สมาชิก

คุณพ่อหวานแหวว

ตอนที่ 12

รมิดาเห็นนัยนาอยู่แว้บๆ เธอรีบเดินตามไป นัยนารู้สึกมีคนตามมา พอหันไปมองก็ตกใจ

"หนูดา!"

นัยนารีบเดินหนีไปอย่างเร็ว รมิดารีบเดินไปจนถึงจุดที่เห็นนัยนาเมื่อครู่ แต่ไม่มีนัยนาอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอมองหาไปรอบๆ พึมพำอย่างมั่นใจว่า

"ต้องใช่คุณนัยนาแน่ๆ"

รมิดายังเดินหาไปจนถึงบริเวณโบสถ์ ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลย เธอเดินหาเข้าไปจนใกล้มุมที่นัยนาหลบอยู่ พึมพำอย่างไม่หายสงสัย...

"หายไปไหนนะ...หรือว่าเราจะตาฝาด"

เมื่อแน่ใจว่าไร้วี่แววแน่แล้ว รมิดาถอนใจเดินกลับไปอย่างผิดหวัง นัยนาที่ซ่อนอยู่ถอนใจ มองตามรมิดาไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เอ่ยเบาๆด้วยความไม่สบายใจว่า

"ขอโทษนะหนูดา...ฉันยังไม่พร้อมจะเจอใครตอนนี้..."

เมื่อรมิดากลับไปถึงบริเวณสุสาน  สุริยนกับแมนยูคอยอยู่ สุริยนถามว่าเจอไหม เธอส่ายหน้าบอกว่าไม่เห็นใครเลย แมนยูเข้ามาฉุดแขนชวน

"แม่ดา มาไหว้คุณตากันเถอะครับ"

สุริยนส่งช่อดอกกุหลาบขาวให้รมิดา เธอรับไปวางไว้ ที่หน้ารูปของสุเทพ ทุกคนนั่งไว้อัฐิของสุเทพพร้อมกัน รมิดา ภาวนาด้วยสีหน้าครุ่นคิดว่า...

"พ่อคะ...ถึงผู้หญิงคนนั้นจะทอดทิ้งเรา...แต่ตอนนี้ครอบครัวของเขากำลังเจอมรสุมร้าย...น้องๆของดากำลังลำบาก... พ่อช่วยให้ดาเจอผู้หญิงคนนั้นด้วยนะคะ"

เมื่อทุกคนไหว้เสร็จ แมนยูถามว่าแม่ดาอธิษฐานอะไร พอรมิดาบอกว่าขอให้แม่ดาได้เจอคุณยาย แมนยูบอกอย่างตื่นเต้นว่าอธิษฐานเหมือนกันเลย เพราะตนสงสารน้าวันกับน้าเดือน หันไปถามสุริยนว่าอายนขออะไรจากคุณตา

พอสุริยนบอกว่าขอเหมือนกับแมนยู หนูน้อยยิ้มกว้างดีใจที่ทุกคนขอเหมือนกันหมด พูดอย่างมั่นใจว่า "แมนยูว่าคุณตาต้องช่วยเราแน่ๆ"

ทั้งรมิดาและสุริยนมองแมนยูอย่างเอ็นดู   แล้วพากันกลับ

ooooooo

เมื่อนัยนาออกจากบริเวณสุสานแล้ว เธอตรงไป ที่สวนรื่นรมย์สถานที่ที่มีความหลังฝังใจระหว่างเธอกับสุเทพ

เป็นเวลาเย็นแล้ว เธอนั่งอยู่อย่างเดียวดาย...คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่...พูดกับตัวเองน้ำตาคลอ..."หนูดาคงอยากเจอเรา...ลูกๆก็คงตามหาเราเหมือนกัน เดือน...ตะวัน แม่ ขอโทษนะ แม่จนหนทางจริงๆ..."

เวลาเดียวกันที่ร้านกุหลาบขาว รมิดานั่งอยู่กับสุริยน ตะวัน และเดือนฉาย เธอพูดอย่างมั่นใจว่าเชื่อว่านัยนาต้องไปที่วัดแน่ๆ ตะวันถามว่าทำไมถึงคิดว่าคุณแม่ จะไปที่วัด

"ฉันเห็นกุหลาบขาวที่หน้าอัฐิคุณสุเทพค่ะ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณนัยนาคนเดียวเท่านั้นที่เอาไปวางไว้ แต่พอตามไปดูแถวนั้น ก็ไม่เห็นมีใคร" รมิดาเล่าอย่างครุ่นคิด

เดือนฉายถามว่าคุณสุเทพเป็นใคร ตะวันบอกว่าเป็นสามีเก่าของคุณแม่ เดือนฉายจึงจำได้ว่าคุณแม่เคยเล่าให้ฟัง เธอบ่นคิดถึงเป็นห่วงคุณแม่ ถามว่าไปแจ้งความดีไหมให้ตำรวจช่วยตามหา ตะวันไม่เห็นด้วยเพราะถ้าตำรวจมาที่โรงแรม พนักงานรู้เรื่องก็ต้องขวัญเสียเรื่องมันจะไปกันใหญ่

ขณะนั้นเองแมนยูถือจานของว่างเข้ามาวาง รมิดาขอบใจแล้วเชิญทุกคนชิม สุริยนเห็นเดือนฉายนั่งซึมอยู่จึงเรียกให้ทาน เธอลุกขึ้นเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกไป ทุกคนมองตาม อย่างเป็นห่วง

ooooooo

เดือนฉายเลี่ยงไปนั่งคนเดียวที่บริเวณสวนของโรงแรม พึมพำถึงคุณแม่น้ำตาคลอ

"คุณแม่คะ...คุณแม่อยู่ไหน เดือนใจคอไม่ดีเลย ทำไมคุณแม่ไม่ติดต่อกลับมาบ้าง...คุณแม่ไม่รักคุณพ่อ ไม่รักเดือนกับตะวันแล้วเหรอคะ..."

"รักสิคะ..." เสียงรมิดาตอบจากข้างหลัง แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างๆ  มองเดือนฉายนิ่งบอกเธอว่า  "คุณนัยนารักครอบครัวมาก"

เดือนฉายย้อนถามว่ารักแล้วทำไมทิ้งพวกตนไป

รมิดาขอให้เธอเข้าใจบ้างว่าภาระของคุณแม่เธอนั้นหนักมาก คงเครียดมากไม่มีทางออกจริงๆถึงได้ตัดสินใจทำแบบนี้

เดือนฉายตำหนิตัวเองที่ตลอดเวลามามีแต่สร้างปัญหาให้คุณแม่เสียใจ ไม่เคยทำอะไรให้คุณแม่ภูมิใจเลย เธอร้องไห้จนรมิดากุมมือเธอขอให้เข้มแข็งไว้ เชื่อว่าคุณแม่ เธอต้องกลับมาบอกว่า "ฉันจะช่วยคุณตามหาคุณนัยนาให้เจอนะคะ"

เดือนฉายมองรมิดาอย่างรู้สึกผิดที่เคยกลั่นแกล้งเธอ ทำร้ายเธอตลอดมา แต่พอเธอขอโทษ รมิดากลับบอกว่าไม่เป็นไร จนเดือนฉายถามว่า "เธอไม่โกรธฉันแล้วเหรอ"

"สักวัน...คุณจะเข้าใจว่าทำไมฉันไม่โกรธคุณ...เออ... หายโกรธแล้วล่ะ ก็ตอนนี้คุณไม่ใช่คุณหนูเจ้าอารมณ์จอมวีน อีกแล้วนี่นา"

ท่าที คำพูด และน้ำใจที่ได้รับจากรมิดา ทำให้เดือนฉายยิ้มออกมา พูดอย่างซึ้งใจว่า

"เขาว่า มิตรภาพและน้ำใจเราจะสัมผัสได้เมื่อยามทุกข์ยาก เธอกับแมนยูและคุณยน ดีกับฉันมาก ขอบคุณนะรมิดา"

"สู้ๆนะคะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้" รมิดาปลุกใจ เดือนฉายน้ำตาคลอโผเข้ากอดรมิดาไว้ รมิดากอดตอบตบไหล่ เธอเบาๆอย่างปลอบใจ...ให้กำลังใจ...

ที่มุมหนึ่ง ปาริชาติมาเห็นเข้ามองอย่างสงสัยว่าสองคนนี้กอดกันได้ยังไง?

ooooooo

เมื่อรมิดาเดินออกไปแล้ว เดือนฉายตกใจเมื่อปาริชาติเดินพรวดๆเข้าไปหาด่าเดือนฉายว่าแม่นกสองหัว พอเดือนฉายถามว่าพูดเรื่องอะไร ปาริชาติก็ด่าทันที

"เธอนี่มันคบไม่ได้! พอพี่ทวงเงินเข้าหน่อยก็หันไปเป็นพวกมัน นึกเหรอว่าคนอย่างนังรมิดาจะมาช่วยเหลือเจือจุน ครอบครัวเธอได้"

เดือนฉายชี้แจงเครียดๆว่าตนไม่ต้องการเงินจากรมิดาแต่ทั้งรมิดา แมนยู และสุริยนมีน้ำใจกับตนทั้งที่ไม่ใช่ญาติ ตนจึงควรขอบคุณพวกเขา กลับถูกปาริชาติกินปูนร้อนท้องหาว่าเดือนฉายพูดแขวะตน

เดือนฉายระอาใจกับการพาลหาเรื่องของปาริชาติจึงเอ่ยขอตัว แต่นึกขึ้นได้หันกลับมาถามว่าเช็คสามแสนที่บอกว่าเซ็นให้ตนนั้นอยู่ไหน ทำเอาปาริชาติอึกอัก เดือนฉายจ้องหน้าพูดอย่างจับโกหกได้ว่า

"แล้วเดือนก็เป็นหนี้พี่ปาแค่แสนเดียวนะคะ   ไม่ใช่ สองสามแสนอย่างที่พี่ปาบอกพี่ศัลย์...ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้าคุณแม่กลับมาเมื่อไหร่ เดือนจะใช้หนี้พี่ปาให้เร็วที่สุด" พูดแล้วหันหลังเดินไปเลย

ปาริชาติมองตามอย่างแค้นใจ พูดอย่างอาฆาตว่า

"เจ็บใจจริงๆ มันแอบได้ยินตอนไหนเนี่ย ฮึ...เดือนฉาย คิดจะแข็งข้อกับฉันเหรอ ตกอับขนาดนี้ยังวางท่าหยิ่งจองหอง คอยดูเถอะ สยามคอสโมตกเป็นของพ่อฉันเมื่อไหร่ แกจะหยิ่งไม่ออก นังหงส์ปีกหัก!"

ooooooo

ทั้งเพราะคิดถึงแมนยูและอยากไปวอแวคุณพ่อหวานแหววของแมนยู เย็นนี้ศัลย์ไปที่ร้านกุหลาบขาวสั่งอาหารโดยเฉพาะไก่ทอดของโปรดของแมนยูมาหม่ำกันอย่างอิ่มหนำสำราญ

เสร็จแล้วแกล้งเรียก "น้องๆเช็กบิลด้วย" ทั้งที่ตรงนั้นมีรมิดาอยู่คนเดียว พอเธอถามว่าเรียกใครเขาพูดหน้าตาเฉยว่าเรียกคุณนั่นแหละ

รมิดาฉุนแต่ไม่ต่อล้อต่อเถียงเดินไปดูบิลแล้วมาบอกว่า 750 บาท ศัลย์บอกว่าถูกจัง แต่พอจะหากระเป๋าสตางค์ ปรากฏว่าลืมเอามา ถูกรมิดาดักคอว่ามุกกินฟรีใช่ไหม เขาบอกว่าลืมจริงๆ ลุกขึ้นยืนโก่งจะให้ค้นดู เลยถูกด่า "จะบ้าเหรอ"

ศัลย์ถามแมนยูว่ามีสตางค์ไหม แมนยูบอกอย่างภาคภูมิว่ามีครับแล้วล้วงออกมาแบให้ดูมีแค่ 10 บาท เขาเลยหันไปขอรมิดาว่าขอแปะโป้งไว้ก่อนพรุ่งนี้จะเอามาใช้ให้พันหนึ่งเลย

รมิดาไม่ยอมขอแค่ 750 บาท และต้องให้ได้เดี๋ยวนี้ด้วย

ศัลย์หมดท่าบ่นว่าจะเอาที่ไหนมาให้ เลยถูกใช้ให้ไปล้างจานแทน สองน้าหลานเลยไปช่วยกันล้างจานที่หลังร้าน ครู่เดียวก็ล้างเสร็จ ศัลย์หัวเราะชอบใจบอกว่าล้างจานสนุกจังแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว

"ใครว่าเสร็จ  โน้นอีกกองหนึ่ง"  รมิดาชี้นิ้ว  พอศัลย์หันไปเห็นจานกองสูงวางอยู่ที่โต๊ะก็ถึงกับเหวอถามว่าเยอะไปรึเปล่า แมนยูก็อ้อนถามแม่ดาว่าไม่สงสารน้าศัลย์หรือ รมิดายิ้มกวนๆบอกว่า "ไม่ครับ เงินตั้งเจ็ดร้อยห้าสิบนะแมนยู น้าศัลย์เขาต้องทำงานให้มันคุ้มๆหน่อย"

พอดีไพลินเดินถือกระเป๋าสตางค์ศัลย์เข้ามา ถามพี่ชายทำอะไรน่ะ เขาตอบหน้าทะเล้นว่าชดใช้กรรมแล้วทำเป็นตกใจว่าพูดผิด แก้ว่า

"พี่กินข้าวไม่มีเงินจ่าย เจ้าของร้านหน้าเลือดเขาเลยให้พี่ล้างจานใช้หนี้"

ไพลินยิ้มขำๆพูดประชดว่า "น่าสงสารจัง! แต่ก็สมควรแล้ว วันหลังจะได้ไม่ลืมอีก จริงไหมคะคุณดา" พูดพลางยื่นกระเป๋าสตางค์ให้พี่ชาย รมิดาเหล่ยักคิ้วเย้ยศัลย์แล้วเดินกวนๆออกไป

ooooooo

ห้องพักคนไข้ที่โรงพยาบาล เดือนฉายกับตะวันไปเฝ้าศิริผู้เป็นพ่อ ศิริถามว่าเจอแม่หรือยัง ทั้งสองตอบเศร้าๆว่าไม่เจอทั้งที่พยายามตามหาทุกวัน ตะวันถามว่าคุณพ่อพอนึกออกไหมว่าคุณแม่น่าจะไปที่ไหนบ้าง แต่ศิริก็นึกไม่ออก

สุริยนถือกระเช้ามาเยี่ยม ตะวันรีบไปรับกระเช้าวางไว้ที่โต๊ะขอบคุณที่มาเยี่ยมพ่อ เดือนฉายแนะนำสุริยนแก่ศิริว่า

"คุณสุริยนเขาเป็นหุ้นส่วนกับคุณดาเจ้าของร้านกุหลาบขาวที่พลาซ่าโรงแรมเราค่ะคุณพ่อ"

ศิริขอบคุณที่มาเยี่ยม บอกว่าพรุ่งนี้หมอก็ให้กลับบ้านได้แล้ว สุริยนอวยพรให้หายไวๆ ศิริพยักหน้ายิ้มๆ เมื่อสุริยนลากลับ เดือนฉายออกมาส่งที่หน้าห้อง ขอบคุณที่เขามาเยี่ยมพ่อ อดพูดไม่ได้อีกว่า

"คุณกับคุณดาดีกับฉันมาก ดีจนฉันรู้สึกละอายใจ"

"อย่าคิดมากสิครับคุณเดือน คุณดาโกรธคุณไม่ลงหรอกครับ...ก็คุณดากับคุณเป็น..." สุริยนเกือบพลั้งปากไปแล้วดีแต่หยุดเสียก่อน พอเดือนฉายถามว่าเป็นอะไรหรือ เขายิ้ม กลบเกลื่อนเฉไฉไปว่า "เออ...ก็...เป็น...เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแล้วตอนนี้ไงครับ"

เดือนฉายยิ้มๆ สุริยนจึงขอตัวกลับ   อวยพรให้เธอฝันดีในขณะที่เธอขอให้เขาขับรถดีๆ สุริยนเดินยิ้มกริ่มไปแล้ว เดือนฉายมองตามยิ้มเขินๆ

ooooooo

คืนนี้ศัลย์ยังเล่านิทานให้แมนยูฟังจนหลับไปจึงออกจากห้อง เจอรมิดาเข้า เขาคุยอวดว่า "หลับไปแล้วลูกเรา" กวนอารมณ์ของรมิดาอีกจนได้ เขาพยายามแหย่ให้เธอหัวเราะแต่เธอก็นิ่งขรึมจนเขาบอกว่า

"คุณดูเครียดๆนะ อืม...เป็นห่วงคุณนัยนาเหรอ ถ้าบอกว่าคุณเป็นลูกสาวคุณนัยนาผมก็เชื่อนะ"

"แต่ฉันไม่ใช่ ไม่มีวันใช่ด้วย!" รมิดาโกรธยิ่งขึ้นไปอีก  เขาเลยถามว่าทำไมต้องโกรธด้วย  เธอถอนใจพูดบ่นๆว่า "ก็อย่ามากวน อย่ามาเซ้าซี้ฉันซิ!"

"แต่ผมอยากเห็นคุณอารมณ์ดี"

"แต่คุณกำลังทำให้ฉันอารมณ์เสีย...กลับไปได้แล้วไม่อยากเห็นหน้า!"

เมื่อแหย่ทีไรตัวเองก็ถูกตอกกลับมาจนหน้าม้านทุกที ศัลย์เลยบอกจริงจังว่า

"รมิดา...มีอะไรจะให้ผมช่วยก็บอกนะ"

"คุณน่ะเหรอจะช่วยฉัน มีแต่จะซ้ำเติมสิไม่ว่า ฉันเผลอหน่อยเดียวคุณก็ขโมยแมนยูไปอเมริกา  คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณ คิดจะช่วยคนอื่นด้วยเหรอ แค่ความไว้วางใจฉันยังหาจากตัวคุณ ไม่ได้เลย!"

ศัลย์ตรงเข้ามาจับมือเธอไว้ สบตากันนิ่ง บอกเธอด้วย น้ำเสียงจริงใจจริงจังว่า

"มองผมในแง่ดีมั่งสิครับ   ผมอยากช่วยคุณจริงๆนะ ตอนนี้พวกคุณกำลังตามหาคุณนัยนาใช่ไหม"

รมิดานิ่งรู้สึกดีขึ้นกับคำถามที่แสดงถึงความสนใจของเขา ศัลย์ยังคงจ้องตาเธอขณะพูดต่อ

"ผมไม่รู้ว่าคุณอยากช่วยคุณนัยนาเพราะอะไร และผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงอยากช่วยคุณ....สิ่งที่เราทำด้วยหัวใจ บางครั้งก็หาเหตุผลไม่ได้ อย่าคิดมากนะรมิดา ผมจะไม่เซ้าซี้เรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับคุณนัยนาอีก ถ้าคุณอยากให้ผมช่วยอะไรก็บอกมานะครับ ไม่ต้องเกรงใจ"

"ขอบคุณค่ะ" รมิดาเห็นถึงความจริงใจของเขา

"ผมกลับนะครับ ไม่ต้องฝันถึงผมนะ แค่เห็นคุณสบายใจ คืนนี้ผมก็นอนหลับฝันดีแล้ว"

ทำปากหวานหน้าเป็นแล้วเดินออกไป รมิดามองตามแล้วยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่น...มีความสุข...

ooooooo

นัยนาไปเช่าโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่งเป็นที่นอนในคืนนี้ เธอคิดถึงลูกๆด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเมื่อเทียบกับความรู้สึกที่ถูกพรากจากลูกมาเมื่อครั้งอยู่กับสุเทพ คิดถึง เป็นห่วง จนทนไม่ได้ โทร.เข้ามือถือของตะวันที่กำลังจะกลับบ้านไปพักผ่อนเพราะคืนนี้เดือนฉายจะอยู่เป็นเพื่อนคุณพ่อแทน

แต่พอตะวันรับสาย ปลายสายกลับเงียบ จนกระทั่งวางสายไป เดือนฉายถามว่าใครโทร.มา

"เขาไม่พูดอะไรครับ สงสัยจะโทร.ผิด ผมไปนะพี่เดือน" ตะวันไม่ได้ติดใจอะไร

แต่เมื่อนัยนาโทร.แล้วไม่กล้าพูดกับลูก เธอได้แต่ร้องไห้ พร่ำขอโทษและขอเวลาอีกระยะหนึ่ง แต่เมื่อจะนอนก็อดคิดตำหนิตัวเองไม่ได้ว่า "ทำไมเราอ่อนแอขนาดนี้...คิดถึงลูกแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากกับลูก...ชีวิตเราจะต้องเจ็บปวดอีกนานแค่ไหน"

คิดแล้วก็ได้แต่นอนร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว...อ้างว้าง...

ooooooo

เช้าวันนี้ วัลลภลงมาที่โต๊ะอาหารเห็นลัดดากำลังจะออกข้างนอก เขาถามสมใจที่กำลังจัดโต๊ะว่าลัดดาจะไปไหนแต่เช้า สมใจตอบยิ้มๆว่าเห็นบอกว่าจะไปบ้านนัยนา

"ไปบ้านนัยนา!" วัลลภชะงัก แต่เห็นทรงยศผู้เป็นพ่อเดินลงบันไดมาพอดีเลยเปลี่ยนเป็นรีบเดินไปประคองลงมาถามว่า "คุณพ่อ...คุณพ่อลงมาทำไมครับ"

ทรงยศบอกว่าอยู่แต่ข้างบนมันอุดอู้ วัลลภบอกให้พ่อค่อยๆเดินเพราะยังไม่แข็งแรง

เมื่อมานั่งที่โซฟาแล้ว ทรงยศเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนฝันร้าย ฝันว่านัยนาตาย วัลลภตกใจแต่ก็แก้ว่า เขาว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี ยิ่งถ้าฝันว่าใครตายเขาว่าจะเป็นการต่ออายุให้คนนั้นด้วย

ทรงยศเลยคิดจะไปหานัยนาสักครั้งเพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว รู้สึกห่วงๆขึ้นมายังไงไม่รู้ วัลลภตกใจรีบบอกว่าอย่าเพิ่งไป เพราะนัยนาไม่อยู่เห็นเลขาฯบอกว่าไปดูงาน อีกหลายวันกว่าจะกลับ

ฟังแล้วทรงยศพยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนวัลลภแอบถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ลัดดาไปพบตะวันที่บ้านนัยนาแสดงความเห็นอกเห็นใจหลาน แล้วถามว่านัยนาติดต่อมาบ้างหรือเปล่า พอรู้ว่าไม่ได้ติดต่อมาเลย ก็ถามว่าแล้วเรื่องโรงแรมจะทำอย่างไรต่อไป

"คุณพ่อคงกลับไปทำงานแทนคุณแม่ครับ ส่วนเรื่องหนี้สินผมก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าคุณพ่อจะแก้ปัญหาได้ยังไงครับ"

"ป้าว่าตะวันรีบตามหาคุณแม่ก่อนเถอะ เรื่องหนี้สินป้าจะหาทางเรียนให้คุณตาทราบ คุณตาต้องช่วยแน่ๆ ท่านไม่ทอดทิ้งลูกหลานหรอก" ลัดดาเสนอและอาสาจะช่วยพูดให้ ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณป้า ลัดดาเอื้อมมือมาบีบไหล่ตะวันเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

ไม่นานลัดดาก็กลับถึงบ้าน เจอวัลลภยังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เธอจะเดินเลี่ยงไป ถูกเขาตะคอกถามว่า "ไปไหนมา!"

ลัดดาชะงักตอบอึกอักว่าไปธุระ เลยถูกวัลลภลุกขึ้นมาจ้องหน้าถามอย่างเอาเรื่องว่า

"มันธุระกงการอะไรของเธอ แส่ไม่เข้าเรื่อง!"

"คุณลภ...คุณนาเป็นน้องสาวคุณนะคะ ตอนนี้เธอกำลังเดือดร้อน  ลูกๆคุณนาก็กำลังลำบาก  จะให้ฉันนิ่งดูดายเหมือนคุณ ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ" ลัดดาตอบโต้อย่างทนไม่ได้ กลับถูกวัลลภหาว่าเธอด่าว่าเขาใจดำ

"คุณพูดเองนะคะ" ลัดดาโต้ ทำให้วัลลภโกรธหาว่า เธอย้อนยกมือจะตบ แต่พอดีมีเสียงโทรศัพท์เข้ามือถือเขาดังขึ้น เขาชะงักรับสาย พูดกับปลายสายว่า

"ว่าไง...โอเค เดี๋ยวฉันแต่งตัวแล้วจะเข้าไป" จากนั้นหันมาชี้หน้าด่าลัดดา "เก่งขึ้นทุกวันนะ ระวังไว้ให้ดี!" แล้วปึงปังผละไป

แจ่มจันทร์มาแอบฟังอยู่แสยะยิ้มเย้ยลัดดาว่าน่าจะโดนสักฉาด ลัดดาไล่ให้ออกไปเสียไม่อย่างนั้นตนจะเรียนคุณพ่อ แจ่มจันทร์เยาะเย้ยว่าเชิญขี่ม้าสามศอกไปบอกคุณท่าน เลย นึกว่าตนจะกลัวหรือ

ลัดดาหันหลังจะเดินเข้าบ้าน  แจ่มจันทร์กำแหงกระชากแขนลัดดาไว้ถามว่าจะไปไหน ลัดดาจ้องหน้าถามอย่างรู้ทันว่า ไหนว่าไม่กลัวไงล่ะ สั่งให้ปล่อย แจ่มจันทร์ไม่ปล่อยจิกมองอย่างเอาเรื่อง

ปาริชาติเดินออกจากในบ้านมาเห็นเข้าพอดี ปราดเข้าไป ตวาดแจ่มจันทร์ให้ปล่อยแม่ตนเดี๋ยวนี้ แม่นั่นทำเป็นวี้ดว้ายเย้ยว่ากลัวตาย แล้วลอยหน้าถามว่าไม่ปล่อยจะมีอะไรไหม

ปาริชาติคว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าแจ่มจันทร์จนร้องจ๊ากปล่อยมือลัดดาทันที เช็ดหน้าไปปากก็ด่าไป

"นังปา...มันจะมากไปแล้วนะ ฉันไม่ปล่อยแกเอาไว้ทำซากหรอก"  พลันก็โผเข้าจะตบ  ถูกปาริชาติจับมือไว้แล้วตบหน้าเข้าฉาดใหญ่ ทั้งสองฟาดฟันกัน ทั้งตบจิกกัดตีขย้ำกันนัวเนีย

"พอแล้วปา อย่ามีเรื่องกันเลยลูก" ลัดดาพยายามห้าม แต่ไม่สำเร็จ

"ใครมาส่งเสียงเอะอะหน้าบ้านแต่เช้า" เสียงทรงยศ ถามขึ้น แจ่มจันทร์ชะงักแยกออกไปทันที แต่ไม่วายพูดอาฆาตก่อนหนีไปว่าฝากไว้ก่อนเถอะ

"นังขี้ข้า! แน่จริงก็มาเอาคืนเร็วๆ  ฉันจะแถมดอกเบี้ยให้แกด้วย" ปาริชาติด่าตามหลัง

ooooooo

วัลลภรีบแต่งตัวออกจากบ้านไปที่โรงแรมสยามคอสโม ขณะเขากำลังนั่งคุยกับชายคนหนึ่งในตำแหน่งระดับบริหารที่ล็อบบี้โรงแรม รมิดาเดินมาเห็นก็เอะใจว่าเขามาที่นี่ทำไม เลยแอบดู

วัลลภมาบอกชายคนนั้นว่านัยนาหนีไปแล้ว ทำให้เขาตกใจสีหน้าเป็นกังวลอย่างหนัก

"ฉันเป็นห่วงน้องสาวฉันมากนะ  เป็นตายร้ายดียังไงมั่ง ก็ไม่รู้ เพราะนายศิริแท้ๆ ผีพนันเข้าสิงสร้างหนี้ท่วมหัวจนแบงก์ จะมายึดโรงแรมอยู่แล้ว" วัลลภแกล้งตีหน้าเครียด

ชายคนนั้นท่าทางตกใจมากถามว่าจริงหรือ วัลลภพยักหน้า เขย่าขวัญซ้ำอีกว่า

"ตอนนี้สยามคอสโมกำลังแย่ นัยนาจะกู้วิกฤติได้ยังไง... เฮ้อ...ฉันล่ะกลุ้มแทนน้องจริงๆ โอเค...ฉันมีนัดลูกค้า ขอตัวนะ" วัลลภขยับจะไป รับไหว้ชายคนนั้น  พอหันหลังก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที

พอวัลลภไปแล้ว รมิดาเห็นชายคนนั้นไปจับกลุ่มซุบซิบกับพวกพนักงานอยู่ที่เคาน์เตอร์ แต่ละคนสีหน้าตกใจ บ้างกังวล บ้างทำท่าจะร้องไห้ เมื่อรู้ข่าวนัยนาหนีไปและวิตกกังวลกับอนาคตของพวกตน

"นายวัลลภ ก่อการร้ายชัดๆ" รมิดาพึมพำสีหน้าไม่พอใจแล้วรีบเดินตามวัลลภออกไป

แต่ออกมาเจอสุริยนเข้าพอดี เขาถามว่าจะไปไหน

"ดาจะไปเอาเรื่องนายวัลลภ เขามาปล่อยข่าวเรื่องคุณนัยนา  ปั่นหัวพนักงานให้เสียขวัญ ทำอย่างนี้มันซ้ำเติมกันชัดๆ" รมิดาพูดอย่างไม่พอใจแล้วจะผละไป ถูกสุริยนดึงไว้ ห้ามว่าอย่าไป เธอถามว่าทำไม

"มันไม่เป็นผลดีแก่ตัวคุณเลย ถ้าคุณไปต่อว่าคุณวัลลภ เขาก็ต้องสงสัยว่าทำไมคุณถึงเป็นเดือดเป็นร้อนแทนคุณนัยนา ผมว่าเขาไม่ปล่อยคุณไว้หรอก เขาต้องตามสืบจนรู้ว่าคุณเป็นใคร อย่าเสี่ยงเลยครับ"

"ก็จริงของคุณ...นายวัลลภทำแบบนี้เขาต้องมีเป้าหมายอะไรแน่ๆ เป็นไปได้ไหมที่เขาต้องการเทกโอเวอร์โรงแรมของคุณนัยนา"

"ผมก็คิดเหมือนคุณนะ" สุริยนตอบตามตรง ทำให้รมิดา ยิ่งร้อนใจถามว่าเราจะทำยังไงกันดี "เราต้องรีบตามหาคุณนัยนา ให้เจอ" สุริยนเชื่อว่านี่เป็นทางที่ดีที่สุด

รมิดานิ่งคิดอย่างหนัก ครู่หนึ่งเธอนึกขึ้นได้ยิ้มออก อย่างดีใจบอกสุริยนว่า

"ดารู้แล้วว่าคุณนัยนาจะไปอยู่ที่ไหน..."

ooooooo

บ่ายแล้ว ศัลย์มาที่ร้านกุหลาบขาว ถามสุริยนว่าหุ้นส่วนเขาอยู่ที่ไหน สุริยนรู้ว่าหมายถึงรมิดา บอกเขาว่าไม่อยู่เพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง

"ไปไหนครับ" ศัลย์ถามมองหน้าสุริยนเชิงคาดคั้นให้ตอบ พอสุริยนบอกว่าไปหานัยนา เขาชะงักถามว่า "นี่รู้แล้วเหรอว่าคุณนัยนาอยู่ที่ไหน"

"ยังไม่รู้หรอกครับ แต่คาดว่าน่าจะเจอ คุณดาเธอมั่นใจมาก" สุริยนตอบอย่างมั่นใจไปด้วย ศัลย์ฟังแล้วคิด ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว...

ครู่เดียวเขาก็โทร.ไปถึงนักสืบคนเดิม เพื่อให้ช่วยสืบว่ารมิดาเป็นใครกันแน่!

ooooooo

นักสืบมืออาชีพใช้เวลาเพียงบ่ายถึงเย็นก็สามารถได้ข้อสรุปส่งให้ศัลย์แล้ว เริ่มต้นเขาไปที่ห้องอาหารจีนที่โรงแรมเจสเตอร์อันเป็นโรงแรมที่สุเทพเคยทำงานเป็นเชฟอยู่ คุยกับเชฟเก่าแก่ที่เคยทำงานอยู่กับสุเทพ

ได้ข้อมูลจากที่นั่นแล้ว เขาเอารูปของสุเทพไปที่ร้านกุหลาบขาวเก่าที่สุเทพเคยเปิดอยู่กับนัยนา คนแถวนั้นจำสุเทพกับนัยนาได้ จากนั้นไปที่ร้านสุดท้ายที่สุเทพถูกลูกน้องของวัลลภมายิง เจอชาวบ้านคนที่พาสุเทพส่งโรงพยาบาลพอดี เขารู้จักทั้งสุเทพ นัยนา และลูกสาวชื่อรมิดาเป็นอย่างดี

เพียงตกเย็นนักสืบก็เอาข้อมูลทั้งหมดไปให้ศัลย์ที่ล็อบบี้คอนโดฯ ศัลย์แลกซองกับนักสืบแล้วรีบเปิดซองดูในซองมีเอกสารที่ระบุชื่อพร้อมนามสกุลของรมิดาว่าเป็นลูกสาวของนายสุเทพอดีตเชฟครัวอาหารจีนโรงแรมเจสเตอร์ มีรายละเอียดกว่านั้นว่า

"คุณนัยนาเคยหนีไปใช้ชีวิตครอบครัวอยู่กินกับเชฟสุเทพ เปิดร้านอาหารชื่อกุหลาบขาว มีลูกสาวด้วยกันคนหนึ่งชื่อรมิดา..."

อ่านแค่นั้นศัลย์ก็มองปัญหาทะลุ พึมพำยิ้มเจ้าเล่ห์...

"ที่แท้คุณก็เป็นลูกสาวคุณนัยนา!"

ooooooo

ที่ทางเดินในสวนรื่นรมย์...

เย็นแล้ว นัยนาเดินเอื่อยๆอยู่ในสวนในมือมีกระเป๋าถือ ครู่หนึ่ง เธอเห็นชายท่าทางไม่น่าไว้ใจเหล่ๆและแถเข้ามา

เธอกอดกระเป๋าไว้อย่างระมัดระวังตัวแล้วรีบสาวเท้าเดินหนี

พริบตานั้น ชายคนนั้นเห็นเหยื่อรู้ตัว ตัดสินใจพุ่งเข้าไปแย่งกระเป๋าถือ

นัยนาตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ มันตวาดขู่ "เอามานี่ อยากเจ็บตัวรึไงวะ"

"ฉันไม่ให้!" นัยนากอดกระเป๋าไว้แน่น

ทันใดนั้น รมิดาเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี เธออุทานทั้งดีใจทั้งตกใจ "คุณนัยนา!" แล้ววิ่งเข้าไปช่วยผลักนักวิ่งราว แต่มันแย่งกระเป๋าถือของนัยนาไปได้แล้ว มันใส่ตีนหมาโกยอ้าว

รมิดาตัดสินใจวิ่งไล่กวดมันไป ปากก็ตะโกนให้หยุด หันไปเห็นก้อนหินข้างทางก็ก้มลงหยิบขว้างไปสุดแรง

แม่นฉมัง! ก้อนหินเจาะหัววายร้ายจึ้ก! มันร้องโอ๊ยชะงักกึก ทำให้รมิดาวิ่งตามไปทัน มันหันจะสู้ ถูกรมิดาใช้กระเป๋าสะพายฟาดหน้ามันเต็มแรงจนมันเซปล่อยกระเป๋าของนัยนาหลุดมือ รมิดารีบคว้ากระเป๋าไว้ แต่มันยังไม่ยอมหันมาจะเล่นงาน รมิดาฉุกคิดได้ ตะโกนสุดเสียง

"เฮ้ย...ตำรวจ...คุณตำรวจ...ช่วยด้วย...ช่วยด้วย"

นักวิ่งราวคนนั้นตกใจวิ่งหนีไป รมิดาจึงเอากระเป๋าย้อนกลับมาหานัยนาที่กำลังพยายามลุกขึ้น เธอรีบเข้าช่วยประคองขึ้นมา ส่งกระเป๋าให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "กระเป๋าของคุณค่ะ"

นัยนาชะงักถามว่าเมื่อกี้เธอวิ่งไล่ตามคนร้ายหรือ เตือนว่ามันอันตรายมากนะ รมิดาตอบอย่างไม่พรั่นพรึงว่า ตนไม่ชอบเห็นใครโดนรังแก

"ขอบใจมากนะหนู" นัยนารับกระเป๋าไปถือไว้ มองรมิดาถามอย่างสงสัยว่า "เออ...หนูดารู้ได้ยังไงจ๊ะว่าฉันอยู่ที่นี่"

รมิดาชะงักไปนิดหนึ่งก่อนยิ้มกลบเกลื่อนพูดเฉไฉไปว่า

"เออะ...บังเอิญมังคะ เมื่อก่อนดิฉันชอบมาเดินเล่นที่สวนรื่นรมย์บ่อยๆ คุณนัยนาชอบที่นี่เหรอคะ?" ถามแล้วมองอย่างค้นหา

นัยนานิ่งไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด...

ด้วยความโลภที่จะเปลี่ยนมือโรงแรมเจสเตอร์จากนัยนามาเป็นของตนให้ได้ วัลลภวางแผนไปก่อกระแสทำให้พนักงานโรงแรมปั่นป่วนขาดความเชื่อมั่น  ด้วยการไปบอกเจ้าหน้าที่ระดับบริหารว่านัยนาหนีไปแล้วและโรงแรมกำลังจะถูกธนาคารยึด

นอกจากนั้นวัลลภยังระแวงรมิดาว่าจะเป็นลูกสาวของสุเทพกับนัยนา จึงสั่งชิตลูกน้องที่เป็นคนไปยิงสุเทพเมื่อครั้งที่นัยนาหนีไปอยู่กับสุเทพ สั่งชิตให้ไปสืบดูว่ารมิดาเป็นลูกสาวสุเทพหรือเปล่า เพราะชิตเคยเห็นรมิดาตอนไปยิงสุเทพ

วัลลภให้ชิตไปซุ่มดูอยู่ข้างนอก ส่วนตัวเขาเข้าไปนั่งในร้านกุหลาบขาวถามหารมิดา สุริยนเป็นคนต้อนรับบอกว่ารมิดายังไม่มา แต่เหลือบมองไปนอกร้านเห็นเธอเดินเข้ามาพอดีจึงบอกวัลลภว่ามาแล้ว

รมิดาเห็นวัลลภนั่งอยู่ในร้าน เธอนึกในใจว่าบุกมาถึงร้านแบบนี้คงไม่ได้มาดีแน่ ตั้งสติแล้วเดินเข้าไปทัก วัลลภรับไหว้ ชวนนั่งคุยกันก่อน

"คุณวัลลภมีธุระอะไรกับดิฉันหรือเปล่าคะ" รมิดาถามหน้านิ่งๆ

วัลลภบอกว่าไม่มีอะไร ผ่านมาเลยแวะมาทักทาย ชมว่าเก่ง ยังเด็กอยู่ก็มีธุรกิจของตัวเองแล้ว ระหว่างนั้น ชิตที่ซุ่มอยู่ข้างนอกก็เขม้นมองรมิดาพยายามเทียบว่าใช่ลูกของสุเทพตอนนั้นหรือเปล่า

วัลลภชวนคุยสบายๆ ถ่วงเวลาและล้วงความลับ ชมว่าชื่อร้านเพราะดี ทำไมถึงตั้งชื่อร้านกุหลาบขาว พอรมิดาบอกว่าตนชอบดอกกุหลาบขาว วัลลภก็ลากเข้าไปจนได้ว่าน้องสาวตนก็ชอบกุหลาบขาวเหมือนกัน แล้วทำทีทักว่า "หนูสนิทสนมกับนัยนาดีใช่ไหมจ๊ะ"

รมิดาบอกว่ารู้จักกันเพราะว่าตนมาเช่าพื้นที่โรงแรมของนัยนา วัลลภซักอีกว่าทำไมถึงมาเปิดร้านที่นี่ รมิดาบอกตามตรงว่าสุริยนเป็นคนแนะนำ เห็นว่าทำเลดีเลยหุ้นกันเปิดร้าน

"แล้วก่อนหน้านี้หนูเคยเปิดร้านอาหารที่อื่นมาก่อนรึเปล่า" วัลลภถามจ้องหน้าจับพิรุธ

แม้รมิดาจะอึกอักแต่ก็ยิ้มกลบเกลื่อนบอกว่าไม่เคย ร้านนี้เป็นร้านแรกของตน

เมื่อวัลลภออกจากร้านไปเจอชิต บ่นกับมันว่าต้อนยังไงก็ไม่จนมุม ถามชิตว่าเห็นหน้ารมิดาชัดไหม

"ชัดครับ แต่ผมไม่แน่ใจนะ ตอนที่ไปยิงไอ้สุเทพลูกสาวมันยังไม่สิบขวบเลยครับ"

"ถึงฉันจะไม่มั่นใจว่ารมิดาเป็นลูกสาวไอ้สุเทพ แต่มันก็มีอะไรน่าสงสัยหลายอย่าง แกจับตาดูนังนี่ไว้ไห้ดีนะชิต"

ชิตรับคำแล้วแยกกันไป

ooooooo

วัลลภหารู้ไม่ว่ารมิดาเห็นชิตและจำได้ว่าเป็นคนยิงพ่อตนเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอเล่าให้สุริยนฟังว่าเมื่อครู่ใหญ่เห็นชิตคุยกับวัลลภที่ลานจอดรถ อีกทั้งวัลลภก็พยายามถามตนถึงเรื่องชื่อร้านกุหลาบขาว ถามหยั่งเชิงว่าตนสนิทกับนัยนาแค่ไหน รมิดาเชื่อว่าวัลลภกำลังสืบว่าตนเป็นใคร

สุริยนฟังแล้วเป็นห่วง เตือนเธอว่าให้ระวังตัวไว้เพราะภัยกำลังใกล้ตัวเข้ามาทุกทีแล้ว

ศัลย์มาได้ยินคำว่าระวัง...แว่วๆ ถามก่อนตัวเข้ามาว่า "ระวังอะไรเหรอครับ...คุยอะไรกันเหรอครับ" เขาถามทำยิ้มกริ่มหน้าเป็น

"ไม่รู้สักเรื่องได้ไหม" รมิดาหน้าบอกบุญไม่รับ ศัลย์หันไปพูดหน้าเป็นกับสุริยนว่า

"สงสัยเพื่อนคุณกินยาไม่ได้เขย่าขวด"

แม้รมิดาจะเดินเลี่ยงไปทำอาหารอีกมุมหนึ่งแล้ว แต่ศัลย์ก็ยังตามไปก่อกวนอีกจนได้ แต่ก็หาทางพูดหว่านล้อมจนรมิดาได้เห็นถึงความจริงใจของเขาที่อยากช่วยให้เธอสบายใจขึ้น

ส่วนปาริชาติ เมื่อได้ฟังจากวัลลภผู้เป็นพ่อว่าสงสัยรมิดาจะเป็นลูกสาวของนัยนา ก็ยิ่งถือเป็นศัตรูที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ เพราะนอกจากเป็นคู่แข่งคู่แค้นเพราะคิดว่ารมิดามาแย่งศัลย์กับตนแล้ว บัดนี้ยังจะเป็นคู่แข่งที่จะมาแก่งแย่งกันทางธุรกิจ เพราะกลัวว่า ถ้ารมิดาเป็นลูกของนัยนาจริงๆแน่นอนว่า ทรงยศผู้เป็นตาจะต้องแบ่งสมบัติให้แน่ๆ

ดังนั้น เมื่อมาเจอรมิดาเดินอยู่ที่ลานจอดรถ ปาริชาติขับรถเข้ามาเจอจึงแกล้งเหยียบคันเร่งพุ่งเข้าชน เดือนฉายมาเห็นพอดีร้องตะโกนให้ระวังแล้วพุ่งเข้าผลักรมิดาจนพ้นอันตราย แต่ตัวเดือนฉายเองกลับล้มกลิ้งไปกองกับพื้น

ปาริชาติเห็นว่าพลาดเป้าหมายก็ขับรถออกไปอย่างเร็ว สบถอย่างหัวเสียว่า

"โธ่เอ๊ย...พลาดจนได้ นังเดือน! เสนอหน้านัก"

แม้เดือนฉายจะเป็นฝ่ายล้มกลิ้งไปแต่ก็ยังเป็นห่วงรมิดา หันมองเห็นรมิดาเดินเข้ามาหาพลางถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แม้จะเจ็บแต่เธอก็พูดให้เดือนฉายสบายใจว่า "ไม่เป็นไร"

"หัวเข่าคุณเลือดออก รีบไปทำแผลเถอะค่ะ" รมิดาประคองเดือนฉายพาออกไปอย่างลำบาก

ooooooo

เมื่อพาเดือนฉายไปทำแผลที่ห้องทำงานของนัยนา  ตะวันกับสุริยนรู้เรื่องจึงพากันมาดูด้วยความเป็นห่วง รมิดาขอบคุณเดือนฉายที่ช่วยตนไว้ ถ้าไม่มีเดือนฉายตนคงแย่ไปแล้ว

"พี่ปาชักจะบ้าขึ้นทุกที ผมทนไม่ไหวแล้ว" ตะวันโกรธมากทำท่าจะออกไป เดือนฉายห้ามน้องไว้เตือนให้ใจเย็นๆรถอาจจะคล้ายกันแต่ไม่ใช่ปาริชาติก็ได้

"ใช่ค่ะ...คุณวันอย่าไปเลย เดี๋ยวเรื่องมันจะไปกันใหญ่" รมิดาผสมโรงเพราะอยากให้เรื่องเงียบๆไป

ตะวันสงบลงแต่ยังเข้ามานั่งข้างๆรมิดาพูดอย่างเป็นห่วงว่าต่อไปต้องระวังตัวให้มากขึ้นตนเป็นห่วง รมิดารับคำยิ้มๆด้วยความขอบคุณ

ooooooo

เย็นวันต่อมา เมื่อรมิดาถือกุหลาบขาวเดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถของโรงแรมสยามคอสโมขับออกไป ชิตที่สะกดรอยตามตลอดเวลาก็ขับรถตามเธอไปทันที

ครู่หนึ่งศัลย์ไปที่ร้านกุหลาบขาว   สุริยนบอกว่ารมิดาไม่อยู่ไปวัด   ศัลย์เดาได้ว่าเธอไปวัดไหนหันหลังกลับรีบตามไปทันที

รมิดาเอาดอกกุหลาบขาวไปวางไว้ที่หน้ารูปของสุเทพที่เจดีย์บรรจุอัฐิ บอกกล่าวพ่อว่า

"พ่อคะ...ดาเจอคนที่มันยิงพ่อแล้ว...ดารู้ว่ามันอันตราย พ่อเองก็เคยเตือนดาแล้ว แต่ดาถอยไม่ได้! ดาอยากรู้ความจริงว่า ผู้หญิงคนนั้นร่วมมือกับพี่ชายเขาส่งคนมาฆ่าพ่อกับดาหรือเปล่า... ถ้าใช่! ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นจะต้องรับกรรมอย่างสาสม อีกไม่นานความจริงต้องเปิดเผย พ่อช่วย
ปกป้องคุ้มครองดาด้วยนะคะ"

ชิตตามไปแอบดูแอบฟัง มันฟันธงว่ารมิดาคือลูกสาวของสุเทพแน่ๆ มันรอจนรมิดาจะกลับจึงปรากฏตัวออกไปยืนขวาง รมิดาตกใจอุทาน "ไอ้ชิต!" มันแสยะยิ้มชมว่าเก่งไม่เจอกันสิบกว่าปียังจำตนได้ มันก้าวเข้าหาอย่างคุกคาม รมิดาขยับถอยถามอย่างหวาดกลัวว่าจะทำอะไรตน

ชิตชักมีดออกมาบอกว่าจะส่งไปอยู่กับสุเทพ รมิดาระวังตัว พอมันแทงเข้ามาเธอใช้กระเป๋าฟาดมันแล้ววิ่งหนีไปสุดฝีเท้า แต่ก็ถูกปลายมีดกรีดที่แขน

โชคดีที่ศัลย์ตามมาช่วยไว้ทัน เขาใช้ท่อนไม้ฟาดหัวชิตจนมันผงะกระเด็น พอเห็นว่ามีคนมาช่วยรมิดามันก็เผ่นแน่บ ศัลย์เข้าประคองรมิดาไว้อย่างปกป้องถามว่า

"เกิดอะไรขึ้น...ไม่ต้องกลัวนะ...คุณปลอดภัยแล้ว"

รมิดายังขวัญกระเจิงอยู่ในอ้อมกอดของศัลย์

ooooooo

เมื่อพารมิดากลับไปถึงบ้าน   เธอขอบคุณเขาจากใจที่ช่วยชีวิตไว้ แต่พอศัลย์ถามว่าหมอนั่นเป็นใคร เธอกลับบอกว่าคงเป็นพวกวิ่งราว

ศัลย์รู้ว่ารมิดามีอะไรปิดบังตนอยู่เตือนเธอว่ามีคนกำลังปองร้ายเธอ บอกมาสิว่าใครจะฆ่าเธอ ฆ่าทำไม หรือว่า... ศัลย์รุกหนักจะให้รมิดาบอกให้ได้ สุริยนคิดว่าวิธีนี้ไม่อาจเอาชนะรมิดาได้จึงบอกว่า

"อย่าเลยครับ คาดคั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ ถึงเวลาคุณดาก็คงเล่าให้คุณฟังเองล่ะครับ"

ถึงแม้จะไม่แล้วใจ แต่ศัลย์ก็จำต้องยอม

คืนนี้เมื่อรมิดาอยู่ตามลำพัง ขณะคิดเครียดอยู่ แมนยูเข้ามาถามว่าเป็นอะไร เจ็บแผลที่แขนมากไหม แมนยูรู้สึกว่าแม่ดามีอะไรปิดบังตนอยู่ทวงสัญญาว่า

"ไหนแม่ดาเคยบอกว่าเราไม่มีความลับต่อกันไงครับ"

เมื่อรมิดายืนยันว่าไม่มีอะไรปิดบัง ลูบหัวแมนยูพูดอย่างเอ็นดูว่าช่างสงสัยจริง ไม่ต้องถามแล้วไปนอนได้แล้วคนเก่ง แมนยูจึงอวยพรให้ฝันดีแล้วออกไป แต่พอแมนยูไปแล้ว รมิดากลับคิดเครียดพึมพำกับตัวเอง...

"แม่ดาขอโทษนะลูก   แมนยูยังเด็ก   ไม่ควรจะมารับรู้เรื่องนี้...ถ้าเราเป็นอะไรไป   แมนยูจะอยู่ยังไง..."   คิดแล้วยิ่งกังวลใจ

ooooooo

วัลลภพอใจมากเมื่อชิตไปรายงานว่ารมิดาเป็นลูกของสุเทพจริงๆ ตนคิดจะเก็บอยู่แล้วแต่มีคนมาช่วยเสียก่อน วัลลภถามว่าตะวันหรือเปล่า ชิตยืนยันว่าไม่ใช่เพราะตนเคยเห็นตะวันแต่คนนี้ไม่เคยเห็นเป็นคนรูปร่างสูง ใหญ่หน้าตาดี

วัลลภเดาว่าคงเป็นศัลย์ที่เป็นเพื่อนกับดุสิตลูกชายตน แจ่มจันทร์ฟังอยู่ด้วยถามว่าทำไมถึงคิดว่าเป็นศัลย์

"ยัยปาเคยเปรยๆว่าเจ้าศัลย์กำลังตามตอแยแม่นั่น ไปนั่งเฝ้าที่ร้านแทบทุกวัน" วัลลภทบทวนแล้วสั่งชิต "ช่วงนี้อย่าเพิ่งไปป้วนเปี้ยนที่ร้านนั่นนะไอ้ชิต มันรู้ตัวแล้ว รอจังหวะเหมาะๆค่อยลงมือ"

เหตุนี้เอง การคุกคามจากวัลลภจึงผ่อนเบาลง...

นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่รมิดาจะไปเจอนัยนาถูกคนร้ายชิงทรัพย์ เธอช่วยเอากระเป๋าจากคนร้ายมาคืนนัยนาได้ แม้รมิดาจะดีใจที่ตามนัยนาเจอ แต่เธอก็ยังมีความรู้สึกด้านลบที่ค้างคาใจรอการพิสูจน์ความจริงอยู่...

ooooooo

เมื่อนัยนาถามว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่รมิดาตอบเพียงเพื่อให้ ผ่านๆไปว่าคงบังเอิญมากกว่าตนชอบมาเดินเล่นที่สวนรื่นรมย์แห่งนี้บ่อยๆแล้ว เป็นฝ่ายถามบ้างว่า

"คุณนัยนาชอบที่นี่เหรอคะ"

ถูกสะกิดปมเจ็บปวดในอดีตเข้าจังๆนัยนาก็เล่าให้ฟังด้วยความเชื่อใจไม่ปิดบังว่า

"ฉันชอบที่นี่มากนะหนู ตอนที่ฉันคบหากับสุเทพใหม่ๆ เราแอบนัดเจอกันที่สวนรื่นรมย์เป็นประจำ แม้แต่ตอนที่เรานัดเจอเพื่อหนีไปใช้ชีวิตด้วยกัน ฉันก็นัดให้เขามารับที่นี่"

รมิดาเคยฟังเรื่องราวจากสุเทพมาบ้างแล้ว เธอถามดักคอว่านัดแล้วนัยนาไม่มาตามนัดใช่ไหม ทำให้นัยนาเอะใจว่าทำไมรมิดาถึงได้รู้ว่าตนไม่มาตามนัด รมิดาก็เฉไฉไปว่านัยนาเคยบอกเองไม่ใช่หรือว่าโดนพรากจากคนรัก

นัยนาจึงเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟังว่าครั้งแรกพากันหนีไปได้สำเร็จไปใช้ ชีวิตอยู่ด้วยกันจนมีลูกสาวคนหนึ่งน่ารักมาก แต่ก็มีความสุขกันได้ไม่นานตนก็ถูกพรากจากสุเทพและลูก จนครั้งที่สองพยายามนัดพบกันอีกแต่ตนก็ถูกกักตัวไว้ เลยต้องให้คนสนิทคือแจ่มจันทร์ไปบอกสุเทพขอเลื่อนนัด เล่าถึงตอนนี้แล้วสีหน้าของนัยนาเศร้าหมองเจ็บปวดก่อนจะเล่าต่อว่า

"แจ่มกลับมาบอกฉันว่าสุเทพไม่มาตามนัด ฉันเสียใจมากนะหนู ตอนหลังแจ่มไปสืบรู้ว่าสุเทพมีผู้หญิงคนใหม่ย้ายบ้านหนีไป เขาคงหมดรักฉันแล้ว...สุเทพจากฉันไปอย่างไม่มีวันกลับ จากไปโดยไม่รู้ว่าฉันรักเขากับลูกมากแค่ไหน สุเทพคงคิดว่าฉันทอดทิ้งเขากับลูก...หนูเองก็คิด
แบบนั้นไม่ใช่เหรอ?..."

"ก็คุณไม่คิดจะตามหาพวกเขา ไม่คิดที่จะต่อสู้เพื่อความรักนี่คะ คุณเลือกที่จะอยู่กับเกียรติยศชื่อเสียงและเงินทอง!" รมิดาจ้องหน้านัยนานิ่งน้ำเสียงแข็งกระด้าง

"ไม่จริง..." นัยนาร้องไห้อย่างเจ็บปวด "ฉันแต่งงานใหม่

ก็เพราะสุเทพมีครอบครัวใหม่และฉันต้องทดแทนพระคุณพ่อแม่ ก่อนเสียชีวิต คุณแม่ขอร้องให้ฉันแต่งงานกับคุณศิริ ความรักคือกำลังใจสำคัญของชีวิต แต่ความสุขของพ่อแม่ก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หนูไม่รู้หรอกว่าการที่เราต้องฝืนใจใช้ชีวิตกับคนที่เราไม่ได้รักมันเจ็บปวด แค่ไหน" นัยนาร้องไห้ออกมาอย่างหนักกับความกดดันในชีวิต

รมิดาฟังแล้วอึ้งพลอยน้ำตาคลอไปด้วย จนครู่หนึ่งจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ถามว่านัยนาจะกลับบ้านเมื่อไร เพราะศิริกับลูกๆเป็นห่วงเธอมาก

นัยนาขออยู่เงียบๆคนเดียวสักพัก รมิดาถามว่าทำไมไม่กลับไปสู้ ทำให้นัยนาหน้าเครียดขึ้น ยอมรับตรงๆว่า ตนไม่รู้จะกู้วิกฤติได้อย่างไร เพราะตอนนี้ทางแบงก์คงยื่นหนังสือเตรียมยึดโรงแรมแล้ว

"ดิฉันจะหาคนมาช่วยคุณซื้อโรงแรม คงดีกว่าปล่อยให้โดนยึด" รมิดาตัดสินใจอาสา ยังความตื้นตันใจแก่นัยนามาก ขอบใจไม่ขาดปาก ขอให้เธอกลับไปบอกลูกๆของตนด้วยว่าไม่ต้องห่วง ถ้าพร้อมเมื่อไรตนจะกลับไป

ooooooo

เมื่อรมิดากลับไปบอกข่าวดีนี้แก่ตะวันและเดือนฉาย รวมทั้งสุริยนและแมนยู ทุกคนต่างดีใจมาก เดือนฉายคิดถึงพ่อก่อนเพื่อน บอกว่าถ้าคุณพ่อรู้คุณพ่อต้องดีใจแน่ๆแล้วชวนตะวันรีบไปบอกคุณพ่อกัน

ก่อนที่สองพี่น้องจะกลับไป รมิดาเรียกตะวันไปพบเป็นการส่วนตัว เธอมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ตะวันขอให้รับไว้ เพราะเขากำลังเดือดร้อน ตะวันจะไม่รับแต่เมื่อเธอขู่ว่าถ้าไม่รับตนโกรธ ตะวันจึงรับไว้แต่ขอให้เป็นการขอยืมถ้าเมื่อไรมีจะเอามาใช้คืน

พอตะวันไปเท่านั้น ศัลย์ที่ตามมาเห็นเข้าตรงเข้าไปเยาะเย้ยเสียดสีรมิดาทันทีว่าถึงกับให้เงิน ให้ทองกันใช้เลยหรือ พูดหยาบคายว่าเด็กนั่นคงบริการดีถึงได้ให้ทิปเยอะขนาดนี้

รมิดาโกรธ ตบหน้าเขาฉาดหนึ่งปรามว่าหัดมองคนอื่นในแง่ดีเสียบ้าง แล้วเดินไปเลย

พอศัลย์กลับไปเล่าให้ไพลินฟังที่คอนโดฯ กลับถูกน้องสาวสมน้ำหน้า ปากแบบนี้สมควรแล้วที่จะโดน ติติงพี่ชายว่า ถ้าเป็นตนตนก็จะให้ตะวันเพราะพวกเขากำลังลำบาก บอกพี่ชายว่า

"ถ้าลินเป็นพี่ศัลย์ ลินจะชื่นชมคุณดามากกว่าจะไปมองเธอในแง่ร้ายค่ะ"

คำพูดของไพลินทำให้ศัลย์นิ่งคิด รู้สึกว่าน้องพูดถูก...

ส่วนศิริ เมื่อตะวันกับเดือนฉายไปบอกข่าวดีว่าเจอแม่แล้ว เขาพึมพำอย่างรู้สึกผิดว่า

"แม่เขาคงโกรธพ่อมากนะลูก เขาถึงไม่ยอมกลับมา"

ตะวันกับเดือนฉายปลอบใจพ่อว่าอย่าคิดมากให้เวลากับคุณแม่หน่อย เชื่อว่าไม่นานคุณแม่ต้องกลับมาแน่ๆ

ooooooo

หลังจากรับปากให้ความหวังกับนัยนาว่าจะหาคนมาซื้อโรงแรมแล้ว รมิดาก็คิดหนักไม่รู้จะไปหาใคร จนแมนยูเสนอว่าให้น้าศัลย์ซื้อเพราะน้าศัลย์มีเงิน รมิดาจึงตัดสินใจลองคุยกับเขาดู

แต่ก่อนเคยแต่จะจิกกัดกันทุกครั้งที่เจอหน้า แต่คราวนี้รมิดายิ้มแย้มพูดดีกับศัลย์จนเขาเอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ถึงบางอ้อเมื่อรมิดาเอ่ยปากให้เขาช่วยซื้อโรงแรมสยามคอสโมไว้

ศัลย์พลิกสถานการณ์มาเป็นต่อทันที มีข้อแม้ว่าเธอต้องบอกความจริงมาก่อนว่าเธอเป็นอะไรกับนัยนา เป็นลูกสาวของนัยนาใช่ไหมถึงอยากช่วยจนขนาดนี้

รมิดายังปากแข็งปฏิเสธว่าไม่ใช่ จนศัลย์แสดงท่าทีว่าจะไม่ซื้อถ้าเธอไม่กล้าพูดความจริงออกมาว่าเธอเป็นลูกสาวของนัยนา หว่านล้อมว่า

"ผมต้องการความจริงใจจากคุณ รมิดา ความจริงอาจจะทำให้คุณเจ็บปวด แต่คุณก็ต้องกล้าเผชิญกับมัน!" พูดแล้วมองหน้ารมิดาอย่างคาดคั้น เห็นเธอยังนิ่ง เขาตัดบท "ถ้าไม่กล้า ผมก็เสียใจ" พูดแล้วจะเดินไป

"คุณศัลย์" รมิดาตัดสินใจเรียกไว้บอกเขาเสียงสั่นเครือว่า "ฉันเป็นลูกสาวของนัยนา!"

ปาริชาติที่มาแอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้นตกใจตาโตกับความจริงที่ได้ยินกับหู ซุ่มฟังต่ออย่างใจจดจ่อ

รมิดาขอร้องศัลย์อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร เขาถามว่าทำไม เธอหน้าหม่นลงบอกเขาว่า

"ฉันกำลังสืบความจริงบางอย่าง...อดีตของคุณนัยนากับพ่อฉัน...สัญญานะคะว่าคุณจะปิดเรื่องนี้เป็นความลับ"

ศัลย์สัญญา ต่างสบตากันนิ่งในอีกความรู้สึกหนึ่งที่จริงจัง เป็นการเป็นงาน

ปาริชาติรุ่มร้อนริษยา ดักพบรมิดาขณะเธอเดินกลับ ทั้งด่าทั้งประชดทั้งข่มขู่ เยาะเย้ยว่าช่างเป็นลูกกตัญญูเสียจริงๆ ช่วยแม่ในยามที่แม่เดือดร้อน น่าสรรเสริญมาก รมิดาหันขวับตอบเสียงแข็งว่า "ฉันไม่ใช่ลูกสาวคุณนัยนา"

"ยังกล้าปฏิเสธอีกเหรอ แต่จะว่าไป แกปฏิเสธแบบนี้ก็ดีนะ เพราะถ้าแกแสดงตัวว่าเป็นลูกสาวอานาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นชีวิตแก...จบ!"

เมื่อรมิดาเล่าให้สุริยนฟัง เขาเตือนเธอว่าศัตรูของเธอเผยตัวออกมาแล้วทีละคน...อยากให้เธอถอยไปตั้งหลักก่อนดีกว่า

"ไม่ค่ะ ดามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว ดาต้องรู้ความจริงให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นร่วมมือกับพี่ชายส่งคนมาฆ่าพ่อกับ ดารึเปล่า"   รมิดายังมุ่งมั่นทั้งที่รู้ว่าอันตรายใกล้ตัวเข้ามาทุกทีแล้ว

ooooooo

รมิดาไปพบนัยนาบอกว่าหาคนซื้อโรงแรมได้แล้ว แต่ให้ติดต่อกันเองโดยรมิดาไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนซื้อ

คืนนี้นัยนาตัดสินใจกลับบ้านโดยไม่บอกใครก่อน ทั้งตะวัน เดือนฉาย และศิริดีใจจนบอกไม่ถูก ทุกคนยิ้มรับกันทั้งน้ำตา เมื่อคุยกันถึงเรื่องขายโรงแรม ศิริคาดหวังว่าถ้าทุกอย่างสำเร็จผ่านไปด้วยดี เราน่าจะมีน้ำใจตอบแทนรมิดาบ้าง นัยนาเห็นด้วย

นอกจากนั้นศิริยังสารภาพผิดที่ปฏิบัติต่อเธอไม่ดีตลอดมา เขาขอโทษและสัญญาว่าต่อไปจะหันหลังให้กับการพนันอย่างเด็ดขาด จะดูแลเธอและลูก จะช่วยเธอทำงานเต็มที่ สุดท้ายเอ่ยคำที่ไม่เคยพูดเลยว่า "ผมรักคุณมากนะ" นัยนาพยักหน้ารับด้วยความซึ้งใจ

วันต่อมาศัลย์ไปพบนัยนาเพื่อเจรจารายละเอียดการซื้อขายโรงแรม นัยนาจึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้คนที่จะซื้อโรงแรมคือศัลย์นั่นเอง

ศัลย์เสนอว่าเขาจะขอซื้อหุ้นสัก 51% คาดว่าเงินจำนวนนี้นัยนาน่าจะนำไปใช้หนี้ได้พอ และเขาจะให้ไพลินมาช่วยบริหารโรงแรมแต่จะให้นัยนาเป็นคนรับผิดชอบทำงานต่อไป ถ้าเห็นด้วย จะได้เซ็นสัญญากันวันนี้เลย

เมื่อนัยนาไปเล่าให้ศิริกับเดือนฉายและตะวันฟัง ทั้งสามเห็นด้วย เดือนฉายเชื่อว่าศัลย์ทำเพื่อช่วยแม่เท่านั้น ทุกคนต่างดีใจที่โรงแรมจะได้ไม่หลุดมือไปเป็นของคนอื่น

หลังจากเจรจารายละเอียดกันแล้ว   ศัลย์ไปที่ร้านกุหลาบขาวทวงโปรโมชั่นพิเศษที่เคยขอกับรมิดาไว้ก่อนไปเจรจา   ซื้อขายโรงแรมว่าถ้าสำเร็จ   เธอจะต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษให้ตน   แต่พอไปทวงรมิดาถามว่าเซ็นสัญญากันหรือยัง พอรู้ ว่ายังก็บอกให้เขารอเซ็นสัญญาก่อนค่อยมาทำตามสัญญากัน

ระหว่างนั้นเอง นัยนาก็โทร.มานัดศัลย์ไปเซ็นสัญญากันพรุ่งนี้ 10 โมงเช้าที่โรงแรม ศัลย์ได้ทีเลยย้ำกับรมิดาว่า หลัง 10 โมงพรุ่งนี้ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!

ปาริชาติมาแอบฟังตามเคย พอรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีการเซ็นสัญญาและศัลย์จะมีรายการโปรโมชั่นพิเศษกับรมิดา เธอคำรามอย่างแค้นใจว่า

"เซ็นสัญญาพรุ่งนี้...ฮึ นังรมิดา! แกอย่าหวังเลย"

จากนั้นกดต่อสายไปหาดุสิต "พี่ดุสิต! เราต้องรีบลงมือกันเดี๋ยวนี้!"

ศัลย์ไม่ทันกลับขณะนั่งกินอาหารกับแมนยูนั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากดุสิตนัดวัน นี้ให้ไปฉลองวันเกิดเขา บอกเวลาสถานที่เรียบร้อย ศัลย์รับคำว่าเดี๋ยวเจอกัน วางสายจากดุสิตแล้ว แมนยูถามว่าใครโทร.มาหาน้าศัลย์หรือ

"น้าดุสิตครับ เขาชวนไปงานวันเกิดเขา แต่น้าศัลย์ยังไม่รีบไปหรอกนะ ต้องกินกับแมนยูให้หมดก่อน"

"ดีครับ แม่ดาอุตส่าห์แสดงฝีมือแถมยังเลี้ยงเราอีกด้วย เดี๋ยวแม่ดาจะเสียใจ"  แมนยูยิ้มดีใจแล้วพากันกินข้าวต่อ  รมิดามองน้าหลานคู่นี้แล้วตัวเองก็อดยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วยไม่ได้

ooooooo

ถึงเวลานัด ศัลย์ไปถึงคอฟฟี่ช็อปของโรงแรมเจสเตอร์ฉลองวันเกิดของดุสิตตามคำชวน

ศัลย์ถามถึงธุรกิจของดุสิต เขาบอกว่ายังไม่ค่อยลงตัว ถามปาริชาติว่าไม่ทำธุรกิจบ้างหรือเธอทำหน้าเบื่อหน่ายบอกว่าเข็ดแล้ว สู้ช่วยงานที่โรงแรมคุณพ่อสบายกว่าตั้งเยอะ

ศัลย์นึกได้ขอตัวลุกไปโทรศัพท์หาไพลินหน่อย พอเขาลุกไปสองพี่น้องก็ช่วยกันเทยาผงๆลงในแก้วเครื่องดื่มของศัลย์เขย่าให้ เข้ากันแล้วรีบวางลง พอศัลย์กลับมาดุสิตก็ชวนชนแก้ว ศัลย์อวยพรให้เพื่อนมีความสุขและธุรกิจโตไวๆ แล้วยกดื่ม

ครู่เดียวศัลย์ก็รู้สึกตาพร่าหนังตาหนักแล้วเพียงครู่ต่อมาเขาก็ฟุบหลับไปคา โต๊ะ ดุสิตรีบประคองไว้แล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันหิ้วปีกศัลย์เข้าไปในห้องพักที่ โรงแรม

พอพาศัลย์ไปนอนที่เตียง   ปาริชาติเร่งดุสิตให้รีบโทร.หาพ่อให้เตรียมตัวได้แล้ว   ดุสิตหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทร.

พลางเดินออกไป   ส่วนปาริชาติก็เข้าโลมไล้จูบศัลย์อย่างเสน่หา รำพึงเคลิ้ม

"หลังให้สบายนะคะพี่ศัลย์...พรุ่งนี้ตื่นสักเที่ยงๆก็ได้... นังรมิดา เสียใจด้วยนะที่ลูกกตัญญูอย่างแกทดแทนพระคุณแม่ ไม่สำเร็จ...สยามคอสโมต้องเป็นของพ่อฉันเท่านั้น!"

ooooooo

คุณพ่อหวานแหวว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด