพาณิชย์ก้มหน้าก้มตาค้นเอกสารต่อ มณีจันทร์เห็นเขาไม่ยอมหยุด คว้าก้อนหินปาใส่หัวถึงกับร้องลั่น ขาบแกล้งวิ่งเข้ามาถาม

“คุณมณีทำอะไรขอรับ...เอ้า...คุณหลวง ต้องการอะไรตรงนี้ขอรับเดี๋ยวบ่าวจัดการให้ดีกว่าไหมขอรับ”

“เอ่อ...ฉันแค่ออกมาเดินเล่นน่ะ นี่เจ้านายเอ็งรึ ชื่อมณีรึ ท่านป่วยเป็นอะไรเหมือนสติจะไม่ใคร่ดี”

มณีจันทร์โยนหินใส่หัวหลวงเจนพาณิชย์อีกครั้ง ขาบปรี่เข้าไปขวาง บอกให้หลวงเจนพาณิชย์มาหลบหลังตัวเองจะได้ไม่โดนก้อนหิน แต่พอมณีจันทร์โยนก้อนหินใส่อีก ขาบกลับก้มหลบเลยโดนหลวงเจนพาณิชย์เต็มๆ กว่าจะรู้ตัวว่าโดนนายกับบ่าวร่วมหัวกันกลั่นแกล้ง หลวงเจนพาณิชย์หัวปูดหัวโปน จำต้องล่าถอย ขาบกับมณีจันทร์หัวเราะกันสนุกสนาน ก่อนจะนึกถึงคุณหญิงแสร์ขึ้นมาได้ รีบชวนกันขึ้นเรือนใหญ่...

ด้านคุณหญิงแสร์ขอให้ มร.จอห์นเอาของกำนัลพวกนี้กลับไป แต่เขายืนยันเสียงแข็งจะไม่ขนของกลับ จังหวะนั้น อิ่มยกถาดใส่จานของว่างหลายอย่างเข้ามาวาง คุณหญิงแสร์เชิญชวนให้ มร.จอห์นกินของว่างก่อนอย่าเพิ่งโมโห แล้ว

ยกกาน้ำชาร้อนๆจะรินให้ มร.จอห์นเห็นของที่อยู่ในจานมีหนอนไผ่ทอด น่าขยะแขยงลุกพรวด ปัดกาน้ำชาหกลวกมือคุณหญิงแสร์ถึงกับร้องลั่น มือแดงเถือก เขาไม่ขอโทษเธอสักคำ

ขาบกับมณีจันทร์เข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี โกรธมาก ชวนกันลงเรือนคิดหาทางแก้เผ็ดไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าว ด้าน มร.จอห์นอารมณ์เสียเพราะเกลียดเรื่องพวกนี้ของคนไทยโวยวายลั่น

“เนี่ยกระผมถึงไม่อยากออกไปไหน ไม่มีสุขอนามัยเลย กินหมากเลอะเทอะ พ่นเอาพ่นเอาน่าขยะแขยง อาหารพวกนี้อีก กินเข้าไปได้ยังไง ไหนจะห้องน้ำห้องท่าไม่มีอะไรถูกสุขอนามัยสักอย่าง กระผมเอาความเจริญมาให้แท้ๆทำไมต้องมองพวกกระผมเป็นศัตรู พวกกระผมน่ะ ไปที่ไหนมีแต่นำความเจริญ นำอารยธรรมไปให้ ช่วยให้ท่านพ้นความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน แล้วจะมาปฏิเสธทำไมนักหนาว่าของตัวดีของตัววิเศษ”

มร.จอห์นยังพาลหาเรื่องหลวงเจนพาณิชย์ที่เพิ่งเดินเข้ามา โทษว่าเป็นเพราะหลวงเจนพาณิชย์ เขาถึงต้องบากหน้ามาที่นี่ แล้วลงเรือนไปอย่างหัวเสีย

“นี่...เดี๋ยวสิพ่อจ้อน...” คุณหญิงแสร์ว่าแล้วลุกตาม มร.จอห์นโดยมีหลวงเจนพาณิชย์ตามมาอีกทอดหนึ่ง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:46 น.